Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2550
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
กว่าจะถึง แอฟริกาใต้

โหววว อันนี้ขอบอกค่ะว่าเจ็บใจมาก พิมพ์อันแรกเกือบเสร็จแล้วไม่รู้อีท่าไหน หายไปหมดเลย แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สงสัยต้องพิมพ์ไปsave ไปเหมือนพิมพ์งานในword

มาค่ะๆๆ เด๋วเล่าใหม่ก็ได้

วันนี้เราจะไปเที่ยวแอฟริกาใต้กันค่ะ เรื่องนี้เพิ่งผ่านมาสดๆร้อน เมื่อเดือนมีนา นี่เอง เรา2คน(ออม+ดิเรก) ตัดสินใจจะไปเที่ยวแอฟริกากันค่ะ เพราะมีเพื่อนของเราเป็นเจ้าบ้านอยู่ที่โน่น

ก่อนเดินทางก็ เตรียมตัว เสื้อผ้า (เน้นแต่สีเข้มๆ เพราะนึกว่าเขาจะพาไปส่องสัตว์ค่ะ กลัวสัตว์เห็นแล้วเด๋วมันวิ่งหนี) แล้วก็รองเท้า อันนี้ไปสอยรองเท้ามีอ2 (หรืออาจจะมือที่ 8) มาจากเต้นท์แถวบ้าน ใส่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ กะว่า ใส่แล้วทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ที่โน่นเลยค่ะ

วันนี้ที่รอคอยยยย ช้านจะบินนนนนนนนนนนนนนนนน บินไป ไกลแสนไกลไม่หวั่น แผนการเดินทางเป็นงี้นะคะ BKK-SIN-CPN ก็นั่งลั๊ลล้าที่ที่นั่งตัวเองค่ะ เหมือนจะมีความสุขเพราะถูกขนาบข้างโดย ชาย 2 คน(ที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง ดิเรกเขาบินไปจาก Holland ถึงก่อน 1 วันค่ะ) พอเครื่องสตาร์ทเท่านั้นล่ะคะ ก๊อดดดด ไฟดับทั้งเครื่อง อกอีแป้นจะแตกค่ะ เริ่มมีลางสังหรณ์แต่ผู้โดยสารทุกคนยังนั่งต่อไป รวมทั้งอิชั้น ชวนหนุ่ม(เหลือน้อย)นามว่าคุณ Ed ที่นั่งข้างๆคุย อ่ะ คุยกันไปฆ่าเวลา แต่เอ๊ะชั่วโมงกว่าแล้วล้อยังไม่หมุน สรุปว่าก็ต้องโหลดคนออกจากเครื่องค่ะ สนุกสนาน+โกลาหล

ผู้โดยสารส่วนมากเป็นกลุ่มที่ต้องไปต่อเครื่องที่ Shangi (singapore)แต่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนก็เรื่มออกอาการเจ ค่ะ ตะคอกใส่กราวน์กันอย่างเมามัน บางคนก็หาว่าทีมงานเราห่วย แหมมมม ถ้าเอาเครื่องบินขึ้นง่ายๆอย่างที่พวกเขาๆ ต้องการกัน พี่ๆทีมงานเขาก็ไม่ขัดข้องหรอกนะคะ แต่หลังจาก 1 ชั่วโมงผ่านไปก็มีข่าวออกมาแล้วค่ะว่าจะมีไฟลท์ไปสิงคโปร์คืนนี้แน่นอน ผู้โดยสารก็เริ่มมาต่อรองถามไถ่ถึงไฟลท์ที่ตัวเองพลาดไป ออมก็เป็น 1 ในนั้นค่ะ ปกติแล้ว ไฟลท์จาก SIN-CPN จะมีทุกๆ 2 วัน ค่ะ แต่ออมไปไฟท์มาเพื่อนที่จะได้ไปถึงเร็วๆ โดยนั่งไปที่ Johannesburg แล้วต่อเครื่องในประเทศไป cape town เอาไงเอากันค่ะ

ตอนนี้เรานั่งเครื่องมาลงถึง Shangi แล้วค่ะ staff ของ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ มีการเตรียมตัวดีมากค่ะ มีการทำป้ายบอกชัดเจนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ออมก็ เดินบึ่งๆๆ ไปที่เคาน์เตอร์เลยค่ะ เพื่อขอvoucher สำหรับโรงแรมที่จะพักระหว่างรอเครื่องค่ะ ได้โรงแรม Holiday Inn ค่ะ ตอนนี้คุณEd ก็ยังวนเวียนอยู่ค่ะ เราหารค่า Taxi กันค่ะแล้วก็ไปเอาเงินกับโรงแรม ตอนนั้นประมาณตี 5 ก็ นัดกับคุณ Ed ว่าเด๋ว 10 โมงเราจะไปเดินชมเมืองกัน พอถึงหมอนปุ๊บ หลับทันที กว่าจะแงะตัวเองออกมาจากเตียงได้ก็ เลยเวลานัดไปแล้ว

เดินเล่นชมเมือง จนตัวไหม้แดดอ่ะ อันนี้งงมากว่า โอวว ชั้นจะดำตั้งแต่สิงคโปร์เลยหรือนี่ คราวนี้ไม่ได้ถ่ายอะไรที่สิงคโปร์มาเลย เพราะเป็นการเดินทางมาที่นี่ครั้งที่ 2 แต่ก็ ซื้อของที่จำเป็นนิดหน่อย เพราะไม่ได้เอากระเป๋าใหญ่ ออกมาจากสนามบิน

พอกลับมาที่ห้องประมาณ 5 โมงเย็น อาบน้ำแต่งตัว ไปทานข้าวเย็นที่โรงแรมจัดไว้ให้ ทานจนอื่มก็ นั่งtaxi กลับไปที่ airport คราวนี้ front desk ให้เป็นเงินสดมาคนละ 18 Singapore Dollars รวม 2 คนก้ 36 แต่taxi ไปแค่ 20 เองค่ะ คุณEd ก็เลยออกส่วนของเขาไปแล้วให้เราเก็บตังค์ไว้ซื้อขนม (ชอบบบบบเลยค่ะ shopping) ระหว่างรอเครื่องก็เข้าไปพำนักที่ Lounge โดยอาศัยบารมีของคุณ Ed อีกเช่นเคย ดวด coke+rum ไป3แก้ว กะว่า ขึ้นไปบนเครื่องจะเอาให้หลับเลยค่ะ ระหว่างที่รอในlounge ก็ มีอินเตอร์เนตเล่นฟรี เลยคุยกะเพื่อนสาวให้ sms ไปบอกดิเรกว่าไฟลท์เราเลื่อน เพื่อนสาวที่รักก็จัดแจงเสร็จสรรพ (อย่าเพิ่งงงนะคะ ว่าทำไมทำอารายให้ยุ่งอยาก ทำไมไม่โทร เพราะเปลืองตังค์ค่ะ 555 ดิเรกเปิด roaming เปลืองเงิน เลย sms ดีกว่า) เอาละค่ะ ลากสังขารอันงอมสุดๆ ขึ้นเครื่อง ลุ้นในใจว่าจะได้ครองทั้ง row สวรรค์เป็นใจจิงจิ๊งงงง ทั้ง เราและคุณ Ed ได้ครองคนละ Row เลยต่างคนต่างพักผ่อน อันนี้ออมนอนยาว 11 ชั่วโมงเลย ตื่นตอนกินกับลง อย่างเดียว อิอิอิ

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกราค่ะ คุณEd ต้องไปต่อ เครื่องไป Angola ที่ทำงานของเขา เราก็เข้าไปกอด 1 ที เพราะถ้าไม่มีเขาคงเหงาน่าดู ไม่มีคนให้คุยด้วย

คราวนี้เราต้องเผชิญชะตากรรมใน Johannesburg Airport คนเดียวละนะ ผ่านตม. ชาวพื้นเมืองเสร็จก็คว้ากระเป๋าหาdomestic terminal ทันที เดินไปประมาณ 1 กิโลถึงจะเจอค่ะ ไกลจริง 2ข้างทางก้มีแต่ก่อสร้างๆๆๆ เพื่อต้อนรับบอลโลก 2010 (จะเป็นเจ้าภาพได้จริงรึเปล่า อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป) พอไปถึงก็คว้าโฉนดไฟลท์ของตัวเองออกมาดู มองซ้ายมองชวา เย้ยยยยยยยยยยยยยยยยยทำไมมันไม่มีไฟลท์ที่เราจะบินอ่ะ ความเครียดเกาะกุมละคะ เดินไปถึงเคาน์เตอร์ของSouth African Airlines เขาบอก ยูก็ไปเข้าช่องที่เขียนว่าไปเคปทาวน์ซิ ไอ้เรานึกในใจว่า ตูจะไปได้ไงเล่า ไม่เห็นมีไฟลท์บอก ก็ เดินมั่วๆ เข้าไปล่ะค่ะ ต้องไปชั่งน้ำหนักกระเป๋าอีกรอบ คราวนี้งงมาก เพราะที่สุวรรณภูมิมันหนัก 20 โล พอมาถึง Jo'burg หนัก 15 โล เลยงงว่าตาชั่งใครโกง ของเราหรือของพี่ผิวสีกันแน่ อ่าcheck-in เสร็จแล้วสบายตัว ขอเดินเขาไปในgate เลยนะคะ อยากเจอความเจริญ อิอิ เห็นมี fast food คนประมาณล้านแปด เลยถอดใจค่ะ (ความจริงไม่อยากเสียตังค์ เพราะยังคงคอนเซปต์ฟรีอยู่) นั่งไปจนได้ยินเสียงเรียกขึ้นเครื่อง ดีใจมากค่ะ อีกแค่ 2 ชั่วโมงก้นน้อยๆ ของเราก็จะได้พัก พอขึ้นเครื่องปุ๊บหลับเลยค่ะ ไม่รู้ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ นอนลูกเดียวเลย(สงสัยสมองสั่งการให้หลับเพราะไม่อยากเห็น แอร์แก่ เดินบริการ โทษค่ะ ปากร้ายไปนิดส์) พอไปถึงที่ cape town อันนี้บ้านนอกนิดๆค่ะ ไฟลท์ระหว่างประเทศต้องนั่งรถบัสเข้ามา (เอ๊บ้านนอกยังไง 55 มันก็เหมือนบ้านเรา นินา) โอวววววววววววววววววววว เจอดิเรกและ มานี(เจ้าบ้านชาวแอฟริกาใต้) ยิ้มแก้มปริเลยค่ะ เพราะกว่าจะได้มาถึงที่นี่มันช่างทรหดนัก พออกมาจากterminal งงอีกแล้วอ่ะ เพราะลานจอดรถเล็กกว่าลานจอดรถ Majorรัชโยธิน อีก แต่จะปิดปากเงียบ เพราะได้เจอหวานใจและเพื่อนแล้ว แต่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้นะคะ ไว้จะมาต่อคราวหน้า

ปล blog หน้ามีรูปแน่นอนค่ะ


Create Date : 11 พฤษภาคม 2550
Last Update : 11 พฤษภาคม 2550 1:15:45 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 
เป็นไกด์รึป่าวคะ..
อยากไปเที่ยวแถวๆ แอฟริกามากๆ
แต่มันไกลแล้วก็ดูเหมือนจะน่ากลัวๆ อยู่ถ้าดุ่มๆ ไปคนเดียว
แนะนำบ้างดิฮะ.. อยากไปในทะเลทราย ไปในทุ่งซาวันน่า
ไปดูสัตว์.. อยากเห็นคนป่า..(แต่กัวโดนจับกิน)
อยากจะไปเห็นสักครั้งในชีวิต


โดย: Ultramarine (heart_of_andaman ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:41:52 น.  

 
ไม่ได้เป็นไกด์ค่ะ แต่มีโอกาสทางการท่องเที่ยวมากกว่า


โดย: สาวนักเดินทาง วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:04:59 น.  

 
เก่งจังเลย เดินทางคนเดียวได้ด้วย
เรื่องเล่าสนุกดีค่ะ


โดย: หอมกร วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:37:26 น.  

 
ท่าทางจะสวย ยังไม่ทันถึงก็มีการผจญภัยเสียแล้วนะเนี่ย น่าติดตามค่ะ แล้วก็รอดูรูปนะคะ


โดย: ดาว..กลางวัน วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:15:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Green is my Life
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เอาเรื่องโน้น เรื่องนี้มาเล่า แบ่งๆกันอ่าน แบ่งๆกันฟัง แต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องการเดินทางนะคะ
Friends' blogs
[Add Green is my Life's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.