Home Page...หน้าหลัก...
Group Blog
 
All blogs
 
@##เติมเต็มความรู้เรื่อง พระบรมมหาราชวัง ก่อนเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง



เติมเต็มความรู้เรื่อง“พระบรมมหาราชวัง”
ก่อนเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง


พระบรมมหาราชวัง หรือพระราชวังพระนคร เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ปัจจุบัน พระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดยมีผู้เข้าเยี่ยมชมในปี พ.ศ. 2549 เป็นจำนวนถึง 8,995,000 คน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังหลวงขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศและเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ การก่อสร้างพระราชวังหลวงเริ่มขึ้นพร้อมกับการสร้างพระนครเมื่อ พ.ศ. 2325 โดยสร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นที่อยู่ของพระยาราชาเศรษฐีและชาวจีนทั้งหลาย ดังนั้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่สถานที่แห่งใหม่ตั้งแต่คลองใต้วัดสามปลื้มจนถึงคลองเหนือวัดสามเพ็ง เริ่มดำเนินการในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 หลังพระราชพิธียกเสาหลักเมือง 1 วัน และมีการเฉลิมพระราชมนเฑียรในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325 แต่ขณะนั้นพระราชมนเฑียรสร้างด้วยเครื่องไม้และสร้างเสาระเนียดรายรอบพระราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก

ต่อมาใน พ.ศ. 2326 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชมนเทียร พระมหาปราสาท เปลี่ยนเสาระเนียดจากเครื่องไม้เป็นก่อกำแพงอิฐ สร้างประตูรายรอบพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนสร้างพระอารามในพระราชวังหลวง คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เมื่อสร้างพระราชนิเวศน์มนเฑียรเป็นการถาวรแล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มตามแบบแผนราชประเพณีอีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2328


พระบรมมหาราชวังได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขยายอาณาเขตและบูรณปฏิสังขรณ์มาในทุกรัชกาล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชอนุชา ขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงบัญญัติให้เรียกพระราชวังหลวงว่า พระบรมมหาราชวัง นั่นคือ ทรงบัญญัติให้ใช้คำว่า “บรม” สำหรับฝ่ายวังหลวง และ “บวร” สำหรับฝ่ายวังหน้า พระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้าจึงเรียกว่า “พระบวรราชวัง” เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว พระราชวังหลวงก็ยังคงใช้ว่า พระบรมมหาราชวัง มาจนกระทั่งปัจจุบัน


ที่ตั้งและอาณาเขต
หลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างราชธานีแห่งใหม่แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมมหาราชวังไว้ด้วย ที่ตรงบริเวณพระบรมมหาราชวังในปัจจุบันนี้แต่เดิมเป็นชุมชนชาวจีน พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีนเหล่านี้อพยพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บริเวณสำเพ็งในปัจจุบัน ในปัจจุบันพระบรมมหาราชวังตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีอาณาเขตติดต่อกับสถานที่สำคัญเรียงตามเข็มนาฬิกาดังนี้

ทิศเหนือ ติดกับท้องสนามหลวง
ทิศตะวันออก ติดกับกระทรวงกลาโหม
ทิศใต้ ติดกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
ทิศตะวันตก ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
พื้นที่ของพระบรมมหาราชวังในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อแรกสร้าง มีเนื้อที่ทั้งหมด 132 ไร่ ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ขยายเขตพื้นที่ออกไปเป็น 152 ไร่ 2 งาน จนถึงปัจจุบัน แผนผังของพระบรมมหาราชวังได้ยึดถือแบบของพระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา คือสร้างติดกับแม่น้ำ หันหน้าไปทางทิศเหนือโดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ทางทิศตะวันตก ให้กำแพงเมืองด้านข้างแม่น้ำเป็นกำแพงพระบรมมหาราชวังชั้นนอก และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระอารามหลวงในพระราชวังตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ์ของกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก

เขตพระราชฐาน
พระบรมมหาราชวังสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดารามและเขตพระราชฐานอันเป็นพื้นที่สำหรับเป็นที่ประทับและบริหารราชการแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ โดยเขตพระราชฐานสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
เขตพระราชฐานชั้นหน้า
เขตพระราชฐานชั้นหน้า นับตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรีถึงประตูพิมานไชยศรี (ไม่นับรวมบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม) รวมทั้ง บริเวณรอบนอกกำแพงชั้นในของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ตั้งของหน่วยราชการต่าง ๆ และที่ทำการของทหารรักษาพระราชวัง เช่น สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ ราชบัณฑิตยสถาน

เขตพระราชฐานชั้นกลาง

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทและพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท เขตพระราชฐานชั้นกลาง นับตั้งแต่ประตูพิมานไชยศรีถึงประตูสนามราชกิจ เป็นที่ตั้งของปราสาทราชมณเฑียรทั้งสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตก ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีฉัตรมงคล ประกอบไปด้วย


หมู่พระมหามณเฑียร
พระมหามณเฑียร เป็นหมู่พระที่นั่งที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับและเป็นพระราชพิธีมณฑลในพระราชพิธีปราบดาภิเษก ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นใน ปัจจุบัน ใช้เป็นพระราชพิธีมณฑลสำหรับประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและพระราชพิธีสำคัญอื่น ๆ ในพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีสืบเนื่องกันมา โดยพระที่นั่งที่สำคัญของพระมหามณเฑียร ได้แก่ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน


หมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
หมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อใช้เป็นสถานที่ออกว่าราชการและเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นใน เดิมประกอบด้วยหมู่พระที่นั่ง 11 องค์ ปัจจุบัน พระที่นั่งในหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทอยู่ในสภาพที่ชำรุดจนเกินกว่าการบูรณะได้จึงมีการรื้อพระที่นั่งลงหลายองค์ อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่บนสถานที่เดิม พระที่นั่งที่สำคัญของหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ได้แก่ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ และพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร



หมู่พระมหาปราสาท
หมู่พระมหาปราสาท เป็นหมู่พระที่นั่งที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญและเป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับ ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นใน ปัจจุบัน หมู่พระมหาปราสาทใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ อาทิ พระราชพิธีฉัตรมงคล รวมทั้ง เป็นสถานที่สำหรับสรงน้ำพระบรมศพและประดิษฐานพระบรมศพของของพระบรมราชวงศ์ชั้นสูง พระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งพิมานรัตยา พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท และพระที่นั่งราชกรัณยสภา



พระที่นั่งบริเวณสวนศิวาลัย
สวนศิวาลัย เป็นสวนภายในพระบรมมหาราชวัง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของพระอภิเนาว์นิเวศน์อันเป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตราบจนเสด็จสวรรคต แต่พระราชมณเฑียรดังกล่าวเกิดการชำรุดทรุดโทรมจนยากต่อการบูรณะซ่อมแซม ดังนั้น จึงจำต้องรื้อถอนไปเกือบหมดสิ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบัน สวนศิวาลัยและบริเวณใกล้เคียงมีพระที่นั่งที่สำคัญตั้งอยู่ ได้แก่ พระพุทธรัตนสถาน พระที่นั่งมหิศรปราสาท พระที่นั่งบรมพิมาน และพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท


แถวเต๊ง
 เดิมเป็นอาคารแถวทิมชั้นเดียวตั้งอยู่อบเขตพระราชฐานชั้นในทั้งด้านทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อกั้นเขตพระราชฐานชั้นในกับพระราชฐานชั้นนอกด้านทิศใต้ และใช้เป็นที่อยู่ของผู้ปฏิบัติงานในเขตพระราชฐานชั้นใน เช่นข้าหลวง คุณพนักงาน คุณห้องเครื่อง คุณเฒ่าแก่ ฯลฯ

เขตพระราชฐานชั้นใน

เขตพระราชฐานชั้นใน นับตั้งแต่ประตูสนามราชกิจจนถึงแถวเต๊งทางทิศใต้ เป็นเขตสำหรับผู้หญิงล้วน ผู้ชายที่อายุ 13 ปีขึ้นไปห้ามเข้า (ยกเว้นองค์พระมหากษัตริย์) หากจะเข้าก็ต้องมีโขลนกำกับดูแล (โขลน คือ ตำรวจหญิงที่คอยกำกับดูแล ความเรียบร้อยในเขตพระราชฐานชั้นใน) เป็นที่ตั้งของพระตำหนัก ตำหนัก เรือน ของพระมเหสี พระราชเทวี พระชายา พระราชธิดา เจ้าจอมมารดา เจ้าจอม ข้าราชบริพารและข้าราชการฝ่ายใน
การใช้งาน
พระบรมมหาราชวังได้ใช้เป็นที่ประทับและศูนย์กลางการปกครองของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์มาตลอด จนถึงกลางรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประทับเพียงครั้งคราว ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลได้เสด็จประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง กระทั่งเสด็จสวรรคต หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน มิได้มีพระมหากษัตริย์เสด็จมาประทับในพระบรมมหาราชวังเป็นการถาวรอีก ปัจจุบันพระที่นั่งบรมพิมาน เป็นเขตพระราชฐานและที่ประทับส่วนพระองค์ใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับบ้างเป็นครั้งคราว เช่นเวลาซ่อมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน หรือเวลามีการพระราชพิธี เป็นต้น พระบรมมหาราชวังใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ตามพระราชประเพณี, เป็นที่รับแขกเมือง และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งเป็นที่ตั้งพระบรมศพและพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ส่วนบริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอกได้ใช้เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ เช่น สำนักพระราชวัง, สำนักราชเลขาธิการและราชบัณฑิตยสถาน และเขตพระราชฐานชั้นในก็มิได้เป็นที่อยู่อาศัยของเจ้านายฝ่ายในอีกต่อไป แต่ยังคงเป็นที่ทำการและที่พำนักของข้าราชการสำนักพระราชวัง ฝ่ายพระราชฐานชั้นในบางส่วนซึ่งล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น

แผนที่ในพระบรมมหาราชวัง




  1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
  2. อาคารสำนักพระราชวัง
  3. สำนักราชเลขาธิการ
  4. ศาลาลูกขุนใน
  5. ศาลาสหทัยสมาคม
  6. พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
  7. ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์
  8. พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
  9. พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
  10. พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
  11. พระที่นั่งดุสิตาภิรมย์
  12. พระที่นั่งราชฤดี
  13. พระที่นั่งสนามจันทร์
  14. หอศาสตราคม
  15. หอพระสุราลัยพิมาน
  16. หอพระธาตุมณเฑียร
  17. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
  18. พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์
  19. พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ
  20. พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร
  21. พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
  22. พระที่นั่งพิมานรัตยา
  23. พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท
  24. พระที่นั่งราชกรัณยสภา
  25. ศาลาเปลื้องเครื่อง
  26. เขาไกรลาสจำลอง
  27. สวนศิวาลัย
  28. พระที่นั่งบรมพิมาน
  29. พระที่นั่งมหิศรปราสาท
  30. พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท
  31. พระที่นั่งสีตลาภิรมย์
  32. พระพุทธรัตนสถาน
  33. พระที่นั่งไชยชุมพล
  34. พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท
  35. เขตพระราชฐานชั้นใน


ที่มา bangkok-today
~~~~~~~~~~~~~~~~~



Create Date : 26 ตุลาคม 2559
Last Update : 26 ตุลาคม 2559 22:22:50 น. 0 comments
Counter : 415 Pageviews.
เตยจ๋า
Location :
พัทลุง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]






ทุกคนต่างก็รู้กันดีแก่ใจว่า คดีสหกรณ์มีเช็คเกี่ยวข้องอยู่ 878 ใบ ทุกใบมีชื่อคนรับเงินอย่างชัดเจน
(รวมที่นำมาบริจาคให้หลวงพ่อแค่ 10 ใบ)
แต่ทำไมดำเนินคดีอยู่คนเดียว ตามเล่นงานอยู่คนเดียว
เตรียมจะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว ทั้งที่หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
ไม่เคยทำธุรกรรมการเงิน หรือนิติกรรมสัญญา
ร่วมกับสหกรณ์เลยแม้แต่บาทเดียว เวลานี้ทั้งคนในวัด คนนอกวัด คนในสังคม ต่างมีคำถามเดียวกันว่า

1. อะไรคือมูลฐานความผิดในการสั่งฟ้อง ?
2. อะไรคือหลักฐานเชื่อมโยงข้อหา ?
3. อะไรคือการปกปิดอำพรางเงิน ?
4. อะไรคือการได้เงินมาโดยมิชอบ ?
5. อะไรคือนิติกรรมสัญญาร่วมกัน ?
6. อะไรคือเหตุผลที่ไม่ตามเงินอีก 11,000 ล้านบาท
7. อะไรคือเหตุผลที่จะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว
8. อะไรคือความยุติธรรมแก่วัดพระธรรมกาย
▶▶▶คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶อุโบสถวัดพระธรรมกายก่อสร้างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจริงหรือ?? สร้างมาจะ 30 ปี ล่ะนะ!!
▶▶▶ช่วงบ้านเมืองใช้ระบบพิเศษ ขอผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุกท่าน โปรดให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างไกล้ชิดและเป็นธรรมครับผม
▶▶▶แนวคิด..พระธัมมชโยไม่ผิด จะไปมอบตัวทำไม ? เรียบเรียงคำถามคำตอบโดย ดร.ชาตรี สูติวราพันธ์



#พระธัมมชโยเข้ากระบวนการยุติธรรมมาแล้วในฐานะพยาน ในคดีปี 56 และในคดีปี 59ที่เกี่ยวเนื่องด้วยใช้หลักฐานชุดเดียวกันนี้ ก็เข้ากระบวนการแล้วเพียงแต่ขอเลื่อนเพราะป่วยจริง แต่ฝ่ายสอบสวนไม่เชื่อและไม่มาตรวจสอบอีกด้วย เมื่อถูกออกหมายจับให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็ไม่ได้หลบหนีไปที่ไหน เพียงรอให้เจ้าหน้าที่มาหาอยู่ที่วัด ถึงแม้พระธัมมชโยจะเข้ากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นกลางนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานในความเป็นมนุษย์พึงได้เลย จึงต้องวิงวอนขอความยุติธรรมจากสังคมด้วย
/////บทความที่เกี่ยวข้อง (อยากรู้ความจริงเรื่องไหนก็เข้าไปอ่านได้เลย)
▶▶▶ ทำไมดื้อ? ทำไมไม่มอบตัว? ทำไมไม่เข้าประบวนการยุติธรรม?
▶▶▶ ไม่ผิดแล้วจะยืดเยื้อไปทำไม ??คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶ ทำไมพระธัมมชโยไม่มามอบตัวและพิสูจน์ความจริง ???.....
▶▶▶ DSI-ตร. ออกหมายเรียก,หมายจับ พระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย!!
▶▶▶คดีหลักที่เกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยโดยตรง



เรื่องศาสนาผู้มีอำนาจไม่ควร
ไปยุ่งเกี่ยว พระอยู่ส่วนพระ
การเมืองไปยุ่งมีแต่สร้างความ
แตกแยก การเมืองไทยเรื่องสกปรก
ทุจริต โกงทุกยุคสมัย!!
แต่บางยุคสมัย อำนาจมากๆ
ใครตรวจสอบมิได้
คนพวกนี้ กิเลส หนา
เข้าวัดเพื่อ รุกราน ทำลายพระ
เรื่องเงินปัจจัยบริจาค
เรื่องของ คนทำบุญ(ผู้ให้)
พระสงฆ์(ผู้รับ)
พระวินัย กำหนดไว้แล้ว
สิ่งไหนพระสงฆ์สามารถ
รับได้-ไม่สามารถรับได้
Cr:รัชพล พิบูลย์
▶▶▶" วัดพระธรรมกาย " ในมุมที่ผมรู้จัก จากเลขาสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย!
▶▶▶ยิ่งเอากฎหมายเข้ามาบีบ ให้คดีมาวันละเป็น ๑๐๐ ยิ่งทำให้สังคมเห็นว่านี่คือ การกลั่นแกล้งกันอย่างชัดเจน
▶▶▶ มีคนถามว่า..เข้าวัดแล้วรวยทำไง?
▶▶▶"กำแพงวัด" และทรัพย์สินอื่นๆ ของวัด และเป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา
▶▶▶หนึ่งในผลงานของพระไทย ที่นำพุทธศาสนาไปไกลถึง อัลบาเนีย..



▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๑) ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๒) อยู่ได้เพราะครูดี
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๓) อานุภาพความดีสากล
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๔) รอดได้เพราะครูดี



▶▶▶ดูวัดพระธรรมกายเป็นกรณีตัวอย่าง หน่วยงานท้องถิ่นใช้กฎหมายแบบให้โทษ ตั้งข้อหาเล็กๆ น้อยๆ ไปเกือบ 200 คดี แต่ละคดีโทษก็ไม่มาก แค่เสียค่าปรับหรือติดคุกคดีละ 1 ปีเท่านั้นเอง รวมระยะเวลาพ้นโทษก็ 200 ปีพอดี
ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเรื่องแบบนี้กับวัดสามหมื่นวัดทั่วประเทศบ้าง ใครจะกล้าบวชพระ ใครจะกล้าเป็นเจ้าอาวาส สามหมื่นวัดมิร้างจากแผ่นดินไทยหรอกหรือ ขนาดหลวงพ่อท่านนอนป่วยอยู่เฉยๆ ยังโดนข้อหาไปเกือบ 200 คดีแล้ว ... เวลาพระไปรับทราบข้อกล่าวหา ปีหน้าคงต้องเอาเข่งไปที่โรงพักด้วย


▶▶▶ปธ ศาลฏีกาแนะผู้พิภากษา เลี่ยงจำคุกคดีผิดเล็กน้อย





▶▶▶ อยากจะยึดทรัพย์ของวัดท่าเดียว....ตกลงแล้วเขาจะเอาอะไรแน่ พระไตรปิฎกก็ไม่เอา กฎหมายก็ไม่เอา ถูกผิดก็ไม่เอา ?
▶▶▶ช่างเป็นบุญเมื่อพระผู้สำเร็จจากภูเขาควาย มารับบิณฑบาตที่วัดพระธรรมกาย (Part1)
▶▶▶เปิดกลโกง !!? ตีข่าวธรรมกาย ที่แท้กลบข่าวแก้ไข้พ.ร.บ. แต่งตั้งพระสังฆราช



BlogGang Popular Award #11
Flag Counter
 เริ่มนับ 29 สิงหาคม 2559
Friends' blogs
[Add เตยจ๋า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.