Home Page...หน้าหลัก...
Group Blog
 
All blogs
 
▶▶▶"บัว" กับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา




ดอกบัวก็เหมือนกับคนเรานี้เอง ดอกบัวที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำขึ้นมารับแสงสว่างได้นั้น ก็เหมือนกับ ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง กลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ซึ่งถือเป็นความหมายอันลึกซึ้งและเป็นมงคลยิ่งนัก http://winne.ws/n10137

"บัว”  ถือเป็นพืชไม้น้ำที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต  ความเชื่อทางศาสนาและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์และความเบิกบาน  ซึ่งเห็นได้จากการนำดอกบัวมาใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ  ครูอิงเคยศึกษาจึงนำมาลำดับความ พบว่า “บัว” เป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติอยู่หลายตอน  หลายเหตุการณ์

  เหตุการณ์แรก เมื่อพระโพธิสัตว์ ซึ่งต่อมาคือเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จจากสวรรค์ชั้นดุสิต    เพื่อเข้าสู่พระครรภ์พระมารดา วันที่เสด็จลงมาบังเกิดนั้น  คืนนั้น พระนางสิริมหามายา พระมารดาทรงมีพระสุบินนิมิตว่า พระนางได้เข้าไปอยู่ในป่าหิมพานต์ ได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่ง ลงมาจากยอดเขาสูง เข้ามาหาพระนางปฐมสมโพธิ พรรณนาเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า“มีเศวตหัตถีช้างหนึ่ง...ชูงวงอันจับปทุมชาติสีขาว มีเสาวคนธ์หอมฟุ้งตรลบ แล้วร้องโกญจนาทเข้ามาในกนกวิมาน แล้วกระทำประทักษิณพระองค์อันบรรทมถ้วนครบสามรอบแล้ว เหมือนดุจเข้าไปในอุทรประเทศ ฝ่ายทักษิณปรเศว์แห่งพระราชเทวี...”ในขณะนั้น ได้เกิดบุพนิมิตขึ้น  ๓๒  ประการ ประการที่เกี่ยวกับดอกบัวคือ มีดอกบัวปทุมชาติหรือบัวหลวง  ๕  ชนิด อันได้แก่

   เหล่าปทุมชาติ เกิดดารดาษไปในน้ำและบนบกอย่างหนึ่ง ผุดงอกขึ้นจากแผ่นหินแห่งละเจ็ดดอกอย่างหนึ่ง และต้นพฤกษาลดาชาติ ก็เกิดดอกบัวออกตามลำต้นและกิ่งก้านอีกอย่างหนึ่ง

  เหตุการณ์ที่สอง เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ เมื่อทรงก้าวลงจากพระครรภ์ ทรงผินพระพักตร์ไปยังทิศอุดร ชี้พระดรรชนีขึ้นฟ้า แล้วเสด็จดำเนินไป 7 ก้าว แต่ละก้าวมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ และทรงเปล่งอาสภิวาจา(วาจาอย่างองอาจ)ว่า "เราเป็นผู้เลิศของโลก เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ประเสริฐที่สุดของโลก นี้เป็นการเกิดครั้งสุดท้าย ไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป” ดอกบัวที่ผุดขึ้นมารับพระบาทนี้ หมายถึงพระองค์จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสโดย       สิ้นเชิง  ราชบัณฑิตยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์สามารถตรัสได้ทันทีที่ประสูติ   ต่อคำถามที่ว่า เป็นเพียงสัญลักษณ์เปรียบเทียบถึงอะไร หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง        ท่านตอบว่ามีเขียนไว้ในพระไตรปิฎก โดยพระพุทธองค์ตรัสเล่าให้สาวกฟังด้วยพระองค์เอง โดยทรงสรุปสั้นๆว่า “เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์” โดยท่านยกขึ้นเปรียบเทียบกับเด็กชาย      ที่ได้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุค คือ คริสเตียน ไฮเนเก้น ที่เกิดมาสองชั่วโมงก็พูดได้ อายุ ๔ ขวบ    ก็พูดได้ ๗ ภาษา พออายุ ๗ ขวบ สามารถแสดงปาฐกถาเรื่องอภิปรัชญาชั้นสูงให้ที่ประชุมปราชญ์ได้ทึ่ง 

 เหตุการณ์ที่สาม เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ ๗ พรรษา พระราชบิดาโปรดให้ขุดสระโบกขรณี   ๓ สระ สำหรับให้ทรงลงเล่นน้ำ โดยปลุกอุบลบัวขาบสระหนึ่ง ปทุมบัวหลวงสระหนึ่ง และบุณฑริกบัวขาวอีกสระหนึ่ง  และเมื่อทรงตรัสรู้ ทรงเปรียบเวไนยสัตว์ อุปมาดังบัว สี่เหล่า          คือ ดังที่ครูอิงได้เสนอไปแล้วในบันทึกก่อนนี้

 เหตุการณ์ที่สี่ คือ ครหพินน์เจ็บใจที่สิริตุตถ์หลอกอาจารย์เดียรถีร์ของตนให้ตกลงไปในหลุมอุจจาะ จึงคิดแก้แค้น หลอกพระพุทธเจ้าอันเป็นอาจารย์ของสิริคุตถ์บ้าง โดยล่อให้ตกลงไปในหลุมที่ก่อไฟด้วยไม้ตะเคียน ปรากฏว่ามีดอกบัว ผุดขึ้นมารับพระบาทพระองค์ 

เหล่านี้คือเรื่องราวของ “บัว” ที่เกี่ยวข้องในพุทธศาสนา

  คนไทยส่วนใหญ่มักจะใช้ดอกบัว ในการบูชาพระอยู่เสมอ แต่บัวที่เรานิยมปลูกไว้ภาย         ในบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล คือ บัวหลวง บัวผัน บัวฝรั่ง บัวสาย และบัวกระด้ง

 ความเชื่อในทางพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยโบราณว่า ดอกบัวก็เหมือนกับคนเรานี้เอง ดอกบัว  ที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำขึ้นมารับแสงสว่างได้นั้น ก็เหมือนกับ ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง กลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ซึ่งถือเป็นความหมายอันลึกซึ้งและเป็นมงคลยิ่งนัก

 คนโบราณจึงมึความเชื่อว่า ครอบครัวใดที่ปลูกบัวเอาไว้ประจำบ้าน ก็จะช่วยให้คนครอบครัวนั้น มีจิตใจที่บริสุทธิ์ สะอาด และเบิกบานแจ่มใส เช่นเดียวกับดอกบัว และยังเชื่ออีกว่า สายใยของบัวที่ยืดยาวนั้น คือสายสัมพันธ์ของครอบครัว จะทำให้ทุกคนมีความห่วงใยรักใคร่ และผูกพันต่อกันอย่างแนบแน่น ครอบครัวนั้น ก็จะมีแต่ความสุข  เพราะความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัวทุกคน

ดอกบัวสวยด้วยโคลนตมบ่มเพาะให้         แต่น้ำใสไล้ชูช่อทอแสงศรี

พุทธประวัติบันทึกไว้ดอกไม้ดี                      บุปผานี้เป็นศรีศาสน์รองบาทเดิน

บัวมีบุญกว่าเราหลายเท่านัก                         เห็นประจักษ์ดังบันทึกนึกแล้วเขิน

เกิดเป็นคนมีบุญเก่าต้องก้าวเดิน                น่าขวยเขินถ้าไม่ทำตามพุทธองค์
__________________________
ขอขอบคุณ:https://www.gotoknow.org/posts/294373
______________
ที่มา http://www.winnews.tv/news/10137


Create Date : 15 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2559 10:29:50 น. 0 comments
Counter : 280 Pageviews.
เตยจ๋า
Location :
พัทลุง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]






ทุกคนต่างก็รู้กันดีแก่ใจว่า คดีสหกรณ์มีเช็คเกี่ยวข้องอยู่ 878 ใบ ทุกใบมีชื่อคนรับเงินอย่างชัดเจน
(รวมที่นำมาบริจาคให้หลวงพ่อแค่ 10 ใบ)
แต่ทำไมดำเนินคดีอยู่คนเดียว ตามเล่นงานอยู่คนเดียว
เตรียมจะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว ทั้งที่หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
ไม่เคยทำธุรกรรมการเงิน หรือนิติกรรมสัญญา
ร่วมกับสหกรณ์เลยแม้แต่บาทเดียว เวลานี้ทั้งคนในวัด คนนอกวัด คนในสังคม ต่างมีคำถามเดียวกันว่า

1. อะไรคือมูลฐานความผิดในการสั่งฟ้อง ?
2. อะไรคือหลักฐานเชื่อมโยงข้อหา ?
3. อะไรคือการปกปิดอำพรางเงิน ?
4. อะไรคือการได้เงินมาโดยมิชอบ ?
5. อะไรคือนิติกรรมสัญญาร่วมกัน ?
6. อะไรคือเหตุผลที่ไม่ตามเงินอีก 11,000 ล้านบาท
7. อะไรคือเหตุผลที่จะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว
8. อะไรคือความยุติธรรมแก่วัดพระธรรมกาย
▶▶▶คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶อุโบสถวัดพระธรรมกายก่อสร้างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจริงหรือ?? สร้างมาจะ 30 ปี ล่ะนะ!!
▶▶▶ช่วงบ้านเมืองใช้ระบบพิเศษ ขอผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุกท่าน โปรดให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างไกล้ชิดและเป็นธรรมครับผม
▶▶▶แนวคิด..พระธัมมชโยไม่ผิด จะไปมอบตัวทำไม ? เรียบเรียงคำถามคำตอบโดย ดร.ชาตรี สูติวราพันธ์



#พระธัมมชโยเข้ากระบวนการยุติธรรมมาแล้วในฐานะพยาน ในคดีปี 56 และในคดีปี 59ที่เกี่ยวเนื่องด้วยใช้หลักฐานชุดเดียวกันนี้ ก็เข้ากระบวนการแล้วเพียงแต่ขอเลื่อนเพราะป่วยจริง แต่ฝ่ายสอบสวนไม่เชื่อและไม่มาตรวจสอบอีกด้วย เมื่อถูกออกหมายจับให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็ไม่ได้หลบหนีไปที่ไหน เพียงรอให้เจ้าหน้าที่มาหาอยู่ที่วัด ถึงแม้พระธัมมชโยจะเข้ากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นกลางนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานในความเป็นมนุษย์พึงได้เลย จึงต้องวิงวอนขอความยุติธรรมจากสังคมด้วย
/////บทความที่เกี่ยวข้อง (อยากรู้ความจริงเรื่องไหนก็เข้าไปอ่านได้เลย)
▶▶▶ ทำไมดื้อ? ทำไมไม่มอบตัว? ทำไมไม่เข้าประบวนการยุติธรรม?
▶▶▶ ไม่ผิดแล้วจะยืดเยื้อไปทำไม ??คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶ ทำไมพระธัมมชโยไม่มามอบตัวและพิสูจน์ความจริง ???.....
▶▶▶ DSI-ตร. ออกหมายเรียก,หมายจับ พระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย!!
▶▶▶คดีหลักที่เกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยโดยตรง



เรื่องศาสนาผู้มีอำนาจไม่ควร
ไปยุ่งเกี่ยว พระอยู่ส่วนพระ
การเมืองไปยุ่งมีแต่สร้างความ
แตกแยก การเมืองไทยเรื่องสกปรก
ทุจริต โกงทุกยุคสมัย!!
แต่บางยุคสมัย อำนาจมากๆ
ใครตรวจสอบมิได้
คนพวกนี้ กิเลส หนา
เข้าวัดเพื่อ รุกราน ทำลายพระ
เรื่องเงินปัจจัยบริจาค
เรื่องของ คนทำบุญ(ผู้ให้)
พระสงฆ์(ผู้รับ)
พระวินัย กำหนดไว้แล้ว
สิ่งไหนพระสงฆ์สามารถ
รับได้-ไม่สามารถรับได้
Cr:รัชพล พิบูลย์
▶▶▶" วัดพระธรรมกาย " ในมุมที่ผมรู้จัก จากเลขาสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย!
▶▶▶ยิ่งเอากฎหมายเข้ามาบีบ ให้คดีมาวันละเป็น ๑๐๐ ยิ่งทำให้สังคมเห็นว่านี่คือ การกลั่นแกล้งกันอย่างชัดเจน
▶▶▶ มีคนถามว่า..เข้าวัดแล้วรวยทำไง?
▶▶▶"กำแพงวัด" และทรัพย์สินอื่นๆ ของวัด และเป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา
▶▶▶หนึ่งในผลงานของพระไทย ที่นำพุทธศาสนาไปไกลถึง อัลบาเนีย..



▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๑) ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๒) อยู่ได้เพราะครูดี
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๓) อานุภาพความดีสากล
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๔) รอดได้เพราะครูดี



▶▶▶ดูวัดพระธรรมกายเป็นกรณีตัวอย่าง หน่วยงานท้องถิ่นใช้กฎหมายแบบให้โทษ ตั้งข้อหาเล็กๆ น้อยๆ ไปเกือบ 200 คดี แต่ละคดีโทษก็ไม่มาก แค่เสียค่าปรับหรือติดคุกคดีละ 1 ปีเท่านั้นเอง รวมระยะเวลาพ้นโทษก็ 200 ปีพอดี
ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเรื่องแบบนี้กับวัดสามหมื่นวัดทั่วประเทศบ้าง ใครจะกล้าบวชพระ ใครจะกล้าเป็นเจ้าอาวาส สามหมื่นวัดมิร้างจากแผ่นดินไทยหรอกหรือ ขนาดหลวงพ่อท่านนอนป่วยอยู่เฉยๆ ยังโดนข้อหาไปเกือบ 200 คดีแล้ว ... เวลาพระไปรับทราบข้อกล่าวหา ปีหน้าคงต้องเอาเข่งไปที่โรงพักด้วย


▶▶▶ปธ ศาลฏีกาแนะผู้พิภากษา เลี่ยงจำคุกคดีผิดเล็กน้อย





▶▶▶ อยากจะยึดทรัพย์ของวัดท่าเดียว....ตกลงแล้วเขาจะเอาอะไรแน่ พระไตรปิฎกก็ไม่เอา กฎหมายก็ไม่เอา ถูกผิดก็ไม่เอา ?
▶▶▶ช่างเป็นบุญเมื่อพระผู้สำเร็จจากภูเขาควาย มารับบิณฑบาตที่วัดพระธรรมกาย (Part1)
▶▶▶เปิดกลโกง !!? ตีข่าวธรรมกาย ที่แท้กลบข่าวแก้ไข้พ.ร.บ. แต่งตั้งพระสังฆราช



BlogGang Popular Award #11
Flag Counter
 เริ่มนับ 29 สิงหาคม 2559
Friends' blogs
[Add เตยจ๋า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.