Home Page...หน้าหลัก...
Group Blog
 
All blogs
 
▶▶▶การเพิ่มพลังบุญแบบไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว!! ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ



ท่านสอนไว้ว่า -เวลาตื่นเช้ามาขณะล้างหน้าหรือดื่มน้ำให้ท่องว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตในวันใหม่ ฯลฯ



1. การเพิ่มพลังบุญแบบไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียวเคล็ดวิชานี้ เป็นของท่านหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านสอนไว้ว่า -เวลาตื่นเช้ามาขณะล้างหน้าหรือดื่มน้ำให้ท่องว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตในวันใหม่-ก่อนกินข้าว ก็ให้นึกถวายข้าวแด่พระพุทธเจ้า -ออกจากบ้าน เห็นคนอื่นเค้ากระทำความดี เป็นต้นว่าเห็นเค้าใส่บาตรพระ จูงคนแก่ขามถนน ก็ให้นึกอนุโมทนากับเขาด้วย-เดินผ่านเห็นดอกไม้บูชาพระวางขายอยู่ ก็ให้เอาจิตนึกอธิฐานขอถวายดอกไม้เหล่านั้นเป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัย โดยระลึกว่า พุทธัสสะ ธัมมัสสะ สังฆัสสะ ปูเชมิ แล้วอย่าลืมอุทิศบุญให้พ่อค้า แม่ค้าดอกไม้นั้นด้วย -เวลาไปไหนมาไหน เห็นไฟข้างทางก็ให้นึกน้อมถวายไฟเหล่านั้นบูชาพระรัตนตรัย โดยระลึกว่า โอม อัคคีไฟฟ้า พุทธบูชา ธัมมะบูชา สังฆบูชา

2. การเพิ่มพลังบุญด้วยเงินน้อย แต่ได้อานิสงส์ยิ่งใหญ่การสร้างบุญที่เป็นมหากุศล อาทิเช่น การสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ พระมหาเจดีย์ สร้างยอดฉัตรหรือสร้างศาสนสถานอื่นใดก็ตาม รวมถึงธรรมทานด้วย เพื่อลดวิบากกรรมหนักๆ สามารถทำได้ แม้แต่ผู้ที่มีเงินน้อย การทำบุญนี้ ไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินมาก เหมือนที่หลายๆคนในปัจจุบันเข้าใจและติดเป็นค่านิยมกัน การทำบุญทุกอย่าง ไม่ว่าจะบุญเล็ก บุญใหญ่ ให้ทำตามแต่กำลังของเราที่สามารถจะทำได้ และต้องไม่เดือดร้อนตัวเอง แม้แต่เงินสลึงเดียวก็สามารถสร้างมหากุศลได้ ขอให้เพียงเงินนั้นบริสุทธิ์ ไม่ได้ไปเบียดเบียนของใครมาก็พอ และที่สำคัญเจตนาตอนที่ทำ ต้องบริสุทธิ์ มีความยินดีในบุญที่ทำ เกิดความสุขและความอิ่มเอมใจ นั่นแหละมหากุศลทั้งสิ้นแต่ถ้าไม่มีเงินจริงๆ ก็ยังสร้างมหากุศลได้ โดยการมใช้แรงกายแรงใจในการช่วยก่อสร้าง หรือแม้แต่การไปชักชวน ป่าวประกาศให้คนมาร่วมสร้างบุญ และขออนุโมทนาบุญกับคนเหล่านั้นด้วยทุกครั้ง ก็จะได้บุญมากเช่นเดียวกัน อยู่ที่เจตนาและความตั้งใจเป็นที่ตั้ง สรุปสั้นๆ ว่า การทำบุญนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าใดก็ได้บุญเช่นกัน ยิ่งการทำบุญใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมากมากหรือสังคม บุญนั้นก็จะมากขึ้นทวีคูณ ไม่มีวันหมด อาทิเช่น สังฆทาน สร้าง โรงทาน วิหาร อุโบสถ ถนน เป็นต้น จนกว่าสิ่งก่อสร้างหรือศาสนสถานนั้นๆที่ร่วมสร้างจะพังทลายไป

3. การสวดภาวนา ให้ได้บุญมากขึ้นการสวดภาวนา คาถาศักดิ์สิทธิ์ หรือมนตราอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ถ้าได้ทำอย่างถูกวิธีนั้น จะเป็นการเพิ่มบุญให้กับตัวเอง เพราะพลังบุญ พลังอำนาจของพระคาถาและมนตรานั้น จะถูกดึงเข้าสู่ตัวผู้สวดด้วย เคล็ดวิธีมีอยู่ว่า โดยก่อนสวดนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิที่พร้อมจะสวดแล้ว ขอให้ตั้งจิตให้มั่นแล้วอุทิศบุญทั้งหมดที่ตนเคยทำมานั้น ส่งให้แด่ครูบาอาจารย์ ผู้เป็นเจ้าของคาถาหรือมนตรานั้นๆด้วย ซึ่งเป็นการเชื่อมบุญรูปแบบหนึ่ง และหลังจากนั้น ก็อธิฐานขอมีส่วนร่วมในบุญของท่าน และขอมีส่วนร่วมในบุญของผู้อื่นที่ได้สวดคาถาและมนตราศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วย เมื่อใดตามที่มีคนอื่นสวดและกระทำเหมือนกับเรา เราก็ได้บุญเพิ่มทุกครั้ง

4.การทำบุญด้วยการต่อชีวิตสัตว์ ให้ได้บุญมากขึ้นการทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์หรือต่อชีวิตสัตว์นั้น หลายคนเรียกว่า เป็นการสะเดาะเคราะห์ ซึ่งก็แล้วแต่จิตจะพาไป แต่ในความเป็นจริงก็คือ เป็นการทำบุญใหญ่ เป็นการช่วยต่อชีวิต ต่อโชคชะตา ให้เวลากับสัตว์ที่กำลังจะถึงตายให้ได้มีชีวิตอีกครั้ง และเคล็ดลับสำคัญก็คือ ก่อนที่จะปล่อยสัตว์นั้นๆ เมื่อได้ซื้อมาหรือเจอ ณ ที่ใดก็ตาม ให้นำไปถวายกับพระสงฆ์เสียก่อน เพื่อเพิ่มบุญให้มากขึ้น เหตุเพราะว่าพระสงฆ์ที่รับนั้นท่านบริสุทธิ์ และมีศีลมากกว่าเรา ท่านย่อมมีบุญมากกว่าเรา ยิ่งเป็นพระสงฆ์ที่มีเนื้อนาบุญมากแล้ว บุญนั้นจะเพิ่มเป็นหลายเท่า จากนั้นก็ขอผาติกรรมชำระหนี้สงฆ์ซื้อคืนมาจากท่าน ด้วยเงินเท่ากับจำนวนที่เราซื้อสัตว์นั้นๆมา วิธีนี้เป็นการเพิ่มบุญอีกเท่าตัว ได้ทั้งทำบุญต่อชีวิตสัตว์ และชำระหนี้สงฆ์ด้วย หลังจากนั้นก็นำไปปล่อยในที่อันสมควรอานิสงส์ของการทำบุญด้วยวิธีนี้ ถ้าใครที่ทำได้ตามนี้ บุญที่ได้จะเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่า จากการที่ไปซื้อมาแล้วก็ไปปล่อยตามยถากรรม วิธีนี้นอกจากได้บุญน้อยแล้ว แถมยังได้บาปกลับมาด้วย ดังนั้นจะทำบุญทั้งที ควรฉลาดในการทำบุญด้วย

5. การทำสังฆทานให้ได้อานิสงส์บุญมากขึ้นการทำสังฆทานควรทำให้ครบทั้งปัจจัยสี่ มีอาหาร( คาว-หวาน-ผลไม้-น้ำ ) ,เครื่องนุ่งห่ม ( ผ้าไตรจีวร หรือ ผ้าขนหนูสีสุภาพ ) , ยารักษาโรค และควรเพิ่มหนังสือธรรมะเข้าไปด้วยเพื่อให้จิตใจของเจ้ากรรมนายเวรซึ้งในรส พระธรรม มีจิตใจที่เย็นสบายพ้นทุกข์เคล็ดลับสำคัญ เครื่องสังฆทานและอาหารเหล่านี้ เราควรที่จะต้องไปถวายแด่พระสงฆ์ที่มีเนื้อนาบุญสูง แต่ถ้าหาไม่ได้หรือไม่ทราบ ให้เรานั้นตั้งจิตอธิฐานถวายแด่พระพุทธเจ้าโดยตรงและ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ หรือครูบาอาจารย์ที่เรานับถือ เพื่อให้อานิสงส์ของบุญจะได้มากขึ้นทบทวี และหลังจากนั้นก็ให้อุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งหมด และควรกรวดน้ำหลังทำบุญทุกครั้งเพื่อให้พระแม่ธรณีและเทพเทวาทั้งปวงท่าน เป็นพยานในการทำบุญครั้งนี้สรุป เมื่อท่านได้ทราบว่า ทำบุญอะไร แล้วได้รับอานิสงส์ของการทำบุญเป็นอย่างไร สมควรช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย เพราะเป็นการให้คนได้รู้ถึงอานิสงส์ของทำบุญในแต่ละอย่าง จะได้จำสืบต่อกันไปอย่างถูกต้อง ดังนั้น จึงสรุปว่า การทำบุญอะไรก็ตาม เมื่อได้ทำบุญแล้ว ก็ได้รับผลบุญในทันที กล่าวคือ ขณะที่ทำบุญนั้น สภาพจิตของเราตรงนั้นเป็นอย่างไร สุขใจไหม สบายใจไหม ภูมิใจไหม ตรงนี้ไม่ต้องถาม หวังว่า ท่านที่เคยทำบุญมาแล้วก็จะตอบตนเองได้อย่างแจ่มแจ้งทีเดียว เมื่อเราได้ทำบุญ ผลของการทำบุญ จะให้อานิสงส์ไม่เหมือนกัน บุญบางอย่าง ก็ให้ผลโดยตรง แต่บุญบางอย่าง ก็ให้ผลโดยอ้อมไม่ตรงทีเดียว ในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า อานิสงส์แห่งการทำบุญนั้นไม่เหมือนกัน และผลบุญที่เราได้ทำนั้น รอให้ผลอยู่ตลอดเวลาแก่ผู้ที่ได้ทำบุญไว้ ตราบเท่าที่ยังมีผลบุญอยู่ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ ถ้าไม่ประมาท ถึงแม้ไม่มีอะไรจะทำบุญ เพียงแต่เห็นคนอื่นเขาทำบุญ แล้วทำใจให้เลื่อมใส ก็เป็นอันได้ทำบุญเหมือนกัน บุญชนิดนี้ เรียกว่า บุญด้านปัตตานุโมทนามัย ( บุญจากการอนุโมทนาบุญ ) 

สรุป


 เมื่อท่านได้ทราบว่า ทำบุญอะไร แล้วได้รับอานิสงส์ของการทำบุญเป็นอย่างไร สมควรช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย เพราะเป็นการให้คนได้รู้ถึงอานิสงส์ของทำบุญในแต่ละอย่าง จะได้จำสืบต่อกันไปอย่างถูกต้อง

ดังนั้น จึงสรุปว่า การทำบุญอะไรก็ตาม เมื่อได้ทำบุญแล้ว ก็ได้รับผลบุญในทันที กล่าวคือ ขณะที่ทำบุญนั้น สภาพจิตของเราตรงนั้นเป็นอย่างไร สุขใจไหม สบายใจไหม ภูมิใจไหม ตรงนี้ไม่ต้องถาม หวังว่า ท่านที่เคยทำบุญมาแล้วก็จะตอบตนเองได้อย่างแจ่มแจ้งทีเดียว

   เมื่อเราได้ทำบุญ ผลของการทำบุญ จะให้อานิสงส์ไม่เหมือนกัน บุญบางอย่าง ก็ให้ผลโดยตรง แต่บุญบางอย่าง ก็ให้ผลโดยอ้อมไม่ตรงทีเดียว ในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า อานิสงส์แห่งการทำบุญนั้นไม่เหมือนกัน และผลบุญที่เราได้ทำนั้น รอให้ผลอยู่ตลอดเวลาแก่ผู้ที่ได้ทำบุญไว้ ตราบเท่าที่ยังมีผลบุญอยู่ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ ถ้าไม่ประมาท ถึงแม้ไม่มีอะไรจะทำบุญ เพียงแต่เห็นคนอื่นเขาทำบุญ แล้วทำใจให้เลื่อมใส ก็เป็นอันได้ทำบุญเหมือนกัน บุญชนิดนี้ เรียกว่า บุญด้านปัตตานุโมทนามัย ( บุญจากการอนุโมทนาบุญ )

Cr: Win News....


Create Date : 07 มกราคม 2560
Last Update : 7 มกราคม 2560 0:13:59 น. 0 comments
Counter : 577 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
เตยจ๋า
Location :
พัทลุง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]






ทุกคนต่างก็รู้กันดีแก่ใจว่า คดีสหกรณ์มีเช็คเกี่ยวข้องอยู่ 878 ใบ ทุกใบมีชื่อคนรับเงินอย่างชัดเจน
(รวมที่นำมาบริจาคให้หลวงพ่อแค่ 10 ใบ)
แต่ทำไมดำเนินคดีอยู่คนเดียว ตามเล่นงานอยู่คนเดียว
เตรียมจะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว ทั้งที่หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
ไม่เคยทำธุรกรรมการเงิน หรือนิติกรรมสัญญา
ร่วมกับสหกรณ์เลยแม้แต่บาทเดียว เวลานี้ทั้งคนในวัด คนนอกวัด คนในสังคม ต่างมีคำถามเดียวกันว่า

1. อะไรคือมูลฐานความผิดในการสั่งฟ้อง ?
2. อะไรคือหลักฐานเชื่อมโยงข้อหา ?
3. อะไรคือการปกปิดอำพรางเงิน ?
4. อะไรคือการได้เงินมาโดยมิชอบ ?
5. อะไรคือนิติกรรมสัญญาร่วมกัน ?
6. อะไรคือเหตุผลที่ไม่ตามเงินอีก 11,000 ล้านบาท
7. อะไรคือเหตุผลที่จะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว
8. อะไรคือความยุติธรรมแก่วัดพระธรรมกาย
▶▶▶คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶อุโบสถวัดพระธรรมกายก่อสร้างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจริงหรือ?? สร้างมาจะ 30 ปี ล่ะนะ!!
▶▶▶ช่วงบ้านเมืองใช้ระบบพิเศษ ขอผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุกท่าน โปรดให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างไกล้ชิดและเป็นธรรมครับผม
▶▶▶แนวคิด..พระธัมมชโยไม่ผิด จะไปมอบตัวทำไม ? เรียบเรียงคำถามคำตอบโดย ดร.ชาตรี สูติวราพันธ์



#พระธัมมชโยเข้ากระบวนการยุติธรรมมาแล้วในฐานะพยาน ในคดีปี 56 และในคดีปี 59ที่เกี่ยวเนื่องด้วยใช้หลักฐานชุดเดียวกันนี้ ก็เข้ากระบวนการแล้วเพียงแต่ขอเลื่อนเพราะป่วยจริง แต่ฝ่ายสอบสวนไม่เชื่อและไม่มาตรวจสอบอีกด้วย เมื่อถูกออกหมายจับให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็ไม่ได้หลบหนีไปที่ไหน เพียงรอให้เจ้าหน้าที่มาหาอยู่ที่วัด ถึงแม้พระธัมมชโยจะเข้ากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นกลางนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานในความเป็นมนุษย์พึงได้เลย จึงต้องวิงวอนขอความยุติธรรมจากสังคมด้วย
/////บทความที่เกี่ยวข้อง (อยากรู้ความจริงเรื่องไหนก็เข้าไปอ่านได้เลย)
▶▶▶ ทำไมดื้อ? ทำไมไม่มอบตัว? ทำไมไม่เข้าประบวนการยุติธรรม?
▶▶▶ ไม่ผิดแล้วจะยืดเยื้อไปทำไม ??คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶ ทำไมพระธัมมชโยไม่มามอบตัวและพิสูจน์ความจริง ???.....
▶▶▶ DSI-ตร. ออกหมายเรียก,หมายจับ พระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย!!
▶▶▶คดีหลักที่เกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยโดยตรง



เรื่องศาสนาผู้มีอำนาจไม่ควร
ไปยุ่งเกี่ยว พระอยู่ส่วนพระ
การเมืองไปยุ่งมีแต่สร้างความ
แตกแยก การเมืองไทยเรื่องสกปรก
ทุจริต โกงทุกยุคสมัย!!
แต่บางยุคสมัย อำนาจมากๆ
ใครตรวจสอบมิได้
คนพวกนี้ กิเลส หนา
เข้าวัดเพื่อ รุกราน ทำลายพระ
เรื่องเงินปัจจัยบริจาค
เรื่องของ คนทำบุญ(ผู้ให้)
พระสงฆ์(ผู้รับ)
พระวินัย กำหนดไว้แล้ว
สิ่งไหนพระสงฆ์สามารถ
รับได้-ไม่สามารถรับได้
Cr:รัชพล พิบูลย์
▶▶▶" วัดพระธรรมกาย " ในมุมที่ผมรู้จัก จากเลขาสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย!
▶▶▶ยิ่งเอากฎหมายเข้ามาบีบ ให้คดีมาวันละเป็น ๑๐๐ ยิ่งทำให้สังคมเห็นว่านี่คือ การกลั่นแกล้งกันอย่างชัดเจน
▶▶▶ มีคนถามว่า..เข้าวัดแล้วรวยทำไง?
▶▶▶"กำแพงวัด" และทรัพย์สินอื่นๆ ของวัด และเป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา
▶▶▶หนึ่งในผลงานของพระไทย ที่นำพุทธศาสนาไปไกลถึง อัลบาเนีย..



▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๑) ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๒) อยู่ได้เพราะครูดี
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๓) อานุภาพความดีสากล
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๔) รอดได้เพราะครูดี



▶▶▶ดูวัดพระธรรมกายเป็นกรณีตัวอย่าง หน่วยงานท้องถิ่นใช้กฎหมายแบบให้โทษ ตั้งข้อหาเล็กๆ น้อยๆ ไปเกือบ 200 คดี แต่ละคดีโทษก็ไม่มาก แค่เสียค่าปรับหรือติดคุกคดีละ 1 ปีเท่านั้นเอง รวมระยะเวลาพ้นโทษก็ 200 ปีพอดี
ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเรื่องแบบนี้กับวัดสามหมื่นวัดทั่วประเทศบ้าง ใครจะกล้าบวชพระ ใครจะกล้าเป็นเจ้าอาวาส สามหมื่นวัดมิร้างจากแผ่นดินไทยหรอกหรือ ขนาดหลวงพ่อท่านนอนป่วยอยู่เฉยๆ ยังโดนข้อหาไปเกือบ 200 คดีแล้ว ... เวลาพระไปรับทราบข้อกล่าวหา ปีหน้าคงต้องเอาเข่งไปที่โรงพักด้วย


▶▶▶ปธ ศาลฏีกาแนะผู้พิภากษา เลี่ยงจำคุกคดีผิดเล็กน้อย





▶▶▶ อยากจะยึดทรัพย์ของวัดท่าเดียว....ตกลงแล้วเขาจะเอาอะไรแน่ พระไตรปิฎกก็ไม่เอา กฎหมายก็ไม่เอา ถูกผิดก็ไม่เอา ?
▶▶▶ช่างเป็นบุญเมื่อพระผู้สำเร็จจากภูเขาควาย มารับบิณฑบาตที่วัดพระธรรมกาย (Part1)
▶▶▶เปิดกลโกง !!? ตีข่าวธรรมกาย ที่แท้กลบข่าวแก้ไข้พ.ร.บ. แต่งตั้งพระสังฆราช



BlogGang Popular Award #11
Flag Counter
 เริ่มนับ 29 สิงหาคม 2559
Friends' blogs
[Add เตยจ๋า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.