เริ่มต้นเมื่อผ่านเข้าไปเดือนที่ 4 ของปี




ไม่สายเกินไปนะจ๊ะที่จะกล่าวสวัสดีปีใหม่  2517 .. Smiley    อ่ะน่อ.. ไม่เป็นไรน่าาา  เพราะนี่คือการเข้ามาเขียนบล็อกเป็นครั้งแรกของปีก็ต้องกล่าวคำทักทายเปิดป้ายกันหน่อย  ปีที่แล้วทำฟิตเข้ามาเขียนบล็อกตั้งแต่ต้นปี แล้วเป็นไงล่ะ ไปเหลือบแลนับดูอีกที  6  บล็อกเท่านั้นค่ะท่านผู้โช้มมมม.. ถือเป็นอัตราอันน่าอดสูยิ่งนัก  เอาใหม่.. ปีนี้ทำอย่างปีที่แล้วใหม่ เอ๊ยยย  ไม่ๆๆๆ ปีนี้จะพยายามไม่ให้เป็นอย่างปีที่แล้วนะคะ

ทำไมถึงไม่ค่อยเข้ามาเขียนบล็อก?  ทำไมไปสิงอยู่ที่เฟซได้เกือบทุกวัน?  นั่นสิ.. เป็นคำถามที่คิดว่าหลายๆคนก็คงเป็นเหมือนกัน   ส่วนตัวแล้วคำตอบก็คือ การเขียนบล็อกนั้นมันต้องใช้เวลา  มันละเมียดละไม  กว่าจะเขียน กว่าจะเลือกรูปประกอบภาพซึ่งบางครั้ง(ไม่สิ.. เกือบทุกครั้ง)จะตะกละถ่ายรูปมามากเกินไป ทั้งๆที่มันก็ซีนเดียวกัน  ประมาณถ่ายไว้กันเสียไง แล้วพอมาเลือกรูปที่จะเอามาลงบล็อกทีนี้เป็นไง.. ตาเหลือกสิคะท่าน.. รูปนั้นก็ดีรูปนี้ก็งาม รักพี่เสียดายน้อง เสียเวลาตรงนี้ไม่ใช่น้อย ในที่สุดพอนึกถึงว่าจะต้องเลือกรูปทีไร มันก็เหนื่อยล่วงหน้าเลยผลัดตัวเองไปเรื่อย ผลัดไปผลัดมาบล็อกเลยดองแล้วดองอีก  .. มันต่างจากเฟซที่เขียนแป๊บๆ บางทีแค่ประโยคเดียวก็กดอัพสเตตัสได้แล้ว  รูปที่ถ่ายไว้มั่วไปมั่วมาขี้หมูราขี้หมาแห้งอะไรอัพได้หมด แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พูดหรือรูปนั่นไม่เข้าพวกกันก็ตาม  อัพส่งๆไปอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะฉะนั้นการอัพสเตตัสเฟซมันจะง่ายกว่าบล็อกมาก เลยสามารถทำได้บ่อยๆ

แต่ไม่นะคะ.. ไม่เคยคิดจะทิ้งบล็อก เพราะงานเขียนเป็นอะไรที่รัก แม้จะเขียนได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้าง มีสาระไม่มีสาระก็ตาม แต่ยามที่หัวสมองมันไหลลื่น นิ้วมือมันก็เลื่อนปร๊าดๆๆ ออกมาเป็นงานเขียนที่.. บางครั้งตัวเองอ่านย้อนไปแล้วก็.. กรูเขียนอะไรหว่า?? หลักประเด็นที่ต้องการเขียนมันคืออะไร ตัวเองยังงงเอง Smiley เช่นเอ็นทรี่นี้เป็นต้น.. เริ่มต้นจากไม่คิดว่าจะเขียนอะไรนะเนี่ย กะว่าจะมาเปิดบล็อกสำหรับปีนี้เฉยๆ แล้วนี่อะไร?????? 55555

เวิ่นเว้อมานาน  ความตั้งใจในการเข้ามาเปิดบล็อกสำหรับปีนี้ในวันนี้ คือต้องการเอาบทความที่เขียนอัพไว้ในเพจที่เฟซมาใส่ที่นี่ด้วย เนื่องจากเพื่อนบางคนที่บล็อกก็ไม่ได้เป็นเฟรนด์กันที่เฟซ หรือบางคนก็ไม่เล่นเฟซ  อันนั้นมันเป็นเพจที่เกิดขึ้นมาในความคิดชั่วแวบว่าอยากเขียนๆๆ อะไรไปเรื่อยเปื่อย แล้วอิฉันมันคนชอบเขียนยาวๆ เฟซหลักๆเค้าไม่ค่อยมีใครเขียนอะไรยาวกันนัก เลยเปิดเพจใหม่ซะให้เป็นเรื่องเป็นราวสำหรับคนชอบเขียนอย่างเราและเพื่อนที่ชอบอ่านบางคน  อย่างน้อยมันก็เป็นเหมือนกึ่งๆไดอารี่ด้วย  เพราะฉะนั้นตอนนี้งานเขียนของป้าจะมีอยู่ 2 แห่ง คือเพจที่เฟซกับที่นี่ ถ้าเขียนที่ใดก็จะเอามาแปะอีกที่ด้วย ใครเข้ามาเคยอ่านแล้วก็ผ่านไปนะคะ

ตอนนี้เขียนไปได้ 3 โพสแล้ว  นึกได้ว่าจะเอามาลงบล็อกด้วยเดี๋ยวพอเยอะมากไปจะเอามาลงพรวดเดียวจะตาลายกัน  บล็อกนี้เริ่มต้นด้วย 3 โพส รวดของเฟซเลยนะค้าา.. ใครเคยอ่านแล้วผ่านไปเลยนะคะ เหมือนกันเด๊ะๆค่ะ..

.................................................................................................................................

ภาพประกอบ 2 โพสแรก เพิ่งไปถ่ายมาตะกี้




โพสแรก


ถนนหน้าบ้านอิฉันเนี่ย บ้านสี่ห้าหลังในละแวกนั้นรวมถึงบ้านอิฉันด้วยจะจอดรถไว้ที่ถนนหน้าบ้านกันบ้านละคัน มีบ้านตรงข้ามที่มีรถมากหน่อยจะจอดไว้ 2-3 คัน ซึ่งตามกฏหมายแล้วห้ามจอดรถบนถนนสาธารณะ ตอนซื้อรถก็จะมีตำรวจมาสำรวจพื้นที่จอดรถของบ้านนั้นๆอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ตอนซื้อรถเนี่ยก็ว่ากันไปว่าใช้พื้นที่นั้นนี้จอดนะ แต่เอาเข้าจริง ลูกๆของบ้านเหล่านั้นก็ย้ายกลับมาบ้านมั่ง มากินข้าวเย็นที่บ้านพ่อแม่ตัวมั่งเป็นประจำแล้วก็จอดรถอยู่นานๆ บนถนนนี่แหละ จนเคยเกิดการเบียดบังเรื่องที่จอดรถกันกลายๆ(แบบไร้การต่อปากคำ) ประมาณ.. ตรงนี้ชั้นจอดประจำนะ อย่าเจ๋อมาเสียบนะเฟ้ยยย ที่ง้องแง้งกันประจำก็คือบ้านหัวมุมกับบ้านตรงข้ามอิฉันนี่แหละ พี่จะจอดติดตรูดกันประมาณเป่ากบพ้วงหนังกะติ๊กกระเด็นข้ามไปกันชนอีกคันนึงได้

หนักเข้าอิบ้านตรงข้ามก็ซื้อกรวยแดงๆมาวางที่ตัวเองซะเลย ฮะฮ้าาา เอากะเค้าสิ ถนนก็ถนนหลวง ข้อบังคับห้ามจอดก็มีอยู่แต่ฮีหาแคร์ไม่.. เหตุการณ์เป็นยังงี้ประจำ รถจะจอดอยู่ฝั่งเดียวกันตลอดตรงแถบหน้าบ้านอิฉันพอดี อีกฝั่งเว้นไว้ให้รถอื่นเข้าออกกัน

ทีนี้วันนึงในอดีตที่ผ่านมา(นานเท่าไหร่ขี้เกียจจำ ว่าจะเล่าก็ขี้เกียจอีก..เพจนี้จะรอดมั้ยวะเนี่ยตรู?? ความขี้เกียจแผ่กระจายแต่ต้น 5555) ขณะที่อิฉันขับรถกลับจากทำงานมาจอดในที่จอดรถของตัวเอง.. พักตรงนี้ไว้แพร็บ.. จำไว้นะว่าเล่าถึงตรงนี้แล้ว เดี๋ยวกลับมาต่อ กร๊ากกก..

(เท้าความเล่าเพิ่มอีกหน่อย รถที่บ้านมี 3 คัน ตอนซื้อแจ้งไว้ว่าจอดที่บ้าน 2 คัน อีกคันไปเช่าที่จอดรถที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย ตอนกลางวันรถทุกคันจะถูกใช้งานหมด มีอิฉันเป็นคนแรกที่กลับจากงานเร็วกว่าทุกคน ไอ้ 2 คันที่บอกไว้ว่าจอดที่บ้านเนี่ย คันนึงต้องถอยมาจนสุดด้านในซึ่งมันจะเกะกะการเดินไปมาทำสวนเล็กๆน้อยๆ(เรียกซะหรู.. "สวน" !!! อิสวนเนี่ยในบางโอกาสก็เป็นแหล่งเพาะหญ้าแหละวะ ขึ้นมันพรึ่ดโดยเฉพาะในหน้าฝน) .. อ่านต่อๆๆ ยังอยู่ในวงเล็บแรกอยู่นะแจ๊ะ อย่าเพิ่งมึน.. คันนึงถอยมาอยู่ด้านหลังสุด อีกคันก็สามารถจอดได้ด้านหน้าในโรงรถ แต่ที่ผ่านๆมาด้วยความขี้เกียจถอยรถเข้ามาด้านในสุด ไหนยังจะต้องเลื่อนรถเข้าๆออกๆตามการใช้งานของแต่ละคนอีก เลยอาศัยจอดมันคันนึงหน้าบ้านประจำอย่างมักง่าย อ่ะ..ปิดวงเล็บละนะอ่านต่อจากย่อหน้าข้างบน)..

ขณะถอยรถมาจอดในโรงรถ รถตำรวจก็ขับตามมาติดๆ มาจอดปั๊บเอาหน้าบ้าน เฮ..เฮ..เฮ้.. มาธู่ระอะไรแถวนี้มิแซ่บเคอะ เห็นเครื่องแบบแล้วใจมันสั่นนะฮ้าาา.. ตำรวจลงจากรถปุ๊บก็สบตาอิฉันปั๊บ..

"สวัสดีคร้าบบบ.. แถวนี้ได้รับการแจ้งไว้ว่ามีการจอดรถบนถนนเส้นนี้ประจำ ทะเบียนรถคุณก็เป็นหนึ่งในการแจ้งนั้นด้วยนะครับ"..

ห่านเอ๊ยยยย.. เอาเข้าแล้วมั้ยล่ะ.. "ดะ ดะ เดี๋ยวนะคะคุณตำหนวด.. ภาษาญี่ปุ่นหนูไม่ค่อยแข็งแรงในฉับพลัน เดี๋ยวเรียกผู้เฒ่าที่บ้านออกมาคุยด้วยนะคะ" เผ่นเข้าบ้านไปเรียกพ่อปั๋ว "ปู่ๆๆ ออกมาเจรจากับตำรวจหน่อยเร็ว เค้ามาเรื่องจอดรถบนถนนหน้าบ้านเนี่ย"

ปู่ออกไปเจรจาต้าอ้วย กลับเข้ามาก็เล่าว่ามีคนไปแจ้งตำรวจไว้เรื่องจอดรถเกะกะแถวนี้ ให้เราช่วยจอดรถในบ้านเราด้วย จากนี้ไปเราก็ต้องหมั่นเลื่อนรถเอาแล้วหละ โอเค้.. ไม่มีปัญหาถ้าต้องเสียทรัพย์ สามารถขยันได้ในพลัน 555..

แล้วตำรวจก็เอากระดาษห้ามจอดรถบนถนนสาธารณะมาแปะหน้ารถทุกคันที่จอดอยู่ตรงนั้น บ้านอื่นเค้าก็ไม่มีปัญหากันหรอกนะ แต่อิบ้านตรงข้ามนี่ตัวพ่อมันดึงกระดาษออกทิ้งมันซะตรงนั้นแหละ พอผ่านไปสองสามวันถนนตรงนั้นก็ปลอดรถจอดเกะกะ อิบ้านตรงข้ามที่เคยเอารถมาจอดบนถนนมากกว่าเค้าเพื่อนก็ไปเช่าที่จอดรถที่เดียวกับที่บ้านอิฉันน่ะแหละ

แต่แล้ว .. ถึงบ้านนั้นจะไปเช่าที่จอดรถ ด้วยความขี้เกียจเดินไปเดินกลับมั้ง เลยยังเอารถมาจอดไว้หน้าบ้านเหมือนเดิม บางวันก็คันเดียว บางวันก็สองคัน จอดมั่งไม่จอดมั่งตามเรื่อง ปู่ที่บ้านเห็นก็ยังบอก ไอ้นี่..เดี๋ยวพั่ดโทร.ไปฟ้องหมาต๋าซะเลย.. 555 เหตุการณ์นำรถมาจอดต่อเนื่องอีกครั้งนึงนี้ ผ่านไปอีกประมาณ 2 - 3 เดือนได้ จึงได้เกิดเหตุการณ์ในโพสต่อไป.. จบอันนี้ไว้ก่อน ยาวเกิ๊นนน


โพสที่ 2


ต่อค่ะต่อ >>

วานนี้ค่ะวานนี้..

ขณะกำลังตากผ้าอยู่หลังบ้านเห็นรถตำรวจมาจอดพรืดเยื้องๆหน้าบ้านไปหน่อย เฮ่ยยย!!! มาจับ เอ๊ย มาติดต่อเรื่องไรกับใครฟระ หวังว่าคงไม่มากดออดบ้านนี้นะ ใจตุ๊มๆต่อมๆเดินไปชำเลืองแลหน้าบ้าน เห็นคุณตำหนวดยืนถือแฟ้มคุยกับลูกสาวคนตรงข้ามบ้าน ได้ยินแว่วๆว่าคันนี้ของชั้นค่ะ (รถสีขาวของนางที่จอดอยู่ในบ้าน) ขณะเดียวกันก็เห็นลูกชายของบ้านนั้นเดินหัวยุ่งออกมา(คงเพิ่งตื่นนอนเพราะคนนี้ทำงานดึกเลิกกลับบ้านมาช่วงเช้ามืดประจำ) มาที่รถสีดำของตัวเองที่จอดบนถนนหน้าบ้าน เห็นแค่นี้คนฉลาดอย่างอิฉันก็ถึงบางอ้อ รีบแผล็บกลับไปหลังบ้านแล้วขึ้นไปเล่าสู่ผู้เป็นสามีแล้วก็กลับลงมาตากผ้าต่อจนเสร็จ

โผล่หน้าออกไปดูหน้าถนนอีกรอบ คราวนี้เหี้ยนค่ะเหี้ยน.. ไม่มีรถหน้าไหนมาจอดเกะกะอีกเลย 5555 เข้าบ้านมาคุณสามีบอกเนี่ย.. ได้ยินอิบ้านตรงข้ามไปทะเลาะกับบ้านหัวมุมที่อยู่ข้างๆบ้านเค้าละ ฮีสงสัยว่าบ้านหัวมุมไปเรียกตำรวจมา อ๊าววว.. ไหงหมายังงี้ล่ะคะคู้ณณณ ตัวเองผิดเอง ใครจะเรียกตำรวจมาก็เหอะ เรื่องสมควรทำก็ไม่ทำซะอย่างนี้แล้วไปโทษคนนู้นคนนี้ ฮ่วย.. ญี่ปุ่นห่วยๆมีจริงๆค่ะท่านผู้โชม โชคดีที่เดี๊่ยนเจออย่างน้อย เพราะขี้รำคาญ ส่วนมากจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะ ใครจะทำไรก็ทำไปอย่ามาขวางทางข้าเชียวเดี๋ยวกัดแหลก กร๊ากกก


เหตุที่บ้านตรงข้ามสงสัยว่าบ้านหัวมุมเป็นตัวการไปเรียกตำรวจมาเนี่ย เพราะสองบ้านนี้ง้องแง้งกันอยู่ประจำด้วยเรื่องที่จอดรถบนถนนที่เล่าไป คราวแผ่นดินไหวใหญ่ปีที่แล้ว หลังคาบ้านหัวมุมกระเจิงไปซะเยอะ ต้องเรียกช่างมารื้อและทำหลังคาใหม่ ตอนช่างมารื้อหลังคาก็อย่างไร้ความคิด ชุ่ยเข้าว่าเพราะจะรีบทำเร็วๆเพื่อที่จะได้ไปทำต่อบ้านอื่น ช่างก็โยนๆกระเบื้องลงมาที่พื้น กระเด็นมาเข้าบ้านข้างๆเข้า ทีนี้ก็เป็นเรื่องเลยเพราะสองบ้านนี้อยู่ติดกันก็จริงแต่แตะกันไม่ได้อยู่แล้ว พอมีเหตุอะไรนิดๆหน่อย บ้านตรงข้ามนี่เป็นต้องสงสัยบ้านหัวมุมไว้ก่อน แต่จริงๆแล้วอิฉันคิดว่าคนที่โทร.ไปเรียกตำรวจ น่าจะเป็นคนในอพาร์ทเม้นท์ด้านใน ที่ต้องขับรถผ่านไปมาทุกวันมากกว่า หรือไม่ก็อิข้างบ้านอิฉันนี่แหละ เพราะบ้านแกบ้านเดียวที่ไม่ได้เอารถมาจอดบนถนน คงเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมา ฮู้ยยย.. ละแวกบ้านอิฉันเนี่ย มีแต่เพื่อนบ้านน่าคบทั้งน้านนน 5555



โพสที่ 3




ฤดูหนาวปีนี้ที่กำลังจะผ่านไปบอกไม่ถูกว่าหนาวมากหรือหนาวน้อยกว่าปีที่แล้ว(สำหรับฉันแล้วมากหรือน้อยหนาวมันก็คือหนาวหละวะ อิอิ) แต่ที่แน่ๆปีนี้อากาศค่อนข้างผันผวนแกว่งไกว คือแทนที่จะสิ้นสุดความหนาวแบบสะเด็ดน้ำ(รู้จักคำนี้กันไหมน้อ?? ถ้าไม่รู้จักงั้นเปรียบเทียบเป็นชิ้งฉ่องละกัน พอสิ้นสุดของการปล่อยฉี่จนไม่มีน้ำหยดออกมาแล้วนั่นแหละเค้าเรียกว่าสะเด็ดน้ำ) #ทนเอาหน่อยกับการเปรียบเทียบอย่างนี้แต่มันเข้าใจใช่มั้ยล่ะ ต่อๆๆ ไปไหนแล้วชั้น.. คือพอคิดว่าจะสิ้นหนาวแล้วนะเพราะอากาศเริ่มอุ่นขึ้นแต่ผ่านไปอีกสามสี่วันพี่ก็กลับเยือกลงอีกซะงั้น หนาวสลับอุ่นตลอดมาเรื่อยๆ จนแม่บ้านดีเด่นอย่างอิฉันสามารถอ้างกับตัวเองได้ว่ายังไม่ต้องเก็บโค้ทหนาๆลงกล่องหรอกเพราะวันดีคืนดีมันอาจหนาวเยือกขึ้นมาอีกก็ได้ (แต่จริงๆต่อให้หนาวลงอีกมันก็ไม่หนาวเท่ากับปลายปีต้นปีที่ต้องใช้โค้ทหนาจริงๆ ตอนนี้หนาวแค่ใช้แจ็คเก็ตคลุมทับก็พอ)

แต่วันนี้.. ตอนนี้ .. ขอทีอย่าเอ่ยอะไร.. อ้าว ไม่ใช่ละ..

แต่วันนี้.. เช้านี้.. ความรู้สึกของตัวเองมันบอกได้เลยว่าถึงเวลาเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้วจริงๆ มันเป็นความสดชื่นปนกระตือรือร้นอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะเมื่อคืนฝนแอบมาตกตอนไหนก็ไม่รู้(หลับสนิทมากสิคะจะฝันทำไมเสียเวลาหลับ) พอออกนอกบ้านจะขับรถออกไปทำงาน พื้นดินเปียก รถเปียก เลยรู้ว่าฝนตก ฮู้ยยย คุณเอ๊ยยย.. มันสดชื้นนน สดชื่น อารมณ์สุนทรีย์ซะจนแหกปากร้องเพลงดังลั่นรถจนถึงที่ทำงาน ขากลับเลยแวะถ่ายรูปมาฝากกันว่าเนี่ยนะจ๊ะ สัญญาณว่าเริ่มฤดูใบไม้ผลิก็เริ่มมาจากทุ่งดอกนะโนะฮะนะนี่แหละนะจ๊ะ พร้อมๆกันก็จะเป็นดอกแมกโนเลีย ดอกท้อ แล้วค่อยถึงคิวนางเอกดอกไม้ประจำชาติญี่ปุ่น น้องซากุระ จากนั้นก็เป็นซึซึจิ ฟูจิ ไล่ต่อไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ก็ชมทุ่งดอกนะโนะฮะนะไปพลางๆก่อนนะคะพี่น้อง ภาพนี้ไม่ได้มาง่ายๆนะฮ้าาา มันต้องมีหลงกันเล็กน้อย คือสองข้างทางที่ขับรถไปทำงานจะเป็นทุ่งนาสลับกับโน่นนี่ เห็นทุ่งเหลืองๆนี่ไกลๆก็หาทางลัดเลาะเส้นทางเล็กๆข้างทุ่งนาเข้าไปถ่ายรูป ทีนี้พอกลับหาทางออกไม่ถูก นี่คือตัวจริงเสียงจริงของอิฉันหละที่ไม่เคยจำเส้นทาง 5555


....................................................................................................................................


นำเสนอสามโพสจากเฟซเป็นการเริ่มประเดิมบล็อกใหม่แห่งปี  พบกันใหม่บล็อกหน้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม สวัสดีค่ะ .. Smiley





Create Date : 01 เมษายน 2560
Last Update : 1 เมษายน 2560 0:08:32 น. 6 comments
Counter : 696 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtoor36


 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
จารุพิชญ์ Music Blog ดู Blog
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
narellan Food Blog ดู Blog
secreate Food Blog ดู Blog
ป้าโซ Klaibann Blog ดู Blog

หายไปนานเลยค่ะป้าโซ
อุ้มแวะมาอ่านและแวะมาโหวต
และเจิมบอกก่อนไปนอนค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 1 เมษายน 2560 เวลา:1:32:16 น.  

 
อ่านไปอมยิ้มไปเลยป้าโซ...

ทีแรก คิดว่า จอดรถหน้าบ้านเป็นเฉพาะเมืองไทย.. เซ็งมา
ตลอด บางคน เห็นแก่ตัวมาก.. เราขับออกจากบ้านยากมาก

บางครั้งขับกะบะเก่าหน่อย จะไปจอดรถซื้อของ เห็นเก้าอี้
พลาสติก วาง กันที่ไม่ให้คนอื่นจอด... อ้อ ร้านนี้เองบอก
ว่า ที่จอดสำหรับร้านนี้ หุ หุ... ถนนหลวงนะเว้ย เลยถอย
เข้ามาจอด ถอย ๆ เบา ๆ ให้เก้าอี้พลาสติกกระเด็นไป

ยายเจ้าของร้านมามอง ทำปากมุบมิบ..เลยจ้องตา เก้าอี้คุณเหรอ
มานไม่ยอมตอบ.. คงกลัวผมเรียก ตร.มาจับปรับ หลายตังค์
กีดขวางจราจร

ป้าโซเขียน แบบนี้ดีครับ ทำให้พวกเรารู้ว่า คนแย่ ๆ มิใช่
มีแต่เมืองไทย 555

เขียนบล๊อกสั้น ๆ ไว้ แล้วค่อย ทะยอยลง...แบบข้างบน
ลงได้ 3 บล๊อก 555 รูปภาพไม่ต้องห่วง

เคยมีนักวาดรูปเป็นอาจารย์....นั่งดูรูปเดียว ลงมือพิมพ์
ร่าง ไว้ยาวขนาด เอ 4 ส่งให้ นิตยสารดิฉัน หรือแพรว
อะไรนี่แหละ น่าทึ่งจะตายไป แก เก่งมาก เพียงภาพเดียว

ก็ได้กะตังค์แล้ว

ไปละครับป่าโซ
ป้าโซ Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 1 เมษายน 2560 เวลา:6:24:31 น.  

 
ยินดีต้อนรับกลับมา ก็ต้องมีบ้างที่หายไป แต่อย่าหายนาน แฟนๆ คิดถึงครับ

555 ดีนะครับที่ไม่มาหาเรื่องบ้านป้าโซ ใครจะเหมือนที่ไทยล่ะ จอดกันเกะกะไปหมดเพราะเป็นถนนส่วนบุคคล แต่มันก็น่าเกลียดล่ะ

ของไทยตอนนี้ก็อากาศเพี้ยนๆ นะครับ เมื่อวันก่อนฝนตกหนักเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:0:03:39 น.  

 
สวัสดีค่ะ เข้ามาทักทายค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:11:58:59 น.  

 
สวัสดีครับคุณป้าโซ

เรื่องจอดรถคงเป็นปัญหาทุกที่นะครับ จอดตามกติกาแล้วเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ดีที่สุดนะ

ต้องขอโทษด้วยที่ปีนี้ตั้งหลักยังไม่ติดเลยไม่ได้ส่งอะไรให้ใครเพราะงานค่อนข้างยุ่งมากบวกกับหลง ๆลืม ๆว่าอะไรควรมาก่อนมาหลังจนวางแผนทำโน่นนี่ผิดพลาดไปหมด บล็อกก็ปล่อยรกร้างยังไม่ว่างมาถางพงสักที555

อย่างไรก็ไม่เคยลืมกันนะครับ


โดย: find me pr วันที่: 15 เมษายน 2560 เวลา:8:22:35 น.  

 
อ่านแล้วอ่านอีกชอบๆ
อ่านไปยิ้มไป
เห็นทางเข้าบ้านแล้วคิดถึงจัง
เดียวชวนพี่อุ้ยไปเที่ยวอีก อิอิ


โดย: Aeww_ IP: 223.206.19.107 วันที่: 4 พฤษภาคม 2560 เวลา:22:24:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ป้าโซ
Location :
คุรุเม่ ฟุกุโอกะ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]




สวัสดีค่ะ ..

ป้าโซอยู่อำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งอยู่ในเกาะคิวชู เกาะทางใต้ของญี่ปุ่น

เรื่องราวที่เล่าๆสู่กันฟังนี่ มาจากประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งสอดแทรกความคิดเห็นเข้าไปด้วย อันไหนไม่เข้าทีก็อ่านผ่านๆไปละกันนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาค่ะ
New Comments
Group Blog
 
 
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
1 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ป้าโซ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.