ประสบการณ์การนวดแผนไทยกับหมอนวดตาบอดของผม นวดเก่งกันจริงๆ นวดแล้วคลายปวดเส้น ปวดกล้ามเนื้อได้
แนะนำสถานที่นวดแผนไทยที่ดี และ คำแนะนำสำหรับผู้ไม่เคยนวดแผนไทย สวัสดีครับ เพื่อนๆที่รักทุกๆท่าน เนื่องจากผมเป็นโรคฮิตของหนุ่มสาวทำงาน Office คือ โรคทางคอมพิวเตอร์ เพราะนั่งนาน จ้องคอมพิวเตอร์และใช้มันเป็นเวลานานๆ อาการคือ ปวด-เจ็บตามกล้ามเนื้อ บริเวณสะบัก บ่า หัวไหล่ แขน ข้อมือ ลามไปถึงหลัง สะโพก ต้นขาและน่อง (ปวด-เจ็บไปทั้งตัว ส่วนที่ไม่มีอาการเจ็บ คือ ปลายผมและปลายเล็บ 555) อีกทั้งเส้นเอ็นตึง และเจ็บตามเส้นเอ็น รวมถึงชา เพราะว่าขณะทำงานต้องนั่งทำงานด้วยท่าเดิมๆเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเอ็นตึงมากและเจ็บ เอี้ยวคอ-เหลียวหลังทีไร เจ็บ ปวด ตึงตามสะบัก บ่าไปจนถึงคอ (เส้นเอ็นมันตึง รั้งไปถึงกัน) ผมขอแนะนำ ให้นวดแผนไทย นวดคลายเส้นเอ็นที่ตึง นวดคลายกล้ามเนื้อที่แข็ง นวดจับเส้น คลายเส้น กดจุดคลายเส้น (ไม่ใช่นวดแบบ Spa นะครับ)
วิธีนวด หมอจะนวดตรงที่เราเจ็บ โดยการคลึงบริเวณเจ็บนั้น นวดบริเวณนั้น ขยี้เส้นเอ็นตรงนั้น แกะเส้น และงัดเส้นตรงนั้น ซึ่งขณะนวด เราจะรู้สึกเจ็บมาก แต่ก็ต้องทน (กัดฟันทน) เพื่อให้เส้นเอ็นหายตึง กล้ามเนื้อหายแข็ง ทำให้ความเจ็บปวดทุเลาลง เพราะเส้นเอ็นที่เกาะกันเป็นก้อนถูกบี้ ขยี้ให้แตกออก ร่างกายจึงเคลื่อนไหวและขยับตัวได้ดีขึ้น เส้นเอ็นที่แข็งตึงเกิดจาก การที่เราไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่เปลี่ยนท่านั่งทำงาน ทำให้ธาตุลมค้างอยู่ตรงบริเวณนั้น จึงทำให้เส้นเอ็นตึง-แข็ง หมอต้องนวดกดตรงบริเวณนั้นเพื่อไล่ลมออก เส้นเอ็นจึงคลายความตึงลง ข้อควรระวัง คือ หากเรา (ผู้ป่วย) บางครั้งนวดกับหมอคนนี้แล้วไม่หาย หรืออาการแย่ลงกว่าเดิมแถมเจ็บปวดมากขึ้น ขอให้เปลี่ยนหมอครับ แสวงหาหมอคนใหม่ แล้วเรา (ผู้ป่วย) อาจจะเจอหมอคนที่เหมาะสำหรับเราก็ได้
ขณะนวด ควรปฎิบัติตนดังต่อไปนี้ 1. ตกลงกับหมอก่อนว่า "จะนวดกี่ชั่วโมง" 2. บอกหมอว่า "ปวดเจ็บ เส้นแข็งตึงบริเวณไหนบ้าง" เพื่อให้หมอ นวดเน้น นวดย้ำ ลงแรงหนักๆ ตรงบริเวณที่ปวด 3. ขณะนวด ถ้าเจ็บ ไม่ควรเม้มปาก ไม่ควรอั้นไว้ ควรร้องออกมา ไม่ต้องอาย ร้องออกมาเบาๆ เพื่อให้ความดันที่เกิดขึ้นจากการนวดออกทางปาก ตัวผมเองก็ร้อง ซื๊ด.....อ้า ! เบาๆ (เหมือนกินพริกเผ็ดๆ) เพราะถ้าเราเม้มปากไว้ ไม่ร้องให้ลมออกมา ความดันที่เกิดขึ้นขณะนวด จะค้างอยู่ ทำให้เกิดความดันเลือดขึ้นสู่สมองได้ (ข้อนี้สำคัญอย่างยิ่ง) 4. หมอบางท่าน ถ้าเราร้องโอ๊ยดังๆ เขาจะนวดให้เราเบาลง ตัวผมเองตกลงกับหมอไว้ก่อนว่า "ถ้าเจ็บจนร้องโอ้ยขึ้นมา แสดงว่า ถูกเส้นปวดแล้ว ผมให้หมอ นวดย้ำตรงนั้นมากๆได้เลย แต่ถ้าบอกว่า โอ้ย...ไม่ไหว ช่วยหยุดนวดตรงบริเวณนั้นก่อน" 5. ถ้าหมอ ถามว่าเจ็บไหม? โดนเส้นปวดหรือยัง ควรบอกไปตามตรง และถ้าหมอชวนคุย ก็ควรคุยกับเขาด้วย 6. เมื่อหมอบอกว่า นวดเสร็จ ควรให้เงินตอบแทนค่านวดทันที โดยไหว้ขอบคุณหมอที่ช่วยนวดให้เราหายเจ็บ 7. ถ้าหมอบอก ให้มานวดซ้ำเมื่อไร ก็ควรมาหาหมอด้วยนะครับ เพื่อนๆจะได้หายปวดสักที
หลังนวดเสร็จ ควรปฏิบัติตนดังต่อไปนี้ 1. หลังนวดเสร็จ สังเกตตัวเองว่า บริเวณที่เคยเจ็บ หายปวดเจ็บบ้างหรือเปล่า เส้นเอ็นส่วนที่เกาะกันเป็นก้อน ถูกคลี่ออกบ้างไหม เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อนิ่มขึ้นไหม 2. หลังนวดเสร็จ สังเกตตัวเองว่า ตัวเบาขึ้นไหม สบายตัวขึ้นไหม เคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้นหรือเปล่า 3. ถ้าเกิดปวด ระบมขึ้นมา หรือไข้ขึ้น ให้ทานยาแก้ปวด (พาราเซตตามอล) ก็พอ - สำหรับคนเนื้อน้อย จะไม่ปวด ระบมเท่าไร (ผมเป็นคนเนื้อน้อย โชคดี) - แต่สำหรับคนเนื้อมาก อาจจะปวด ระบมไปหลายวันบ้าง (แต่ไม่เกิน 2 - 4 วัน, 1 สัปดาห์อย่างมาก) 4. เมื่อกลับถึงบ้าน ให้อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น ยิ่งร้อนยิ่งดี แล้วทาครีมนวดบรรเทาปวด หรือประคบด้วยน้ำร้อน 5. ก่อนนอน ให้เอากระเป๋าน้ำร้อนมาวาง บริเวณที่ถูกนวด ระวังกระเป๋าน้ำร้อนแตก น้ำร้อนราดตัวขณะนอนหลับ
หลังจากหายปวด หายเจ็บ หายตึงแล้ว อย่าประมาท หากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ควรเปลี่ยนท่านั่งทุกๆ 20 นาที (ผมตั้งนาฬิกาไว้เลยครับ) และบริหารร่างกายระหว่างทำงานด้วย ( 1 ช.ม. ควรบริหารร่างกาย 10 นาที) ที่สำคัญควรออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ โยคะ เพื่อให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ไม่แข็งตึง ความเจ็บปวดก็ทุเลาลง หาข้อมูลเรื่องการบริหารข้อ บริหารกล้ามเนื้อไว้ก็ดีนะครับ ประสบการณ์ของผม การว่ายน้ำท่ากรรเชียง ช่วยให้หายปวดหลังได้ คลายเส้นเอ็นบริเวณหลัง เนื่องจากมีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปว่ายน้ำมาก่อนที่จะไปนวด ขณะนวด หมอเอ๊ะใจ ถามว่า เส้นเอ็นที่หลัง กดลงไปแล้วไม่ปวดแล้วหรือ ? (ซึ่งเมื่อก่อน หมอได้นวดหลังผมครั้งใด ผมต้องรู้สึกเจ็บบริเวณหลังนี่ทุกที) ผมก็บอกหมอไปว่า เส้นเอ็นคงคลาย-อ่อนตัว จากการไปว่ายน้ำมา เพราะผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการว่ายน้ำ หนังสือเขียนว่า "ท่ากรรเชียง ช่วยยืดเส้นเอ็นส่วนหลังได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนปวดหลัง ส่วนท่ากบ คนปวดหลังไม่ควรว่ายเพราะจะทำให้ปวดหลังมากขึ้น สำหรับนักกีฬาว่ายน้ำที่ว่ายน้ำด้วยท่ากบอยู่เป็นประจำ เขายังต้องว่ายน้ำท่ากรรเชียง เพื่อแก้กลับจากการใช้ส่วนหลังว่ายน้ำด้วยท่ากบนี้" เหมือนเล่นโยคะเลยครับ เพราะโยคะก็มีท่าแก้กลับด้วย
จากประสบการณ์ของผม (บอกให้ทราบ จะได้เตรียมใจ) 1. ผมโดนขยี้เส้นเอ็นตรงสะบักและกลางหลัง โดยหมอใช้ศอกขยี้เส้น เพื่อคลี่เส้นเอ็นที่เกาะติดกันให้แตกออก สะใจมากๆเลยครับ เจ็บจนน้ำลายไหล 2. ผมโดนขยี้เส้นเอ็นตรงน่อง โดยหมอใช้มือหนึ่งจับน่องไว้ และใช้อีกมือหนึ่ง เอานิ้วบีบและปั่นคลายเส้นเอ็นเพื่อให้เส้นเอ็นที่เกาะติดกัน มันคลี่ออก เจ็บสุดๆเลยครับ เจ็บจนร้องไม่ออกเลยครับ แต่ต้องทนเพื่อให้หายปวด 3. ผมโดนใช้ศอกเฉาะลงตรงเส้นเอ็นที่ต้นขาด้านหลัง เจ็บจริงๆ ยิ่งเฉาะลึกเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้นครับ 4. เส้นเอ็นที่แข็งตึงตรงคอก็เช่นเดียวกัน (เส้นเอ็นตรงส่วนนี้ มันแข็งตึงเพราะเกิดจากความเครียดเป็นส่วนใหญ่) เจ็บจนต้องร้องโอ้ยเลยครับ (อย่าเครียดเลยครับ เส้นเอ็นที่คอนี้ แข็งตึงทีไร ทำให้หายตึงได้ยากนะครับ) 5. เส้นเอ็นข้างแนวกระดูกสันหลัง (เส้นเอ็นที่หลัง) หมอใช้ศอกนวดให้ ผมร้องซีดเลยครับ
จากประสบการณ์ของพี่แตน (บอกให้ทราบ จะได้เตรียมใจ) 1. พี่แตนถูกนวดทีไร จะต้องเรอออกมาทุกที เพราะหมอได้นวดเส้นเอ็นที่ตึง โดยกดนวดไล่ลมที่ค้างในเส้นเอ็นออก 2. พี่แตนเคยนวดกับหมอคนอื่นมาก่อนแล้วบางทีก็ไม่หาย บางทีนวดเสร็จแล้วอาการเป็นมากขึ้นกว่าเดิมด้วย 3. พี่แตนนวดทีไร ไข้ขึ้นไป 2 วัน
จากประสบการณ์ของพี่อ้อย (บอกให้ทราบ จะได้เตรียมใจ) 1. พี่อ้อยเป็นคนผิวขาว ถูกนวดทีไร เนื้อช้ำ เขียวเป็นจ้ำๆทุกที
มีเรื่องตลกๆ เล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่ง มีพี่ที่ไม่รู้จักมานวดข้างๆ พี่เขาเพิ่งมานวดเป็นครั้งแรก (บ้านเขาอยู่แถวนั้น น้องเขาพามานวด) พี่เขาก็งงว่า ผมแกล้งร้องหรือเปล่า หรือว่าเจ็บจริงๆ ปรากฏว่า พอพี่เขาถูกนวดตรงบริเวณเอวที่เขาปวด พี่เขาน้ำตาซึมออกมาเลยครับ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่ย่าคุณตายายใคร เดินไม่ได้เพราะเส้นเอ็นตึง กล้ามเนื้อแข็ง เชิญมานวดได้ที่ เทียนดัดวิลเลจ์ โดยหมอตาบอด อยู่พุทธมณฑลสาย 6 (อีกนิดเดียวจะถึงฟาร์มจระเข้ สามพราน) เลยอ้อมใหญ่และเลย Big-C ไปอีกนิด ปากซอยอยู่ฝั่งเดียวกับ Big-C ปากทางเข้าซอยริมถนนใหญ่ จะเห็นวิทยาลัยแสงธรรมและร้านอาหารอยู่ตรงปากซอย โดยทางด้านซ้ายเป็นวิทยาลัยแสงธรรม และทางด้านขวาเป็นร้านอาหาร ป.ล. 1. ขอบคุณ พี่นิด วนิดา สหายธรรมประจำมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่แนะนำให้ไปนวดที่นี่ 2. ขอบคุณ พี่แตน พี่โก๋ พี่อ้อย สหายธรรมประจำมูลนิธิ ซึ่งเป็นคนที่แสวงหาหมอที่นวดเก่งๆอยู่เสมอ เพราะพี่ๆทั้ง 3 ท่านนี้ มีประสบการณ์ถูกนวดมาหลายที่ ผ่านมือหมอมาหลายคน อย่างโชกโชน โดยเฉพาะพี่อ้อย ถึงกับไปเรียนนวดแผนไทยที่วัดโพธิ์มาแล้ว และพี่ๆทั้งสามท่านยอมรับว่า "ที่นี่นวดเจ๋ง (Cool) จริงๆ" 3. ขอบคุณ คุณสาว เพื่อนสมัยหอวัง ที่แนะนำเช่นกันว่า ต้องนวดให้เจ็บ เพื่อหายปวด และอาบน้ำอุ่นหลังไปนวดมา 4. ขอบคุณ คุณเริงฤทธิ์ เพื่อนสมัย ม.เกษตร ที่บอกว่า ได้ไปอบรมวิชาการ-ด้านเภสัชศาสตร์ เกี่ยวกับการรักษาโรคมาว่า "นวดที่ดี คือ ต้องนวดให้เจ็บ" ให้ (กระแส) ประสาททำงาน เลือดลมไหวเวียนดีขึ้น 
----------------------------------------------------------------------------- เขียนโดย : รู้ไว้มีสุข
| Create Date : 15 เมษายน 2553 |
| Last Update : 9 มกราคม 2556 17:45:57 น. |
|
18 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ