แลเยี่ยมเยือนสุข มาแลมาเยี่ยมมาเยือนเพื่อเอาความสุขกลับไป
แลเยี่ยมเยือนสุข ฉบับที่ 22 คุ้มหรือไม่ ถ้าคิดจะไปพัก รีสอร์ทหรูอย่าง ศรีพันวา ซักครั้งในชีวิต

Sripanwa Phuket
รีสอร์ตหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเรื่องความหรูหรา ความสวยงามของสถานที่ การออกแบบของห้องพัก อาคารต่างๆและการบริการที่เหนือความคาดหมาย เชื่อว่าหลายๆคนได้เคยเห็นรีวิวรีสอร์ตแห่งนี้จาก หลายๆแหล่งกันมาแล้ว และเชื่อได้ว่ารีสอร์ตแห่งนี้น่าจะเป็นที่หมายปองอยากไปพักซักครั้งหนึ่งของใคร หลายๆคน แต่หลังจากที่สืบทราบราคาห้องพักกันแล้ว หลายๆคนคงถึงกับตกใจกับราคาค่างวดที่ต้องจ่าย แลกกับการไปพักที่นี่ หลังจากตัดสินใจสู้ราคาไปเก็บความฝันสักครั้งในชีวิตโดยเลือกไปช่วง Low Season เพื่อหลบราคาให้ต่ําลงมาอีกหน่อย บรรยากาศ รายละเอียดของรีสอร์ตแห่งนี้จะเป็นอย่างไร คุ้ม กับราคาที่ต้องจ่ายสูงขนาดนั้นหรือไม่ ลองตามมาชมกันดูกับแลเยี่ยมเยือนสุข ฉบับที่ ๒๒ พาไปเยือนศรี
พันวา รีสอร์ตที่แพงที่สุดในชีวิตที่เคยไปพัก แต่ละส่วนจะเป็นอย่างไรบ้างลองชมกันดูนะครับ


อย่างที่เกริ่นไว้ว่า ตัวผมเองไม่เคยพักโรงแรมหรือรีสอร์ตที่แพงเกินหลักหมื่นบาทมาก่อนในชีวิต แต่จาก การที่ได้ดู ได้เห็น ได้เสพภาพ อ่านรีวิวของท่านต่างๆ ทําให้เกิดความรู้สึกที่อยากลองเติมความฝันให้กับ ตัวเองสักครั้ง แน่นอนว่าการตัดสินใจไปพักที่นี่ รวมราคาค่าเดินทางกับค่าที่พักแล้วสามารถไปเที่ยวต่าง ประเทศอย่างประเทศเกาหลีหรือญี่ปุ่นได้เลย สักครั้งในชีวิตกับความหรูหราที่เก็บเป็นความทรงจํา มันคุ้ม หรือไม่ ค่อยๆตามมาดูกันนะครับ


การมาพักที่นี่ ถ้าจะให้เรียกว่ามาถึงแล้วจริงๆ ต้องพักห้อง Pool Villa ซึ่งจะแพงกว่าห้อง Pool Suite ซึ่ง เป็นห้องเริ่มต้นของศรีพันวา ราคาห้อง Pool Villa จะสูงกว่าห้อง Pool Suite อยู่ที่ประมาณห้าพันบาท ต่อคืน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมก็เลยตัดสินใจให้มันเต็มที่โดยเลือกพักห้อง Pool Villa ไปเลย


เริ่มจากทางเข้าสู่ Zone Reception ตรงนี้ก่อนเลย


เมื่อเดินเข้ามาด้านใน เริ่มเห็นวิวแบบที่เคยเห็นจากรูปถ่ายท่านอื่นมาบ้างแล้ว แต่ส่วนนี้ร้อนมาก ไม่มีแอร์และยังไม่ใช่เป็นที่เช็คอิน จุดเช็คอินต้องเดินลงบันไดด้านซ้ายลงไปอีกชั้นหนึ่ง


จากบันไดที่เดินลงมาด้านซ้ายมือในภาพนี้มองย้อนกลับไป จะมีมุมนั่งพัก นั่งรอ นั่งเล่นอยู่หลายจุด มาก ไม่ต้องกลัวมาพร้อมกันหลายๆห้องแล้วไม่มีที่นั่ง


การตกแต่ง, ลวดลายของกระเบื้องปูพื้นและการให้แสงในห้องนี้ ลงตัวสวยงามมากๆ


ภาพมุมกว้างของบริเวณ Lobby


ไฟตกแต่งที่ผนังด้านใน โดดเด่นมาก ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของห้องนี้ในความเห็นผมเลย


ผมมานั่งรอ Check in ที่ มุมนี้ ตรงกับบันไดที่เดิน ลงมา


ต้นไม้เทียนประดับอยู่ในสระ น้ําตื้นหน้า Lobby เสียดาย ไม่มีการจุดเทียนในช่วงที่ผม ไป


บริเวณด้านหลัง จะมีห้องสมุดเล็กๆและเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการ


จาก Lobby มาชม Baba Pool Club ที่เป็นห้องอาหารหลักของทางรีสอร์ต รวมถึงจะมีสระว่ายน้ําหลัก อีกสระอยู่บริเวณนี้ด้วย การมีสระน้ําตื้นรอบๆบริเวณทางเดิน ทําให้บริเวณนี้ดูกลมกลืนไปกับผืนน้ํา ทะเลมากๆ


วิวทะเลด้านหน้า จุดนี้มีเรือวิ่งผ่านไป มา ตลอดทั้งวัน


ทางเดินไปด้านหน้า โซน ที่นั่งทานอาหาร แบบที่เป็นหลุมใต้ระดับน้ํารอบข้าง มองย้อนกลับไปอาคาร หลัก


ที่นั่งแบบนี้มีเพียงแค่สี่ โต๊ะเท่านั้น ถ้าไปพักที่นี่ แล้วอยากนั่งทาน อาหารจุดนี้ ต้องจอง ล่วงหน้า เพราะวันที่ผม ไปก็เต็มเหมือนกัน


จากที่นั่งทานอาหาร มองย้อนกลับ ไปอีกที


เมื่อเดินลงไปชายหาด หาดที่นี่จะไม่ค่อยสวย ทรายจะหยาบและมีหินเยอะ ทางรีสอร์ตเลยทําทางเดิน ออกไปกลางทะเล ให้แขกได้ออกไปเดินชมวิวจากกลางทะเลกัน และก็น่าจะเป็นท่าเทียบเรือยอร์ชของ เจ้าของด้วยกระมัง แต่ทุ่นนี่ก็จะกระเพื่อมขึ้นลงตามกระแสคลื่น ถ้าคลื่นแรงมากๆก็แทบจะเดินไม่ได้ เหมือนกัน เพราะมันโยกเยกมากๆเลย


สระว่ายน้ําอีกสระหนึ่ง สระนี้จะซ่อนตัวอยู่ในแมกไม้และไม่ค่อยมีคนมากนัก เพราะต้องเดินไกลนิด หน่อย แต่ก็เงียบสงบเหมาะสําหรับหลบมาพักผ่อนเล่นน้ําจริงๆ


สระว่ายน้ําสระนี้ก็เห็นวิวทะเลเหมือนกัน แต่จะมีกิ่งไม้บังบางส่วน ได้ความเป็นธรรมชาติดีแต่ก็บังวิว ไปบ้างเหมือนกัน ถ้าเห็นวิวทะเลแบบกว้างๆไม่มีอะไรบัง และออกแบบเป็นแบบน้ําล้น ไร้ขอบ สระ ว่ายน้ําสระนี้น่าจะเป็นจุดที่สวยงามมากๆจุดหนึ่งเลย


บริเวณสระนี้ยังมีที่นวดตัวด้วยน้ําด้วย ซึ่งน้ําแรงมากๆ นวดได้สะใจจริงๆ


เมื่อเดินบนทุ่นลอยน้ําออกไปกลางทะเล มองเห็นห้องพักโซน Sunrise ทอดตัวเรียงรายอยู่บนยอด เขา


ช่วงที่ผมไปพัก (ปลาย ต.ค.) ฝนยังตกทุกวัน ภาพนี้แวะมาถ่ายอีกครั้งตอน check out วันจะกลับ ค่อยเห็นท้องฟ้า เป็นสีฟ้าอยู่บ้าง น้ําในสระก็ดูใส น่าเล่นมากเลย


น้ําตกโค้งรีดออกมาเป็นแผ่นได้สวยงามมาก มองลอดผ่านไปเห็นห้องพักโซน Pool villa อยู่บนเขา


ภาพสุดท้ายของบริเวณสระนี้ ที่นี่จะมีพนักงานคอยบริการในช่วงเวลาที่กําหนดและมีน้ําดื่มเย็นๆให้ บริการด้วย สามารถขอจาก พนักงานได้เลย


จากนั้นมาชมห้องพักที่ผมได้เข้าพักกันต่อเลย ภาพนี้ให้เห็นภาพรวมๆของห้องพักกันก่อน โดยหลักๆ ห้องพักนี้จะแบ่งเป็นสองหลัง หลังที่เห็นในภาพนี้เป็นห้องนั่งเล่น มีโต๊ะทานอาหาร และมีจุดนั่งและ นอนชมวิว ห้องครัวเล็ก และห้องน้ําเล็ก ส่วนอีกหลังที่เห็นไกลออกไป จะเป็นห้องนอนและห้องน้ําหลัก


ทั้งสองหลัง จะเห็นวิวทะเลสวยงามน่าประทับใจมาก วิวนี้จากเตียงนอน นึกดูละกันตื่นมาตอนเช้าเห็น วิวทะเลสวยๆแบบนี้จะมีความสุขขนาดไหน


ห้องพักที่ผมเลือกพัก เป็น Pool Villa ก็ต้องมีสระว่ายน้ํา ซึ่งอยู่หน้าห้องเลยทีเดียว อยากลงน้ําเมื่อไร สะดวกมาก และช่วงยาวสุดก็เกือบๆสิบเมตรได้ เรียกว่า ว่ายน้ําได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ลงไปแช่ตัวเล่นๆ


ห้องที่ผมเข้าพักนี้ ส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่น จะแยกกันเป็นคนละหลังอย่างที่เกริ่นไว้แล้ว ถ้าจะ เข้า จะออกจากอีกหลังหนึ่งไปอีกหลังหนึ่งต้องเปิดประตูเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ถ้าฝนตกช่วงกลางที่ เชื่อมระหว่างสองหลังนี้จะเปียกไปหมดด้วย ต้องใช้ร่มที่มีอยู่ให้ในห้อง กางเดินข้ามไปมาด้วย


ม้านั่งหน้าห้องกับกระจกขนาดใหญ่ด้านฝั่งห้องนอน การเลือกใช้กระจกเป็นผนังกั้นห้องทําให้ห้องดู โปร่งและเห็นวิวได้เกือบรอบห้องเลย


ภาพรวมๆของห้องนอน มีโซฟาเบดด้านหน้าและโซนห้องอาบน้ําจะอยู่ด้านซ้ายมือของรูปนี้


ในโซนห้องน้ํา มีอ่างจาคุซชี่ ขนาดแช่ได้สองคนพร้อมกัน มีอ่างล้างหน้าสองอ่าง และห้องอาบน้ําทั้ง Outdoor และ Indoor รวมถึงห้องเซาว์น่าอีก เรียกได้ว่าเป็นห้องน้ําที่สมบูรณ์แบบมากจริงๆ แถมยัง มีวิวทะเลให้ชมระหว่างแช่ในอ่างอีกด้วย ให้คะแนนเต็มไปเลย


ห้อง LV6 ที่ผมเข้าพักจะมีชื่อห้องว่า Bull , LV น่าจะย่อมาจาก Luxury Villa


แชมพูอาบน้ําที่ทางศรีพันวาเตรียมไว้ให้ ตีฟองได้นุ่มละเอียด นอนแช่แล้วมีความสุข สบายตัวมากๆ


แช่ตัวไป ชมวิวแบบนี้ไป หาไม่ได้ง่ายๆจริงๆ


นอนแช่อย่างมีความสุข โดยไม่ลืมหยิบเครื่องดื่มมาจิบไปด้วย


จิบเครื่องดื่มชมวิวแบบนี้ไป ประทับใจกับวิวแบบนี้มากๆ


จากระเบียงห้องนั่งเล่น ก็มีเตียงนอน ที่นั่ง ให้เลือกนั่งชมวิวอีก ยอมรับเลยว่าในห้องมีจุดให้เลือกนั่ง และนอนพักผ่อนเยอะมากๆ


สระว่ายน้ํายามค่ําคืนกับวิวงามๆแบบนี้ เสียดายนิดที่มีเมฆมากฟ้าปิดตลอด เลยไม่เห็นดาวเลย


จากเตียงนอนมองข้ามไปยังฝั่งห้องนั่งเล่นผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่


ด้านหัวเตียงมีโต๊ะนั่งทํางานได้ ภาพนี้ลองมองตรงกลางภาพให้ดี จะเห็นดอกไม้คอตกในแจกัน ซึ่งผม เห็นตั้งแต่ตอน Check in เข้าห้องมาแล้ว เห็นแล้วมันห่อเหี่ยวตามดอกไม้ไปด้วย


Welcome Fruit เป็นสาลี่และแอปเปิ้ลเขียว ถ้าพร่องจากการถูกกินไป พนักงานจะเติมให้เต็มตลอด


จากห้องพักผมจะพาไปชมอีกหนึ่งไฮไลท์ของศรีพันวาตอนนี้ ก็คือ BabaNest ตอนแรกคิดว่าจะไม่มี โอกาศได้มาชมส่วนนี้แล้ว เพราะช่วงบ่ายๆเย็นๆที่ผมไปพัก ฝนตกตลอด แต่ก็โชคดีนิดนึง ที่พอฝน หยุด พอได้เห็นพระอาทิตย์บ้างและไม่น่าเชื่อว่าหลังฝนหยุดตกแป๊บเดียว จะมีแขกขึ้นมาใช้บริการที่ นี่จนเต็มทุกโต๊ะ ที่นี่ไม่จองล่วงหน้าก็หมดสิทธิ์ได้มานั่ง Chill Chill บนนี้


ลักษณะจะเป็นลานไม้ มีสระน้ําล้อมรอบ และวิวทะเล


จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต


นั่งดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดและดื่มด่ํากับบรรยากาศแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมาก


ลาพระอาทิตย์ที่ให้แสงแห่งวันนี้ จากที่นี่ BabaNest


ทางเดินลงมา จะมีชั้นล่างที่รองรับเวลาบน BabaNest เต็ม ถ่ายบริเวณทางเข้า Zone นี้


บริเวณที่นั่งด้านใน ช่วงที่แดดยังร้อนหรือฝนตก ขึ้นไปชั้นบนไม่ได้ จะมา Hang out กันแทนที่นี่ก็ได้ เช่นกัน


วิวของแหลมพันวา ถ่ายจากบริเวณบันไดทางเดิน ขึ้น-ลง ทางด้านขวาเป็นส่วนที่พักของเจ้าของที่นี่


บริเวณสระว่ายน้ําส่วนตัวของห้องของเจ้าของ ผมไม่ได้เข้าไปชมแต่แอบซูมเข้าไปถ่ายเอา บรรยากาศสระว่าย น้ําบนนี้มันสุดยอดมาก วิวมุมสูงของสระว่ายน้ําแบบไร้ขอบ ตัดกับเวิ้งทะเลอันกว้างใหญ่


บรรยากาศในแต่ละช่วงเวลา ถ้าได้ไปนอนเล่นบนเตียงอาบแดด ริมสระบนนั้น มันคงจะเป็นความประทับใจที่ เยี่ยมยอดมากทีเดียว


ซูมได้ใกล้สุดตรงนี้


บริเวณทางเข้า ชั้นล่างสุด ผนังลวดลายและไฟประดับ สไตล์ศรีพันวา


มาถ่ายภาพยามเช้า ช่วงที่ BabaPool Club กําลังเตรียม Line อาหารเช้ากันอยู่


Reflection pool ที่มีหินกลมประดับอยู่เบื้องล่าง


BabaPool Club สะท้อนกับสระน้ํา Reflection pool ยามเช้าของวันใหม่


ชั้นบนของ Babapool Club จะเป็นห้องอาหารเช้าด้วย ถ้าด้านล่างเต็ม และเป็นห้องสอนการทํา อาหารไทย สําหรับแขกต่างชาติที่สนใจ


ภาพรวมของห้อง อาหาร Baba Pool Club ที่มีสองชั้น


ทางเดินเข้าหลักและจุด Drop Off ถ้านั่งรถ Buggy เข้ามา


ที่นั่ง Zone Outdoor ฝนเพิ่งหยุดตกและเฉอะแฉะไปบ้าง


สระว่ายน้ําบริเวณ BabaPool Club ยามค่ํา


โคมไฟและการตกแต่งบนเพดาน ของส่วนต้อนรับและให้บริการสอบถามและจองทัวร์ ใน
Babapool Club


ที่นั่งทานอาหารอีกจุดหนึ่งใน บริเวณนี้ กับกําแพงน้ําตก และมี ซุ้มบริการเครื่องดื่มพร้อมให้ บริการอยู่ด้วย


ที่นั่งทานอาหารในห้องอาหาร หลัก บนเพดานใช้หลอดไฟ กลมแขวนแบบห้อยต่ําลงเป็น กลุ่มๆ ง่ายๆแต่ทําได้น่าสนใจดี


ผมมานั่งทานมื้อค่ําที่นี่


อาหารที่สั่งไปสามอย่างนี้ สปาเก๊ตตี้ปลาแซลมอน, พิซซ่าและหมี่กรอบพันกุ้ง กับ Cocktail อีกสอง แก้ว จ่ายไปสองพันสี่หน่อยๆ แรงเอาเรื่อง ส่วนรสชาติอาหารสองอย่างแรงผ่าน โดยเฉพาะพิซซ่า แป้งบางกรอบอร่อยมาก ขอแนะนํา แต่อย่างที่สามมันแข็งกระด้างมากไม่กรอบเอาซะเลย


มาเก็บภาพในห้องพักอีกซักหน่อย การใช้และควบคุมแสงสว่างในห้องพักจะเป็นการตั้งโปรแกรม ไว้ ไม่ได้เปิดปิดเป็นดวงๆเป็นจุดๆไป สะดวกดี


บริเวณทางเดินลงสระและม้านั่งหน้าสระว่ายน้ํา


ยามค่ําสระว่ายน้ําจะเปิดไฟอัตโนมัติ


ของใช้ในห้องน้ํามาเป็นขวดและภาชนะที่เอากลับบ้านไม่ได้ เสียดาย


เครื่องดื่มที่เห็นในตู้เย็นนี้ ฟรีทั้งหมด ยกเว้นแชมเปญสองขวดชั้นล่างสุด และเติมให้ทุกวันด้วย


โซนอาหาร ขนม ชา กาแฟก็ฟรีทั้งหมดเช่นกัน


เครื่องเสียง Bose และ iPod ที่บรรจุเพลงไว้พร้อม เปิดฟังแทบตลอดเวลาที่อยู่ในห้องพักเลย


ประตูทางเข้า-ออก จาก Villa ยังสวยแบบนี้


หมอนจํานวนมากบนที่นั่งเล่น และลวดลายฉลุอันสวยงามของผนังและประตูสไลด์กั้นส่วนห้องครัว และห้องน้ําออกจากห้องนั่งเล่น


ห้องน้ําเล็ก ในห้องนั่งเล่น มีหนึ่งอ่างล้างหน้าและห้องอาบน้ํา


จิบกาแฟสดแบบ capsual, ดูดไอติมหวานเย็นหรือดื่มเครื่องดื่มต่างๆที่มีให้เลือกอย่างมากมาย


ในห้องนั่งเล่นก็มีเครื่องเสียงและ iPod อีกหนึ่งชุดแยกจากน้องนอน


ห้องอาหาร Baba ที่เป็นแบบครัวเปิด การสั่งอาหารจะติ๊กเลือกจากเมนูและมีเมนูเสริมให้ตักเองอีก ส่วนหนึ่ง


อาหารที่ผมสั่งจากเมนู ไข่ดาว, French Toast, Latte และชาเย็น


อีกวันเปลี่ยนเมนูไข่เป็น Egg Benedic, Latte และ Capucino สรุปรายการอาหารเช้าก็ผ่านแบบ ใช้ได้


Directory หรือแผนที่ในบริเวณศรีพันวา ทําด้วยไม้และทําสัญลักษณ์ได้น่าสนใจดี สังเกตุดูจะเห็นว่า ยังไม่มี BabaNest ในแผนที่นี้ เพราะ BabaNest เพิ่งสร้างเสร็จมาไม่นาน


ตอนที่ไปพักที่นี่ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องพัก ชมวิว นอนเล่น อ่านหนังสือ ไปเรื่อยๆ เวลาผ่าน ไปเร็วมาก


นั่งเก้าอี้โยกตัวซ้ายมือในภาพนี้ ชมวิวทะเลสวยๆ


เปลี่ยนที่มานอนบนเก้าอี้อาบแดด จิบเครื่องดื่ม ชมวิว


Logo SirPanwa ที่ตอนนี้เป็นที่คุ้นตาไปทั่วโลก เป็น S ที่ไม่เหมือนใคร


เรือสําราญขนาดใหญ่แล่นผ่านหน้าห้องที่พัก


เก็บบรรยากาศช่วงเรือสําราญแล่นผ่านหน้าห้องพัก


ถึงช่วงที่ไป ท้องฟ้าจะไม่แจ่มใส ก็สร้างบรรยากาศจากดอกไม้สวยๆกับเครื่องดื่มเย็นๆและเบลอ ท้องฟ้าที่ขมุกขมัวออกไป


หรือมานอนแช่ อ่างน้ําวน คลายเมื่อยกับวารีบําบัดในห้องนอนเราเอง


ถึงท้องฟ้าจะไม่ใสมาก แต่แสงอ่อนๆในช่วงเช้า ก็ให้ความอบอุ่นกับห้องพักและทําให้ห้องพัก สวยงามมาก


นั่งเล่นหน้าสระว่ายน้ําในห้อง อยากลงน้ําเมื่อไรก็ลงได้ทันที


จะลงน้ําทั้งที มันต้องมีสไตล์หน่อย โดดไปหลายรอบกว่าจะกดถ่ายได้ถูกใจ


หลังฝนตกมีรุ้งมาเยือนถึงหน้าห้องอีกด้วย


อีกส่วนหนึ่งที่น่าไปชม คือส่วนนี้ครับ Cool Spa ที่มีขนาดใหญ่มาก กับประตูทางเข้า


บริเวณภายใน Cool Spa มีทางเดินบนน้ําไปบนลานโยคะ ที่สามารถชมวิวทะเลได้ด้วย


เมื่อมองย้อนกลับไป จากทางเข้าและบริเวณส่วนต้อนรับ


บริเวณส่วนพักผ่อนด้านใน ที่อยู่ชั้นล่าง


การประดับตกแต่งภายในของ Cool Spa สวยงามและร่มรื่นมาก


ส่วนต้อนรับ พนักงานยิ้มแย้มและเต็มใจบริการดีมาก


บริเวณที่นั่งภายใน การตกแต่งผนังด้วยช่องที่ถูกเจาะและจุดเทียนไว้ภายใน ทําให้ผนังดูน่าสนใจมาก ขึ้น


บริเวณลานออกกําลังกายอย่าง โยคะ และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่เห็นวิวทะเลอีกด้านของเกาะภูเก็ต


การตกแต่งของอาคารส่วนต้อนรับนี้เน้นวัสดุธรรมชาติเป็นส่วนประกอบหลักและออกแบบให้สูงโปร่ง ดูแล้วไม่อึดอัด


อีกหนึ่งห้องอาหาร ที่ตกแต่งได้อย่างน่าประทับใจในสายตาของผมที่มีโกาสได้ไปชมมา คือห้อง อาหารนี้เลยครับ Baba Soul Food ซึ่งห้องอาหารนี้จะเสริพอาหารไทยเป็นหลัก


จุดเด่นของห้องอาหารนี้ คือลวดลายที่สอดรับ กันตั้งแต่พื้นจนถึงด้านบน เป็นลวดลายแบบสไตล์ชิโน ภูเก็ตและการใช้แสงที่ดูอบอุ่นและอลังการมาก และเป็นครัวแบบเปิดเช่นกันกับ Baba Pool Club


ส่วนหลักๆของรีสอร์ตระดับศรีพันวาที่ผมได้ไปเยี่ยมชมมาก็คงมีเท่านี้ ส่วนท้ายของรีวิวนี้ ก่อนสรุป ข้อดี ข้อเสีย ความคุ้มค่า มีรายละเอียดเก็บตกที่น่าสนใจไปชมเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เช่นบริเวณ หลังคาห้องนอนเมื่อเราเอนตัวลงนอนบนที่นอนในห้องพัก เราจะเห็นหลังคาก่อนหลับตานอนเป็น แบบนี้ ซึ่งสวยงามและโล่งโปร่งสบาย


เมื่อเปิดประตูทางเข้าวิลล่ามา ภาพแรกที่เห็นคือวิวนี้ ซึ่งจะเป็นทางเดินระหว่างห้องนอนด้านขวาและ ห้องนั่งเล่นด้านซ้าย กับวิวทะเลด้านหน้า


อีกบริเวณที่เป็น Landmark ของที่นี่ คือส่วน Sunk table ของ Baba Pool Club ซึ่งแทบไม่มีจังหวะที่ ไม่มีคนมาถ่ายรูปกัน ผมมาถ่ายรูปนี้ตอนเช้า ที่ยังไม่มีใครเลยได้บรรยากาศที่เงียบสงบดี


สายมาอีกนิด มีเรือสําราญขนาดใหญ่แล่นผ่านมาอีกแล้ว ถ่ายจาก Sunk table


ผ้าขาวม้า ปักโลโก้ SriPanwa ที่ได้กลับมาเป็นที่ระลึกด้วยสองผืน


“Once in a while” at SriPanwa Phuket


Super “S” /Super Service /Super SriPanwa


มาทําการ Check out ณ จุดเดิมที่มา Check in


นั่งรอใน Lobby ก่อนออกเดินทางไปสนามบิน


Waiting area at Luxury Lobby of SriPanwa


การเดินทางครั้งนี้ใช้บริการของสายการบินไทย ขากลับมีดีเลย์นิดหน่อย


เก็บภาพพระอาทิตย์ที่ฝ่าชั้นเมฆหนาๆมาให้ชมได้นิดเดียวระหว่างเดินทางกลับ


ภาพสุดท้ายกับ Baba Pool Club ที่็เป็นเสมือนศูนย์กลางของที่นี่ เลยทําภาพให้เป็นแนว Polar Coordinate


ขอสรุปการมาพักครั้งนี้
ขอชม
1. ห้องพักมีขนาดใหญ่มาก อุปกรณ์ที่เลือกใช้ในห้องพักระดับดีมาก การตกแต่งสวยงาม
2. รีสอร์ตสวย วิวจากห้องพักหาไม่ได้ง่ายๆจากโรงแรมทั่วๆไป
3. การบริการ เรียกได้ว่ามีบริการเหนือความคาดหมายตลอด เหมือนทาง พนักงานจะรู้ว่าเราจะอยู่ห้อง ออกไปข้าง นอกตอนไหน พอไม่อยู่ห้องกลับมาห้องจะได้รับการดูแลทันที และความเต็มใจในการให้บริการของ พนักงาน surprise มาก ขอให้ถ่ายรูปคู่ให้ ปกติทั่วไปก็กดถ่ายให้รูปสองรูป แต่พนักงานชื่อนุ้ย พาเดินถ่ายให้ทั่วเลย บอก เอามุมนี้ด้วย ขอมุมนั้นหน่อย มุมโน้นด้วย เป็นสิบนาทีทีเดียว
4. Mini Bar มาม่า ขนม เครื่องดื่มฟรีทั้งหมด
ขอฝาก
1. หาดทรายของรีสอร์ตไม่ขาว ไม่ค่อยสะอาด ซึ่งน่า จะเป็นจุดอ่อนที่สําคัญที่สุดของที่นี่เลย
2. ดอกไม้เหี่ยวตั้งแต่เข้าห้องวันแรก น่าจะเปลี่ยนก่อน มันเห็นแล้ว ห่อเหี่ยว
3. พอดีผมทําของเล็กๆตกพื้นหน้าเตียงห้องนั่งเล่น ระหว่างหาเปิดพรมหน้าเตียงขึ้นมา พบฝุ่น ผง จํานวนมาก ใต้พรม เข้าใจว่าเวลาทําความสะอาด ไม่ได้เปิดพรมมาดูดฝุ่นด้วย เลยสะสมเยอะมากๆ

Final Thought
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ที่นี่คือโรงแรม รีสอร์ต สถานที่ ที่แนะนําว่าไปพักผ่อนแล้วจะได้รับความสุข จาก สถานที่ การตกแต่ง การบริการ และวิวทะเล ที่ไม่ เหมือนที่ไหน แต่แน่นอนว่า ราคาสูงขนาด คืนละ สองหมื่นสําหรับห้อง Luxury Villa ในช่วงที่เป็น Low Season ไม่ไช่ Resort สําหรับทุกๆคนแน่นอน ความเห็นส่วนตัว ถ้าท่านอ่านรีวิว ชมรูป จาก หลายๆแห่ง หลายๆรีวิว แล้วชอบอยากไปเห็น ไป สัมผัสด้วยตัวเองซักครั้ง ต่อมความอยากมันพุ่งขึ้น ทุกครั้งที่ได้เห็น ได้อ่าน ได้ชม อะไรที่เป็น ศรีพันวา และแน่นอนว่าสามารถเก็บเงินสู้กับค่าที่พักได้ ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราสามารถเก็บ ความรู้สึกดีๆไปได้ทั้งชีวิต กับรีสอร์ตที่เป็นที่ ยอมรับไม่ใช่แค่ในเมืองไทยแต่เริ่มเป็นที่รับรู้ระดับ โลก ก็น่าลองดูสักครั้ง โดยให้รอจังหวะการจองใน งานท่องเที่ยว ซึ่งศรีพันวามักจะไปออกบูธแทบทุก ครั้ง โดยจองกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการก็จะได้รับ ส่วนลดอีก 10% สําหรับผมกับรีสอร์ตแพงระยับ ขนาดนี้ คงสู้ไหวได้แค่ครั้งเดียว ถึงแม้จะอยาก กลับไปอีกแค่ไหนก็คงใจไม่ถึงที่จะสู้ราคาขนาดนี้ ได้อีก เว้นเสียแต่ทางศรีพันวาทําโปรโมชั่นลดราคา พิเศษมากๆออกมา ก็อาจจะใจอ่อนก็เป็นได้
Final Verdict
บรรยากาศ : 5
อาหาร : 4
ความสะอาด : 5
การบริการ : 5
Facilities ต่างๆ : 5
ความคุ้มค่า : 5




สามารถติดตามฉบับต่อๆไปได้ที่
http://alperture.bloggang.com

ชมฉบับย้อนหลังได้โดยคลิ๊กเลือกที่หน้าปก ได้เลยจ้า





ชมฉบับย้อนหลังที่เก่ากว่านี้ ให้กลับไปที่หน้าแรกก่อนครับ




Create Date : 10 ธันวาคม 2555
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 13:41:03 น. 7 comments
Counter : 57525 Pageviews.

 
สวยมากๆ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆค่ะ


โดย: J.T. IP: 219.77.242.145 วันที่: 1 เมษายน 2556 เวลา:9:42:47 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะ สุดยอดๆๆๆ แต่อยากทราบรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ค่ะ ^^


โดย: ผิง IP: 171.100.193.218 วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:15:04:50 น.  

 
สวยมากๆครับ มีแปลนว่าจะไปเที่ยวศรีพันวาซักครั้ง เช็คดูในเวปไซต์แล้วราคา 2 คืนอยู่ที่ 23,000 นี้มันถูกหรือแพงครับ


โดย: สุปวุฒิ IP: 58.185.101.83 วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:0:56:54 น.  

 
@คุณสุปวุฒิ
ราคาห้องพัก 3 วัน 2 คืน/ 23,000 ต้องดูว่าได้ห้องพักแบบไหนครับ....ถ้าเป็นห้องพักแบบ Pool Suite แล้วไม่มีอื่นๆ แถมให้นอกจากอาหารเช้า ก็ถือว่าคาสูงนะครับ (แนะนำให้เช็คราคาผ่าน Agoda ดีกว่า) แต่ถ้าราคาที่บอกมาเป็นราคาพักของห้อง Pool Villa ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ ส่วนใหญ่ราคาดังกล่าวจะรวมอาหารเช้าอยู่แล้วด้วย ยิ่งถ้ามีรถรับ-ส่ง ฟรี หรือได้นวดฟรีก็ยิ่งคุ้ม (อันนี้เป็นโปรโมชั่นเก่า)
**แนะนำ**
-ศรีพันวามักออกขายแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน ในงานไทยเที่ยวไทย ลองไปเดินเช็คราคาดูครับ ราคาในช่วง high season ค่อนข้างต่างกับ low season พอสมควร
-ห้องพักแบบ Villa จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Pool Villa กับ Luxuary Villa ซึ่งแบบแรกจะหันหน้าหาพระอาทิตย์ตก และร่มรื่นเพราะมีป่าเยอะ แต่อาจจะดูเก่าซักนิด เพราะโซนนี้เป็นแรกของศรีพันวา ส่วนแบบที่สองโดยมากแล้วห้องพักทั้งหมดจะหันหน้าหาพรอาทิตย์ขึ้น ห้องจะใหม่ก็แบบแรก พอสมควร (แต่ถ้าอยากได้ห้องพักแบบใหม่ที่หันหน้าหาพระอาทิตย์ตก เค้ามีนะครับ แต่แค่ 4 ห้อง ยังไงตอนจองก็บอกกับทางเจ้าหน้าที่ดูได้เลย) สมัยก่อนห้องพักทั้งสองแบบราคาเท่ากันขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าชอบห้องที่เห็นพระอาทิตย์ตกหรือขึ้น แต่ตอนนี้ราคาอาจไม่เท่ากันแล้ว
-การจองโต๊อาหาร ไม่ว่า Baba Pool Club หรือ Baba Nest สามารถจองล่วงหน้าได้เลย ก่อนวันเดินทางไปถึงครับ เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าชอบจองตอนไปถึงโรงแรม และสุดท้ายก็ไม่ได้โต๊ะสวยๆ


โดย: Hotel lover IP: 58.137.5.10 วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:15:51:39 น.  

 
จอง Baba nest ยังไงครับ ถ้าผมจองผ่าน agoda ( ติดต่อโดยตรงกับทาง resort เลยหรอครับ )


โดย: Babesia IP: 182.53.189.154 วันที่: 1 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:23:51 น.  

 
สวยจังเลยค่ะ ดูแล้วเป็นแรงบันดาลใจให้ไปสักครั้งในชีวิต ตอนนี้ก็เก็บตังค์รอไปก่อนค่ะ


โดย: หญิง IP: 58.181.163.2 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:00:03 น.  

 
เยี่ยมมากเลยค่ะขอบคุณที่แนะนำอย่างกับไปเห็นเองเลยชอบมาก


โดย: คนทั่่วไปชอบเที่ยว IP: 1.47.199.150 วันที่: 14 พฤษภาคม 2559 เวลา:22:49:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แลเยี่ยมเยือนสุข
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




มาแลมามองมาเยี่ยมมาเยือนที่นี่ อยากให้มีความสุขออกไปทุกคน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แลเยี่ยมเยือนสุข's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.