แลเยี่ยมเยือนสุข มาแลมาเยี่ยมมาเยือนเพื่อเอาความสุขกลับไป
แลเยี่ี่่ี่ยมเยือนสุข ฉบับที่ 19 เยือนความหรูหรา อลังการ ที่ Siam Kempinski

Siam Kempinski
เรื่องทําเลสถานที่ตั้งของโรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ที่อยู่ด้านหลังของห้างหรูสยาม พารากอน ถือว่าเป็น จุดศูนย์กลางแหล่งช๊อปปิ้งใจกลางกรุงเทพฯกันเลยทีเดียว การเดินทางที่แสนสะดวกสบายทั้งจาก รถไฟฟ้า,รถสาธารณะต่างๆหรือจะขับรถมาเองก็มีที่จอดรถกว้างขวางที่อยู่ชั้นใต้ดินให้บริการ ซึ่งถ้าไม่ได้มา ใช้บริการของโรงแรมจะต้องเสียค่าที่จอดชั่วโมงละหนึ่งร้อยบาทเลยทีเดียว การตกแต่งของโรงแรมในทุกๆจุด ถือว่าสุดยอดมากๆทั้งการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี หรูหรา การใช้แสงที่สวยงาม โคมไฟตามทางเดินก็ออกแบบ มาได้อย่างวิจิตรตระการตามาก ทําให้โดยรวมๆแล้วถึงแม้โรงแรมจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ก็ให้บรรยากาศ ของที่พักที่สามารถหลบความวุ่นวายจากภายนอกมาพักผ่อนได้อย่างสบายๆ รายละเอียดในส่วนต่างๆของโรงแรมที่หรูหราแห่งนี้จะมีอะไรบ้าง ตามไปชมกันได้ในแลเยี่ยมเยือนสุข ฉบับที่ 19 นี้กันเลยนะครับ !



ก่อนจะไปชมรายละเอียดในส่วนต่างๆของโรงแรมและห้องพัก ไฮไลต์ของที่นี่ที่ผมว่าสวยสุดยอด ก็คือ ล๊อบบี้ ตรงนี้ทั้งการ ออกแบบ วัสดุ สีสัน ความหรูหรา อย่างกับพระราชวังเลยทีเดียว มุมนี้จากด้านในออกออกไปที่ประตูทางเข้า



เมื่อเข้ามาจากด้านหน้า เปิดประตูเข้ามาจะยืนตะลึงด้วยความสูงและความสวยงามของ ล๊อบบี้ของที่นี่



ด้านหน้าโรงแรมที่เป็นทางเข้าหลักสําหรับผู้ที่ขับรถมาจะต้องผ่านทางขึ้นลงเพื่อเข้าที่จอดรถ ถ้าเดิน มาจากพารากอน ก็จะเข้าทางด้านข้างของล๊อบบี้แทน



ด้านหน้าและจุดจอดรับ-ส่ง ถ้าใช้บริการรถรับ ส่งของโรงแรม ที่นี่จะใช้ BMW เป็นรถลีโมซีนให้แขก เลยทีเดียว



ป้ายชื่อโรงแรมด้านหน้าจะมี สระและน้ําพุเล็กๆตกแต่งพอ ประมาณ



ชื่อ Kempinski มีที่มาจาก นามสกุลของผู้ก่อตั้งเชน โรงแรมหรู ซึ่งเข้าใจว่าน่า จะเป็นชาวเยอรมัน และ ทางโรงแรมมาประยุกต์ธีม การตกแต่งโดยใส่ดอกบัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถาน ที่เดิมเข้าไป ได้ออกมาเป็น Siam Kempinski ที่หรูหรา



เมื่อลงจากรถที่จุดจอดรับส่ง มองออกไปด้านนอกก็จะเห็น วิวนี้ ก็ไม่มีอะไรมากนัก



เมื่อหันกลับมามองเข้าไปด้าน ในก่อนเปิดประตูจะเริ่มเห็น ความอลังการที่อยู่ด้านในแล้ว



เมื่อย่างกรายเข้ามาด้านในของ ล๊อบบี้ จะเป็นล๊อบบี้ที่สูงโปร่ง โล่งและมีขนาดใหญ่มาก



จะมีที่นั่งหลากหลายแบบให้ นั่งพักผ่อน ขนาดเก้าอี้ในภาพ ยังมีหมอนหนุนดันหลังให้เลย



การตกแต่งและการใช้แสงบน เพดานที่ทําให้ดูมีมิติและสร้าง ความสวยงามให้กับล๊อบบี้ที่นี่ มาก



สระน้ําล้นตรงนี้เป็นจุดเด่น อีกจุดของล๊อบบี้ที่นี่เหมือน กัน



มุมนั่งพักที่สวยงามอีกมุมหนึ่งใกล้ๆกับสระน้ํา ล้นในบริเวณล๊อบบี้



มีการตกแต่งด้วยพุ่มไม้ดอก ขนาดใหญ่



ทางเดินจากล๊อบบี้ไปตึก Garden wing ที่ดูงดงามไม่ ธรรมดาเลย



มองกลับออกไปยังส่วน ของล๊อบบี้ ผู้หญิงใส่กระโปรงมาเดินไม่ได้นะเนี่ย พื้นเป็นเงาสะท้อนยังกับกระจกเลย



เดินออกมาอีกนิด จะมีมุมน่า รักๆ ติดกระจกเงาให้สํารวจ ตรวจตราความเรียบร้อยของ ตัวเอง



ในภาพนี้เป็นในส่วนของ T lounge ที่จะเสริพชาและ ขนมยามบ่าย ไม่ได้มา ทานเลยเอาภาพมาฝาก ภาพเดียวนะครับ



ทางเดินของฝั่ง Garden wing จะ สวยกว่าฝั่ง Royal wing ที่ผมพัก ภาพนี้ถ่ายช่วงที่เดินกลับไปที่ล๊อบบี้



ความอลังการของล๊อบบี้ที่สะกด ให้ผมมานั่งมองนั่งชมอยู่ได้เป็น เวลานานโดยไม่เบื่อเลยจริงๆ



Check in กันก่อนที่ Counter ตรงนี้ครับ



ทางเดินไปขึ้น Lift ของฝั่ง Royal wing ฝั่งนี้ทางเดินไม่สวยเท่าฝั่ง Garden wing



อาคารที่ผมเข้าพักจะอยู่บนตึก ที่สูงที่สุดของโรงแรม ซึ่งมี 17 ชั้น อาคาร Royal wing



ทางเดินไปห้องพัก ภายใน อาคารที่พักจะติดตั้งระบบ ปรับอากาศทั้งตึกเลยและตั้ง อุณหภูมิไว้ที่ค่อนข้างต่ํา อากาศหนาวมากๆ



ห้องพักอยู่ชั้นที่ 15 ภาพซ้ายบนเป็นถุง Shopping ที่อยู่ในตู้เอามาใช้ใส่ของได้



ภาพกว้างให้เห็นสภาพห้องรวมๆก่อนเลย รูปแบบห้องก็ไม่ต่างไปจากห้อง Deluxe ทั่วๆไปขนาดก็ ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่การตกแต่งและวัสดุอุปกรณ์คุณภาพดี ดูแล้วก็สวยใช้ได้เลยครับ



วันที่ไปได้ผลไม้ต้อนรับเป็นลําไยครับ มีแผ่นพับอธิบายลักษณะของผลไม้ ชนิดต่างๆว่าชื่ออะไร ลักษณะเป็นยังไง เพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจผลไม้เมือง ร้อนอย่างบ้านเราได้ดีขึ้น



มุมโซฟานั่งเล่นในห้องทําด้วยหวาย พลาสติก



มุมที่นั่งทํางานมี Internet แบบไร้สาย ให้ใช้ฟรีและแบบ High speed แบบใช้ สายเสียเงิน 600++ บาท เนื่องจากผม up grade ห้องพักเป็นแบบ Executive เลยได้สิทธิ์ใช้แบบ High speed ได้เลย แต่ก็ไม่ได้ใช้ซักเท่าไร ส่วนหัวไฟที่หัว โต๊ะ เท่ห์มากใช้ระบบสัมผัสแบบแตะ เบาๆเปิดปิดได้เลย



อุปกรณ์ข้างของเครื่องใช้ที่มีให้ก็ครบ ครันตามแบบฉบับของโรงแรมระดับ นี้ แต่ที่พิเศษก็คือมีเครื่องชงกาแฟสด ให้ด้วย ทางโรงแรมมีชา กาแฟ เตรียมไว้ให้ฟรี กาแฟที่ีใช้กับเครื่อง ชงชนิดนี้ จะมีให้สองซองแต่ละซองจะ มีสองถ้วย น้ําดื่มกระป๋องก็ฟรีทั้งหมด มีพวกขนมเท่านั้นที่ต้องจ่ายเพิ่ม



เปิดประตูไปดูในส่วนห้องน้ําบ้างครับ วัสดุที่ใช้ทั้งพื้น ผนัง สุขภัณฑ์ ผ้าขนหนู คุณภาพเยี่ยมมาก



อ่างล้างหน้าและกระจกเงาบานใหญ่ แบบมีปีก มีกระจกเงาแบบขยาย ใน ลิ้นชักด้านหน้า ในรูปนี้ไม่ได้เปิดให้ ดู มีแปรงสีฟัน มีดโกน หมวกคลุม ผม อะไรต่างๆพวกนี้มากมาย ลิ้นชัก ด้านขวาเป็นที่เป่าผม ด้านล่างของ อ่างล้างหน้าใต้ผ้าขนหนูมีที่ชั่งน้ําหนัก



สบู่เหลว สบู่ก้อน ที่ขัดผิว อาบน้ํา แบบนอนแช่อ่าง หรือยืนอาบ มี เสื้อคลุมหลังอาบน้ําให้ด้วย



เสื้อคลุมปักโลโก้โรงแรมใส่แล้ว สบายตัว ด้านซ้ายเป็นประตู กระจกเงาเปิดไปเป็นส่วนของห้อง ส้วม ซึ่งตรงนี้มีเรื่องตินิดนึงคือ เมื่อเปิดเข้าไปใน้องส้วมจะมีกลิ่น อับๆเหมือนอากาศไม่ระบายทั้งๆที่ ยังไม่ได้ใช้งานเลย ส่วนนี้เลยปิด ไว้ตลอดเวลา



ส่วนของห้องน้ําจะกั้นแยกจากเตียงนอนด้วย กระจกใส



แต่จะมีม่านซึ่งควบคุมการเปิด ปิดด้วยไฟฟ้า เพียงกดปุ่มก็จะเลื่อนปิดให้ตามที่ต้องการ



ออกไปสํารวจข้างนอกกันต่อดีกว่าครับ เนื่องจากสิทธิ์ของห้อง Executive room สามารถขึ้นไปใช้บริการ Executive lounge ที่อยู่บนชั้นที่ 17 ของตึก Royal wing ได้ ซึ่งจะมีเสริพ Afternoon tea และ Appetite dinner แบบเบาๆแต่ต้องขึ้นไปให้ตรงเวลาที่กําหนดนะครับ พอลิฟท์เปิดออกมาก็จะพบทางเข้าแบบนี้



บรรยากาศภายใน Executive lounge ครับ



โซนที่นั่งจะแบ่งเป็นสองรูปแบบหลักๆคือโซนที่เป็นการจัดเหมือนโต๊ะทานอาหารจริงๆ



กับแบบที่จัดเป็นโซฟาแบบกินไปคุยไป



ผมชอบโซนที่จัดเป็นแบบโซฟามากกว่า นั่งสบาย กว่าแบบโต๊ะทานข้าว ดูสวยกว่าด้วย



ขึ้นมานั่งอ่านหนังสือก็มีหนังสือและ Magazine ให้เลือกอ่านกันได้มากมายเหมือน กัน



ถึงจะเป็นมื้อเรียกน้ําย่อยแต่ก็มี ของกินให้เยอะมาก ในรูปเป็นซุ้ม ขนมปังและอาหารเรียกน้ําย่อย ต่างๆ



นอกจากเรื่องของกินแล้วที่ Executive lounge ยังมีบริการ Internet และห้องประชุมด้วย



อาหารช่วง Afternoon tea จะ เน้นชา กาแฟ ขนมและผลไม้



ช่วงเย็นอาหารจะหลากหลายกว่ามี เครื่องดื่มทั้งที่มีและไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงไวน์เสริพด้วย ผมขอเป็น Cocktail ผสม Vodga จิบเบาๆ พร้อมๆกับชมวิวข้างนอกไป ส่วนอีกแก้วเป็น Singapore sling ยอดนิยม



เดินไปฝั่งของตึก Garden wing แวะไป Siam Kempinski Spa น้อง พนักงานต้อนรับยิ้มแย้มน่ารัก มาก ราคาสูงเอาการอยู่แถม ไม่มีโปรโมชั่นลดราคาด้วย เลยไม่ได้ใช้บริการครับ



ชั้นบนสุดของตึก Garden wing นี้ จะมีห้อง Fitness ที่เปิดให้บริการ 24 ชม. ส่วนของซาวน่า ห้องอบไอ น้ํา และ จาคุซซี่ จะเปิดถึงห้าทุ่ม เป็นสถานที่ออกกําลังกายที่น่าใช้ บริการมาก ปล. ผมไม่ค่อยได้ถ่าย รูปบริเวณนี้เนื่องจากช่วงที่ขึ้นไปมี แขกใช้บริการกันอยู่เยอะกลัวถ่าย แล้วติดรูปแขกท่านอื่นมา



เนื่องจากห้องพักอยู่ชั้นที่ 15 จะเห็นวิวมุมสูงซึ่งวิวภายนอกห้องจะเป็นซิตี้วิวและจะ มีระเบียงเล็กๆให้นั่งรับลมได้ ด้วย




วิวด้านนี้ตึกเด่นคงต้องยกให้ตึก ที่สูงที่สุดในประเทศไทยในตอน นี้ บนโต๊ะจะมีปากกา Siam Kempinski by Cross ให้ใช้ด้วย เขียนดี ไหลลื่นมาก เสียดายไม่ ได้หยิบกลับมาด้วย



ภาพนี้ถ่ายจากระเบียงห้อง พักชั้น 15 ห้อง 63 ที่ผมเข้า พักในคืนนั้นครับ



วิวตึกด้านฝั่งประตูน้ํา ไม่ ค่อยมีตึกสวยๆเท่าไรเลยนะ



เตียงนอนที่นี่มีขนาดใหญ่มาก ปูด้านบนด้วยที่นอนนุ่มๆ หมอนนุ่มๆหลับสบายไม่อยากลุกเลย



หลังแม่บ้านมา Turn down ที่นอนให้และให้น้ําดื่มเพิ่มอีกตามจํานวนที่เราดื่มไปแล้ว



ส่วนตรงกลางของโรงแรมจะเป็นส่วนของสนาม หญ้าและจะมีสระว่ายน้ํารายล้อมรอบๆสนามหญ้า อีกที จากสระว่ายน้ําสระหนึ่งมองออกไปด้านหน้าที่ เห็นมีแสงไฟตรงนั้นเป็นส่วนที่เป็นล๊อบบี้ของ โรงแรมเองจะเห็นว่าล๊อบบี้จะแยกเป็นอาคารเดี่ยวๆ แล้วเชื่อมเข้ากับตึกที่พักทั้งสองฝั่งอีกที



วิวอีกด้านจะหันหน้าไปทางเซ็นทรัลเวิลด์ มองผ่านมุมน้ําตก เล็กๆของส่วนที่เป็นโต๊ะ Outdoor ของห้องอาหาร



สระที่มีคนใช้บริการเยอะที่สุดก็คงเป็นสระบริเวณนี้ เน้นเป็นสระเด็กและมีบ่อจากุซซี่ให้นั่งแช่น้ําเล่น ด้วย จริงๆบรรยากาศสวนและสระว่ายน้ําตรงนี้ตอน กลางวันจะดูสวยมากสนามหญ้า ต้นไม้สีเขียวๆตัด กับสระว่ายน้ําและถ้าได้ฟ้าใสๆแดดดีๆด้วยถ่ายรูป ออกมาจะสวยมากเลย เสียดายวันที่ไปไม่เจอ อากาศแบบที่ว่าเลย



บริเวณกลางสวนยังมีที่นั่งขนาดใหญ่ ตอนกลางคืนเปิด ไฟใต้เบาะแล้วเหมือนที่นั่งเล่นรอบกองไฟเลย



มุมที่นั่งแบบนี้จะมีอยู่สองจุด ลักษณะเหมือนกัน



มานั่งตรงนี้มองไปด้านหน้าล๊อบบี้สวยดี ครับ



ภาพสระว่ายน้ําช่วงกลางวัน ภาพไม่มีมิติเลย พอให้ เห็นบรรยากาศได้นิดหน่อย



เตียงนอนอาบแดด จะมีหมอนหนุนศรีษะด้วย มี ผ้าเช็ดตัววางไว้ให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องเดินไปขอ



เราไปชมส่วนของห้องอาหารกันหน่อย เนื่องจาก ช่วงที่ไปมีแขกเยอะมาก ทางโรงแรมเลยเปิดห้องอา หารที่่ชื่อสระบัว เป็นห้องอาหารเช้าอีกแห่งหนึ่ง เพิ่ม เติมจากห้องอาหาร Brasseries Europa ซึ่งเป็นห้อง อาหารหลัก ผมเองเลยเลือกที่จะมาทานอาหารเช้าที่ ห้องอาหารสระบัว เพราะดูแล้วบรรยากาศภายใน ห้องอาหารแห่งนี้สวยกว่า แต่จะมีขนาดห้องเล็กกว่าและจะออกจะมืดมากกว่าห้องอาหาร Brasseries



จุดเด่นมากภายในห้องอาหารสระบัว คงไม่ พ้นศาลาที่มีลวดลายไทยฉลุ อย่างสวยงาม แปลกตา หลังคาและผนังตกแต่งด้วยไม้ เ็น ห้องอาหารที่สวยมากแห่งหนึ่งเลย



ไลน์อาหารเช้าขอรวมๆรูปมาให้ดูเลยละกัน คุณภาพอาหารถือว่าสุดยอดที่สุดแห่งหนึ่ง แค่น้ําเปล่า ยังมาเป็นน้ําแร่แล้ว



นอกจากอาหารที่อยู่ในไลน์บุฟเฟ่ ยังมีอาหารที่สั่งจากเมนูอีก Egg benedic สอดไส้แซลมอนจานนี้ อร่อยมากๆรสชาติซ๊อสหอมกลบกลิ่นคาวของไข่ที่ไม่สุกมากได้สนิท และวัฟเฟิลก็หอมอร่อยมาก กิน กับโยเกิตนําเข้าจากฝรั่งเศษอร่อยเข้ากันดีมาก



มีสระบัวที่มีดอกบัวมาลอยเข้า กับบรรยากาศของห้องอาหาร ด้วย



เนื่องจากที่นี่มีธีมเป็นดอกบัว จึงมีรูปหรือสิ่งก่อสร้างที่มาจาก ดอกบัวหลายอย่างจุด เช่น กําแพงโรงแรมก็มีดอกบัว ประดับบนเสากําแพง



มาชมส่วนต่างๆบริเวณล๊อบบี้อีก ซักหน่อย ที่นั่งพักและบันไดวน ด้านหน้าของล๊อบบี้



ขึ้นไปชมข้างบนกัน ตัวบันไดมี ราวจับและมีกระจกใสกั้นตลอด แต่ถ้าขี้เกียจเดินขึ้นก็มีลิฟท์ขึ้น มาได้เหมือนกัน แต่แนะนําว่า เดินดีกว่า ชมวิวสวยๆระหว่าง เดินและได้ออกกําลังกายนิด หน่อยไปในตัวด้วย



จากด้านบนมองลงไป



วิวจากด้านบนมีโต๊ะตั้งกระถาง ดอกไม้ต้นนี้อยู่



จากด้านบนมองลงไปที่ล๊อบบี้และชั้นลอยของอีกฝั่ง ซึ่งจะมีห้องจัดเลี้ยงอยู่ด้วย เดี๋ยวจะพาไป ชมต่อครับ



เสาและโคมไฟเป็นจุดเด่นที่สําคัญของล๊อบบี้ที่ออกแบบมาได้อย่างวิจิตรตระการตามาก



ข้างบนนี้มีจุดนั่งพักผ่อนอยู่มุมนึงด้วย เดินขึ้นมาเมืื่อยนั่งพักซักหน่อยก่อนก็ได้



อีกฝั่งหนึ่งของชั้นลอยที่เดินขึ้นบันไดวนมา มีเก้าอี้นั่งเหมือนกัน มองย้อนไปชั้นลอยอีกฝั่งนึงที่ เพิ่งไปมา



จากด้านบนมองลงไปที่ล๊อบบี้ โคมไฟและแสงไฟที่ส่องผ่านลายฉลุออกมาสร้างลวดลายอย่าง สวยงามให้กับเสา



มุมมองจากด้านบนมองลงไปบริเวณล๊อบบี้อีกมุมหนึ่ง



เดินเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นส่วน ของห้องจัดงาน วันที่ไปไม่มี งานหน้าห้องเลยดูเงียบๆ แต่ก็ มีความหรูหรามาก



โคมไฟระย้าในห้องจัดงาน



มองด้านตรงเข้าไปด้านใน ทางด้านซ้ายจะเป็นห้องจัดงานใหญ่ ส่วนด้านในด้านขวาจะเป็นห้องประชุม สัมมนาเล็ก และเข้าไปด้านในยังมีห้องเล็กห้องน้อยอีกหลายห้องเลย



มองออกไปด้านหน้าทางเข้า เห็นล๊อบบี้อยู่กลางภาพ



วิวรวมๆในช่วงกลางวันบริเวณล๊อบบี้



ปิดท้ายด้วยภาพนี้นะครับเป็นบรรยากาศของล๊อบบี้ในช่วงกลางวันที่มีแขกเยอะมากตลอดเวลาเลย



ขอสรุปการมาพักครั้งนี้
ขอชม
1. เป็นโรงแรมที่มีการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่สวยมาก ตั้งแต่ที่ล๊อบบี้ที่อลังการ หรูหรา จนถึง ภายในห้องพักที่มีอุปกรณ์ความสะดวกครบครันและได้มาตรฐานคุณภาพสูง
2.เป็น City resort ที่ได้ความสะดวกสบายแบบใจกลางเมืองและยังได้บรรยากาศผ่อนคลายแบบรีสอร์ตด้วยใน ขณะเดียวกัน
3. สระว่ายน้ํากว้างขวางและมีหลายสระ ทําให้ไม่แออัด คนชอบว่ายน้ําว่ายได้เพลิน 4.มีกิจกรรมให้เลือกทําเลือกเล่นมากมาย ตั้งแต่ ฟิตเนต อบเซาว์น่า อบไอน้ํา ว่ายน้ําหรือข้ามถนนไปเดินเล่น ช๊อป
ปิ้งที่ห้างหรูฝั่งตรงข้าม 5. อาหารถึงแม้จะมีราคาสูงและคุณภาพและรสชาติสมราคา
ขอฝาก
1. ห้องที่ผมเข้าพักมีกลิ่นไม่ค่อยสะอาดใน บริเวณห้องส้วมและที่พื้นก็เหมือนมีรอย คราบอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าห้องอื่นๆมีกลิ่น หรือไม่
2. การควบคุมอุณหภูมิในห้องพักไม่ค่อยตอบ สนอง ผมตั้งอุณหภูมิไป 29 ก็ยังเย็นมาก จน ต้องลุกจากเตียงมาปิดแอร์นอน
ราคาที่ไปพักคือสามพันห้าและอัปเกรด ห้องเป็น Executive ซึ่งตอนแรกคิดว่า ห้องจะใหญ่กว่า Deluxe แต่ดูแล้วเป็น ห้องเหมือนกัน เพียงแต่ได้ห้องที่อยู่บนชั้น ที่สูงกว่า ได้วิวดีกว่า ค่าอัปเกรดห้อง พร้อมสิทธิ์เข้าใช้ Executive lounge ซึ่งจะ มีอาหาร ของว่าง เครื่องดื่มทั้งบ่ายและ เย็น รวมถึงอาหารเช้าอีกด้วย อยู่ที่ สอง พันหนึ่งร้อยบวกๆ
Final Verdict
บรรยากาศ : 5
อาหาร : 5
ความสะอาด : 4
การบริการ : 5
Facilities ต่างๆ : 5
ความคุ้มค่า : 4




สามารถติดตามฉบับต่อๆไปได้ที่
http://alperture.bloggang.com

ชมฉบับย้อนหลังได้โดยคลิ๊กเลือกที่หน้าปก ได้เลยจ้า















Create Date : 07 กันยายน 2554
Last Update : 2 ธันวาคม 2555 20:31:03 น. 6 comments
Counter : 9949 Pageviews.

 
ตามมาจากห้องบลู pantip ค่ะ เข้ามาชื่นชมภาพค่ะ สวยมากจริงๆเลย แตละที่ที่ไป อยากไปบ้างจัง


โดย: mic&mam IP: 192.168.10.155, 118.172.20.195 วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:9:03:39 น.  

 
งดงาม อลังการมากค่ะ ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


โดย: ชมจันทร์ BP IP: 202.29.77.2 วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:9:35:11 น.  

 
บล็อคของท่าน.......สวยจริง ๆ
มืออาชีพเลยนะครับ....
ไปทำหนังสือขายได้เลยครับ........


โดย: เล้ง IP: 124.120.230.161 วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:21:48:02 น.  

 
ขอบคุณท่าน mic&mam, K.ชมจันทร์, K.เล้ง ที่มา comment และให้คำแนะนำนะครับ


โดย: แลเยี่ยมเยือนสุข วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:23:01:33 น.  

 
กำลังลังเลอยู่เลยว่าจะจองที่นี่รึไม่เพราะจะกลับไทยเดือนหน้านี้ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ


โดย: cherry IP: 174.65.130.147 วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:1:06:19 น.  

 
รูปสวยมากๆเลยค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:7:50:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แลเยี่ยมเยือนสุข
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




มาแลมามองมาเยี่ยมมาเยือนที่นี่ อยากให้มีความสุขออกไปทุกคน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แลเยี่ยมเยือนสุข's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.