(Review) ส้มตำสุดเด็ด "ตะบันตำ ตำถาด บันลือโลก" สำหรับชาวรังสิต แซ่บสะใจ @ Swan Lake Cuisine
ชื่อร้าน : Swan Lake Cuisine
รายการอาหาร : ร้านอาหารไทย อาหารซีฟู๊ด
ที่ตั้งร้าน : ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต ( 98/15 หมู่ 18 ถ.เชียงราก-ธรรมศาสตร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง), ปทุมธานี Thailand, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 14° 3' 53.75"N 100° 35' 50.97"E








สวัสดีครับ

วันนี้มีโอกาสได้แวะมาที่ร้าน Swan Lake Cuisine อีกรอบเนื่องจากได้ทราบมาว่า ทางร้านได้นำแฟรนไชส์ของร้านส้มตำชื่อดังในขณะนี้ "ตะบันตำ ตำถาดบันลือโลก" มาลงครับ


ร้านครัวสวอนเลค เพื่อนพี่น้องท่านใดหาไม่เจอ > จิ้มเลยครับ <


ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ มธ.ศูนย์รังสิตครับ ถ้ากลับรถแล้วพอผ่าน TU Dome Plaza แล้วก็เตรียมชะลอมองซ้ายไว้ได้เลยครับ


ลานจอดรถรองรับได้เยอะมากครับผมไปบ่ายๆ ลูกค้ากำลังชิลล์ๆไม่กี่โต๊ะพอดี


ทางเข้าร้านเช่นเคยครับ


ขอเก็บบรรยากาศสักหน่อยครับ ฝั่งนี้เป็นโซน Outdoor และ ห้องคาราโอเกะครับ


ร้านจะแบ่งเป็นโซนๆไปครับเลือกได้เลยอยากได้บรรยากาศแบบไหนครับ


โซนกลางน้ำก็ชิลล์ๆ ดี


ส่องน้องหงษ์น้องห่านเล่นน้ำชิลล์ๆ สบายๆ ได้เลย


เล่นน้ำกันหนุกหนาน (ตัวขวาสุดทำไรน๊ะ)



ออกมาทักทายก็มี


โซนห้องแอร์ครับ


ลูกค้ามาใช้บริการโซนห้องแอร์กันพอสมควรครับวันนี้ ...เราก็เช่นกัน


มีไวน์ให้บริการด้วยครับ ทานอาหารอร่อยๆพร้อมกับจิบไวน์เพลินๆได้เลยครับ
เดินชมร้านเพลินๆซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ เรามาอร่อยกันดีกว่าครับ

เมนูหลักเคยมาลุยไปแล้ว วันนี้ตั้งใจมาทาน "ตะบันตำ ตำถาด บันลือโลก" ซัดให้เต็มที่กันเลยดีกว่าครับ



จานแรกที่มาเสิร์ฟ เป็นเมนูแนะนำของทางร้านนะครับ ขาหมูสวอนซอส ราคา 260 บาทครับ



นำขาหมูไปตุ๋นกับเครื่องยาจีน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ชุบแป้งทอดจนกรอบหอม และเพิ่มรสสัมผัสด้วยเต้าหู้ญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม ชุบแป้งทอดจนกรอบนอกนุ่มใน



แล้วนำมาผัดกับซอสสูตรพิเศษที่ใช้ส่วนผสมจากเต้าซี่ ปลาหมึกแห้ง และหอยเชลล์ ใส่พริกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ
จานนี้อร่อยมากๆ ตัวขาหมูชิ้นใหญ่มากๆ เนื้อหนุบหนับ ตัดกับความนุ่มนิ่มของเต้าหู้ญี่ปุ่น ซอสรสชาติกลมกล่อม 



จานนี้เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถวทอดนะครับ ทานคู่กันแทนข้าวสวยได้เลย





สำหรับ ขาหมูสวอนซอส เป็นเมนูที่ได้ออกรายการ "The Dish เมนูทอง" ด้วยนะครับ ห้ามพลาดเลยจานนี้

เมนูต่อมา เป็นเมนูจากส้มตำชื่อดัง "ตะบันตำ ตำถาดบันลือโลก" ที่ทางร้าน Swan Lake Cuisine ซื้อแฟรนไชส์มาลงเพื่อความหลากหลายครับ



ส่วนเมนูนี้พอพนักงานยกมาเสิร์ฟต้องว้าวก่อนเลย...



จานนี้... เรียกจานได้ไหมนี่ "ตำอ่าง" ราคา 300 บาท ครับ ใหญ่เบิ้มสมชื่อตำอ่างจริงๆ





เป็นส้มตำที่เสิร์ฟพร้อม ปลาหมึกย่างทั้งตัว กุ้งย่างทีให้มาถึงสี่ตัว หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์สองตัว และปูม้าหนึ่งตัวครับ ถูกใจสำหรับคนที่ชอบทั้งส้มตำแซ่บๆและซีฟู๊ดอร่อยๆแน่นอน



ปูสดมากๆ



จานใหญ่มากจริงๆ ลองเทียบกันขนาดมือนะครับ





เมนูต่อมาอลังการไม่แพ้กัน "ตำถาดไทย" ราคา 220 บาท



มีทั้ง ไก่ทอด หมูยอ หมูแดดเดียว คอหมูย่าง  กุ้งย่าง จัดเต็ม



ปลาดุกฟูกรอบอร่อยมากๆ ถั่วฝักยาวสด แครอทชุบแป้งทอด ก็เข้ากันกับส้มตำดีมากๆครับเพลินมากชอบ



แน่นอนว่าถ้าเป็นตำถาดก็ต้องจัดเต็มเครื่องส้มตำ ซึ่งจัดมาทั้งเส้นหมี่กระเทียมเจียว ไข่ต้ม ขนมจีน แคบหมู และกะหล่ำปลีสด



ส่วนส้มตำสามารถสั่งได้นะครับ จะตำลาว ตำป่า ชอบเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อย รีเควสได้เลย วันนี้ผมขอตำไทยครับ
ต้องบอกเลยว่าส้มตำเขาทำได้อร่อยจริงๆ น้ำส้มตำนี่รสชาติจัดจ้านมากๆ เป็นน้ำส้มตำสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นเองนะครับ ไม่มีเจ้าไหนทำเหมือนแน่นอน



เทียบให้ดูกับขนาดมือ ผมว่าไซส์นี้ทานกัน 4-5 คนกำลังพอดี หรือถ้ากลัวไม่อิ่มจะสั่งข้าวเหนียวหรือข้าวสวยเพิ่มก็ได้ครับ ทางร้านมีไว้บริการ
จานนี้ถ้าทานกัน 4 คน ตกคนละ 55 บาทเท่านั้น ได้ส้มตำจานใหญ่เครื่องจุใจขนาดนี้ คุ้มราคามากๆ



คั่นเมนูแซ่บๆด้วยของทานเล่นกันบ้าง ทานส้มตำแล้วก็ต้องมี "ไก่ทอด" จานนี้ราคา 80 บาทครับ



ไก่หมักเครื่องเทศจนได้ที่ ทอดจนสุกหอม รสชาติออกเค็มหวาน ทานกับส้มตำเผ็ดๆเข้ากันดีมากๆครับ



มาต่อกันที่เมนูส้มตำที่ได้ออกรายการครัวคุณต๋อยครับ "ตำกรอบสามรส" ราคา 160 บาท 



โดยนำ มะละกอ เผือก หัวปลี และแครอท ไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมน้ำส้มตำสูตรพิเศษของทางร้านครับ



เติมด้วยสับปะรด ไข่เค็ม กุ้งลวก ตำพอแหลก แล้วนำไปราดบนผักชุบแป้งทอด ผักกรอบๆที่ดูดน้ำส้มตำเข้าไปนี่อร่อยจริงๆครับ สับปะรดก็รสชาติหวานฉ่ำเข้ากับส้มตำได้เป็นอย่างดี



ตำจานสุดท้ายของวันนี้ เป็นตำที่ได้ออกรายการ The Dish เมนูทองครับ "ตำไหลบัวลงทะเล" ราคา 160 บาท



นำไหลบัวไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมน้ำส้มตำสูตรพิเศษเช่นเคย คลุกเคล้ากับปูม้าสด กุ้งสด ปลาแซลมอนสด และหอยนางรมสด นำมาราดบนไหลบัวทอดกรอบ
อร่อยมากๆครับจานนี้ ไหลบัวกรอบมากๆ ซีฟู๊ดก็สดไม่มีกลิ่นคาวเลย



อาหารมาครบแล้ว ถ่ายรูปหมู่ซักนิด น่าทานทุกจานเลย



รวมซีฟู๊ดสดๆและไหลบัวทอดกรอบจาก "ตำไหลบัวลงทะเล" แซ่บแบบไร้กลิ่นคาว



ไก่ทอดก็อร่อยเข้มข้น



"ตำกรอบสามรส" ก็อร่อยไม่แพ้จานอื่นๆ กุ้งตัวใหญ่เนื้อเด้งดึ๋งมากๆ



เช็คบิลกัน โอ้วเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ ความอร่อยของอาหาร ขอบอกว่าไม่แพงเลยครับ สั่งไปขนาดนั้นคุ้มมากๆ



น้องห่านเดินมาส่งกลับบ้านด้วย!




เพื่อนพี่น้องท่านใดอยู่แถวนั้น ยังไม่ได้ลิ้มลองหรือเป็นขาประจำร้านนี้อยู่แล้วต้องไม่พลาดครับเด็ดจริงๆ
ไม่ต้องไปต่อคิวยาวๆแบบสาขาหลักด้วยแต่คอนเฟิร์มได้เลยว่ารสชาติความอร่อยนี่ของจริงเลย
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติ้มลองสอบถามไปทาง"PAGE FB ของร้าน"ดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและcommentครับ







Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2560 2:30:11 น.
Counter : 484 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านน้องเนยซีฟู๊ด สาขา The Promenade ชั้น3 อร่อย สด โดนๆ ทั้งbuffet และ a la carte คุ้มราคา
ชื่อร้าน : น้องเนยซีฟู๊ด สาขา The Promenade
รายการอาหาร : อาหารซีฟู้ด , บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด699
เวลาเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เปิดทุกวัน
ที่ตั้งร้าน : เดอะ พรอมานาด ชั้น3 ห้อง3016 ถนนรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230, กรุงเทพมหานคร คันนายาว Thailand
พิกัด GPS : 13° 49' 36.00"N 100° 40' 28.21"E






 สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang



วันนี้ขอไปแนะนำร้านอาหารซีฟู้ดที่เคยไปทานมาแล้วติดใจหลายรอบเลยอย่างร้านน้องเนยซีฟู๊ดครับ


สาขาที่จะไปรอบนี้อยู่ที่ The Promenade ครับ 


ซึ่งเป็นห้างส่วนที่ต่อขยายจาก Fashion Island นั่นเองครับ




เคยมารอบที่แล้วน้ำพุยังเป็นส่วนoutdoorของห้างรอบนี้ รีโนเวตใหม่สวยงามตระการตาไปเลย


มีเก้าอี้รายล้อมน้ำพุให้ลุกค้ามานั่งพักผ่อนชมน้ำพุ แทบเต็มทุกที่นั่งเลย ท่าทางจะชิลล์กันมากหลับหลายท่านเลย
แต่คุณลุงท่านนี้จองที่นั่งอ่านไม่ลุกไปไหนเลย (อ่าวไม่ใช่หรอ?) นึกว่าอ่านซะหน้าดำคร่ำเครียด(ไม่พลิกหน้าด้วย)


ไปร้านเป้าหมายกันดีกว่าท้องร้องแล้วครับ จากจุดนี้ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสามได้เลย



ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามบอนชอนครับขึ้นมาแล้วเหลียวหลังมองไปก็เจอเลย

หน้าร้านครับเมื่อก่อนเคยตั้งอยู่ชั้น1ตอนนั้นย้ายขึ้นมาแล้ว มีไรใหม่ๆ ไปดูกันครับ


ตอนนี้ร้านน้องเนยซีฟู๊ดมีทั้งแบบอะลาคาร์ทและบุฟเฟ่ต์!ด้วยครับ ว้าววววว


ก่อนอื่นใดขอไปส่องเมนูหน้าร้านให้เพื่อนๆ เลือกก่อนไปซะหน่อยครับ


หน้าแรกมีประวัติความเป็นมาให้อ่านเพิ่มอรรถรสซะหน่อยก่อนครับ












โอย..แต่ละอย่างน่าทานม๊าก เลือกไม่ถูกเลยจะทานแบบไหนดี มีทั้งแบบปกติ บุฟเฟ่ต์และ อะลาคาร์ทแบบมินิดิชอีกต่างหากครับ






ไปลุยกันเลยดีกว่า บรรยากาศในร้านตกแต่งออกแนวทานริมหาด เรียบๆ ง่ายๆครับ


ทางแก๊งตัดสินใจทานแบบอะลาคาร์ทมินิดิชครับ เพื่อความหลากหลายและไม่กดดันจนเกินไป แปบเดียวจานแรกมาเสิร์ฟละครับ


"ข้าวผัดปู" แบบมินิดิชครับ น่าทานมากกกกก ปูนี่เน้นๆ มาให้เลย หอมกรุ่น ราคา 80 บาท ได้เนื้อปูสดๆเน้นๆบนห้างหรูขนาดนี้เกรดนี้...


และจานถัดมานี่คือ"ข้าวผัดเนื้อกั้ง " ครับ เนื้อมาเน้นๆ เช่นกัน ข้าวร่วน หอม ไข่เคลือบข้าว 


เนื้อกั้งก็มาเป็นชิ้นใหญ่ๆสดมาก ราคาก็ 80บาท เท่ากันครับ เปิดมาก็คุ้มแล้ว


"ข้าวผัดกระเทียม"ก็ได้กลิ่นกระเทียมชัดเจน ราคา 40 บาทครับ ทานคู่เมนูกับข้าวร้านนี้อร่อยเพลินแน่นอน


ว้าวๆ"หอยเชลล์อบเนย" ราคา 99 บาท หอยเชลล์ตัวใหญ่ มาพร้อมฝาเลยครับ โปะด้วยเนยกระเทียมรสเข้มข้น 


อบจนสุกหอม อร่อยมากๆ หอยสดไม่คาวเลย จานนี้ให้มาสี่ฝาใหญ่ๆด้วยกัน คุ้มค่าจริงๆครับ


จานปลากันบ้าง "ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว" ราคา 99 บาท เนื้อปลากะพงชิ้นพอดีคำ นึ่งซีอิ๊วสไตล์จีน หนึ่งจานมีสองชิ้น
น้ำซีอิ๊วรสชาติดีกลมกล่อม แต่น่าจะเข้มข้นกว่านี้หน่อยครับ


"กระทะลอยฟ้า" ราคา 99 บาท!! ชื่อแปลกนิดนึง แต่น่าทานมากๆ เมนูนี้คล้ายๆกับกระเพาะปลา แต่มีเครื่องเยอะกว่า 


ทั้งกระเพาะปลา สาหร่ายทะเล หน่อไม้ทะเล เยื่อไผ่ หูฉลาม กุ้ง เป่าฮื้อ ปลาหมึกกรอบ เห็ดหอม และผักกาดขาว 
ตุ๋นรวมกันในหม้อดิน ทานตอนร้อนๆอร่อยมากครับ ผมชอบมากๆไม่หวานไปออกแนวจีนๆ แทบจะยึดคนเดียวเลยหม้อนี้


จานต่อมาของโปรดเมนูชอบของร้านนี้(สาขาเซ็นทรัลพระรามสอง)เลย "ปูนิ่มทอดกระเทียม" ราคา 99 บาท!!โอ้โหวทำราคาไปได้


ปูนิ่มทอดมาจนสุกหอม นำมาผัดกับกระเทียมเจียวกรอบ จานนี้รสชาติเข้มข้น ออกเค็มๆมันๆ ทานกับข้าวผัดอร่อยมากๆครับ


มาถึงจานเบาๆกันบ้าง "สลัดกุ้ง" 99 บาท สลัดผักนานาชนิด ทั้งมะเขือเทศ แครอท กะหล่ำม่วง หอมใหญ่ แตงกวา และพริกหวาน 

ท็อปปิ้งด้วยกุ้งชุบแป้งทอดตัวโต เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดครีม 

รสชาติเบาๆครับจานนี้ ผักสดกรอบอร่อย กุ้งตัวใหญ่สะใจ ชอบครับจานนี้


จานปลามาอีกแล้วกับ "ปลาสามรส" ราคา 69 บาท เนื้อปลาหั่นมาชิ้นพอดีคำ ไม่มีก้าง ชุบแป้งทอดจนสุกเป็นสีเหลืองทอง 


ราดด้วยน้ำราดสามรส เปรี้ยว หวาน เผ็ด จานนี้รสจัดนิดนึงนะครับ แนะนำให้ทานตอนร้อนๆครับ เย็นแล้วเดี๋ยวจะเหนียว


มาต่อกันด้วยอาหารยอดฮิต "ปลาหมึกผัดไข่เค็ม" 99 บาท ปลาหมึกลวกมากรุบกรอบ ผัดกับเนื้อไข่แดงเค็มที่ใส่มาแบบไม่ยั้ง 


หมึกทุกชิ้นมีเนื้อไข่แดงเค็มเคลือบอยู่ รสชาติกลมกล่อม แต่ส่วนตัวผมคิดว่าปลาหมึกหั่นชิ้นใหญ่ไปหน่อย ถ้าชิ้นเล็กกว่านี้จะทานง่ายกว่าครับ


เมนูนี้แปลกดีครับ "กล้วยหอมซีฟู้ด" ราคา 69 บาท ตอนแรกนึกว่าเป็นของหวาน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะ 


จานนี้เป็น เนื้อปู เนื้อกุ้งคลุกเคล้ากับมายองเนส แห้ว และกล้วยหอม นำไปชุบแป้งทอดจนกรอบครับ ทานเปล่าๆก็อร่อย 
หรือจะทานกับบ๊วยเจี่ยก็เข้ากัน จานนี้ผมชอบมากๆ ครอบครัวไหนพาคุณหนูๆมาทาน อย่าลืมสั่งจานนี้นะครับ ถูกใจแน่ๆ


 "กุ้งอบวุ้นเส้น" 99 บาท วุ้นเส้นอบเหนียวนุ่ม ไม่ติดกันเป็นก้อน 


หอมกลิ่นขิงและน้ำมันงา กุ้งก็ให้มาตัวใหญ่ดีครับ


คั่นด้วยเครื่องดื่มซะหน่อย มีโปร 1 แถม 1 พอดี "น้ำเบอร์รี่"สดชื่นดีครับคุ้มค่าใช้ได้เลย 69 บาท

"หลนกุ้ง" ราคา 99 บาท หลนกุ้งรสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นเครื่องหลน 


ใส่กุ้งมาทั้งตัวเลย ให้มาตั้งสามตัวแหนะ เสิร์ฟพร้อมผักสด ผักกาดขาว แตงกวา ถั่วฝักยาว และข่า อร่อยมากครับ



"ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ" ราคา 99 บาท ปูนิ่มทอดกรอบผัดกับเครื่องพริกไทยดำรสจัดจ้าน 
จัดเต็มทั้งพริกไทยอ่อน หอมใหญ่ และพริกหวาน รสชาติกลมกล่อม หอมพริกไทยดำมากๆครับ


"ทอดมันกุ้ง" ราคา 89 บาทครับ เนื้อกุ้งเด้งดึ๋งเต็มๆคำ ทอดมาได้สุกกำลังดี ทานเปล่าๆก็อร่อย ทานกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยก็เข้ากันครับ


"ปลากระพงทอดน้ำปลา" ราคา 99 บาท! ปลากระพงหั่นชิ้นพอดีคำทอดจนเหลืองกรอบ ราดมาด้วยน้ำปลา 


เสียดายน้ำปลาที่ราดน้ำเป็นน้ำปลาไม่ได้ปรุงรสแบบร้านอื่นๆที่จะออกเค็มหวานครับ แต่ตัวเนื้อปลาสดกรอบดีครับ
ไม่งั้นเป็นเมนูโดนใจสำหรับผมแน่ๆ


ท้องตึงกันไปแบบสุขใจแน่นๆกันแล้วตีบิลมา อู้ว หารแล้วถูกกว่าแบบบุฟฯอีก ฟินไปเลย ของเค้าดีจริง
แต่ถ้าใครต้องการจัดหนักมั่นใจแบบบุฟเฟ่ต์ก็ต้องคุ้มค่าแน่นอนครับ รสชาติ ความสด ราคา บนห้างระดับนี้


เพื่อนพี่น้องคนไหนอยู่ใกล้แฟชั่น ใกล้สาขาThe Promenadeนี้ ต้องพาครอบครัวเพื่อนพี่น้องไปลองให้ได้ครับ
หรือคนเดียวSoloเข้าไปสั่ง มินิดิชมาสองสามจานกับเมนูข้าวก็คุ้มสุดๆละครับ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมลอง
สอบถามข้อมุลจากทางเพจของร้านดูนะครับผม

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ






Create Date : 21 มกราคม 2560
Last Update : 23 มกราคม 2560 23:05:28 น.
Counter : 561 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านอาหารเกาหลี แท้ๆ Buffetสุดคุ้มค่า "DooRae" @ ชั้น 2 BeeHive เมืองทองธานี
ชื่อร้าน : Doorae (ดูเร) Korean Restaurant
รายการอาหาร : ร้านอาหารเกาหลี Buffet ปิ้งย่าง
เวลาเปิดบริการ : เวลาเปิด-ปิด 10.00 - 22.00น.
ที่ตั้งร้าน : ศูนย์การค้าบีไฮฟ์ ชั้น 2 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี 11120, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 54' 39.41"N 100° 32' 22.48"E








  สวัสดีครับเพื่อนพี่น้องชาว Bloggang
รอบนี้ขอมาแนะนำร้านอาหารเกาหลีเด็ดๆอีกร้าน ย่านเมืองทองธานีครับ


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่คอมมูนิตี้มอลล์ BeeHive เมืองทองธานีครับ


ขึ้นมาชั้นสองเจอร้านใหญ่ๆนั่นไม่ผิดแน่นอน


ร้านอยู่ชั้นสองฝั่งริมหน้าห้างถ้าหันหน้าเข้าห้างก็ทางซ้ายครับ


บรรยากาศหน้าร้านครับ ที่ร้าน "Doorae" เป็นอาหารเกาหลีแท้ ไม่ฟิวชั่นไม่อะไรทั้งสิ้น แท้ถึงขนาดที่ว่า 
เวลามีศิลปินเกาหลีมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย Doorae จะเป็นผู้จัดอาหารเพื่อรับรองศิลปิน และบางครั้งศิลปินก็จะมาทานถึงที่ร้านเลยครับ


ขึ้นมาฝั่งข้างร้านก็ได้ร้านพื้นที่กว้างมากทั้งล็อคเลย


สำหรับปิ้งย่างของร้าน Doorae นั้น มีให้บริการทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และแบบอะลาคาร์ทนะครับ โดยบุฟเฟ่ต์จะมีราคาอยู่ที่ 349 บาท 
(ราคาเน็ทแล้วนะครับ ไม่มีบวกเพิ่มใดๆทั้งสิ้น) ซึ่งในราคานี้ จะสามารถทานหมู ไก่ และเครื่องเคียงได้ไม่อั้น 
แต่ไม่รวมเนื้อวัวนะครับ ถ้าจะทานเนื้อวัวต้องสั่งแยกเป็นจานๆเท่านั้น หรือทานใดไม่ทานบุฟเฟ่ต์ ก็ทานเป็นอะลาคาร์ท สั่งได้ทั้งหมู เนื้อและไก่ครับ



ส่องเมนูหน้าร้านซะหน่อย น่าทานหลายอย่างเลยครับ



มีการันตีความอร่อยที่ประตูทางเข้ากันเลย

เค้าเตอร์ต้อนรับลูกค้าครับ


บรรยากาศในร้านครับ จะเป็นแถวตอนลึกยาวเข้าไปแต่ไม่อึดอัดเลย


มีประวัติความเป็นมาของร้านให้อ่านชิลล์ ให้อินก่อนทาน


ส่องตูแช่ไอศครีมจากเกาหลีซะหน่อย มีที่ไม่เคยเห็นเยอะมากน่าลองสุดๆ


ลายเซ็นคนดังต่างๆที่เคยมาลิ้มลองความอร่อยครับ




เยอะเหมือนกันแหะ




ร้านมีจำนวนโต๊ะประมาณ 29 โต๊ะ สามารถรับลูกค้าได้กว่า 200 คนกันเลยทีเดียวครับ





เลือกที่นั่งไม่ถูกเลย ตอนแรกมาช่วงเที่ยงคนแน่นร้านแทบไม่มีโต๊ะว่างเลยครับ









รูปบรรยากาศโดยรวมของร้านครับ พื้นยังมีภาพวาดแนวเกาหลีให้อินอีกด้วย สวยงามๆ




ชามาเสิร์ฟละครับ มีทั้งร้อนและเย็นให้เลือกกัน


เครื่องเคียงเยอะมากตามสไตล์เกาหลีแท้ๆ


แต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์ น่าทานกว่าร้านทั่วไปมากเลย 


ส่วนมากเครื่องเคียงเกาหลีส่วนตัวไม่ค่อยทราบชื่อเลยครับ เมนูนี้น่าจะเป็นซุคินี่ชุบไข่ อร่อยมากๆ แย่งกันขอเติมไปหลาย


ส่วนอันนี้เป้นผักโขมปรุงรสด้วยอะไรไม่ทราบแต่กลิ่นกระเทียมแรงอยู่ ส่วนตัวก็ชอบเพลินๆ ดีครับ ไม่มีใครแย่ง55+



หัวไชเท้า ไว้สำหรับใส่ในผักพร้อมหมูแล้วห่อทานครับ

หอมแดงดอง สำหรับทานกับปิ้งย่างเช่นเดียวกันครับ หรือจะทานเป็นเครื่องเคียงก็ได้



ปลาข้าวสารทอดร้านนี้เด็ดมากครับ ท่านใดคอโซจูหรือเบียร์นี่ เพลินสุดๆ ขอเติมเรื่อยๆแน่ๆครับ เพลินมากกก


กิมจิผักกาดขาว ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวกิมจิเท่าไหร่แต่เพื่อนพ้องนี่ทานกันเพลินมากครับ


สลัดมันฝรั่งนี่ก็ของเด็ดครับ อร่อย มีแอปเปิ้ลด้วย กรุบกรอบมากๆ


อันนี้ไม่แน่ใจว่าข้าวต็อกหรืออะไรแต่ก็จัดจ้านดีครับ


กิมจิมะละกอครับ


ยำผักนี้ก็ต้องมีครับ


ถ่ายรวมๆให้ดูอีกที ย้ำอีกรอบว่าเครื่องเคียงทั้งหมดนี้เติมได้ไม่อั้นครับ และเครื่องเคียงบางตัวจะหมุนเวียนเปลี่ยนชนิดไปในแต่ละวันครับ


มีผักชุดมาให้ครับ สำหรับไว้ห่อทาน


น้ำจิ้มร้านนี้จัดเต็มครับ น้ำจิ้มเนื้อ ซ้ายหวาน ขวาเค็มเผ็ด มีน้ำจิ้มน้ำมันงาเกลือด้วยลืมถ่ายรูปมาครับ


ส่วนนี่ไว้ใช้กับการห่อทานแบบเกาหลีครับกระเทียม พริก เต้าเจี้ยวปรุงรส






เตาถ่านอย่างดีมาแล้วววว


เรามาดูที่เนื้อที่จะลงเตาเมนูแรกกันครับ


เนื้อมาเสิร์ฟแล้วก็เริ่มกันเลยดีกว่า ชิ้นแรกที่ขอให้ลงคือ เซ็งคาลบี้หรือซี่โครงเนื้อย่างครับ จานนี้สั่งแยกมา ราคา 590 บาท 
หนึ่งถาดจะให้ซี่โครงมาสองชิ้นยาวๆ โรยเกลือมาด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติครับ


สำหรับเนื้ออย่างที่สองที่ลงเตาต่อคือ เซ็งดึงชิมหรือเนื้อสันนอกย่างครับ จานนี้สั่งแยกมาเช่นกัน 550 บาท 


โดยเนื้อตัวนี้จะมาเป็นแผ่นใหญ่ๆเลยครับ ดูว้าว สะใจคุ้มค่ามาก

จานต่อมาคือ ซุปพุนบูลโกกิหรือเนื้อสไลด์บางหมักซอส จานนี้ 400 บาทครับ 


เป็นเนื้อชิ้นใหญ่ที่สไลด์แล้ว นำมาหมักกับซอสผลไม้หลายชนิดเลยครับ เป็นสูตรพิเศษของทางร้านเอง 


มาต่อกันที่เมนูทึ่อยู่ในบุฟเฟ่ต์กันบ้าง เทจีคาลบี้หรือซี่โครงหมูหมักซอส


สำหรับหมูจานนี้จะหมักด้วยซอสพริกแบบเกาหลีที่ทำจากพริกป่น ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่ม มีรสเผ็ดนิดๆครับ


ซึ่งจานนี้ถ้าสั่งเป็นแบบอะลาคาร์ท ก็จะได้ชิ้นที่เป็นส่วนซี่โครงมาด้วยสองชิ้นนะครับ 


เมนูต่อมาคือ ซัมเกฟไซลหรือหมูสามชั้นย่าง อันนี้จะเป็นเนื้อหมูแบบที่มีมันแทรกอยู่นะครับ 



ย่างออกมาแล้วอร่อยนุ่มลิ้นมากๆ แนะนำให้จิ้มกับน้ำจิ้มเกลือน้ำมันงา จะได้รสชาติอร่อยของหมูเต็มๆครับ




จานต่อมาเป็นเมนูปิ้งย่างจานสุดท้ายครับ ซุปพุนเทจีบูลโกกิหรือสันนอกหมูหมักซอส 


จานนี้จะหมักด้วยซอสผลไม้เช่นเดียวกับตัวซุปพุนบูลโกกินะครับ ปิ้งเสร็จแล้วก็จะได้เนื้อหมูที่หอมหวานจากซอสหมัก 
แต่จะได้รสสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อครับ



ทานปิ้งย่างอย่างเดียวอาจจะน้อยไป ลองสั่งเมนูอื่นๆของร้านมาลองบ้าง แน่นอนว่าร้านอาหารเกาหลีก็ต้องมีโสม 
วันนี้เลยสั่ง ซัมเกทังหรือซุปไก่ตุ๋นโสมครับ หม้อนี้ 420 บาท อาจจะดูเล็ก แต่ขอบอกเลยว่าคุ้มราคามากๆ 


เพราะร้าน Doorae นำไก่ทั้งตัวมายัดไส้ด้วยโสม ข้าวเหนียว พุทรา เกาลัด และเก๋ากี้ นำไปตุ๋นในน้ำซุป 
ซึ่งซุปนี้มีให้เลือกสองแบบนะครับ คือซุปเนื้อกับซุปปลา ท่านใดไม่ทานเนื้อก็รีเควสซุปปลาได้เลย 


ซึ่งในน้ำซุปนี้ก็มีส่วนผสมของโสมและเครื่องยาโบราณด้วย เสิร์ฟในหม้อร้อนสไตล์เกาหลี ตัวนี้ทานแล้วชุ่มชื่น 
ไก่ตุ๋นมากำลังดีเอาตะเกียบคีบเนื้อก็หลุดออกจากกระดูกง่ายดายครับ ข้าวเหนียวที่ยัดไส้มาก็หอมอร่อย หม้อนี้แนะนำให้สั่งเลยครับ



และแน่นอนว่าอาหารเกาหลีสุดฮิตอีกหนึ่งอย่างที่ไม่สั่งถือว่าพลาดมากๆคือ บีบิมบับหรือข้าวยำเกาหลีครับ 
จานนี้คือ ยุคเคบีบิมบับหรือขัาวยำเนื้อสด ราคา 330 บาทครับ 



เสิร์ฟพร้อมซอสโคชูจังสูตรพิเศษเข้มข้นอร่อยมากๆ

ข้าวยำเกาหลีก็ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด มีทั้งซุคินี่ ถั่วงอกหัวโต หัวไชเท้า ปวยเล้ง สายบัว แครอท และมะละกอครับ 
และวางด้านบนด้วยเนื้อสับและไข่ดิบครับ ตัวนี้จะจัดเสิร์ฟสองแบบ หนึ่งคือจัดเสิร์ฟแบบร้อน 


โดยทางร้านก็จะอุ่นหม้อข้าวยำมาให้ร้อน และให้เราคลุกเอง หรือจะขอให้พนักงานคลุกให้ก็ได้ครับ 


ส่วนแบบทึ่สองจะเป็นการจัดเสิร์ฟแบบเย็น ซึ่งแบบเย็นนี้ จะไม่อุ่นหม้อให้ร้อนนะครับ 


คลุกเนื้อสับกับไข่ให้เข้ากับข้าวไปเลย ถ้าเสิร์ฟแบบเย็นเนื้อก็จะยังดิบอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ร้าน Doorae ใช้เนื้อเกรดพิเศษสำหรับการเสิร์ฟแบบเย็น 
คือเป็นเนื้อที่ทานดิบๆได้เลยครับ



แน่นอนว่าอาหารเกาหลีไม่เน้นหน้าตาแต่เมนูนี้ยอมใจจริงๆ อร่อยมากพลาดไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะร้านนี้


และเมนูอาหารเมนูสุดท้ายที่สั่งคือ ตูเบกี้บูเดชิเกหรือซุปกิมจิใส่มาม่า แฮม ไส้กรอก วุ้นเส้น หม้อนี้ราคา 300 บาทครับ 

หม้อใหญ่มากๆ ซึ่งตัวนี้ก็จะเป็นซุปกิมจิสไตล์เกาหลีรสชาติออกเปรี้ยวเผ็ด



 เสิร์ฟพร้อมรามยอนหรือเส้นมาม่าเกาหลีที่จะออกเหนียวนุ่ม แฮม ไส้กรอก และผักนานาชนิด 
เป็นอาหารเกาหลีแนะนำอีกอย่างหนึ่งที่ฮิตในหมู่คนไทยครับ



เซ็งคาลบี้หรือซี่โครงเนื้อย่าง ลงเตาลุยกันแล้วววว


แปบเดียวพลิกด้านแล้วน่าทานสุดๆ


คุณพนักงานจัดการย่างและตัดให้เรียบร้อย รอบแรกขอลิ้มรสเนื้อเพียวๆก่อน เนื้อมีมันแทรกอยู่บ้าง แต่นุ่มอร่อยครับ 
เกลือที่โรยมาช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีมากๆ


ถึงคราวเซ็งดึงชิมออกโรงแล้ว 


 เวลาย่างก็จะย่างทั้งแผ่น และตัดแบ่งทีหลัง สำหรับเนื้อตัวนี้ออกเหนียวนุ่มครับ


ลองทานกับน้ำจิ้มเกลือน้ำมันงาสูตรพิเศษ ได้รสชาติและกลิ่นหอมของเนื้อเต็มๆครับ


พนักงานร้านนี้บริการดีสุดๆไปเลย ย่างเนื้อให้ตลอดเรานั่งทานได้สบายใจ ที่สำคัญคือ ถ้าเตาเริ่มไหม้ 
มีเศษดำๆติดตามช่องตะแกรง พนักงานจะเปลี่ยนตะแกรงให้ทันทีครับที่ทานวันนี้เปลี่ยนไปเกือบหกรอบได้ 


ลองทานแบบเกาหลีดูบ้าง โดยวางผักสดไว้ในมือนะครับ นำเนื้อไปจิ้มน้ำจิ้มทั้งสองแบบโดยแบบแรกจะเป็นน้ำจิ้มหวาน 
แบบที่สองเป็นน้ำจิ้มเผ็ดครับ 


จิ้มเสร็จแล้วก็นำมาวางบนผัก แล้ววางเพิ่มด้วยเครื่องเคียงหัวไชเท้าฝานบาง และหอมแดงดอง เติมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ
ลงไปนิดนึงเพื่อเพิ่มรสชาติ ใส่พริกชี้ฟ้าและกระเทียมตามชอบ ห่อให้เข้ากันแล้วรับประทานได้เลยครับ


ปลาข้าวสารทอดนี่เท่าไหร่ก็ไม่พอจริงๆ เพลินมาก


ใบงาหรือใบโอบะหรือเกาหลีก็เรียกว่าใบกันนิปของโปรดเลยครับชอบมากๆ


ซุปพุนบูลโกกินี้หอมหวานมากๆ เนื้อนุ่ม ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยครับ


แน่นพุงก็แล้วแต่ก็อ๊ะ!!! ร้านDooRaeนี้มี บิงซูด้วย กระเพาะของหวานพร้อมทำงานทันใดครับ


บิงซูมะม่วง ราคาถ้วยละ 129 บาทครับ 


เสิร์ฟพร้อม
ซอสมะม่วงมาให้ด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติเข้าไปอีกเด็ดมาก


ราดไปเลยรออะไร 


ชิ้นมะม่วงสุกรสชาติหวานหอม เข้ากันดีกับบิงซูมากๆ เห็นว่าขายดีมากครับเมนูนี้ อร่อยจริงไรจริง


ส่วนบิงซูชาเขียวถั่วแดง ราคา 129 บาทเท่ากันครับ เสิร์ฟพร้อมนมข้นหวาน 

ได้ความหวานธรรมชาติถั่วแดง ราดนมข้นเพิ่มได้สำหรับท่านที่ชอบหวานไปได้อีกครับ



อร่อยเพลินมากครับ ชอบมากๆ ผงชาเขียวที่นำมาโรยนี่ก็ชาเขียวเข้มข้นมากๆสะใจเลย ลงตัวสุดๆ




จบไปอีกมื้อที่ฟินสุดไปเลยครับ กลับไปอีกแน่นอน ร้านนี้มีสาขาที่KoreaTownแถวอโศกด้วยนะครับ
แต่ถ้าอยากสะใจ บุฟเฟ่ต์คุ้มเกินราคาต้องสาขานี้เลยครับ อร่อยเนื้อดีไรดี บริการดีมากๆแถมไม่เรียกเก็บservice chargeอีกตังหาก
ถูกใจก็ทิปน้องเค้าเป็นแรงใจได้เลยครับ เพื่อนพี่น้องท่านใดยังไม่เคยลอง อาหารเกาหลีบุฟเฟ่ต์เนื้อดีจัดเต็มแท้ๆ
ต้องที่DooRaeสาขานี้เลยครับ เด็ดจริงๆ ชอบมาก ถ้าอยากทรายรายละเอียดเพิ่มเติมลองติดต่อสอบถามทางเพจของร้านดูนะครับ


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาและCommentครับ
เจอกันโอกาสหน้าครับผม




Create Date : 03 ธันวาคม 2559
Last Update : 21 มกราคม 2560 0:39:24 น.
Counter : 1051 Pageviews.

3 comment
(Review) Nikko Cafe เอกมัย12 คาเฟ่ญี่ปุ่นเก๋ๆ Minimal Japanese Style
ชื่อร้าน : Nikko Cafe
รายการอาหาร : ร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น , นั่งดื่ม-ทาน ได้ทั้งวัน
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 30/18 Soi Ekkamai12 , Sukhumvit63 , Wattana , Klongton-nue Bangkok 10110, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 47.50"N 100° 35' 24.01"E






  สวัสดีครับพี่น้องชาว bloggang
C:UsersakuchanDesktopETC DESKTOP
ครั้งนี้ขอพาเพื่อนพี่น้องไปเจอกับร้านคาเฟ่ชิคๆ มินิมอล เจแปนนิส สไตล์ ย่านเอกมัยครับ 
เอ่ยชื่อร้านไปคิดว่าหลายๆคนน่าจะรู้จักแล้ว "Nikko Cafe" นั่นเองครับ
สำหรับ Nikko Cafe เป็นร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีบริการทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มครับ 
โดยอาหารก็จะเน้นเป็นอาหารฟิวชั่นที่คิดค้นสูตรขึ้นเองโดยคุณเจ้าของร้าน
มีเมนูแนะนำอยู่หลายเมนู วันนี้ที่ไปลองผมคัดเมนูเด็ดๆที่ห้ามพลาดมาให้ได้ชมกันครับ

การเดินทางมาที่ร้านนั้นเข้ามาในถนน ซอยสุขุมวิท63 ครับ


ตรงเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงแยก เอกมัย ซอย 12 เลี้ยวขวาเข้าไปได้เลย


เข้าซอยไปไม่ไกลสังเกตทางขวาก็เห็นร้านละครับ


หน้าร้านครับ "NIKKO CAFE" ร้านเด็ดที่มาแอบซ่อนตัวอยู่ในซอยเอกมัย 12 นี้


ขอส่องบรรยากาศรอบๆ ร้านก่อนนะครับ มีที่นั่ง เอาท์ดอร์ทั้งสองชั้นเลยชั้นล่างนี่ก็ดู  ชิลล์ๆ ไม่เบา


ห้องกระจกด้านขวานี่ก็มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ใช้อยู่เลยไม่กล้าเก็บภาพเต็มๆมา55+ แต่ดูแฮปปี้เม้ามอยชิลล์ยกแก๊งยาวๆกันดีครับ



เคาท์เตอร์โซนหลักของร้าน สั่งอาหารและเครื่องดื่มกันก่อนได้เลย แล้วไปเลือกที่นั่งได้ทั้งสองชั้นรอพนักงานจะไปเสิร์ฟได้เลยครับ


ขออนุญาตส่องซะหน่อย


ในตู้แช่เป็นSencha อย่างดีของทางร้าน สามรสชาติแช่ไว้ครับ น่าลอง


ส่วนบนตู้นี่เป็นป้ายเกียรติยศของรายการ The Dish เมนูทอง กับเมนู หมูสามวัน (3 Days Ago Ribs) พลาดไม่ได้แน่นอนเมนูนี้!


ขวดเก็บใบชาน่ารักๆ ยี่ห้อ Gryphon มีหลายกลิ่นให้เลือกเลย




เหล่าขนมตัวอย่างนี่น่าหม่ำมาก


ทำซะเหมือนเลย





นอกจากที่นั่งชั้น 1 แล้วก็มีข้างบนให้ชิลล์ๆกันอีกครับ 


ขึ้นไปส่องดูกันดีกว่า


ชั้นสอง โซนห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการเยอะมากครับ เป็นคาเฟ่ที่นั่งนั่งชิลล์ปั่นงาน คุยงานมากๆ เลย 



ชั้นสองอีกโซนก็น่านั่งชิลล์สุดๆ ไปเลยครับ


กลับมาที่โต๊ะดีกว่า เครื่องดื่มที่สั่งไว้มาเสิร์ฟแล้วครับ


เครื่องดื่มแก้วนี้คือ [Apple Mint  Soda] ราคา 100 บาทเท่านั้นครับ แก้วสูงลิ่ว



ให้แอปเปิ้ลเขียวและใบมิ้นต์ตกแต่งน่ารักๆ มา รสชาติดีมากครับคนให้เข้ากันอยู่สักพัก ก็ดื่ม ลงตัว สดชื่น คุ้มครับ


ส่วนแก้นี้คือ [Iced Caramel Macchiato] ราคา 125 บาทครับ


พี่สั่งมาไม่ได้ชิมครับ แต่น่าทานมากครับน่าจะเข้มข้นหวานหอมแน่ๆเลย

อาหารเมนูแรกมาเสิร์ฟละครับ [Teriyaki Chicken Salad] สลัดไก่เทริยากิ ราคา 180 บาท

สลัดผักที่รวมผักนานาชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ และฟิลเล่ย์ ราดด้วยน้ำสลัดงาแบบญี่ปุ่น 


และเพิ่มความหนักท้องด้วยไก่เทริยากิ เป็นสลัดที่รสชาติสดชื่นจากตัวผักและน้ำสลัด แต่ก็ได้ความเข้มข้นกลมกล่อมของไก่เทริยากิเสริมเข้ามา


และขอลอง [Cold Brew Sencha] ราคา 125 บาท ซะหน่อยครับมีโลโก้ร้านการันตีแบบนี้


ชาเขียวที่ได้จากการนำใบอ่อนที่เด็ดจากต้นชาใหม่ๆ ผ่านกระบวนการสกัดเย็นสีจะสวยกว่าปกติ รสเลมอนเปรี้ยวนิดๆหอมใบชามากครับ


และเมนูสุดน่าทานนี้คือ [Chicken Nanban Tartar Sauce] ราคา 170 บาทเท่านั้น


แซนวิชไก่ทอด ชิคเก้นนัมบันแซนวิช ขนมปังที่กริลล์มาจนได้กลิ่นหอมเนย วางด้วยไก่ทอดชิ้นโตกรอบนอกนุ่มใน 
แล้วตามด้วยทาทาร์สูตรพิเศษ


ตัวไก่ทอดรสชาติเข้มข้น เข้ากับรสเบาๆของทาทาร์ซอสได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับขนมปังนั้นอร่อยลงตัวเพลินมากแปบเดียวเกลี้ยงเลย


เนื่องจากคาเฟ่นี้ได้รับคำแนะนำว่าเครื่องดื่มเด็ดชาวเราก็จัดมาอีก [The Chocolate Frappe] ราคา 160 บาทครับ


จัดเต็มมาทั้งวิปครีม มีรสกรุบๆจาก Chocolate Chip ที่ปั่นลงไป โรงผงช็อคโกแลต รวมทั้งซอสภายในอีกเข้มข้นสุดๆไปเลย 
แต่ไม่หวานเกินไปอร่อยมากๆครับ


เครื่องดื่มที่เพื่อนสั่งมาอีกนี้คือ [The Coffee (Hot)] เสิร์ฟมาพร้อมมาร์ชเมลโล่เลย ราคา 130 บาทครับ


ไม่ได้ชิมครับแต่น่าจะอร่อยเข้มข้น อยู่ ใส่มาร์ชเมลโล่เข้าไปตอนทานหนุบหนับแน่ๆ


เมนูถัดมาคือ [Taco Rice] ราคา 200 บาทครับ มาเป็นเซตสีสันสวยน่าทาน

เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะที่ใส่หมูสับ มันฝรั่ง หอมใหญ่และเผือก เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่


ตอนแรกนึกว่าเป็นเบอร์เกอร์แบบที่ใช้ข้าวแทนขนมปังแต่ไม่ใช่ครับ เป็นทาโก้แบบที่ใช้ข้าวเป็นส่วนประกอบ


โดยชั้นล่างสุดจะเป็นข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ชั้นถัดมาเป็นหมูผัดเครื่องเทศสไตล์ทาโก้แบบเม็กซิกัน ชั้นถัดมาเป็นชีสขูด 
และชั้นบนสุดเป็นมะเขือเทศหั่นครับ


ส่วนวิธีการทาน จะทานแบบตักกินเลยก็ได้ หรือจะคลุกให้เข้ากันทั้งหมดเลยก็ได้ วันนี้เราคลุกให้เข้ากันเลยครับ 
ข้าวญี่ปุ่นหนึบหนับเข้ากันดีกับหมูผัดเครื่องเทศรสจัดจ้าน 


เติมความเข้มข้นด้วยชีส มะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่น บีบมะนาวเพื่อตัดความเลี่ยน ส่วนตัวคิดว่า ถ้ามีผักกาดแก้วเสริมเข้ามาน่าจะเข้ากันดีนะครับ เพิ่มสีสันให้กับอาหารด้วย 


ตัดมาที่แก้วนี้หน่อยครับ [Passionfruit Tea] ราคา 150 บาท ไม่ได้ชิมครับแต่น่าสนใจสำหรับคอแนวนี้ต้องลอง


และเมนูนี้เกือบถ่ายไม่ทันเลย[Spaghetti Pesto Bacon] ราคา 200 บาท สปาเกตตี้ลวกมาได้ดีเป็นอัลเดนเต้ 
ผัดกับซอสโหระพาสูตรพิเศษ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นโหระพา เข้ากันดีกับเบคอนอร่อยจนแย่งกันได้รูปมาชอตเดียวครับ55+


และเมนูที่ทำให้ตามมาถึงร้านวันนี้เลยครับ [3 Days ago Ribs] หรือในรายการ The Dish ที่ตั้งชื่อไว้ว่า "หมู3วัน"


เสิร์ฟพร้อมซัลซ่าสลัด ที่ปรุงมาได้รสชาติดีทานคู่กันนี่ลงตัวมาก


ซี่โครงหมูชิ้นใหญ่ที่นำไปหมักกับซอสสูตรพิเศษถึงสามวันเพื่อความนุ่ม แล้วนำมาย่างจนสุกหอม ตัวซี่โครงทำมาได้ดีมากๆ 


แค่ลงมีดเบาๆเนื้อก็ร่อนออกจากกระดูกแล้ว รสชาติชุ่มฉ่ำน้ำเนื้อ และซอสก็หอมหวานกลิ่นมิโสะชัดเจน คุ้มมากๆ 
จัดกลับบ้านไปอีกสองชุดเลยครับ



และมาที่เครื่องดื่มสุดชิคสุดเฮลท์ตี้ [Fresh Pressed Juice] แก้วละ 100 บาทเท่านั้น คั้นมาสดๆ เย็นชื่นใจ จัดมาลองกันสามเลย


ไล่จากซ้ายเลย สีส้มสวยประกอบไปด้วยน้ำแตงโม แครอท และแอปเปิ้ล ได้กลิ่นแครอทชัดเจน และความชุ่มฉ่ำของแตงโม


สีเหลืองแก้วนี้ประกอบไปด้วย สัปปะรด ฝรั่งและ ส้ม เปรี้ยวหวานกลมกล่อม อร่อยมากๆ ครับแก้วนี้ชอบสุดๆเลย


แก้วสีแดงนี้ บีทรูทเด่นเลย และยังมีสับปะรด รวมถึงเมล่อน เหมาะกับคนรักสุขภาพ ทั้งสามแก้วเลยครับและ
ยังเห็นว่าใช้น้ำแข็งเหล็กในการทำความเย็นทำให้ได้รสชาติผลไม้เต็มๆ กันเลย ต้องลองครับ


มาที่ของหวานกันบ้างครับร้านนี้ก็เด็ดไม่แพ้ใคร [Belgian Chocolate Raspberry Lava] ราคา 200 บาท


ปกติทางร้านจะเสิร์ฟเป็นไอติมวานิลลา แต่ก็สามารถเปลี่ยนรสชาติได้นะครับ เลยเลือกเป็นช็อกโกแลตมาครับ 


เบลเยี่ยมช็อกโกแลตไส้ราสเบอรี่ รสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตเข้ากันได้ดีกับความเปรี้ยวของซอสราสเบอรี่ อร่อยมากๆ


อันนี้ชอบเลยครับ [Melon Katsuo] เมล่อน ปลาแห้งคัตซึโอะ ราคา 135 บาท


เมล่อนกับปลาแห้งเองก็เข้ากันได้ดีมากๆ ได้ทั้งรสฉ่ำหวานของเมล่อน และความหอมของปลาแห้ง อร่อยสุดๆครับ 


มีนมข้นหวานมาสำหรับราดเป็นท็อปปิ้งด้วย าสำหรับท่านที่ต้องการความหวานกับเมนูนี้ อร่อยลงตัวแบบคิดไปได้จริงๆ


ใกล้จะอิ่มแบบฟินๆแล้ว ยังมีคนอยากลอง [The  Matcha (Cube)] ราคา 165 บาท มาอย่างหรู


เป็นชาเขียวเข้มข้น(มาก)และนมสูตรพิเศษแช่แข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จะดื่มต้องเทนมชาเขียวอุ่นร้อนราดลงไปในแก้ว
รอให้ขาเขียวที่แข็งทั้งหมดละลาย แล้วดื่มรับรสชาติความเข้มข้นหวานมันเต็มๆ สุดๆไปเลยครับ


และขอปิดท้ายอย่างอลังกับ [French Toast  with Ice Cream] ราคา 180 บาทเท่านั้น!


ขนมปังเฟร้นโทสชุบไข่ แล้วย่างในกระทะจนกรอบนอกนุ่มใน จัดตกแต่งพร้อมกับไอติมและสตรอเบอรี่ ตบท้ายด้วยน้ำตาลไอซิ่ง 


สำหรับไอติมผมเลือกไอติมคุกกี้แอนด์ครีมนะครับ รสชาติดีมากๆ ตัวขนมปังหอมกรุ่น ทานกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ลและไอติม
จานนี้ห้ามพลาด อร่อยสุดๆ ขนาดอิ่มกันแล้วยังพรึ่บเดียวหายเกลี้ยงครับ


จบกันไปอีกหนึ่งมื้อสุดฟินที่ครบทุกรสชาติ มีหลากหลายรูปแบบจริงๆ ทั้งจัดหนัก เฮลท์ตี้ ของหวานอร่อย
และเครื่องดื่มสุดฟินทั้งหลาย เหมาะกับสายชิลล์ หาที่นั่งทำงานสบายๆ เครื่องดื่มและ อาหารอร่อยคุ้มราคา
มีบันไดเป็นมุมเก๋ๆ ถ่ายอวดเพื่อนเช็คอินกันได้แบบชิคๆ
การเดินทางมาร้านนี้ก็ง่ายมากๆครับ ไม่ไกลจาก BTSเอกมัยเลย ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00-22.00น. นั่งชิลล์ได้ไม่จำกัดเวลา
หน้าร้านมีที่จอดไม่มากครับถ้าตั้งใจมาแล้วเวลาเลิกงานนี่แนะนำมาTAXI จะสบายใจกว่า
ถ้าไงลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่PageFBของทางร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมและcommentครับ










Create Date : 08 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2559 19:34:44 น.
Counter : 664 Pageviews.

0 comment
(Review) ร้านพลูเฮ้าส์ สัตหีบ ร้านอาหารแนะนำราคาคุ้มค่า สดสะอาด บรรยากาศดี chillสุดๆ



ชื่อร้าน : ร้านพลูเฮ้าส์ สัตหีบ Plu House Restaurant&Coffee
รายการอาหาร : อาหารทะเล , อาหารไทย , อาหารจีน
เวลาเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. เปิดทุกวัน
ที่ตั้งร้าน : 99/69 ม.6 ซอยสนามกอล์ฟพลูตาหลวง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180, ชลบุรี Thailand
พิกัด GPS : 12° 40' 58.13"N 100° 57' 2.44"E


สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้จะพาไปพบกับร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานแต่มีดีน่าลิ้มลองหลังจากไปแวะเที่ยวพัทยาเอย Siverlake เอยมาแล้ว
ถือว่าเป็นร้านดีร้านเด็ดของอำเภอสัตหีบได้สบายๆเลยครับ

จากจุดนี้คือสามแยกที่มุ่งหน้ามากจากถนนสุขุมวิท แยก กม.6 ครับ


ร้านที่จะไปกันอยู่ในซอยสนามกอล์ฟพลูตาหลวงครับ


ถ้าเลี้ยวเข้าซอยมาเห็นด้านขวาเป็นป้อมตำรวจภูธรพลูตาหลวงก็ถูกซอยแน่นอนครับตรงเข้าไปได้เลย


แล้วตรงเข้ามาตามทางราวๆ 2 กิโลเมตรได้ครับ


แล้วสังเกตด้านซ้ายจะพบกับหมู่บ้านพลูตาหลวงไพรเวทฮิลล์ก็เลี้ยวเข้าไปจอดได้เลยครับถึงร้านเป้าหมายแล้วครับ


หน้าร้านมีที่จอดรถรองรับได้เยอะมากอยู่ครับ



ร้านนี้ชื่อร้านว่า "พลูเฮ้าส์ (Plu House)" ครับถ้าขับรถผ่านไปไวๆ นึกว่าส่วนกลางสโมสรของหมู่บ้านซะอีกแต่ไม่ใช่ครับ เป็นร้านอาหารครับ



ก่อนเข้าไปดูในร้าน ขออนุญาตถ่ายบรรยากาศรอบๆร้านได้คำแนะนำมาว่าร้านนี้มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะ บรรยากาศดีมากๆครับ



จุดนี้มีศาลาเล็กๆชิคๆด้วยครับเจ้าของร้านคงชอบตกแต่งมากเลยครับ ออกมาทานข้าวทานกาแฟสบายๆได้เลยครับ



ชุดเก้าอี้ โต๊ะน้องวัวตลกดีครับชอบๆ


บรรยากาศดีมากๆเลยครับขนาดแดดร้อนๆยังอยากถ่ายรูปอีกหลายๆมุมเลย




ที่นั่งแบบoutdoorหน้าร้านก็น่านั่งชิลล์ดีมากๆครับ



มีแบ่งโซนเป็นส่วนของร้านขนมกาแฟด้วยครับ



บรรยากาศภายในร้านส่วนของร้านกาแฟครับเมื่อก่อนใช้ชื่อว่า "A lot of LOVE" แต่ตอนนี้รวมเป็นส่วนนึงของร้านอาหารพลูเฮ้าส์แล้วครับ




พนักงานกำลังทำเครื่องดื่มที่สั่งไปพอดีเลยครับส่องซะหน่อย



แล้วก็มาส่องส่วนโซนหลักของร้านหน่อยครับ


กว้างขวางมากๆ รองรับแขกได้หลายท่านครับ มากันเป็นครอบครัวใหญ่ก็ไม่ต้องกังวลใจเลย นั่งสบายๆไม่อึดอัดครับ




บรรยากาศดีมากเช่นกันครับร้านนี้เจ้าของดูแลตั้งใจตกแต่งได้สวยงามดีเลยครับ


พักเหนื่อยล๊ะกับเครื่องดื่มแรก"Blue Hawaii italian soda"ครับ ราคา 40 บาท แจ่มไปเลย


ถัดมาเลยครับของผมเอง"นมสดโอรีโอปั่น" แก้วสูงลิ่วแต่ราคาแค่ 60 บาทเท่านั้น คุ้มมากๆ อร่อยด้วย

และแก้วนี้น้องสั่งมา"Green Apple Yogurt  Smoothie" ราคา 60 บาท แก้วนี้ใช้แอปเปิ้ลเขียวนะครับ ซึ่งก็จะให้รสชาติเปรี้ยวสดชื่นมากกว่าครับ


ดื่มเสร็จก็สั่งอาหาร ระหว่างรอก็แอบไปเก็บบรรยากาศเพิ่มอีกครับวิวหน้าร้านจะมองเห็นเขาตะแบกเพลินตาสบายอารมณ์ดีครับ




ออกไปส่องอีกส่วนนึงของร้านดีกว่าครับ...


สระว่ายน้ำเหมือนเป็นจุดเด่นของร้านเลยครับ ลงไปเล่นได้นะครับติดต่อทางร้านได้เลยค่าบริการไม่แน่ใจครับ มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้บริการด้วยครับ


แต่จะมานั่งชิลล์ดื่มเครื่องดื่มก็สบายๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศไปด้วยก็เพลินมากครับ


สระว่ายน้ำน่าลงมากครับถ้าไม่ติดแดดแรงนี่จัดละครับ


มุมชิงช้าชิลล์ๆนี่ทั้งน่านั่งและ น่าถ่ายรูปกันมากครับ


จุดนี้ก็เหมือนเป็นฉากถ่ายรูปเก๋ๆซะด้วย ใส่ใจจริงๆ



กลับมาที่โต๊ะดีกว่าเมนูจานแรกมาเสิร์ฟแล้วครับ "ปลากะพงทอดราดยำสมุนไพร" ราคา 320 บาทครับ


ปลากระพงทั้งตัวแล่เนื้อออกมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ นำมาราดด้วยเครื่องสมุนไพร 
ประกอบไปด้วยมะนาวหั่นชิ้นเล็ก หอมแดง ตะไคร้ เม็ดมะม่วง ถั่วลิสง พริกขี้หนู กระเทียมฝาน ขิง 


ปลากระพงกรอบนอกนุ่มใน ทานกับเครื่องสมุนไพรรสชาติกลมกล่อม อร่อยมากๆครับ


และเมนูถัดมาก็คือ "กุ้งอบวุ้นเส้นหม้อดิน" ราคา 160 บาทครับ น่าทานจุง


เสิร์ฟมาในหม้อดินสวยงาม เปิดฝาออกมาได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุงโชยออกมา วุ้นเส้นเหนียวนุ่ม กุ้งตัวใหญ่ผ่าหลังให้เรียบร้อยแกะง่ายมากๆ


ส่วนเมนูที่แลดูร้อนแรงจัดจ้านคือ "ลาบเป็ดคั่ว" ราคา 120 บาท


เป็ดสับมาเป็นชิ้นๆ ปรุงเป็นลาบ โรยด้วยแคบหมูชิ้นเล็กๆ เนื้อเป็ดสับมาไม่แหลกมาก ยังได้รสสัมผัสเวลาเคี้ยว 


พร้อมกลิ่นข้าวคั่วหอมกรุ่น จานนี้รสชาติจัดจ้านมากๆครับ


และจัดจ้านกันต่อที่เมนู "ยำแซลม่อนวาซาบิ" ราคาแค่ 140 บาทเองครับ คุ้มค่าน่าทานสุดๆ


ปลาแซลม่อนปรุงสุก คลุกเคล้าเข้ากับน้ำยำที่มีรสและกลิ่นของวาซาบิชัดเจนแต่อยากให้มากกว่านี้อีกหน่อยสำหรับสายวาซาบิอย่างผม

เครื่องยำเองก็จัดเต็ม ทั้งตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู และคื่นช่าย จานนี้แปลกมากๆ ปกติจะได้ทานเป็นปลาแซลมอนดิบ 


แต่พอได้ลองทานแบบสุกก็อร่อยไปอีกแบบครับ น้ำยำเองได้ทั้งความเผ็ดแบบไทยๆจากพริกขี้หนู และความเผ็ดจี๊ดขึ้นจมูกของวาซาบิ อร่อยครับ


และก็มาถึงจานโปรดของผม "เห็ดหอมนึ่งหมูสับไข่เค็ม" ราคา 140 บาทครับ หอมกรุ่นมาแต่ไกลเลยจานนี้


นำเห็ดหอมวางเป็นฐาน โปะด้วยหมูสับผสมไข่เค็ม นึ่งจนสุกหอม รสชาติเค็มหวานลงตัวมากๆ


ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ช่วยเบรครสเผ็ดจากอาหารจานก่อนได้ดีมากๆครับ ชอบมากๆครับเลยจานนี้แทบจะครองคนเดียวไม่แบ่งใครเลย




ปลากระพงทอดสมุนไพรนี่คุ้มจริงๆครับราคานี้รสชาติและเครื่องเคียงจัดเต็มขนาดนี้ฟินไปยาวๆ


หลังจากพุงตึงสำราญไปแล้วได้ข่าวข้างบนกำลังสร้างห้องประชุมรองรับและวิวสวยขอขึ้นไปส่องซักหน่อยครับ


ว้าวบรรยากาศดีสุดๆ



ส่องไปทิศไหนก็บรรยากาศดีมากๆจริงๆครับร้านพลูเฮ้าส์นี้


กระเพาะของหวานยังว่างอยู่ลงมาจัด "บิงซูแตงโม" ไซส์ใหญ่ ราคา 139 บาทครับ ดูดีม๊ากๆ


สีสวยมากๆ แค่เห็นยังรู้สึกสดชื่นเลย นี่เสิร์ฟมาครึ่งลูกแตงโมเลยนะครับ


เนื้อแตงโมอร่อยมากๆ หวานฉ่ำ ทานกับน้ำแข็งรสนม เหมาะมากกับอากาศร้อนๆครับ


คุยเพลินๆชิลล์ๆ เริ่มค่ำไม่รู้ตัวเลยครับ


มีดนตรีสดมาบริการลูกค้าด้วยครับ 


ถ่ายคลิปมาไว้ด้วยครับสอบถามเป็นวงน้องใหม่มาเก็บประสบการณ์ที่ร้านครับ ทางร้านก็ใจดีมากเลย


ค่ำๆก็มีลูกค้ามาเล่นน้ำครับเป็นรุ่นใหญ่ไม่กล้าเก็บภาพมาครับ55+


มาเก็บภาพทักทายน้องที่นั่งน้องวัวคู่ก่อนจะกลับครับ หน้ากวนดีจังชอบ XD


ขนาดค่ำแล้วบรรยากาศยังดูดีอยู่เลยร้านนี้ ชอบจริงๆ




จบไปกับหนึ่งมื้อสุดฟิน สุดอร่อย เพลินเพลินกับรรยากาศดีดีที่คาดไม่ถึง กะจะไปที่อื่นต่อแต่เพลินจนลืมไปเลย
ถ้ามาตรงๆจาก กทม. ก็ขับรถแบบชิลล์ๆไม่เกิน 3 ชั่วโมงแล้วหรือไปเที่ยวก่อนแล้วมาจบร้านพลูเฮ้าส์นี้ก็จะเป็นทริปที่เพอเฟ็คไปอีกทริปได้เลย
เพื่อนพี่น้องที่อยู่ชลบุรียังไม่รู้จักร้านนี้ต้องมาลองให้ได้ครับ หรือผ่านแล้วตั้งใจแวะไปนี่ก็ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ราคาดี อร่อย บรรยากาศสุดชิลล์
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลของทางร้านเพิ่มเติมได้ที่ทางเพจของทางร้านนะครับ

ก่อนกลับกทม.ผมมาจัดอีกมื้อด้วยเดี่ยวจะเขียนเพิ่มอีกentryครับฝากติดตามด้วยนะครับผม
เจอกันเร็วๆนี้ครับ




Create Date : 02 กันยายน 2559
Last Update : 6 กันยายน 2559 21:23:56 น.
Counter : 1298 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  
akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



Group Blog
All Blog