(Review) ร้านซูชิคุณภาพจัดเต็มในราคาบ้านๆ @ไข่หวาน บ้านซูชิ ศูนย์อาหารเมืองทอง ล็อคA10
ชื่อร้าน : ไข่หวานบ้านซูซิ ( Kaiwan BanSushi )
รายการอาหาร : sushi&sashimi
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 17.00-23.00น.(หยุดวันอาทิตย์ที่2และ4 ของเดือน)
ที่ตั้งร้าน : ศูนย์อาหารเมืองทองธานี ล็อค A10 ถ.ป๊อบปูล่า 4 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11120, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 54' 43.41"N 100° 33' 6.89"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang
วันนี้ขอมาอัพแนะนำร้านซูชิร้านราคาโดนใจสุดๆที่แอบอยู่ใน
ศูนย์อาหารเมืองทองธานีครับ

ถ้ามาทางลานจอดรถก็จะใกล้ทางเข้าร้านหน่อยครับ


ฝั่งตรงข้ามลานจอดจะเป็นท่ารถตู้ของเมืองทองฯครับ


ลงรูปเยอะนิดนะครับเป็นการชี้ทางมาเป๊ะๆไม่ให้ผิดพลาด55+




ร้านเป้าหมายของเราอยู่ใกล้กับทางเข้า Zone A นี้ครับ


เดินเข้ามาแล้วเลี้ยวซ้ายเลยครับ


ล็อค No. A10 ครับ คนมุงเยอะ ต่อคิว เรื่อยๆ ร้านนี้เลยครับ "ไข่หวาน บ้านซูชิ"


มุงบ้างต่อคิวกันบ้างจนต้องรอจังหวะเข้าไปเก็บภาพยากอยู่ครับ55+


แทรกสแนปรูปบรรยากาศมาให้ดูก่อนนะครับ


จะมีพี่เจ้าของร้านและผู้ช่วยคอยบริการไม่ขาดช่วงเลยครับ ท่าทางเหนื่อยน่าดู




ซูชิจะทยอยออกมาเรื่อยๆครับ ทางร้านจะถามว่าทานนี่หรือห่อกลับ แล้วส่งถาด/จาน ให้ลูกค้าเลือกหยิบเองเหมือนตามตลาดทั่วไปครับ





แต่ที่ต้องมารีวิวนี่ก็คือวัตถุดิบและราคาของร้านนี้ครับ!!


เพราะร้านนี้ทีแรกกว่าจะมาถึงบอกตรงๆครับว่าแอบเหนื่อยฝนก็ตกหนัก แต่พอมาเห็นวัตถุดิบแล้วก็ เห้ยยยยจิงดิ...


อย่าง [ซูชิแซลมอนราดซอสและไข่กุ้ง] แซลมอนชิ้นหนาเบ้อเริ่มล้นข้าวครับ อูยยยย


ใจแรกก็คิดในใจว่าคงแซลมอนไม่ใช่เกรดนำเข้าหรอกม้าง ราคานี้แต่ก็มีป้ายการันตีหราเชียว =A= แถมตอนหลังถามมาว่า 
นำเข้ามาแล่เอง ทุกวันไม่แช่แข็งด้วย จอร์จจจจ


มากุโร่นี่ก็เด่นเลยครับ ร้านตลาดทั่วไปไม่มีแน่ๆ 


ตอนแรกก็สงสัยว่านี่หน้าอ่ะไรปรากฏว่าเป็น [สลัดหน้าหอยเป่าฮื้อ] ครับ อูยต้องลองๆ

แอบ(ไม่เนียนเท่าไหร่)สแนปของลูกค้าที่กำลังคีบมาหน่อยครับ


แต่ละท่านดูท่าจะเป็นขาประจำครับ มาถึงก็ขอถาด/จาน เข้าไว คีบไว จบดีลไวไม่ค่อยลังเลกันเท่าไหร่ครับ


ไลน์ก็มาสามไลน์ราคาครับ 10...บาท(อยากถ่ายตอนอาหารมันเต็มๆนะแต่ยากจริงๆ55+)


ไลน์ 15 บาทนี่ก็น่าทานโฮกๆ จากใจตอนนั้นสามราคานี้ผมไม่ได้มองที่ราคาแล้วละ...ยังไงก็คุ้ม 






!!! [ซูชิปลาไหลย่างซีอิ๊ว] คำละ 20 บาท! แถมยังดูดีซะด้วย (เพิ่งเห็นตอนจัดไปสามจานแล้ว)


แถมยังมีโปรฯ 10ชิ้นฟรี 1 ชิ้น ซะอีกนะครับ กำไรจากไหนกันครับคุณพี่

ถาดนี้ทางร้านแนะนำว่าลูกค้าชอบกันเยอะครับ [โรลไข่หวาน](ชื่อไทยๆง่ายๆตามที่ร้านว่าละกันเนอะ) ก็น่าทานมากๆจริงๆครับ 20 บาท


ส่องๆ


ถ้าจำไม่ผิดคือ [หอยหวานซอสเผ็ด]ครับ คำละ15บาท ดูดีมากๆ


ติ่งจะไม่ทน ...ต่อไปแล้ววว จัดมาลอตแรกแทบจะล้นจานเลย555+


อะไรเป็นอะไรบ้างสายเราคงไม่ต้องบรรยายให้มากครับ55++ แต่อินดี้มากๆ คำนึงนี้หนาเบิ้มซะแทบไม่เห็นข้าวเลย


[มากิแซลมอน] คือในรูป(เมนู)แซลมอนยังพอดีๆมากิ นะ แต่ของจริงโหเนื้อปลาบังซะจะมิดเลยอ่ะ จะใจไปไหน


เมนูนี้ดูไม่มีไร แต่เห็นคนหยิบกันเยอะมาก [ไข่หวานแซนวิส] คำละ15บาท อร่อยสมเป็นชื่อร้านเลยครับ ทามาโกะยากิร้านนี้ทำอร่อยมากๆ


[ซูชิแซลมอลราดซอสไข่กุ้ง] ครับ 20 บาทได้ขนาดนี้...

บอกตรงๆ เลยว่าวันนั้นผมมาถึงร้านนี้ได้แบบเพลียร่างกาย ฝนก็ตกหนักที่จอดเต็ม เฟลมากๆ ร้อนอบอ้าว
แต่พอมาเห็นร้าน ปุบ..อุ่ยคนเยอะจังมุงอยู่ร้านเดียว เห็นแซลมอลก็เห้ยยยยยย 20 บาท!? แซลมอลนอย์เวย์ด้วย!? เชรดดด หายเหนื่อยเลย


[แซลมอนซาซิมิ] 130 บาทครับ ประมาณ 10 ชิ้น ครับ





หลายๆมุมให้ดูความหนาที่ทางร้านจัดมาให้ครับ ก่อนนี้เห็นแล้วหายเหนื่อย พอทานแล้วฟินละครับ ของดีราคาสบายกระเป๋ามันมีอยู่จริงๆ 


ซัดหมดก็มาวนเวียนๆ หน้าร้านหาจัดต่อครับ





มีหน้าไข่กุ้งซอสหมึกด้วยครับ



ได้ของห่อกลับเซตที่หนึ่งมา.... ถุงน่ารักมีชื่อร้านและเบอร์โทรด้วย


ชิ้นนี้เป้นหน้าแมงกะพรุนครับ เพื่อนมาเห็นนี่คงชอบแน่ๆ คำละ15บาทครับ


มีเมนูพิเศษ[ไข่ปลาแซลมอล]รีเควสได้ด้วยนะครับไม่อยู่ในไลน์ คำละ55บาทครับ


แต่ไม่ทิ้งคอนเซปครับ คำละ 20 บาททางร้านก็มีครับ(แต่ไม่ได้ออกมาตลอด รีเควสได้) ไม่ธรรมดาครับผมว่าคุ้มมากๆ


ละก็ขอจัดห่อกลับไปฝากที่บ้านเซตที่สองกันไปเล้ยยย

ขอจบไปอีกมื้อใหญ่ราคาคุ้มค่ามากๆสุดๆเลยอีกมื้อนึงครับ อยากให้มาเปิดแถวบ้านมั่งจัง หากเพื่อนพี่น้องคนไหนอยากลองอยากโดน
ก็อย่าพลาดครับ ผมนี่เสียดายเลยที่เมื่อก่อนไปแถวนั้นบ่อยแล้วเพิ่งมารู้จักร้านนี้เอาป่านนี้ ต่อไปนี่ถ้าไปต้องแวะตลอดแน่นอนละคนนึง
(นี่ถ้าไม่ติดว่าไกลบ้านสุดๆนี่จะไปร้านนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว) ต้องลองครับ หาร้านให้เจอนะครับพยายามชี้เป้าอย่างละเอียดละ 
หรือโทรถามก็ได้ครับ(ไม่รู้ว่าพี่เค้าจะว่างรับไหมนะช่วงเวลาพีคๆ) ของดีราคาโดนอย่าปล่อยให้พลาดไปครับ
ลองติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ในภาพหรือเพจร้านเค้าดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ
ขอขอบคุณสำหรับCommentนะครับ





Create Date : 29 สิงหาคม 2558
Last Update : 29 สิงหาคม 2558 12:33:28 น.
1 comment
(Review) ห้องอาหาร Feast@Royal Orchid Sheraton Hotel
ชื่อร้าน : ห้องอาหาร Feast@Royal Orchid Sheraton Hotel
รายการอาหาร : เทศกาลอาหารจีน
เวลาเปิดบริการ : 18.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : Royal Orchid Sheraton Hotel, กรุงเทพมหานคร บางรัก Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 45.53"N 100° 30' 49.08"E






  สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาReview บุฟเฟ่ต์อาหารจีนของโรงแรมชื่อดังมีสาขา
อยู่ทั่วโลกเลยอย่างโรงแรม Royal Orchid Sheraton ครับ


โรงแรม Royal Orchid Sheraton ตั้งอยู่ที่เจริญกรุง ซอย 30 ครับอยู่ติดริมน้ำเลย หรือจะเดินทางมาทางBTSสะพานตากสินแล้ว
ลงเรือจะมีเรือของโรงแรมให้บริการที่ท่าเรือจะมาทุกๆครึ่งชั่วโมงครับ


ทางเข้าทางด้านหน้าโรงแรมครับ


เข้าโรงแรมมาแล้วห้องอาหารเป้าหมายของเราวันนี้ต้องเดินไปทางขวามือในภาพครับ

ผ่านทางเดินแล้วไปทางซ้ายตามทางเดินหรือสอบถามInformationก็ได้ครับ


ก็จะพบกับห้องอาหารเป้าหมายของเราครับ


ห้องอาหาร Feast ของโรงแรมRoyal Orchid Sheratonครับมาถึงก็เห็น Theme ของอาหารวันนี้เด่นก่อนเลยครับ




ทุกวันพุธ ณ ห้องอาหารฟีสท์ถึงเดือนสิ้นเดือนกันยายน2558นี้จะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารจีนครับ


พวกผมมาถึงกันเร็วไปหน่อยบุฟเฟ่ต์รอบนี้จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงสี่ทุ่มครับไลน์อาหารยังไม่เสร็จเลยเดินออกมารับลม
ริมน้ำเจ้าพระยาฟินๆสักหน่อยก่อน... เสียดายไม่ได้นั่งเรือมา



ที่นั่งด้านนอกริมน้ำของโรงแรมก็บรรยากาศดีมากๆครับ

เงยหน้าส่องตัวโรงแรมสักหน่อยยังไม่เคยมาใช้บริการครับไว้มีโอกาสจะมาลองครับ



กลับเข้ามาขอเก็บบรรยากาศของห้องอาหาร
ฟีสท์ซะหน่อยครับ แถวนี้เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลางระหว่างไลน์อาหารกับด้านนอก



ส่วนนี่เป็นส่วนที่นั่งที่ใกล้ไลน์อาหารหลักหน่อยครับ


ไลน์อาหารน่าจะใกล้พร้อมละขอเก็บภาพก่อนเลยละกันครับ


และที่เด่นเป็นสง่าน้ำแข็งแกะสลักรูปปลาเป็นฝีมือของMr.Manu Songsri ที่มีดีกรีกวางรางวัลIce sculptorมาแล้วมากมายและยังเป็นเชฟด้วยครับ


กลับมาที่ไลน์อาหารครับโซนนี้รู้สึกจะเป็นโซนสลัดไว้บริการลูกค้าครับ


ไลน์ฝั่งนี้แนวสลัดครับ


รายการแรกนี่ก็ [Chicken feet salad] ครับ (รายการอาหารวันนี้ขอแรดเขียนเป็นENGล้วนเลยนะครับ)


ไล่ถัดไปคือ [Crispy chicken with fresh fruit salad] ครับ


และนี้คือ [Roasted duck Salad with Pickle ginger] ครับผม


และนี่คือ [Spicy pork ear salad] ครับถ้าคุณพ่อมาด้วยนี่ชอบแน่ๆ =w=;;


เมนูนี้คือ [Spicy Japanese cucumber Szechuan style] ครับ


เขยิบมาก็เป็นโซนซีฟู๊ดที่น่าจะคงไว้ทุกเทศกาลครับเรทนี้ต้องมี55+




และมีเครื่องเคียง นำจิ้มบลาๆ ไว้บริการด้วยครับ




ทั้งกุ้งตัวเบ้งๆ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรมดูสดสะอาด ไว้บริการลูกค้าครับ


สลับกลับมาอีกฝั่งบ้างครับกะเอาให้ครบเลยใช่ไหมเนี่ย!?


ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เมนูนี้คือ [Chinese pork leg with Century egg] ครับ


ถัดมานี่ถือว่าของแรร์หาทานยากเลย(ในแก๊งบอกมา55+)ครับ [Pressed pork ham]


ส่วนนี่ก็ขาดไม่ได้ครับธีมอาหารจีน [Smoked duck] ครับ


และนี่ก็ [Drunken chicken in Chinese wine with green spring onion] ครับผม

ผักเครื่องเคียง/สลัด เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ


มุมนี้ก็มี [French dressing] [Tomato sauce] [Vinaigrette dressing] บริการครับ


ถัดมาก็มีตู้ติ่มซำ ขนมจีบบลาๆ เป็นเบสิกครับแต่เหมือนไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่

ไปที่ไลน์อาหารถัดไปกันบ้างครับแยกเป็นหม้อละเมนูเลย...

เมนูนี้คือ [Stir-fried shrimps with Szechuan sauce and vegetable] ครับ


และเมนูนี้คือ [Steamed white snapper fillet in black bean sauce and capsicums] ย๊าวยาว ปลาหิมะนึ่งซอสเต้าซี่นั่นเองครับ


และของแพงดูแปลกนี้คือ [Sea asparagus in brown sauce] หน่อไม้ทะเลแสนอร่อยครับ


[Stir-fried soft shell crab with black pepper]ครับมาถึงก็ขายดีตักกันเหลือนิดเดียวละรสชาติเข้มข้นมากๆ


[Chinese egg drop soup with crab meat] ครับเนื้อปูเยอะมากๆ


[Braised sea cucumber in brown sauce] กระเพาะปลาน้ำแดงนั่นเองครับ


[chicken with soya Hong Kong style and vegetables] ครับ

ไลน์เล็กๆถัดมา [Braise tofu with Chinese mushroom] ครับ

[Fried long life noodle] น่าทานมากๆครับ


ข้าวสวยข้าวผัดก็มีบริการครับ


มาที่มุมน้องเป็ดย่างกันบ้างครับ


แน่นอนครับ [BBQ duck] เป็ดย่างน่าทานม๊ากกกก


มีเป็ดย่างละก็ขาดหมูกรอบไม่ได้ครับ [Hong Kong Crispy Roasted Pork
]




ส่วนหมูหัน[Suckling pig Hong Kong style] จะมีเชฟคอยบริการครับแล้วมาราดซอสไรเองได้เลยครับ อร่อยมากรีไปหลายรอบ


ณ จุดเดียวกันจะมี Pizza หน้าเป็ดย่าง ฮาฟกับหมูแดง ด้วยครับ Indy มากๆ แต่เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อครับโอเคเลย





เป็ดปักกิ่งส่วนนี้จะมีเชฟบริการห่อให้ครับอร่อยมากๆ ๆ ๆ ผมทานไปเป็นสิบชิ้นเลย


กลับมาที่โต๊ะซัดกันต่อดีกว่า


ปูนิ่มนี่เข้มข้นสุดๆครับหมดไวมากครับ


พี่ผมจัดซีฟู๊ดซะเต็มที่เลย




และชารีเควสได้นะครับมีหลายอย่างเลยรวมในบุฟฯแล้ว


พอคาวเต็มพุงแล้วก็ไปหาไรลงกระเพาะของหวานต่อกันดีกว่าครับ 


[Assorted peanut in syrup]ครับ


[Creme Brulee]ครับอร่อยม๊ากกกกกหวาน หอมวนิลามากๆ ด้านบนเป็นน้ำตาลเบรินกรอบหอมกำลังดีฟินมากครับ หลายถ้วยเลย


[Chilled tapioca with sweet coconut and melon]


[Strawberry shot slice] ครับสวยน่าทานดี


[Lemon mousse]


[Fruit tartlet]


[Egg tart]






และยังมีอีกมากมายครับบรรยายไม่หมดเลย + + ถั่วตัด ลูกเต๋า ขนมเปี๊ยหอมบลาๆ


[Caramel custard]







มุมผลไม้ก็มีจัดเต็มครับ


[Cream of taro with Ginkgo nut] โอนีแปะก๊วยนั่นเองครับ


[Red bean cream soup]


ไม่พอมีบริการน้ำแข็งใสและเครื่องเขียงด้วยครับ


มุมไอศครีมครับ


ส่องหน่อยมีรสอะไรบ้าง














วิปครีมท็อปปิงไรจัดเต็มกันตามสบายเลยครับ



เดืนกลับยังเจอชอรทเค้กน่าทานอีกหยิบๆๆ






พอแน่นแล้วเดินเล่นเอ้ามีของมาลงใหม่ หอยเชลล์ตัวเบ้งๆ แอบจัดส่งท้ายไปอีกลอตใหญ่ครับฟินเลย


ปิดท้ายพนักงานจะนำ[Fortune cookie] มาให้ทำนายเสี่ยงดวงน่ารักๆด้วยครับ


แน่นไปหมดละก็ออกมาสูดอากาศชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาลมพัดฟินๆชิลล์ๆครับ




จบไปอีกมื้อใหญ่ๆฟินๆชิลล์ๆกับบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมระดับห้าดาวธีมอาหารจีนกันครับ เรทก็อยู่ที่คนละ 1090บาท++ ครับ
เพื่อนพี่น้องท่านใดอยากพาผู้ใหญ่ไปลิ้มลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 
หรือ อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com บริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรี ทุกครึ่งชั่วโมงครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ
ขอบคุณครับผม









Create Date : 17 สิงหาคม 2558
Last Update : 19 สิงหาคม 2558 23:10:37 น.
1 comment
(Review)Openrice Exclusive Dinner@Water Library Brasserie+Godfather
ชื่อร้าน : Water Library Brasserie + Godfather
รายการอาหาร : ไวน์ , อาหารฝรั่งเศส
เวลาเปิดบริการ : Mon.-Sun. 10:00-22:00
ที่ตั้งร้าน : Central Embassy ชั้น 5 และ ชั้น 4, กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 38.22"N 100° 32' 47.91"E






สวัสดีครับพี่น้อง

วันนี้ขอมาอัพรีวิวค้างสักหน่อยครับ=w=
มีโอกาสได้ไป Openrice Exclusive Dinner@Water Library ที่ Central Embassy มาครับ 


ถ้ามาจากBTSเพลินจิตก็มาทางออกที่ 5 จะมาทางเชื่อมจากSky-walkเข้าห้างได้เลยครับ


ทางเชื่อมเข้าห้างครับ 
ห้างนี้คนไม่เยอะเน้นกลุ่มลูกค้าโฮโซวว์ =w= ครับ


แต่ร้านนี้ตกเย็นลูกค้าเยอะพอสมควรเลยครับ ร้านอยู่ที่ชั้น5ครับขึ้นบันไดเลื่อนก็จะเจอร้านโดดเด่นเลย 


ร้าน Water Library Brasserie ครับ ที่ Openrice Exclusive Dinner เชิญมาครั้งนี้ครับ


เมนูหน้าร้านสักหน่อยครับ


หน้าร้านมีลูกค้านั่งอยู่ เลยขอมาเก็บบรรยากาศส่วนในร้านสักเล็กน้อยครับ




บรรยากาศของร้านจะธีมออกแนวห้องสมุด(เพราะเจ้าของมีธุกิจเกี่ยวกับห้องสมุดด้วยครับ) มีน้ำแร่จากทั่วโลกและ 
แก้วไวน์เกรดสูงประดับ ตามชื่อร้านออกแนวเรโทรๆวินเทจๆเก๋ๆ ครับ


ผมไม่เคยไปสาขาที่จามจุรีสแควร์เหมือนกันแต่เห็นว่าเด็ดกว่านี้อีกอูววว




เก็บบรยากาศมาได้นิดหน่อยขอไปที่โต๊ะเลยดีกว่าครับ



มาเลทสุดเลยมั้งแหะแหะเริ่มปารตี้กันแล้ววว ไงๆก็ขออภัยทุกท่านในภาพด้วยนะครับ


หลังจากพิธีเปิดงานเรียบร้อยก็ขอสั่งเครื่องดื่มซะหน่อยครับผม


ส่วนเมนูสำหรับ Openrice Exclusive Dinner ครั้งนี้เป็น Course ดังนี้เลยครับเป็นเมนูที่(ตอนนั้น)ยังไม่มีในเมนูเลยครับ


เครื่องดื่มแรกมาเสิร์ฟก่อนเลยครับรวดเร็วมาก [Fresh Orange Juice] นางเอ๊กนางเอกครับ รสชาติดี๊ดีตามสไตล์


เมนูแรกที่มาเสิร์ฟเป็น Complimentary Menu ของทางร้านครับ [Potato Bread] เสิร์ฟพร้อม [Butter Truffle] ครับ


เนยเห็ดTruffleที่แสนแพงเป็นสูตรพิเศษของร้านทำเองเลยครับทำสดๆใหม่ๆทุกวันนี่ขนาดเมนูฟรีของทางร้านนะเนี่ยไม่ธรรมดาเลย


ขนมปังชิ้นกำลังน่ารักน่าทาน ไม่นุ่มไม่แข็งไปกำลังดีทาด้วยเนยเห็ดทรัฟเฟิล หอมหวานมัน เรียกน้ำย่อยได้แบบว่าเกือบอิ่มเลยทีเดียว(อ่าว!?)



ส่วนเครื่องดื่มที่รีเควสไปอีกแก้วคือบูลเกลอโซ่โซดาครับ

ไม่มีในเมนูแบบว่าขอสีสวยๆมาถ่ายเล่นฮ่าๆ บาร์ที่นี่รีเควสได้ครับไม่ต้องเป๊ะๆตามเมนู สดชื่น ฟุดๆ มีกลิ่มส้มแอบมาด้วย


เมนูเริ่มแรกก็คือ [Ravioli of Lobster and Scallops] ครับ เป็นราวิโอลี่ไส้หอยเชลล์และลอบสเตอร์บดรวมกันครับ


ราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิล ด้านบนมี Artichokesอบมาด้วยทานแล้วอร่อยกรุบๆกรอบๆหอมซอสเห็ดทรัฟเฟิลสี่ผ่านเลยค๊าบ


มาต่อกันด้วย Main Course ครับ ผมเลือกเป็น [Crispy Tasmanian Salmon] ครับ




เป็นสเต็กปลาแซลมอน ซูวีแล้วย่างมาสวยสดงดงามมากครับ หนังปลากริลมาได้กรอบอร่อยหอมฟินสุดๆ เสิร์ฟพร้อมครีมผักโขม
มันฝรั่งบดผสมเนื้อปู คู่กับครีมซอสมะเขือเทศ ฟินสุดๆครับชิ้นใหญ่จุใจมากครับสมเป็น Main Course มากครับ


อย่างเพลินเลยครับ หงับ ๆ ๆ


ส่วนนี่เป็นMain Course ของท่านข้างเคียงครับยืมถ่ายรูปฮ่าๆ [Rack of Australian Lamb] ครับ ชิมไปนิดนึงเนื้อนุ่มไม่เหนียวแทบไม่มีกลิ่นสาปเลยครับ


ส่วนนี่ก็ Main Course ของท่านเยื้องๆอีกละ55+ [Lobster Pasta]ครับ เส้นCapellinisoหนุบหนับอร่อยมากๆLobsterแน่นๆซอสก็อร่อยมากครับชิมไปนิดนึง

อิ่มอร่อยกำลังดีแล้วก็มาต่อด้วยของหวาน [Chocolate Coupe] ครับ


เป็นไอศครีมช็อกโกแลตและกล้วยสไลด์ ข้าวพองอบกรอบเคลือบคาราเมล บราวนี่ เมอแรงค์ราดผงช็อคโกแลต
หวานๆกรอบๆ ฟินตรงข้าวพองเคลือบคาราเมลมาก รวมๆหวานจัดจ้าน แต่ไม่ถึงกับแสบคอครับ แอบชอบอยู่


และยังมีเมนูพิเศษปิดท้ายมาอีก [Apple Tart Tatin] ครับ เสิร์ฟพร้อมไอศครีมวนิลา


แอปเปิ้ลทาร์ท ชิ้นเบ้อเริ่ม ฟูกรอบอร่อยมากๆ ราดด้วยคาราเมลและอัลมอนด์


ทานควบคู่กันทั้งหมดอร่อยลงตัวหวาน มีเปรี้ยวจากแอปเปิ้ลแซมนิดๆหอมกรอบลงตัว โอเคเลยครับ


จบมื้อนี้แบบฟินๆกันน่าจะทุกท่านครับก็เปิดตัว Chef หน่อยครับ (ขออภัยผู้ร่วมทริปอีกครั้งนะครับ :P)


Chef ประพันธ์ สากลปัญญา ครับ


ขอบคุณที่รังสรรคอาหารมื้อนี้ได้ประทับใจกันทั่วหน้าครับ และก็กล่าวปิดมื้อนี้ไปอย่างฟินๆ กับOpenrice Exclusive Dinner
ในส่วนของ ร้านWater Library Brasserieครับ...
..
.
และทริปนี้ยังไม่จบครับ
ทาง 
Openrice Thailand ก็พาพวกเราไป Wine tasting กันต่อ...


กับร้านในเครือเดียวกันชื่อร้านว่า "GODFATHER"


ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ครับ




ร้านGodfatherเป็นร้านที่นำเข้าไวน์ วิสกี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นดำระดับพรีเมียมมทั่วทุกมุมโลกทั้งหายากๆมาไว้ที่นี้ครับ


ธีมของร้านจะออกไปในทางเจ้าพ่อๆ มาเฟียๆสมกับชื่อร้านครับ





ราคาอะไรยังไงแอบส่องๆกันเองเลยนะครับ XD หรือติดต่อสอบถามทางร้านได้เลยครับ


มากมายหลฃายยี่ห้อละลานตาครับ + + ยังมีห้องลับอีก..เดี๋ยวพาไปชมครับ



ออกตัวก่อนส่วนตัวไม่ถนัดสายนี้อย่างแรงครับแต่เป็นExclusive Dinnerต่อเนื่องครับ แอบขอสละสิทธิ์ให้ท่านชำนาญๆก่อนแล้ว

ขอเข้าไปในกิจกรรมเลยครับเริ่มกันไปแล้ว คุณเอ จากGodfatherกำลังบรรยายเกี่ยวกับแก้วคริสตัลของทางร้าน

แก้วระดับพรีเมียมของทางร้านราคาไม่แน่ใจครับน่าจะราวๆ2500-3000เลยทีเดียว เทสโชว์กระทบกันเสียงอย่างเพราะพริ้ง(และเสียวเสียหายมาก55+)


ปกติห้องนี้เป็นห้องพิเศษเฟอนิเจอร์ทั้งร้านทำจากไม้โอ๊คแท้ๆทั้งหมดเพื่อให้ได้ดื่มด่ำบรรยากาศและความเป็นส่วนตัว
ลูกค้าที่ขอให้เพียงมียอดซื้อ 10,000 บาทและจองล่วงหน้า1วันขึ้นไปครับ


หน้าตาเหล่าหนุ่มๆที่จะมาให้เรา Tasting กันรอบนี้ครับ มี 5 แบบ โดยแบ่งเป็น Sparkling Wine, White Wine และ Red Wine


และมีคุณต้น ระดับ Sommelier มาคอยให้ความรู้และบรรยายเกี่วกับกิจกรรมWine Tasting ของ Godfater วันนี้ครับ

เริ่มกันเลยครับ




เริ่มจาก Sparkling Wine ครับ Giusti Prosecco Millesimato 2012, Italy ส่วนรสชาติใดๆผมไม่ฝืนเขียนละกันครับ55+



ส่วนแก้วสองนี้เป็นไวน์ขาวครับ Shaky Ground Marlborough Sauvignon Blanc 2013, New Zealand


ตัวนี้แอบชอบครับกลิ่นฝรั่งนำมาเลย ทานง่ายดีครับ


ส่วนถัดมายังเป็น White Wine อยู่ครับ Layer Cake Virgin Chardonney – Central Coast 2009, America ครับ



ทุกคนดูครื้นเครงแฮปปี้กันรัวๆ


ถัดมาก็เข้าสู่Red Wine ครับ Casas Patronaies ‘Chucaro’ Carmenere 2012, Chile


ตัวนี้ก็อร่อยดีครับกลิ่นผลไม้ กลื่นองุ่นหอม ดื่มแล้วยังกรุ่นๆอยู่ในปาก

เริ่มมึนจนถ่ายผิดๆ ถูกๆ 


ตัวนี้คือ Peppercorn Lane Shiraz 2010, Australia ครับ ถูกปากครับไวน์แดงนี่ทานง่ายอร่อยดีจริงๆ


และขวดนี้เป็น Special Red Wine ถึงขนาดคุณต้นยังดีใจที่ได้เปิดชิมกันเลยทีเดียว


Reference Book ครับมีพิเศษที่ร้าน Godfather ที่เดียวครับ


พรีเมียมฟินๆสมชื่อคอไวน์แท้ๆชมกันระนาว ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ราคาทั้งหมดแอบไม่ชัวร์ไว้ติดต่อสอบถามทางร้านดีกว่าครับ


น่าจะเป้นระดับผู้บริหารมาเยี่ยมชมครับตอนนั้นกริ่มๆละฟังชื่อไม่ทัน55+

คุณต้นกำลังบรรยายประวัติความเป็นมาของไวน์ทุกๆขวดครับ ทุกผลิตภัณฑ์นี่มีสตอรี่เรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดเลย ฟังเพลินเลยครับ


จากนั้นก็คุยแลกเปลี่ยนกันเฮฮาครับผมไม่ค่อยรู้เรื่องออกมาเก็บภาพต่อดีกว่า :P เห้นว่ามุมนี้เป้นเครื่องดื่มสำหรับสาวๆครับ




เป็นแบบแอลกอฮอลล์ไม่เยอะครับ แอบอยากลอง55+


และก็ขอเยี่ยมชมห้องนี้หน่อยครับ อลังกาลงานสร้างมากๆ


และที่เด่นเป็นสง่า คือ Johnnie Walker BLUE LABEL ที่ถูกนำมารีดีไซน์เพื่อความเป็นสิริมงคล 
“THE THREE GODS OF WEALTH, THE THREE ROADS TO PROSPERITY” เทพเจ้านำโชคของจีน “ฮก” “ลก” “ซิ่ว” 
ตัวแทนแห่งความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ และ อายุยืน มีแค่ 118 ชุดในโลกครับ ในไทยน่าจะมีไม่กี่ชุดครับ




เห็นว่ากรีนด้วยทองคำแท้ครับ กี่เคจำไม่ได้ละ55+


ราคาครับ สวยง๊ามมม





บรรยากาศรวมๆนะครับ ยั่วน้ำลายสายนี้กัน


ในตู้แช่นี่เปิดมาตกใจ(ราคา)เลยครับ รสชาติเป็นไงเนี่ยยย


ส่วน 2008 Amuse Bouche, Napa Valley ขวดนี้อยู่ในลังไม้สวยงาม ทางร้านแจ้งว่าโดนจองหมดแล้ว


หมุนดูราคาเบาๆ ^^


ก็จบกันไปสำหรับกิจกรรมพิเศษๆ OpenRice Exclusive Dinner ครั้งนี้ครับขอขอบคุณที่เชิญมานะครับ แอบไม่ใช่สายนี้ตรงๆ 
ขออภัยในหลายๆเรื่องครับ อัพช้าด้วย55+ มาเปิดไหรูปก็ปั่นสองวันจบเลย แอบลืมๆ รสชาติไปเยอะอยู่ ><  
และขอขอบคุณผู้ร่วมทริปทุกท่านด้วยครับ

สำหรับเพื่อนพี่น้องท่านใดอยากลองไปลิ้มรสระดับPremiumๆ บริการดีทั้ง Water Library Brasserie และ Godfather ลองติดต่อสอบถามกับทางร้านดูเลยนะครับ

ขอบคุณทุกท่านสำหรับCommentนะครับ
เจอกันโอกาสถัดไปครับผม




Create Date : 07 สิงหาคม 2558
Last Update : 10 สิงหาคม 2558 22:57:11 น.
1 comment
(Review) ร้านปิ้งย่างระดับPremium 'Gyu Gyu Tei'@HomePro ราชพฤกษ์
ชื่อร้าน : Gyu Gyu Tei Homepro Ratchapruek (กิวกิวเต้ โฮมโปร ราชพฤกษ์)
รายการอาหาร : Yakiniku , ร้านเนื้อย่าง ,ร้านปิ้งย่าง
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : Homepro ราชพฤกษ์ ชั้น2 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย นนทบุรี 11130, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 49' 12.80"N 100° 26' 54.88"E






สวัสดีครับพี่น้อง

วันนี้ขอมาแนะนำร้านปิ้งย่างระดับพรีเมียมเด็ดๆเลยครับกับร้าน "Gyu Gyu Tei" 
สาขา HomeProราชพฤกษ์ ครับ


วิ่งมาเส้นราชพฤกษ์เรื่อยๆชิดซ้ายก่อนวงเวียนก็จะเจอกับ HomePro ราชพฤกษ์ ครับ




ร้านเป้าหมายของเราวันนี้อยู่บนชั้นสองครับติดกับลานจอดรถฝั่งด้านหน้าห้างครับ ป้ายเด่นเลย


จะขึ้นบันได หรือ ลิฟท์มาก็ได้ครับ...




จะพบกับหน้าร้านได้เลยครับ...


มีการันตีความอร่อยกันเด่นเลย




พลิกดูเมนูหน้าร้านกันซะหน่อยครับ...


เนื้อที่ร้านนี้หลายๆท่านอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเกรดดีเลย เพราะฉะนั้นไม่มีบุฟฯครับ...




คร่าวๆครับผมเข้าไปในร้านละดีกว่าพรรคพวกรอกันละ...


พวกผมมาถึงกันบ่ายแก่ๆ มีลูกค้าหลายโต๊ะเหมือนกันครับ




ขออนุญาติเก็บบรรยากาศรวมๆครับ ติดลูกค้าท่านใดไปขออภัยด้วยครับ ><








บรรยากาศโดยรวมโอเคเลยครับ






ตรงกลางร้านมีบาร์ผลไม้และขนมหวานบริการแก่ลูกค้าฟรีๆไม่อั้นด้วยครับใจมากๆ 


มาที่โต๊ะกันบ้างพรรคพวกสั่งกันไปหมดละ...


อาหารเริ่มมาลงละขอถ่ายเครื่องเคียงละน้ำจิ้มก่อนนนน ก็มีตามสไตล์ครับ มะนาว พริก กระเทียม


น้ำจิ้มพนักงานจะคอยมาบริการให้ครับ จำไม่ได้ละว่าน้ำจิ้มร้านนี้ชื่อว่าอะไร แต่โอเคเลยครับ


พรรคพวกปรุงกันแบบสะใจมากเห็นละเผ็ดแท๊นน


ละสามารถรีเควสน้ำจิ้มหวาน(จริงๆสำหรับเด็ก)ได้ด้วยครับ แจ่มเลยยยย :P


ไปที่อาหารบ้างดีกว่าจานนี้คือ [เนื้อคะรุบิ] ราคา 250 บาทครับ  เนื้อคารูบิสไลด์มาเป็นแผ่นยาว ไม่หนามากเพื่อที่จะได้ใช้เวลาในการย่างไม่นาน 
เนื้อลายสวยงามมีไขมันแทรก จานนี้แนะนำสำหรับคอมีเดียมแรร์ พอนำลงเตาแล้ว ให้อดใจรอซักพักไม่ต้องกลับชิ้นเนื้อ 
รอจนน้ำในเนื้อเริ่มเดือดขึ้นมา ก็ทานได้เลย ด้านนึงจะสุกพอดี อีกด้านนึงจะยังดิบอยู่ ทานแบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม 
ได้กลิ่นหอมหวานของเนื้อ และความนุ่มลิ้นจากไขมันครับ


มาต่อกันที่ไฮไลท์ของวันนี้กับ[เนื้อกิวกิวเต้]เลือกเป็นหมักซอสครับ สำหรับจานนี้เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านครับ 
เนื้อกิวกิวเต้สีจะเข้มกว่าเนื้อตัวอื่น และมีไขมันแทรกเยอะกว่า ส่วนตัวชอบจานนี้มากเพราะรู้สึกว่าเนื้อค่อนข้างจะเหนียวนุ่มกว่าตัวอื่น 
รสชาติเข้มข้น ราคา 550 บาทยิ่งกินกับ[ข้าวผัดกระเทียม](50฿) มันฟินมากๆครับ


จานนี้คือ [หมูโทโร่] จานละ 200 บาท เลือกเป็นแบบหมักเกลือครับ


เป็นส่วนสันคอนั่นเองครับ ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมถึงเรียกว่าโทโร่ แต่พอได้ลองย่างแล้วก็เข้าใจครับ 
คือความสวยของลายไขมันนี่เทียบได้กับเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมเลย แถมรสชาติก็อร่อยไม่แพ้กัน มีความนุ่มเนียนจากไขมัน 
แต่เพราะเป็นหมูเลยไม่มีความเหนียวตามแบบของเนื้อวัว ใครที่ไม่ทานเนื้อไม่ต้องห่วงเลยครับ หมูที่นี่อร่อยไม่แพ้เนื้อวัวเลย


[กุ้งขาว] กุ้งกุลาฯขาวคัดไซส์พิเศษแกะเปลือกผ่าหลังมาเรียบร้อย เป็นกุ้งสดนะครับ แต่ตัวใหญ่และเด้งกรอบมาก



ทยอยลงเตากันก่อนเลยดีกว่าาาาา >w<


[สันคอหมู] จานนี้ 200 บาทครับ เลือกเป็นหมักซอสครับ เนื้อส่วนสันคอ มีลายสวยงาม เนื้อเป็นสีชมพู สไลด์เป็นแผ่นบางๆ 
ย่างแล้วนุ่มลิ้นเพราะมีมันแทรกค่อนข้างเยอะ


มาต่อกันที่ [หอยเชลล์ญี่ปุ่น] โฮตาเตะ บิ๊กเบิ้มจานนี้ 500 บาทครับ เลือกเป็นหมักเกลือและพริกไทยดำครับ


ที่นี้ใช้โฮตาเตะขนาดใหญ่ครับ อร่อยฟินมากๆ หอยเชลล์ชิ้นบึ้มเหนียวนุ่มสู้ฟัน หอมกลิ่นทะเล ฟินมากๆครับ


จานนี้คือ [สลัดกิวกิวเต้] 120 บาทครับ เป็นผักบัตเตอร์เฮดสดราดด้วยน้ำสลัดงาแบบญี่ปุ่นรสชาติเปรี้ยวนิดเค็มหน่อยไว้ตัดเลี่ยนกำลังดีครับ


ส่วนผักจานเด็ดอีกจานคือ[ซันจุ (Sanchu)]ครับ แตงกวาญี่ปุ่นที่สดกรอบอร่อยมากๆกับบัตเตอร์เฮดเกรดดี ห่อกับเนื้อ 
ราดซอสแล้วทานพร้อมกัน ช่วยลดความเลี่ยนจากน้ำมันเนื้อได้ ที่เด็ดสุดๆคือซอสสูตรเด็ดของทางร้านนั่นแหละครับ ทานแล้วหยุดยากมากๆ
เป็นร้านที่เน้นเนื้อเกรดดีแล้วยังผักเครื่องเคียงอร่อยมากๆ อีกตังหากจริงๆ ราคา 110 บาท แต่เบิ้ลไปสองสามชุดเลยครับ


ปิดท้ายด้วยพระเอกของมือนี้ครับ[เนื้อมัตซึสากะ] บิ๊กเบิ้มสุดๆ 1,200 บาทครับ เนื้อมัตสึซากะเกรดพรีเมี่ยม 
แน่นอนว่าต้องเลี้ยงด้วยเบียร์เพื่อความนุ่มของเนื้อ มีลายไขมัน สวยงาม เวลาจะทานร้านจะนำไปสไลซ์มาให้นะครับ 
เป็นแผ่นยาวๆ มีทั้งส่วนเนื้อและส่วนไขมัน ขอบอกเลยว่าต่อให้ไม่ใช่มีตเลิฟเวอร์ก็ห้ามพลาด เพราะมันหอมอร่อย ละลายในปาก 
ไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นสาบ ทานแบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยนะครับ เพราะมีความหวานจากน้ำเนื้ออยู่แล้ว




หลังจากปิ้งลงกันมันส์ไปชุดใหญ่สะใจกันแล้ว...




ก็พักพุงแล้วไปลุยบาร์ผลไม้และขนมหวานกันฟินๆครับ 


ลอดช่องนี่ที่นี่อร่อยมากๆ ไม่หวานจนเกินไปกำลังดีเลย ผมนี่ขนาดอิ่มเนื้อแล้ว ยังซัดไปสามชามรวด


จบไปอีกหนึ่งมือใหญ่ แน่นพุงกันแบบเนื้อเกรดดีๆไปเลยวันนี้ครับ แบรนด์กิวกิวเต้นี้ไว้ใจได้อยู่แล้วครับไม่ผิดหวัง
แต่บางสาขาอาจฟินมากน้อยไม่เท่ากันนะครับสาขานี้เจ้าของใจดีมากถ้าเพื่อนพี่น้อง ท่านใดอยู่แถวนั้นหรือผ่านไปต้องลองให้ได้ครับบริการก็ดี
ถ้ายังไงลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >Pageของทางร้าน< ดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านจนจบและCommentนะครับ













Create Date : 01 กรกฎาคม 2558
Last Update : 2 กรกฎาคม 2558 21:09:25 น.
3 comment
(Review)The First Cafe ร้านบิงซูเกาหลีแท้ๆ @The Opus ซ.ทองหล่อ10
ชื่อร้าน : The First Cafe (Korean Dessert Cafe)
รายการอาหาร : บิงซู(เกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี) , กาแฟ , เค้ก ,สมู๊ทตี้
เวลาเปิดบริการ : 9:00 - 23:00 น. ทุกวัน
ที่ตั้งร้าน : เลขที่ 103 อาคารดิโอภัส ,ซอยทองหล่อ 10 ถนนสุขุมวิท55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 56.41"N 100° 34' 57.37"E




สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาแนะนำร้านขนมหวานสไตล์เกาหลีแท้ๆ ที่ซอยทองหล่อ 10 ครับ


จากปากซอยทองหล่อซอย10ที่คุ้นเคยครับ


เข้ามานิดเดียวทางซ้ายจะเจอกับตึก The Opus เป็นสถานที่เดียวกับที่เคยรีวิวThe Kebabryไว้ครับ



ร้านเป้าหมายวันนี้คือร้าน The FIRST CAFE(Korean Dessert Cafe) ครับ ร้านอยู่หน้าตึกนี่เลยขึ้นบันไดซ้ายมือในรูปไปเจอเลยครับ


หน้าร้านครับ เพิ่งเปิดได้ไม่นาน


มีที่นั่งด้านนอก สบายๆ แต่เห็นส่วนมากชาวต่างชาติมานั่งชิลล์ทานไปคุยไปดูดบุหรี่ไปครับ




ขอถ่ายเรียบร้อย(จากพนักงานเจ้าของเป็นคนเกาหลีแต๊ๆเลย) เข้าไปดูบรรยากาศข้างในดีกว่าครับ


บรรยากาศในร้านน่านั่งครับเข้ามาไปข้างในหน่อยนี่มีแต่คนเกาหลีล้วนๆ เลยทีเดียว + +


ทางขวามี Photo Zone รูปลูกค้าและแนะนำเมนูอาหาร


 มีทั้งภาษาEng เกาหลีและสรรพคุณเป็นภาษาไทยให้แบบน่ารักๆครับ




แอบส่องตู้เค้กคร่าวๆ ก่อนครับ มีน่าสนใจพอสมควรแต่ร้านนี้เน้นไปทางพวกบิงซูมากกว่าครับ

ตรงส่วนเค้าเตอร์สั่งอาหารด้านบนก็มีเมนูและราคาแสดงให้ดูเลยครับถ่ายมาไว้ให้เลือกในใจกันล่วงหน้าได้เลย


ส่วนมากจะเป็นสไตล์เกาหลีแท้ๆเลย มีAdapแบบไทยๆบ้างสอบถามน้องพนักงานที่เค้าเตอร์ได้เลยตอบได้ครบถ้วนมากๆ


สั่งไปเรียบร้อยแอบส่องตู้นี้หน่อย ตู้นี้เป็นเครื่องทำเกล็ดหิมะที่ทำจากนมและส่วนผสมอื่นๆสูตรของทางร้านครับเป็นหัวใจหลักของเกือบทุกเมนูเลย



ลูกค้าเกาหลีด้านในเช็คบิลออกไปกันละขอไปเก็บบรรยากาศอีกหน่อยดีกว่าครับ






เลือกนั่งตรงไหนดีเลือกไม่ถูกเลย :3


เอาล่ะครับเมนูแรกมาเสิร์ฟแล้วเมนูนี้คือ [Injulmi Bingsoo]ถ้วยใหญ่ 180 บาท ทานได้สองท่านเลย


เสิร์ฟพร้อมผงอินจูมี่บด นมข้นหวานครับมัวแต่ถ่ายกับคุยจะละลายหมดละ


เทนมข้นหวานได้ตามใจชอบเลยครับขอเพิ่มได้


ทางร้านแนะนำว่าทานแบบเกาหลีคือคลุกเคล้าทุกอย่างในจานให้เข้ากันไปเลยก่อนทานครับส่วนมากคนไทยจำไม่ทำเพราะจะเละไปเลย
รสชาตินี่กลืนน้ำลายไปอัพรูปไปครับอยากกลับไปทานมากๆ ชอบมากครับ เกล็ดหิมะนมนี่ละเอียดนุ่มมากๆ ละลายในปากเลย
ทานคู่กันหมด รวมถึง อินจูมี่คลุกกับนมข้นหวาน เกล็ดหิมะ อร่อยหอมเหนียวหนุบหนับ เพลินมากๆครับ ถ้าคนเดียวนี่อิ่มได้เลย


เครื่องดื่มกันบ้างพี่สั่งมาเป็น[Flower Coffee]ครับ ราคา 200 บาทเป็นชาผสมกาแฟเอสเพรสโซ


มีกลีบกุหลาบในน้ำแข็งด้วยครับ ชิมไปนิดๆ หอมโอเคเลยครับ


ส่วนแก้วนี้คือ [Strawberry Smoothie] ราคา 150 บาทครับ หอมStrawberryเนื้อนุ่มเปรี้ยวๆ หวานนิดเดียวแก้เลื่ยน
พร้อมที่จะลุยสำหรับเมนูต่อไปได้เลยครับ


เมนูนี้คือ [Coconut Bingsoo] ขนาดใหญ่ ราคา 230 บาท ครับเป็น บิงซูทำมาสำหรับคนไทยที่นำเอานมเกล็ดหิมะและมะพร้าวฝอย
อย่างดีเนื้อนุ่มหอมๆ 
อัลมอนด์พอคลุกรวมกันตามสไตล์ก็อร่อยเข้ากันอย่างดีครับ


ไปส่องที่ตู้อีกสักหน่อย มีมาการองด้วย ขอจัดมาเทสสักเซตครับ


[Macaron]ชิ้นละ 30 บาท ครับ ส่วน [Mini Macaron] ชิ้นเล็กน่ารักๆ ชิ้นละ 10 บาทครับ


ปิดท้ายด้วย [Rainbow CrepeCake] ชิ้นนี้ 60 บาทเท่านั้นเองครับ เสิร์ฟพร้อมแยมStrawberryรสชาติดีมากๆครับ คุ้มค่ามากมายชิ้นนี้

จบกันไปอีกทริปเล็กๆ ของหวานแทบจะล้วนๆ แต่ อิ่มพุงตึงฟินๆกันไปได้อยู่ครับ เพื่อนพี่น้องท่านใดอยากลองสไตล์เกาหลีแท้ๆ
ลองแวะไปลองได้ครับที่ The Opus ซ.ทองหล่อ10 ลองติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Page The FIRST CAFE ดูได้ครับ


CLIP บรรยากาศร้านที่ถ่ายมาเล็กน้อยครับ :3




ขอขอบคุณสำหรับCommentครับ
เจอกันโอกาสหน้าครับ


















Create Date : 05 พฤษภาคม 2558
Last Update : 19 พฤษภาคม 2558 21:01:30 น.
0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  
akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



Group Blog
All Blog