(Review)ร้านเปิดใหม่ "บ้านร่มไม้สายน้ำ" @ใกล้ตลาดน้ำดอนหวาย นครปฐม
ชื่อร้าน : ร้านอาหารบ้านร่มไม้สายน้ำ
รายการอาหาร : อาหารไทย - อาหารจีน
เวลาเปิดบริการ : เปิดบริการ ทุกวัน 10.30 - 21.30 น.
ที่ตั้งร้าน : เลขที่ 8 หมู่10 ถ.ไร่ขิง (ใกล้วัดท่าพูด) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3316 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210, นครปฐม Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 59.64"N 100° 16' 38.05"E




สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาอัพรีวิวร้านอาหาร ชิลล์ๆ บรรยากาศดีดีริมแม่น้ำนครชัยศรี(แม่น้ำท่าจีน)
ร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่ กลางเดือนมีนาคมนี้เองครับ แต่มีลูกค้าละแวกนั้นไปเยือน
ไม่ขาดสายเลยครับ ร้านนี้ชื่อ "บ้านร่มไม้สายน้ำ" ร้านตั้งอยู่ระหว่าง
ซอยไร่ขิง 30-32 ห่างจากวัดท่าพูดประมาณ 200 เมตร ครับ


(พิกัด GPS
13.749900, 100.277237 ครับ)


ถ้ามาจากถนนเพชรเกษมเห็นป้ายร้านแล้วเลี้ยวเข้าไปสุดซอยได้เลยครับ




ประตูทางเข้าร้านครับอยู่สุดซอย ซ้ายมือเลยครับ


เข้ามาแล้วหาที่จอดได้เลยครับด้านซ้ายมือมีที่จอดเพิ่มได้อีกพอสมควรครับ


เข้าโซนร้านแล้วก็รู้สึกถึงบรรยากาศดีๆ เรือนไทยสวยๆก่อนเลยครับ




ร้านจะมีโซนทั้งห้องแอร์ในตัวอาคาร และที่นั่งด้านนอกครับ


ที่นั่งริมน้ำบรรยากาศดีมากๆครับ ลมโกรกเย็นสบาย


กลัวจะริมน้ำไม่พอมีแบบศาลายื่นไปอีกครับ




ขออนุญาตขึ้นไปเก็บภาพชั้นสองสักหน่อยครับ (ห้องน้ำชายอยู่ติดกับบันไดนี้เลยครับ)
(ห้องน้ำตกแต่งสวยงามสะอาดดีมากครับ)


ขึ้นบันไดมาเจอห้องล็อคอยู่ครับไม่แน่ใจว่าเป็นห้องสำหรับจัดเลี้ยงรึเปล่า


บรรยากาศที่นั่งชั้นสองครับมีราวๆ 6 โต๊ะ ครับ






วิวมองจากชั้นสองมาก็บรรยากาศดีใช้ได้เลยครับ ตอนนี้ห้าโมงครึ่ง กำลังเย็นสบายๆชิลล์สุดๆ




เก็บภาพบรรยากาศห้องแอร์ในเรือนไทยชั้น 1 มานิดหน่อยครับพอดีอีกฝั่งมีลูกค้านั่งอยู่




น่านั่งใช้ได้เลยครับ เลือกไม่ถูกเลยเอาแนวไหนดีทีนี้...


แต่ติดใจบรรยากาศชิลล์ๆข้างนอกมากกว่าครับขอเลือกข้างนอกก่อน :D


อาหารมาเสริฟแย้วนิ..ไปที่โต๊ะเลยดีกว่า....


เมนูแรกคือ "
โรตีแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย" ราคา 170 บาทครับ


เผ็ดไม่มากครับ
มีมะเขือเปาะ มะเขือพวง ลูกชิ้นปลากราย รสชาติกำลังดี หอมเครื่องแกง
ลูกชิ้นปลาเนื้อแน่นไม่มีกลิ่นครับ


ทานคู่กับโรตีอร่อยลงตัวดีมากๆครับ


เมนูจานต่อมานี่ชอบมากๆเลยครับ "ซี่โครงหมูบ้านร่มไม้สายน้ำ" จานนี้ 150 บาทครับ
(ทางร้านแต่งจานมาซะสวยเว่อร์เลยครับคงเพราะเห็นว่าขอถ่ายรูปร้านไปซะเยอะ...)


ซี่โครงหมูชิ้นใหญ่แต่เนื้อนุ่ม ทานง่ายเนื้อร่อนออกจากกระดูก ไม่เหนียวเลย หอมกลิ่นน้ำผึ้งมากๆ
เคี่ยวรวมกั
บเครื่องปรุงอื่นๆมาอย่างดี หวาน หอม อร่อย แนะนำเลยครับจานนี้


เมนูต่อมาจานบิ๊กเบิ้มกับ "ปลากะพงผัดพริกเกลือ" ครับ ราคา 400 บาทครับ
แวบแรกว่าราคาสูงไปนิด แต่อาจเพราะแกะหั่นชิ้นปลามาทอดให้แล้วเพื่อที่ได้ทานง่ายๆ
ประกอบไปด้วยกระเทียมเจียวกรอบ พริกขี้หนู ต้นหอม ปลากระพงหั่นเป็นชิ้นๆ ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน
คั่วพร้อมกับพริกเกลือที่ประกอบด้วยพริกขี้หนู ต้นหอมสับ รสชาติเค็มเผ็ดนิดๆ ทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด
(น้ำจิ้มซีฟู๊ดที่ร้านนี้อร่อยมากๆเลยครับ ติดใจสุดๆเลย) ( อร่อยจนลืมถ่าย..กรรม... :'( )


จานบิ๊กเบิ้มมาต่อเนื่องกับเมนู " ปูม้าผัดกะเทียมโทน " ราคา 390 บาทครับ
ประกอบไปด้วยต้นหอม พริกไทยอ่อน พริกหวาน ปูม้าทั้งตัว สับแบ่งมาเป็นส่วนๆ ผัดเข้ากับพริกหวาน
ทานคู่กับกระเทียมโทนเติมรสเปรี้ยว และหอมใหญ่ พริกไทยอ่อน รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อม ใช้ได้ครับแปลกดี


"เนื้อปูผัดผงกระหรี่" ครับ จานใหญ่พอสมควรเลย มีใส่เนื้อปลาหมึกมาด้วย
ราคา 350 บาทจานใหญ่เลยก็โอเคอยู่ครับ


ตบท้าย แสงหมดพอดี ด้วย "เนื้อนกกระจอกเทศผัดพริกไทยดำ" ราคา 250 บาท
ประกอบด้วย พริกไทยดำ พริกหวาน ต้นหอม เม็ดมะม่วง แอสพารากัส
และยังมีการใส่ปาท่องโก๋มาอีกด้วย
ตอนแรกงงเลย แต่พอได้ทานคู่กันหมดจริงๆ อร่อยลงตัวมากครับ กรุบๆกรอบๆ ไปกับเนื้อนกกระจอกเทศ
ที่หั่นชิ้นบางๆ นุ่มมากๆ
ไม่มีกลิ่นสาปเลยครับ เผ็ดร้อนพริกไทยดำ อร่อยจนพี่ชายต้องขอห่อกลับ :P


อิ่มๆ ฟินๆ เต็มพุงทุกนายนั่งเม้า นั่งดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เข้ากลีบเมฆ
จะฟินอะไรขนาดนี้ครับ...
เพื่อนๆพี่น้องคนใดมีโอกาสผ่านแถวนั้น หรืออยู่ละแวกนั้นนี่พลาดไม่ได้ครับต้องไปลองสักครั้งครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจFBของทางร้านดูนะครับ


เจอกันโอกาสหน้าครับผ้ม...






Create Date : 28 มีนาคม 2557
Last Update : 1 เมษายน 2557 1:59:29 น.
8 comment
(Review) Kagonoya Shabu Kaiseki แท้ๆต้นตำรับระดับ Premium จากญี่ปุ่น@The Walk Ratchaphruek
ชื่อร้าน : Kagonoya (สาขา The Walk ราชพฤกษ์)
รายการอาหาร : Shabu,Sukiyaki,Kaiseki Set,Kaiseki-ryōri,Kaiseki Course,Shushi,Kagonoya beef,Australian Beef,Shabu-Shabu
เวลาเปิดบริการ : 11:00-22:00 น.
ที่ตั้งร้าน : เดอะ วอล์ค-ราชพฤกษ์ (The Walk Ratchaphruek) ถนนราชพฤกษ์ ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย, นนทบุรี 11130, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 49' 19.98"N 100° 26' 57.54"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang


วันนี้มาขอแนะนำร้าน  Shaba Suki  ต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
ระดับ Premium อย่างร้าน คาโกะโนะยะ (Kagonoya)
ที่มีสาขาในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 70 สาขา และวันนี้ได้ไปลอง
1 ใน 7 สาขาในไทย(ในขณะนี้)นั่นคือสาขาThe Walkราชพฤกษ์ครับ


ถ้าจอดรถเสร็จแล้ว ประตูทางเข้าห้างด้านนี้จะใกล้กับร้านที่สุดครับ


เข้ามาแล้วมองมาทางขวาเห็น KFC เดินต่อไปตามทางเดินด้านขวาได้เลยครับ


ร้านเป้าหมายของเราวันนี้อยู่ทางซ้ายมือข้างหน้านั่นแล้ว!


หน้าร้านครับ ตอนแรกแอบหาไม่เจอเดินซะทั่วห้างเลย เลยมีรีวิวทางมาก่อนซะหน่อย...


คัตเอาท์เมนูแนะนำหน้าร้านครับ ส่องๆก่อนเข้าไปเล็กน้อย...


เมนูหน้าร้านครับ


หน้านี้แนะนำBuffet มี 3ระดับครับ
Pork course ที่ราคาท่านละ 389.-
Standard
course ที่ราคาท่านละ 449.- จะสั่งเนื้อออสเตรเลีย เพิ่มได้
Premium course
ที่ราคาท่านละ 999.- เต็บสูบสั่งเนื้อคาโกโนะยะได้ด้วยครับ
(รูปจากทาง FBร้านครับ)
รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมทางร้านนะครับ
พอดีวันนี้ไม่ได้มาเตรียมท้องมาสำหรับBuffet :P


บรรยากาศส่วนนึงในร้านครับพอดีวันนี้ลืมหยิบเลนส์wideมา;w;
ผมไปกับแก๊งวันธรรมดาเกือบๆเย็นๆหน่อย..มีลูกค้าเข้าออกเรื่อยๆพอสมควรครับ
(เทียบกับห้างนี้ที่คนเดินน้อยมาก ถือว่าใช้ได้เลยครับ)


ชาเขียวแบบรีฟิลถ้าไม่ทานแบบBuffet จะอยู่ที่แก้วละ 30 บาทครับ


น้ำซุบที่ได้เลือกไว้มาเสิร์ฟละครับ พร้อมชุดผักที่ประกอบไปด้วยหอมใหญ่ซอย แครอท
วากาเมะ เห็ดเข็มทอง
ผักกาดขาว ต้นหอมญี่ปุ่น ผักปวยเล้ง(spinach)ครับ


มีให้เลือกได้ 6 อย่างครับ คือ
น้ำซุปสาหร่าย น้ำซุปแกงกะหรี่ น้ำซุปโซบะ-โชยุ น้ำซุปไก่
และ อีกสองแบบที่คิดราคาเพิ่ม อีก 40 บาท คือ
น้ำซุปสุกี้ยากี้ และน้ำซุปกิมจิครับ


ส่วนน้ำซุปShabuเลือกมาหม้อมาเป็นแบบ Half ครับ น้ำซุปที่เลือกมาคือ
น้ำซุปสาหร่ายคอมบุ ซึ่งทางร้านแนะนำมาว่าเหมาะมากสำหรับที่ต้องการลิ้มรสความหอม
ของเนื้อได้ชัดเจนที่สุดครับ และอีกฝั่งคือ
โซบะ-โชยุจะเหมาะกับเนื้อหมูครับ หวานๆเค็มๆตามสไตล์


พวกผมสั่งเป็น Set Shabu-shabu Kagonoya Beef มาครับ ราคา 540 บาท
จะประกอบด้วย เนื้อคาโกะโนะยะ ชุดผักสดอนามัย และเส้นอุด้งครับ


เนื้อคาโกะโนะยะในเซตครับลายสวยมากๆ น่าหม่ำสุดๆเลยครับ >w<


ซอสสำหรับจิ้มร้านนี้คือ ซอสงา(ถ้วยซ้าย)
และซอสปอนซึ ครับ


และมีหัวไชเท้าราดซอสโมมิจิ ต้นหอมสับ ไว้สำหรับใส่ซอสปอนซึครับ


เนื้อหมูพิเศษ...มาแล้วสั่งแยกเพิ่มมานะครับราคา 260 บาทครับ


และจัดเต็มครบสูตร สั่งเนื้อออสเตรเลียเพิ่มมาอีกที่ครับราคา 290 บาทครับ
สไลด์จัดวาง และลายเนื้อสวยงามมากครับ


ลุยเบยยยย กับเนื้อออสเตเรียยยย


แกว่งกลับไปกลับมาตามมาตราฐานชาบู ชาบู


=w=ll ท่าจะแกว่งแรงไปนิดส์ จิ้มซอสแค่พอบางๆลิ้มรสชาติเนื้อระดับพรีเมียมครับ
หอมมากกกกก ไม่เหนียวและไม่ได้กลิ่นสาปวัวเลยครับ สมราคาคุยมากๆ


หลังจากสำราญกับเซตชาบูชาบูไปสักพัก Set
Kagonoya Kaiseki "Matsu" ก็มาเสริฟครับ
มาทีเต็มโต๊ะเลยทีเดียวอลังการพอสมควรเลย 590 บาท ส่วนตัวว่าคุ้มค่ามากๆครับเซตนี้


ในชุดประกอบด้วยเทมปุระรวมที่มีกุ้งเทมปุระ ข้าวโพด กุ้งซากุระที่เป็นกุ้งญี่ปุ่นตัวเล็กๆชุบแป้งทอดพร้อม
กับสาหร่าย และถั่วฝักยาว แซลมอลซาชิมิสองคำ สลัดผัก และไข่หวานเสิร์ฟคู่ผักดอง ไข่ตุ๋นและซุปมิโสะครับ...


ยังๆ ยังไม่หมดมี ซูชิอีก3คำ ข้าวราดไข่ปลาแซลมอล เนื้อคาโกะโนะยะสไลด์มาบนชุดผักสดอนามัย
และหม้อไฟชาบู-ชาบูกระดาษครับ (น้ำซุปเป็นซุปโซบะ-โชยุครับ)น้ำซุปนี้หอมอร่อยมากๆครับ
อร่อยกว่าในเตาเซตแรกซะอีกเพราะกระดาษที่รองมากับซุปครับทำให้หอมมากๆ
หลังจากจุ่มเนื้อทานเสร็จยังซดต่อจนแทบหมดเลยครับ (ไฟหมดขอเติมไฟได้นะครับ)
อลังการ คุ้มค่ามากๆ ครับเซตนี้ทานสองคนยังอิ่มได้เลย


มาต่อกันที่ เซตปลาดิบรวม (Assorted Sashimi) ครับ ราคา 550 บาท


ประกอบด้วย แซลมอน มากุโร่ กุ้งโบตั๋น ปลาซาบะ และ
ไข่ปลาแซลมอนห่อด้วยปลาหมึก
เสริฟวางบนน้ำแข็งมาครับ ทุกอย่างสดดีมากๆครับ ชิ้นหนาใช้ได้เลย


เพื่อนสั่งเซตหมูคัตสึโทจิมาอีกครับ ราคา 320 บาทครับ มาพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่น ผักดองและซุปมิโสะครับ


เสิร์ฟบนหม้อติดไฟร้อนๆเดือดปุดๆกำลังดีครับน่าทานเว่อร์ๆ


ควันอย่างฉุยแอบถ่ายยากนิดๆ ที่พิเศษคือ
หมูคัตสึโทจิของร้านคาโกะโนะยะนี้จะนำเนื้อหมูมาสไลด์
เป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ คลุกแป้งคลุกไข่ไก่แล้วค่อยนำไปทอดอีกทีเพื่อให้เนื้อหมู
นุ่มมมมมม ทานคู่กับไข่ไก่ปรุงรสมาแล้วร้อนๆ ได้ลองชิมไปนี่อย่างฟินเลยครับ


ตบท้ายอีกเซตครับ Sukiyaki Aussie Beef Set ราคา 390 บาทครับ
เสิร์ฟกับข้าวสวยญี่ปุ่น ซุปมิโสะ ผักดอง และไข่ไก่สดครับ


น้ำซุปจะเป็นน้ำซุปสุกี้ยากี้(ที่ต้องเพิ่มในเซตชาบูเซตแรก40บาทแต่อันนี้อยู่ในเซตไม่ต้องเพิ่้มเงินครับ)
รสชาติเข้มข้นมากครับหวานๆเค็มๆส่วนตัวชอบมากๆครับ ระหว่างรอเดือดเข้าที่ตีไข่ไก่รอได้เลยครับ
(ไข่ไก่ตีพอประมาณพอนะครับ)เติมโซยุเพิ่มรสชาติไปอีกนิดหน่อยก็ดีครับ


พอไฟได้ที่แล้วนำเนื้อมาจุ่มไข่ไก่ที่ตีได้เลยครับไม่ต้องผ่านซอสอื่นละทานคู่ไข่ไก่ได้เลย
รสชาตินี่...ฟินนนนนน ม๊ากครับหอมหวานกลมกล่อม นุ่มลิ้น ไม่มีกลิ่นคาวเลยครับ


จบของคาวไปอย่างฟินๆ แน่พุงแล้วแต่ยังเหลือกระเพาะของหวานอยู่ครับ ฮ่าๆ...


สั่งวาราบิโมจิชาเขียวกันมาคนละที่เลยครับ ที่ละ 90 บาท ตัวโมจิชาเขียวนุ่มมากๆครับ
คลุกกับผงชาเขียวแท้ๆจากญี่ปุ่น ราดด้วยน้ำตาลทรายแดงเคี่ยว รสชาติลงตัวไม่หวานมากจนเกินไป


เนื่องจากฟินวาราบิโมจิกันเลยสั่งต่อครับ


เค้กข้าวและถั่วแดงครับ 80 บาท เป็นโมจิปั้นเป็นลูกกลมๆ ตรงกลางมีถั่วแดงบด ราดด้วยน้ำตาลทรายแดงเคี่ยว
ทานโดยจิ้มแล้วคลุกๆ ถั่วแดงไปด้วยกับน้ำตาลทรายแดงเคี่ยว อร่อยจนแย่งกันทานอย่างไวเลยครับ


เมื่อเมนูตะกี้สั่งมาที่เดียวแล้วถูกปากยังฟินไม่พอวู่วามสั่งต่อครับ


มาละครับ ไอศครีมชาเขียวพาเฟ่ร์ ราคา 130 บาทครับ เหมือนรวมมิตรมีทั้ง เค้กข้าวโมจิเมนูสักครู่
วาราบิโมจิชาเขียวมาอย่างละก้อน วัฟเฟิลแท่งโตปักข้างๆ ถั่วแดง ไอศครีมชาเขียวเนื้อละเอียดมากๆ
วิปครีมราดน้ำตาลทรายแดงเคี่ยว ด้านล่างจะมีคอนเฟลคด้วยอีกตังหากครับ อร่อยสุดๆ ไอศครีมชาเขียว
ละลายไวมากๆ รีบทานนะครับอย่ามัวแต่ถ่ายรูปแบบผม55+ แต่ละลายแล้วไปคลุกกับคอนเฟลคนี่..
ฟินสุดๆครับถ้วยนี้ทีแรกส่วนตัวว่าแพงไปแต่พอได้ทานแล้วโอ้ยยขอเพิ่ม!


สรุปแล้วพรีเมียมทุกอย่างสมสโลแกนจริงๆครับ แทบทุกอย่างถูกปาก อร่อยมากๆ
ทานแล้วรู้สึกว่ามันต้นตำรับจากโอซาก้าจริงๆ ตอนนี้มีเปิดหลายสาขาแล้วด้วยนะครับ
เห็นว่าสาขาอื่นมีเทศกาลปูทาราบะ ด้วยเพื่อนพี่น้องคนไหนสนใจลองดู
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่Facebookของทางร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณสำหรับทุกๆ Comment ครับ








Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2557 16:44:49 น.
2 comment
(Review)ร้าน Tenwa ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์หรูๆ ชิลล์ๆ@10Thonglor Center(FL.3)
ชื่อร้าน : Tenwa Japanese Restaurant
รายการอาหาร : Japanese food, Salmon cheese roll, Tenwa special roll, Potato Bacon Mentai
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.30-14.30 และ 17.30-23.00 น.
ที่ตั้งร้าน : @10 ThongLor Center (ซอยทองหล่อ 10), กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 56.38"N 100° 34' 56.00"E




  สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมารีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูใจกลางเมืองกรุง
ชื่อร้านว่า Tenwa Japanese Restaurant ตั้งอยู่ที่
ทองหล่อ ซอย 10 ครับ


ทองหล่อซอย10 ครับพอถึงแล้วเลี้ยงเข้าไปได้เลยครับ






พอเข้าซอยมาสังเกตทางขวาได้เลยครับมีบริการที่จอดรถ
ของโครงการ@10ThongLor Center อยู่ครับ





ทางเข้าหน้าโครงการครับจะเจอกับมาสคอตเหมียวกวัก
ประจำร้านTenwaเป้าหมายของเราวันนี้




แล้วขึ้นบนไดทางซ้ายมือขึ้นมาชั้น 3 ได้เลยครับ




ถึงแล้วหน้าร้าน Tenwa ได้ออกกำลังกายก่อนหม่ำนิดหน่อย :P


วันนี้ลูกค้าเข้าน้อยพอดีเลยขอถ่ายบรรยากาศในร้านได้เต็มที่เลยครับ




มีทั้งที่นั่งแบบเคาท์เตอร์หน้าเชฟ และโต๊ะเหลี่ยมในห้องปรับอากาศหลายที่นั่งอยู่ครับ




ทางซ้ายนั่นเป็นห้องครัวและมีบันไดขึ้นไปห้องสำหรับจัดเลี้ยง/ประชุมด้วยครับ


ขอขึ้นไปดูบรรยากาศห้องนี้ซะหน่อย...




โอวแจ่มเลยครับดูเป็นส่วนตัวหรูหราดีมากๆ รู้สึกว่าไม่คิดค่าบริการเพิ่มสำหรับ
มาเป็นกลุ่มและขอใช้ห้องนี้ด้วยนะครับ ลองติดต่อสอบถามเพิ่มอีกทีนะครับ




ที่นั่งoutdoorก็มีครับ บรรยากาศค่ำๆน่านั่งชิลล์ๆมากครับ




รองรับการจัดเลี้ยงแบบOutdoorได้สบายๆเลยครับ


ทางไปห้องน้ำครับ


แอบกลับมาดูเชฟกำลังแล่แซลมอลตรงเคาท์เตอร์ด้านหน้าซะหน่อยครับ


อีกท่านก็กำลังวางชีสบนแซลมอลที่ผ่านการเบิรนแล้วครับ




แล้วเบิรนชีสอีกทีครับกลิ่นคลุ้งหอมมากๆเลยครับ




เชฟกำลังโรยไข่กุ้ง เพื่อที่จะทำมากิอยู่อีกเมนูครับ


กลับมารออาหารที่โต้ะเลยดีกว่าอยากหม่ำแล้วววว
ชาเขียวที่นี่รสชาตดีมากครับ แบบRefillที่ละ 40 บาทครับ


เมนูแรกมาแล้ว
Salmon Cheese Roll ครับ ราคา 350 บาท




ไส้ในประกอบด้วยชีสก้อนใหญ่มันแผลบ อโวคาโด และอุนางิครับ ห่อด้วย
ข้าวญี่ปุ่น โปะแซลมอลเบิรนแล้วซีสแผ่นหั่นด้านบน แล้วเบิรนอีกทีราดซอส
มีไข่แซลมอลด้านบนอีกด้วยครับจัดเต็มจริงๆ


เมนูถัดมาคือ Bacon Potato Mentai ครับ
แปลกดีครับเมนูนี้ ราคา 220 บาทครับ


เบคอนเมนูนี้ให้มาเยอะมากครับมันแผลบไปทั้งจานเลยทีเดียวคุ้มราคาครับ


ประกอบไปด้วยไข่ปลา
Mentaiko ซึ่งเค็มมากๆครับ
ควรจะคลุกหน่อยทานพร้อมกันทั้งมันฝรั่ง เบคอนและไข่ปลาครับ
รสชาติจะอร่อยเค็มหวานมันแผลบ ถูกใจคนอ้วนอย่างผมเลยครับฮ่าๆ



เมนูนี้คือ
Kobe Tataki ราคา 1450 บาทครับ
ราคาสูงไปหน่อยแต่ก็เนื้อโกเบ
Queen of Beef ทีเดียวครับ
สาวกต้องไม่พลาดครับ


กลางจานจะมีหัวไชเท้าฝนราดด้วยซอสรสชาติออกไปทางเผ็ดนิดๆไว้แก้เลี่ยนครับ


เนื้อโกเบชุ่มฉ่ำมากครับ ไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นสาปเลย รีบทานตอนร้อนๆ จะหอมมากๆครับ
มีวางกระเทียมโทนหั่นมาเพื่อเพิ่มรสชาติเข้าไปอีก ทานเครื่องเคียงต้นหอม หอมใหญ่
คลุกเคล้าซอส ตามเข้าไปจะรสชาติตัดนิดๆ ลงตัวอยู่ครับ


อีกเมนูครับ
Tenwa Special Roll ครับ ราคา 300 บาท
(ตอนนี้มีโปร ลดเหลือ 100 บาทด้วยครับ! เพียงนำคูปองโชว์ให้พนักงานดู)
เป็นเมนูซิกเนเจอร์ เอาชื่อร้านมาการันตีงี้ต้องลองครับ


ตัวมากิยังยืนพื้นด้วยอูนางิและอาโวคาโด และเพิ่มกุ้งเทมปุระเข้าไปครับ
ห่อเข้าด้วยกัน โรยด้วยไข่กุ้ง ตกแต่งจานด้วยการโรยไข่กุ้งและแป้งเทมปุระทอดกรอบมารอบๆ


แว่บแรกที่เข้าปาก กลิ่นของกุ้งทอดเทมปุระหอมมากๆเลยครับ ตัวกุ้งเนื้อแน่น
อุนางิยังให้มาชิ้นโตเหมือนเดิม ด้านข้างของจานจะมีสไปซี่ซอสราดมาด้วย
ทานพร้อมกับซอส ได้รสชาติเผ็ดนิดๆ แปลกไปอีกแบบครับ ทานเพลินจนเกลี้ยงจานเลย
สไปซี่ซอสที่ว่านี้เป็นสูตรพิเศษของทางร้านที่เชฟคิดสูตรขึ้นเองด้วย
ต้องลองให้ได้ครับเมนูนี้



ปิดด้วยซุปมิโซะอุ่นๆ ฟินๆครับ


ทานเสร็จแล้วเหลือบไปมองไม้จิ้มฟัน โอ้ววว
แพคเกจมาเป็นกิโมโนเลยครับ น่ารักมากๆ


ดึงออกมาแล้วเป็นอย่างในรูปครับ ฮ่าๆ


ทานเสร็จแล้วอย่าลืมขอ Stamp บัตรจอดรถนะครับ
ประทับแล้วไม่เสียค่าจอดครับ


สรุปมื้อนี้ถือว่าได้มาทานอาหารญี่ปุ่นในอีกรูปแบบหนึ่ง มีเมนูเฉพาะตัวแปลกใหม่ไม่เหมือนร้านอื่นๆ
อีกทั้งบรรยากาศก็ดี กว้างขวางไม่อึดอัดท่านใดที่อยากลองร้านอาหารญี่ปุ่น
ที่เชฟครีเอทแต่ละเมนูด้วยตัวเอง ต้องมาลองที่ร้านเทนวะนี้เลยครับ



...
..
.
ตอนนี้ล่าสุดมีโปรใหม่กับทาง Ensogo ด้วยครับ


ส่วนลด 51% !!!

ลองซื้อดีลไปทานกันได้เลยครับที่ Link Ensogo นี้เลยครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมลองสอบถามที่FBของทางร้านนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณทุกท่านสำหรับCommentนะครับ










Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2557 2:23:55 น.
1 comment
(Review) "Tob corn" ป็อบคอร์นแปลกใหม่ ของไทยระดับ Premium ๆ
ชื่อร้าน : Tob Corn (ต็อบคอร์น)
รายการอาหาร : Premium Pop corn
ที่ตั้งร้าน : เถ้าแก่น้อยแลนด์(Taokaenoi-Land) ชั้น LG Terminal 21, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 15.63"N 100° 33' 37.56"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang


วันนี้มาขอมารีวิวป็อบคอร์นระดับ พรีเมียมๆ ของไทยเราเองครับ
เจ้าของเดียวกันกับ "เถ้าแก่น้อย" คือคุณต็อบ วัยรุ่นพันล้านนั่นเอง
ใช้ชื่อว่า Tob Corn (ต็อบคอร์น) ครับ สาขาที่ไปมาอยู่ที่
Terminal 21 ชั้น ใต้ดิน (LG) ครับ




หน้าร้านครับ เด่นเลยหาไม่ยากครับ


มีให้ลองชิมด้วยครับ รอบนี้เป็นป็อบคอร์นรสโนริ เทริยากิครับ
เห็นว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยรสนี้ ได้ลองแล้วก็ติดใจครับ
รสชาติเข้มข้นมากๆ ต้องลองให้ได้เลยครับรสนี้






วันนี้ได้รับโอกาสให้เข้าไปดูวิธีการทำป็อบคอร์นของ Tob corn สดๆ ด้วยครับ
ขอถ่ายจากข้างนอกก่อนครับ ลูกค้าสามารถมองจากมุมนี้ได้ตลอดครับ


เอาล่ะได้เข้ามาดูวิธีทำสดๆกันข้างในแล้วครับ






ดูเหมือนว่ากำลังทำรส
Strawberry กันครับ


ครัวพื้นที่ไม่กว้างมากครับ ลูกค้าที่ต่อคิวจะสามารถมองเข้ามาได้ตลอดเช่นกันครับ




เมล็ดข้าวโพด
นำเข้าจากอเมริกา พอแตกแล้วจะเป็นทรงกลมแบบเห็ดครับ
ซึ่งจะแตกต่างจากทั่วไปที่เป็นแบบ
Butterfly








พอคั่วผ่านเครื่องเสร็จแล้ว นำมาคัดเม็ดสวยๆอีกทีครับ


อีกส่วนก็เริ่มเตรียมสูตรสำหรับไว้เคลือบรสStawberryครับ




ทุกขั้นตอนต้องจับเวลาและชั่ง ตวง ทำตามสูตรมาตราฐานเฉพาะของทางร้านครับ




นานทีเดียวครับกว่าจะผ่านแต่ละขั้นตอน




เริ่มได้ซอสสำหรับเครือบรสStawberryแล้วครับ




เริ่มเทป็อบคอร์นที่แตกตัวและคัดแล้วลงไปผสม






เพื่อให้ซอสStawberryเคลือบทั่วถึงทุกเม็ดต้องช่วยกันออกแรงคลุกเคล้ากันหน่อยครับ


ปล่อยเครื่องเดินต่อสักพักสังเกตได้ว่าเริ่มเข้าที่สีน่าทานทีเดียวครับ




จากนั้นนำออกจากหม้อ




แล้วนำไปผึ่งลมและคัดอีกทีครับ




สุ่มๆเจาะถ่ายดูยังรู้สึกว่าสวยน่าหยิบทานทุกเม็ดเลยครับ
ได้ลองทานด้วยครับ รสชาติออกแนวแคนดี้ๆเหมือนลูกกวาดมากเลยครับ
ไม่หวานจนเกินไปด้วย เพลินดีครับ


ตอนนี้ทั้งหมดมี 6 รสชาติครับ ได้แก่

Paris Caramel,Nori Teriyaki ,Caramel Almonds,Caramel Macademia,Crispy Coconut
และ Strawberry ครับ แต่ละรสชาติ ขนาดราคาแตกต่างออกไปตามรูปเลยครับ






มีบรรจุสำหรับขายสามขนาดครับ S M L


ตอนที่ไปราวหกโมงวันศุกร์นี่ป็อบคอร์นแทบจะหมดตู้ทุกรสชาติแล้วครับ
แอบอยากลอง
Caramel Macademia มากๆ ;w;
ก่อนกลับวันนั้นได้ลอง Crispy Coconut นิดนึง กลิ่นเนื้อมะพร้าวเด่นมากแต่ไม่กรอบเท่าตัวอื่น


แต่ยังมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆไม่เหยุดเลยครับ






จัดกลับบ้านมา 2 รสครับ Nori Teriyaki อร่อยสมเป็นซิกเนเจอร์ครับ ไม่มีเจ้าอื่นทำด้วย
เค็มๆหวานๆ เข้มข้นกำลังดีครับ หยิบกินไปดูหนังไปเพลินจนลืมถ่ายรูป- -
เนื้อสาหร่ายเยอะมาก อร่อยเพลินลงตัวสุดๆครับ




อีกรสคือ Paris Caramel มาทานทีหลังอีกวันได้รับคำแนะนำให้แช่เย็นไว้ก่อนมาทาน
ก็กรอบอร่อย หวานกำลังดีหอมมากๆ ขนาดคุณพ่อยังบอกว่าหอมต่างกับยี่ห้อที่ได้ทานก่อนหน้านี้มากเลย


สรุปแล้วส่วนตัวรู้สึกชอบมากๆครับตอนแรกว่าราคาสูงไปนิดแต่พอได้ดูกรรมวิธี
ได้เห็นวัตถุดิบต่างๆ ว่าของดีจริงๆ รสชาติก็แน่นอนมาก มันอร่อยกว่าของที่ถูกกว่านี้จริงๆอ่ะแหละ
ทั้งยังไม่ใส่สารกันบูด หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายในเจ็ดวัน
(จริงๆวันเดียวก้อหมดละแทบไม่ได้ใช้ซิปที่ซีลถุงเล้ย)
ไว้ใจได้เลยกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของคุณต็อบเค้าตัวนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆครับ
เพื่อนๆพี่น้องสนใจไปลองชิมทุกรสได้ที่
Terminal 21 ชั้น ใต้ดิน (LG) ครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมลองไปสอบถามได้ที่เพจของร้านดูนะครับ
เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณสำหรับทุกๆCommentครับ





Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2557 14:41:15 น.
2 comment
(Review)ร้าน เวียง จูม ออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Tea House)@เชียงใหม่ ชิลล์ๆ จิบชาหอมๆริมแม่น้ำปิง
ชื่อร้าน : เวียง จูม ออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Tea House)
รายการอาหาร : เครื่องดื่ม ชา ของว่าง Hightea
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 10.00 - 19.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ถนนเจริญราษฎร์ ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่, เชียงใหม่ Thailand
พิกัด GPS : 18° 47' 29.30"N 99° 0' 9.24"E




 สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนนี้ขอมาอัพรีวิวร้านน่ารักๆ บรรยากาศดีริมแม่น้ำปิง ชื่อดังของเชียงใหม่ครับ

นั่นคือร้าน "เวียง จูม ออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Tea House)" ครับ


จากตัวเมืองเชียงใหม่ตรงมาข้ามสะพานนวรัตน์ จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจริญราษฎร์
ระหว่างทางจะผ่านร้านอาหารกู๊ดวิวริเวอร์ไซด์ เลยไปประมาณ 500 เมตร
จะพบร้านเวียงจูมออนทีเฮ้าส์สีชมพูเด่นๆอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ
ที่จอดรถมีไม่เยอะครับ เหมือนจะเห็นป้ายบอกว่าไปจอดในวัดเกตใกล้ๆได้ด้วยครับ


อีกมุมหน้าร้านครับ ผมเดินทางมาถึงราวๆ 4โมงเย็นแทบไม่มีที่จอดละครับ






ช้าอยู่ไย... เข้าไปลุยกันเลยดีกว่าครับ






เข้าร้านไปแวบแรกก็ตกใจเล็กน้อยครับ โหอะไรมากมายนี่...
มีชั้นวางโชว์ใบชาและสินค้าต่างๆของร้านแน่นเอี๊ยดเลยครับ
ขออนุญาตเดินชม เก็บภาพสักหน่อยก่อนละกัน...








มุมนี้รู้สึกจะเป็นบริการโปสการด์ครับเลือกซื้อเขียนแล้วส่งได้เลยทางร้านจะนำไปส่งให้อีกที




ตอนแรกก็แอบสงสัยว่าเครื่องปั้นโซนนี้นี้มีหูจับด้วย


ปรากฏว่าเป็นกาน้ำชาปั้นดินเผาทั้งหมดเลย โอววว ไซส์มินิน่ารัก ลายละเอียดดีมากๆครับ เห็นว่าใช้งานได้จริงด้วย55+




มีน้ำผึ้งจัดจำหน่ายด้วยครับ สินค้าจากธรรมชาติค่อนข้างเยอะหลากหลายชนิดครับ


ด้านซ้ายมีทางขึ้นไปชั้นสองครับ


มีการตกแต่งทุกจุดจริงๆ ลายเพ้นท์แฮนด์เมตสวยมากๆ









บรรยากาศชั้น 2 ครับเหมาะสำหรับคุยงาน จัดเลี้ยงประชุมเล็กๆ ส่วนตัวมากๆ
เห็นว่าจะมีพนักงานคอยประจำบริการด้านบนตลอดเมื่อมีลูกค้าขึ้นมาใช้บริการ


แอบส่องลงไปชั้น 1 ซะหน่อย...


มุมด้านนี้น่านั่งมากครับ แต่เดี๋ยวขอไปดูโซนด้านหลัง outdoorก่อนดีกว่า...




จัดวางได้จัดเต็มจริงๆ ครับโซนนี้ ทางด้านขวานั่นคือประตูไปสู่โซนที่นั่งด้านนอกครับ


โหว...ลูกค้าเต็มโซนนี้เลยครับขนาดนี่วันธรรมดานะเนี่ย...
เกินครึ่งเป็นชาวต่างชาติครับ...


เดินผ่านไปดูด้านริมน้ำเจอน้องเหมียวแอบหลับอยู่ใต้โต๊ะครับ เห็นว่าไม่ใช่ทางร้านเลี้ยงไว้ซะด้วย แต่มานอนเล่นบ่อย




ฮ่าๆ หน้าตาเหมียวเครียดเหมือนเจ้า Tard เลยครับ ทำหน้าเหมือนจะบอกว่า "เจ้า...รบกวนเวลานอนข้า"


ที่นั่งoutdoorติดริมน้ำน่านั่งมากครับแต่ตอนนี้แดดยังแอบแรงอยู่...







บรรยากาศติดริมแม่น้ำปิงครับ นั่งจิบชา ขนมอร่อยๆ ลมเย็นๆ ฟินใช่ย่อยครัฟ


กลับมาที่โต๊ะดีกว่า...


เปิดด้วยการจิบชาอุ่นๆชิลล์ๆ Tea Pot for One กลิ่น Irish Coffee ครับ


เสิร์ฟพร้อม Scone Set ครับ รวมชาร้อนด้วย 320 บาทครับ


ชั้นด้านบนของSetนี้ ประกอบด้วย แยมพีช แยมสตรอ ไลท์ครีม และ Peanut butter ครับ


ด้านล่างก็เป็นSconeผ่าครึ่งแล้วเนื้อแน่นๆ 4ลูกครับ เอาแยมปาดทานคู่กัน แล้วจิบชาชิลล์ๆ ครับ


จานนี้คือ
Ratatouille Roti ครับเป็นอาหารมังสวิรัติที่อร่อยมากอีกจานครับ


จานนี้คือ
Catret fillo ครับ


หั่นแล้วปาดซอสซะหน่อยรสชาติกลมกล่อมมากครับ


แก้วนี้คือ Vanilla sky ครับ มีไอศครีมด้านบนด้วย 120 บาทครับ อร่อยมากๆ


Hot Chocolate mousse ครับ เสิร์ฟพร้อมไอศครีมวนิลา มูสและส้มครับ อร่อยมากๆ แต่ราคาสูงไปนิด 190 บาทครับ


แต่จานนี้ชอบมากครับ Banana Caramel Crepe ราคา 150 บาท คาราเมลฉ่ำๆเสริฟพร้อมไอศครีมวนิลาราดชอคโกแลต
ต้องลองครับ


แก้วนี้คือ Vieng Joom On with Milk ครับ ราคา 120 บาท รสชาติโอเคเลยครับวิปครึมมาซะสะใจเลย
มีแท่งชินนามอนมาซะด้วย


อีกแก้วนั่นคือ Chiangmai Ice Tea ครับ ราคา 90 บาท มีชื่อจังหวัดเป็นเดิมพันต้องลองครับ :D


อิ่มพุงคุยกันเพลินแล้ว เดินเล่นมาริมน้ำน้องเหมียวตื่นละแต่หน้าเครียดเหมือนเดิมฮ่าๆ...


เป็นมาสคอตรับเชิญประจำร้านจริงๆแหละครับ =w=


มุมนี้ไม่แน่ใจว่าสำหรับท่านที่ชอบสูบบุหรี่รึเปล่า อยู่ใกล้ๆ กับห้องน้ำครับครับ




พอเริ่มเย็นๆแล้วบรรยากาศยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ


พอเปิดไฟ มืดหน่อยแล้ว บรรยากาศยิ่งน่ามาชิลล์เข้าไปอีกครับ


มุมนี้ฮิตมากเลย




ก่อนกลับแวะกระหน่ำเหมียวซะหน่อย

มื้อนี้ถือได้ว่ามาเยือนร้านสาขาหลักถึงเชียงใหม่ คุ้มค่า ฟิน สมใจครับ
ร้านนี้เห็นมีเว็บลงไว้ว่าเป็น 1 ใน 10 ที่ต้องไปเมื่อมาเชียงใหม่ด้วยครับ
ก็สมราคาคุยอยู่ครับ บรรยากาศดีมากๆ ถ้าเพื่อนพี่น้องคนไหนยังไม่เคยลองต้องจัดครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมลองติดต่อ FB ทางร้านนะครับ

วันนี้ขอตัวก่อนครับพบกันโอกาสหน้า
ขอบคุณสำหรับทุกๆCommentครับผม



Create Date : 03 มกราคม 2557
Last Update : 4 มกราคม 2557 12:49:55 น.
5 comment
1  2  3  4  5  
akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Group Blog
All Blog