(Review) สุดยอดร้านอาหาร "ทะเลทิพ" Seafood เปิดใหม่ ย่านรังสิต คลอง4 มากี่ครั้งก็ติดใจ
ชื่อร้าน : ร้านทะเลทิพ คลอง 4 ธัญบุรี
รายการอาหาร : อาหารไทย , อาหารจีน , อาหารทะเล
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 12.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 130/13 หมู่ 1 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทมุธานี 12150, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 13° 59' 23.19"N 100° 41' 5.46"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

พักนี้ฝนตกสลับแดดแรงมากมายวัดดวงกันไปมากครับ
ขอกลับมาเขียน Review ร้านที่เพิ่งไปมาไม่นาน...เพิ่มเติมคือติดใจครับ
กับ... ร้านทะเลทิพ รังสิต คลอง4 ร้านซีฟู้ดเด็ดดวงที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ...
ไปแวะและสั่งเมนูที่ยังไม่ได้ลองทานเพิ่มเติมอีกครับ


รอบนี้มาค่ำเลยครับ ท่านที่ยังไม่เคยอ่านที่เคยรีวิวไปแล้วก็ ร้านตั้งอยู่ที่พิกัด 13.989775, 100.684850 เช่นเดิม..เพิ่มเติมคือป้ายปากซอยใหม่แหะ


ฝนก็ตกปรอยๆ แต่ไม่ใช่ปัญหาไปลุยให้แน่นพุงกันเลยดีกว่าครับ


ถ้าตอนกลางวันผ่านๆ นี่นึกว่าเรือนไทยโมเดิลสวยงามหลังนึงแต่กลางคืนเปิดไฟแล้ว โอเคเลยครับจากรอบที่แล้ว


เหมือนรอบที่แล้วลืมถ่ายเมนู รอบนี้ถ่ายเป็นไกด์ไลน์ให้เพื่อนๆ ซะหน่อยดีกว่าครับ






น่าทานทั้งนั้นเลยครับไม่ไหวแล้วสั่งเลยดีกว่า...


สั่งเสร็จก็ซนไปขอถ่ายรูปในครัวครับ แวะดูตู้ที่ทางร้านใช้เกลือวิทยาศาสตร์ผสมทิ้งไว้นานมากๆจนใสปิ๊งแล้วจึงนำไปใช้กับวัตถุดิบอีกทีครับ


ไปถึงเห็นออเหอร์โต๊ะผมพอดีครับแอบสปอยซะหน่อยเลย ครัวที่นี่ออเดอร์มาปุ๊บเชฟแต่ละท่านก็มีหน้าที่ทำแต่ละอย่างเป็นระบบมากๆ
บรรยากาศดูในคลิปที่แนบไว้ด้านบนได้ครับ


ทายถูกไหมครับ ทางเชฟกำลังเตรียมเมนู "หอยเชลล์อบชีส" นั่นน๊ะเองครับบบบ


แปบเดียว.. ก็มาโรยผงปาปริก้าปิดจ็อบ อูยยยอยากจะขอหยิบซ๊วบตรงนั้นเลย เพื่อมารยาทที่ดีเจอกันที่โต๊ะนะจ๊ะ TTwTT


กระทะทองเหลืองนี้ก็น่าจะกำลังทอดปลากดคังหั่นอยู่ครับ


กระทะใกล้ๆก็กำลังทอดเผือกหอมหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หอมมากๆครับครัวที่นี่ออดเดอร์มาปุ๊บเชฟแต่ละคนแยกย้ายกันทำหน้าที่เป๊ะๆ




แปบเดียวปลากดคังก็เหลือกรอบน่าทานสุดละครับฝีมือจริงๆแต่ละท่าน


ส่วนอันนี้คือกระบอกใส่สับปะรดเชื่อมครับดูน่าสนใจดีมากๆครับ ใช้ในเมนูแมงดาเผาที่สั่งไปครับ


คุณทิพเจ้าของร้านอยู่พอดีโชว์โขลกน้ำพริกสไตล์ออริจินัลโชว์ด้วยครับ

เนื่องจากร้านนี้เคยมาแล้วรูปบรรยากาศไม่ได้ถ่ายมากครับเนื่องจากลูกค้าเต็มเหือบทุกโต๊ะเลยแอบเกรงใจ และเน้นถ่ายคลิปซธมากกว่า
เลยขอวารปมาที่อาหารอย่างไวเลยนะครับ...


เมนูแรกจัดหนักเลยครับ "แมงดาเผา" ราคา 380 บาท แมงดาทะเลตัวใหญ่ จากแหล่งแมงดาทะเลที่ดีที่สุดในประเทศไทย 


นำไปนึ่งก่อนเพื่อให้ไข่ด้านในสุก แล้วนำไปเผาอีกครั้งเพื่อไล่น้ำในตัวแมงดาออกให้หมด จะทำให้ได้รสชาติที่ดีครับ

ตัวน้ำยำมะม่วงไม่ใช้น้ำมะนาวนะครับ แต่ใช้น้ำเชื่อมสับปะรด จึงได้รสชาติหวานกลมกล่อมจากสับปะรด ตักไข่แมงดา แล้วราด...
ตามด้วยน้ำยำมะม่วง ตัวไข่เป็นสีส้ม รสสัมผัสหนึบหนับ เพลินมากๆครับจานนี้ผมนี่กินได้เป็นชั่วโมงเลยคุ้มค่าโครตๆ หยุดไม่ได้...


ถัดมาก็คือ "หอยเชลล์อบชีส" เมนูใหม่จากทางร้านครับ ราคา 200 บาท! แมงดาก็ว่าคุ้มแล้ว...นี่ราคาลงถูกรึเปล่านิฝาละ40เองหรอ


ทางร้านนำหอยเชลล์ขนาดใหญ่พิเศษมาทำการปรุงรส โรยด้วยชีสที่นำเข้าเป็นพิเศษ แล้วอบจนสุก ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยผงปาปริก้า



เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ทานร้อนๆอร่อยมากครับ ชีสยืดๆหอมๆ หอยก็สดไม่คาว ราคานี้เบิ้ลก็เพลินครับ จุใจเลยทีเดียว


และเมนูนี้ก็คือ "หัวปลาต้มเผือก" มาถึงเมนูสไตล์จีนกันบ้าง หัวปลาต้มเผือกของร้านทะเลทิพ ใช้หัวปลากะพงไซส์ใหญ่ครับ 


นำไปทอดจนเหลืองกรอบ พักไว้ แล้วนำเผือกหอมหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ทอดจนกรอบเกรียม พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วเริ่มทำน้ำซุป 
โดยใช้ซุปสูตรเด็ด ใส่หัวปลาทอดกรอบกับเผือกหอมลงไป ตามด้วยเห็ดหอม ปรุงรสเล็กน้อย ก่อนตบท้ายด้วยใบหอมที่คั่วจนเกรียม 

เมื่อนำลงน้ำซุปแล้วจะช่วยส่งกลิ่นหอมมากขึ้น เมนูนี้รสชาติเค็มหวานกลมกล่อม ซดน้ำเปล่าๆว่าอร่อยแล้ว 
แต่ทางร้านแนะนำให้ลองผสมกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษด้วยครับ จะช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม ซึ่งผมลองแล้วก็เป็นดังว่าจริงๆครับ


และน่าท๊านน่าทาน "กรรเชียงปู" ราคา 250 บาทครับ กรรเชียงปูม้าสด ที่ทางร้านรับประกันความสดใหม่ นำไปนึ่งจนสุก 


ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด กรรเชียงสดมากจริงๆครับ เนื้อมาเป็นก้อนใหญ่ๆ สดหวาน แกะเปลือกง่ายครับ


เมนูนี้ คือ "ปลากดคังผัดพริกเกลือ" ครับ ทางร้านปลากดคังหั่นชิ้นพอดีคำ ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง แล้วนำมาผัดกับพริกขี้หนูที่ตำมาละเอียด 


จานนี้รสชาติเผ็ดร้อน เหมาะเป็นกับแกล้ม หรือทานกับข้าวผัดก็อร่อยนะครับ ปลากดคังเนื้อแน่นไม่คาวเลย พริกที่ผัดมาหอมๆ
ยิ่งส่งกลิ่นและทำให้รสชาติดีขึ้นด้วยครับ จานนี้ชมกันหลายคนเลยครับแต่ส่วนตัวทานนิดกลัวเผ็ดแต่อร่อยจริงๆครับยอม


"ข้าวผัดรวมทะเลไซส์กลาง" ราคา 180 บาท คราวที่แล้วได้ชิมข้าวผัดปู รอบนี้ขอลองเป็นข้าวผัดรวมทะเลบ้างครับ 


มาในจานไซส์กลางเหมือนเดิม ข้าวผัดได้หอมอร่อยตามมาตรฐาน กุ้ง ปลาหมึกมาเป็นชิ้นใหญ่  และยังมีเนื้อปูรวมไปถึงไข่ปูด้วยครับ 
คุ้มค่ามากๆจานนี้


ทีเด็ดครับ "ต้มยำเมรีขี้เมา" ชื่อแปลกมากๆสำหรับเมนูนี้ เป็นต้มยำปลาทับทิมครับ โดยนำปลาทับทิมหั่นชิ้นพอดีคำ ทอดจนกรอบหอม 


แล้วนำใส่ในน้ำต้มยำสูตรเด็ด เพิ่มเห็นออเรนจิเพื่อความอร่อย ต้มยำของร้านทะเลทิพรสชาติกลมกล่อมมากๆ เปรี้ยวเค็มเผ็ดครบรสครับ 


ชิ้นปลาทับทิมทานตอนกรอบๆก็อร่อย หรือปล่อยให้ปลาดูดน้ำต้มยำจนชุ่มก็ได้รสชาติไปอีกแบบครับ อร่อยมากชอบสุดๆเลยครับ






จบไปอีกมื้อครับกับซีฟู๊ดมื้อใหญ่ อาหารทะเลที่นี่เด็ดจัดเต็มเชฟก็เก่ง ทางร้านใส่ใจลูกค้ามากๆครับราคาก็คุ้มค่ามากๆ
ผมอยู่ไกลๆมากๆรอบนี้ตั้งใจมาทานอีกรอบเลยไม่มีผิดหวังสักนิดเดียวครับฟินมาก ใครอยู่แถวนั้นยังไม่ได้ไปลอง
หรือจะมุ่งหน้าไปร้านทะเลทิำตรงๆก็ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ยังไงลองติดต่อสอบถามข้อมูลทางเพจของร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณสำหรับผู้ที่เข้ามาอื่นและCommentครับ








Create Date : 12 กรกฎาคม 2559
Last Update : 12 กรกฎาคม 2559 4:31:59 น.
Counter : 435 Pageviews.
2 comment
(Review) ร้าน Mint Café by Peppermintfield คาเฟ่ต์สุดชิคแห่งใหม่ย่านเลียบด่วนรามอินทรา
ชื่อร้าน : Mint Café by Peppermintfield
รายการอาหาร : Fusion Food Thai-europe, เครื่องดื่มบริการ เบียร์ ไวน์ คอกเทล
เวลาเปิดบริการ : อังคาร-อาทิตย์ 11.00-22.00น.
ที่ตั้งร้าน : 127 ซอยโยธินพัฒนา3 (เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240, กรุงเทพมหานคร บางกะปิ Thailand
พิกัด GPS : 13° 48' 58.75"N 100° 37' 45.15"E







สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอพาไปแนะนำร้านอาหารชิคๆ สุดชิลล์ย่านเลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรากันครับ
รอบนี้ถ่ายรูปมาเยอะพอสมควรเลยครับไปชมบรรยากาศกันก่อนเลยดีกว่าครับ...


ร้านที่จะไปอยู่ที่พิกัด 13.816319, 100.629209 ครับ (ซอยโยธินพัฒนา 3)



ไปถึงจอดรถเสร็จ...ฝนทำท่าจะตกทันทีครับ รีบถ่ายแบบด่วนๆ ก่อนเลย ลมแรงม๊ากก





ทางเข้าร้านดูดีไฮโซมากครับ นึกว่าหมู่บ้านจัดสรรเลย เกือบขับรถเลยละ


จอดเสร็จรีบขอมาถ่ายบรรยากาศข้างหน้าอีกทีก่อนครับเดี๋ยวค่อยไปถ่ายลานจอดอีกทีหลังฝนหยุด





บรรยากาศที่นั่งด้่านนอกน่าสนใจครับแต่ฝนจะลงเม็ดแล้ว 55+


เข้าไปถ่ายบรรยากาศในตัวร้าน "Mint Cafe" กันเลยดีกว่าครับ รอบนี้น้องฝนมาทำให้สับสนการลำดับหน่อยนะครับ


บรรยากาศในตัวร้านดูดีมากครับ ดูชิลล์ๆฮิปๆ ดี


หันมาเก็บภาพฝั่งเค้าเตอร์หน่อยครับ




มีแคปชั่นสกรีนไว้เลยด้วยครับว่า ครัวนี้ปรุงรสด้วยความรัก กันเลยทีเดียว


มีใบเมนูขนาดจักรยานตามความเหมาะสมของลูกค้า


เครื่องทำกาแฟขัดจนเงาแว๊บ ดูสะอาดดีครับ



ร้านนี้เจ้าของเป็นคนรักจักรยานมากๆ ครับมีเจ๋งๆ ที่ใช้งานจริงแล้วมาประดับร้านไว้หลายคันเลย




แน่นอนครับสายไวน์ก็ไม่มีผิดหวังครับครบครัน


จัดแต่งร้านได้ ดูชิคทันสมัยมากๆครับ




ที่นั่งก็มีทั้งแบบเน้นทานจริงจังและชิลล์ๆ จิบเครื่องดื่มเมาท์มอย คุยงาน ครบๆ ครับ




เห็นตู้ได้ถามข้อมุลก็ทำให้ร้องอ๋อครับ เข้าของร้านเป็นเจ้าของเดียวกันกับผู้ผลิตยาดมยาหม่อง “เซียงเพียว” ที่โด่งดังและ 
“Peppermint Bike park” ที่เดี๋ยวจะพาไปชมด้วยครับ


ส่องๆ มีการแข่งขันด้วยแหะ แต่ไม่ได้ถามข้อมูลไรมาครับ



ขอเก็บบรรยากาศอีกสักหน่อยครับ สวยงามมาก




ดูจากแคปชั่นตามกำแพงแล้วคุณเจ้าของน่าจะรักสุนัขมากๆ ด้วยครับ ดูๆ ไปก็อบอุ่นขึ้นมาเลย


ระหว่างถ่ายก็มีติดลูกค้าไปหลายท่าน กราบขออภัยด้วยนะครับ



มุมเก๋ๆเยอะม๊ากถ่ายสนุกมากครับ ร้านนี้ อีกนานเลยกว่าจะเข้าสู่อาหารขออภัยด้วยครับ แห่ะๆ


มุมนี้นั่งทานของว่างไปกางคอมทำงานไปนี่ชิลล์สุดๆครับ


สั่งอาหารแล้วแต่Holdไว้ก่อนเนื่องจากได้คำแนะนำเรื่อง “Peppermint Bike park” อยู่โซนหลังลานจอดรถทีแรกมาฝนตกตอนนี้หยุด
แล้วขอไปเก็บภาพหน่อยครับ...


ออกมาทางประตูหลังร้าน ก็เจอลิฟท์ด้วยครับ!

เห็นว่าชั้นสองขึ้นไปจะเป็นโซนห้องประชุมนะครับ แต่ไม่ได้ขึ้นไปเก็บภาพมาครับเห็นว่ามีลูกค้าใช้อยู่ด้วย


ออกหลังร้านไปลุยดู สนาม Peppermint bike park ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง lifestyle ของแบรนด์เป๊บเปอร์มิ้นท์ฟิลด์ กันซะหน่อยดีกว่า


เก็บภาพลานจอดซะหน่อยครับทีแรกตอนมาฝนลงเม็ดได้เก็บแต่ข้างด้านหน้า


ที่จอดกว้างขวางสบายตา อลังการมากครับออกแบบดีมากๆ เห็นว่ารองรับได้มากถึง 150 คันเลยทีเดียว!


เดินมาเรื่อยๆก็ถึงกับส่วนของ Peppermint bike park  ครับ




น่าจะเป็นจุดจำหน่ายตั๋ว และ มินิมาร์ทบริการครับ


ส่วนนี้ก็น่าจะเป็นจุดรับ-ส่งจักรยานและอุปกรณ์สำหรับเช่าครับ






มีจักรยานตัวอักษรแคปชั่นคำคม เสี่ยวบ้าง เรียกไรดีเรียกไม่ถูกเลย55+


โอ้วฝนเพิ่งหยุดตกมีลูกค้ามาใช้บริการแล้ว รวดเร็วมากครับ





เก็บภาพเรียลๆ ณ ที่เลือกจักรยานแบบไม่ได้ขอจัดฉากใดๆ เลยครับ เป็นระบบระเบียบดีมากเลยครับที่นี่


มีรถรับส่งบริการด้วยครับ =A=


ส่องกฏระเบียบซะหน่อยครับถ้ามันเล็กไปสนใจจริงๆลองสอบถามทางเพจของทางร้านดูได้ครับ

แผนที่ Peppermint Bike Park ครับ โห กว้างกว่าที่คิดไว้มากครับ


ป่ะลุยกันเลยดีกว่า parkนี้จะแยกเลนให้เลยครับถ้าปั่นชิลล์ๆ รอบๆ ก็เข้าช่องทางสีฟ้าระยะทางครบรอบราวๆ 500 เมตรครับชิลล์ๆ


แต่ลูกค้าที่อยากโลดโผนหน่อย(ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนนะครับ)เลือกทางสีดำเลยครับมันส์แค่ไหนเดี๋ยวไปเก็บภาพให้ชมครับ


ลูกค้าปั่นชิลล์ๆ ทางสีฟ้าอยู่ขออนุญาตสแนปภาพมานิดหน่อยนะครับ ^^"




โค้งแรกของทางสีดำ เสือภูเขาก็มันส์นิดๆ ละครับ



วิวก็สวยครับเติมเต็มพลังงานชีวิตดีเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่ายังอยู่ใน กทม.




สุดยอดครับผมนี่อยากจะมาปั่นทุกวันเลยชอบมากๆ




ทางลาดจุดนี้มีทั้งแบบลาดลงปรกติและทางหินใจไม่เด็ดจริงต้องระวังให้มากๆเลยครับ



มีคุณพี่ปั่นลงมาโชว์ให้ด้วยด้วยครับน้องๆหนูๆอย่าเลียนแบบครับ ไม่แข็งจริงคว่ำแน่ๆ


บรรยากาศที่นี่ยังไงก็แจ่มจริงๆครับนี่ขนาดฝนเพิ่งหยุดตก




โค้งสวยๆอีกแล้วครับมุมนี้น่าปั่นไต่ชิลล์ๆเพลินๆ




คุณพี่ก็ปั่นผ่านมาโชว์ให้ได้อีกครับ จัดไปยาวๆ


ยอมรับว่าถ่ายเพลินมากครับลืมไปแล้วครับว่าตั้งใจมาทานอาหาร55+ ขอสนุกอีกหน่อยนะครับ TTwTT





โค้งไฮไลท์จุดนึงของที่นี่ครับ โค้งบัตเตอร์ฟลายเท่โครตๆครับ ไม่กล้าครับยอมเลย55+


คุ้มค่าจริงๆครับ Park นี้




จุดนี้มีทั้งมุมห้องปฐมพยาบาล ห้องอาบน้ำสำหรับลูกค้าเตรียมพร้อมครับ ครบครันสุดๆ



สายปั่นต้องมุมจักรยานเป็นนางแบบส่วนตัวแลนด์มาร์คครับ สักใบๆ




ก่อนกลับไปสู่อาหารมื้อเย็นเรามีด่านตบท้ายให้ด้วยอีกครับแหม่ 


วิวสวยๆ อีกสักมุมครับ แต่ด่านของเสือภูเขายังมีอีกหลายจุดเลยครับแต่พอละหิวแล้ววว


คุณลูกค้ากำลังคืนจักรยานพอดี(มั้งครับเดาเอา) ผมนี่อยากมาบ่อยๆ เลยเสียดายไกลบ้านอยู่คนละฝั่ง กทม.


กลับมาที่ Mint Café ของเรากันครับสนุกเต็มอิ่ม(ใจ)เลย 


กำลังจะเย็นพอดีได้เวลาทานจริงๆ แล้ววว








เอาเมนูคร่าวๆ มาให้เพื่อนพี่น้องส่องกันเบาๆ ครับ หลายๆ เมนูน่าสนใจมากเลยครับ




เมนูแรกมาเสิร์ฟละครับว้าวมากๆกับ "หอยเชลซอสบัลซามิค" หรือ กริลล์สแกลล็อปบัลซามิคซอส ครับ ราคา 395 บาท


ใช้หอยเชลล์ธรรมชาตินำเข้าจากอเมริกา มากริลล์จนสุกหอม จัดวางบนซัลซ่าที่มีส่วนผสมหลักคือ อะโวคาโด้ มะเขือเทศเชอรี่
หอมแดงและอิตาเลี่ยนเบซิล ตัวซัลซ่าปรุงรสด้วยเลมอน เกลือ และพริกไทย และผักสลัดที่มาเคียงกันก็มีร็อคเก็ต แรดิชิโอ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค


ส่วนซอสบัลซามิคก็ปรุงรสด้วยน้ำผึ้งนะครับ จานนี้อร่อยมากๆ ปกติเป็นคนชอบทานหอยเชลล์อยู่แล้ว ของร้าน Mint Cafe นี่ชิ้นใหญ่มากๆ 
ตัวซัลซ่าเองก็สดชื่น รสชาติแปลกใหม่ เหมาะจะเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเลยครับ

เครื่องดื่มบ้างครับ "มะนาวโมฮิโต้" ราคา 85 บาทครับ น้ำมะนาวคั้นสด ผสมด้วยใบมิ้นท์ และโซดา ไม่ได้ชิมครับแต่น่าจะสดชื่นมากๆ


ส่วนนี้น้องสั่งมาลอง "Mint Fizz มินท์ฟิซ เสาวรส" ราคา 75 บาท น้ำเสาวรสผสมกับผลเสาวรสสด ปั่นรวมกับใบมิ้นท์ ไม่ใส่น้ำเชื่อมนะครับ 

ได้ความหอมหวานจากเสาวรสเต็มๆ ใบมิ้นท์ช่วยเบรคกลิ่นเสาวรสไม่ให้แรงเกินไปด้วยครับ

"Mint Fizz มินท์ฟิซ ลิ้นจี่" ราคา 75 บาท


น้ำลิ้นจี่ผสมโซดาและน้ำแข็งปั่นจนละเอียดครับ แก้วนี้เหมาะกับอากาศร้อนจริงๆครับ ความหอมหวานของลิ้นจี่ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมากๆ

ต่อด้วย "ปลาหมึกชุบแป้งทอด" (Fried Calamari) อาหารทานเล่นยอดฮิต โดยทางร้านได้นำปลาหมึกกล้วยมาคลุกกับผงกะหรี่ 


แล้วนำไปคลุกแป้ง ทอดจนกรอบหอม โรยด้วยสโมคปาปริก้าครับ ทานคู่กับทาทาร์ซอส รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม เป็นจานเรียกน้ำย่อยที่ดีมากๆครับ ปลาหมึกที่นี่เนื้อนุ่มไม่คาวเลย


จานต่อมา "ก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรคุณแม่" ราคา 95 บาท ไม่เหมือนกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ตามร้านทั่วไปเนื่องจากที่นี่ไม่ใส่ปาท่องโก๋กรอบครับ 


และใช้คาโนล่าออยล์ในการผัด ตัวเส้นเหนียวหนึบ ไก่ชิ้นใหญ่ ปลาหมึกสดกรอบ ผัดมาได้รสชาติพอดีมากๆ จานนี้อร่อยครับ


เมนูสุดเด็ดประจำวันนี้เลยครับ "เนื้อย่างจิ้มแจ่วข้าวเหนียว" (Grilled Sirloin Chili dipped) ราคา 385 บาท


ร้าน Mint Cafe ใช้เนื้อวัวส่วน Rump ที่นำเข้ามาจากออสเตรเลียครับ นำเนื้อมาย่างแบบมีเดียม (ชอบสุกมากสุกน้อยสั่งได้เลยนะครับ 
แต่ถ้าไม่รีเควส จะออกมาเป็นมีเดียมเสมอครับ) ตัวเนื้อย่างได้ดีมากๆ ทานเปล่าๆยังอร่อยเลยครับ


จานนี้เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วและข้าวเหนียว ข้าวเหนียวนี่ก็ไม่ธรรมดานะครับ ...


ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย นึ่งด้วยสูตรลับของเชฟ รับประกันความหอมนุ่ม ซึ่งต้องบอกเลยว่านุ่มมากจริงๆ ขนาดทิ้งไว้นานแล้ว 
โดนลมโดนแอร์ก็ยังนุ่มอยู่ครับ


เมนูถัดมาชื่อก็น่าลองครับ "พาสต้า CEO" (Pasta CEO- Aglio Olio) ราคา 255จานนี้มาจากความรักความชอบในเมนูสปาเกตตี้ของคุณเจ้าของร้านครับ 


โดยได้นำมะกอกดำ กระเทียม พริก อิตาเลียนเบซิลมาโขลกรวมกันเพื่อทำเป็นซอส นำไปผัดกับกุ้ง ปลาหมึก และเส้นสปาเกตตี้ที่ลวกแบบอัลเดนเต้ 
จานนี้ออกรสชาติเผ็ดนิดๆ ตัวซอสเข้มข้นมากๆหอมกลิ่นเครื่องเทศครับ


โดนเด่นจนต้องลอง เบอร์เกอร์เนื้อ "Charcoal Beef burger" ราคา 255 บาท ใช้สะโพกโคขุนบดหยาบผสมเข้ากับโรสแมรี่ 
หอมใหญ่และพริกไทย แล้วย่างจนสุกหอม สำหรับขนมปังใช้เป็นชาร์โคลนะครับ ราดด้วยซอสมัสตาร์ดการ์ลิค 



วางซ้อนด้วยหอมใหญ่ มะเขือเทศ เชดด้าชีสที่บ่มนานถึง 25 สัปดาห์เพื่อรสชาติที่เข้มข้น ตัวเบอร์เกอร์อร่อยมากๆ ฉ่ำน้ำเนื้อ 
ผักสดกรอบ ซอสหอมอร่อยครับ


และจัดหนักกับเมนู "ขาหมูเยอรมันทอด" ราคา 385 บาทครับ โหเห็นราคาละถือว่าคุ้มมากครับ ทางร้าน Mint Cafe ใช้ขาหมูไซส์
ไม่เกิน 700 กรัมต่อหนึ่งขา เพื่อให้ได้ขนาดที่พอเหมาะต่อการรับประทานนำไป Sous Vide (ซูวี) แล้วนำไปรมควัน 


แล้วค่อยนำไปทอดแบบไร้น้ำมัน ออกมาเป็นขาหมูทอดที่หนังกรอบ อร่อยฟินสุดๆ เนื้อนุ่มแน่น หนังกรุบกรอบ


ทานกับน้ำจิ้มมิ้นต์ซีฟู้ดสูตรเด็ดของเชฟเพื่อตัดความเลี่ยน ตัวซาวเคร้าของรัานนี้ก็อร่อยไม่แพ้กันครับ 
ใช้กะหล่ำขาวและกะหล่ำม่วงมาดองจนได้ที่ รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ตัวมันบดก็เนื้อเนียนนุ่มครับ


สายไวน์ก็พลาดไม่ได้ครับ


ฟินสะใจกันแล้วก็เดี๋ยวต้องต่อด้วยของหวานครับร้านนี้ไม่ใช่เล่นๆ 


มาแล้วกับของหวานเมนูแรก กล้วยหอมทอด "Goldenbrown fried banana" ราคา 85 บาทครับ
กล้วยหอมทองชุบแป้งทอดจนเหลืองหอม ราดด้วยน้ำผึ้งใบเตย โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นหอมหวานชวนกินมากๆ กล้วยมาชิ้นใหญ่มากๆ แป้งไม่หนา ทานแล้วเข้ากันดีครับ


จานต่อมาสวยงามน่ารักมากๆ มินท์คาเฟ่วัฟเฟิลซอร์เบทสามรส "Mint Cafe triple Sorbet with Waffle" จานนี้ 135 บาทเองครับ คุ้มมากๆ
วัฟเฟิลหอมๆ อบจนกรอบรอกนุ่มใน โปะด้วยโฮมเมดซอร์เบทสามรส เลมอนฮันนี่ให้รสชาติสดชื่น สตรอเบอรี่อมเปรี้ยวอมหวาน และเสาวรสเปรี้ยวโดนใจ
โดยซอร์เบททั้งสามตัวจะนำไปปั่นรวมกับใบมิ้นท์เพื่อให้เข้ากับคอนเซปท์ร้าน เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล
เป็นของหวานที่เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากทานของหวานอร่อยๆแต่ไม่หนักท้องจนเกินไปครับ


แต่ขอเสริมด้วยเครื่องดื่มที่ชื่นชอบไปไหนต้องสั่งและร้านนี้เด็ดโดนใจเลย "Mixology Green Apple (Perrier)" ราคา 170 บาท


นำ Sparkling water ของ Perrier มาผสมเข้ากับน้ำเชื่อมผลไม้รสชาติต่างๆ แล้วเติมผลไม้สดลงไป แอปเปิ้ลเขียวให้รสเปรี้ยวสดชื่น


และตามด้วย "Mixology Strawberry (Perrier)" ราคาเท่ากัน Strawberry มาเป็นลูกเบ้อเริ่ม 


รสชาตินี่อร่อยมากๆ ครับคนให้เข้ากัน ซ่าส์หวานกำเปรี้ยวกำลังดี  ช่วยแก้เลี่ยนอาหารได้ดีครับ สดชื่นเลย


และมีคนสั่ง "Affogato" มาครับ ราคา 135 บาท 


ใช้เมล็ดกาแฟพันธุ์ดี ออกมาเป็นเอสเพรสโซ่ช็อต ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาหอมหวาน เข้ากันดีมากๆครับ













จักรยานที่ประดับในร้านแต่ละคันมีสตอรี่เรื่องราวและราคานี่แสนอัพ++ ทุกคันครับ Limited edition  ทั้งนั้น เจ้าของร้านรักจักรยานสุดๆ
เลยครับ ไว้จะมา EDIT เรื่องราวแต่ละคันเล็กน้อยนะครับฟังมาคร่าวๆ




จบไปอีกมื้อใหญ่สุดฟินครับอยู่ร้านนี้แล้วเหมือนหลุดไปเที่ยวเขาใหญ่มาเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่ายังอยู่ใน กทม. ครับสนุกมากๆ
อาหารก็อร่อยเน้นทั้งวัตถุดิบคุณภาพ ฝีมือเชฟที่นี่ก็ไม่แพ้ใคร บริการก็ดี บรรยากาศสุดเลิศ เพื่อนพี่น้องใครอยู่แถวนั้นยังไม่เคยลอง
ต้องพาคนรัก ครอบครัวไปลองให้ได้ครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน ยังไงลองติดต่อสอบถามทางเพจของร้านดูนะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับ
เจอกันโอกาสหน้าครับ




Create Date : 24 มิถุนายน 2559
Last Update : 7 กรกฎาคม 2559 2:12:28 น.
Counter : 946 Pageviews.
2 comment
(Review) อีกสักมื้อ...ร้านเด็ดประจำเมืองภูเก็ต สุดคุ้มค่า @ "ร้านกอบัว ภูเก็ต"
ชื่อร้าน : ร้านกอบัว ภูเก็ต (Korbua Phuket Restaurant)
รายการอาหาร : อาหารพื้นเมืองภูเก็ต , อาหารไทย
เวลาเปิดบริการ : 10.30 - 21.00 น. เปิดจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์)
ที่ตั้งร้าน : 5/25 ซอยกู้กู ถนนรัษฎานุสรณ์ ตำบลรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000, ภูเก็ต Thailand
พิกัด GPS : 7° 54' 27.02" N 98° 23' 33.00" E





สวัสดีอีกครั้งครับชาว Bloggang 

   เนื่องด้วยจาก Review ที่แล้วของร้านกอบัว อร่อยติดใจมาก
จนต้องกลับไปทานอีกมื้อก่อนกลับ กทม. วันนี้เลยขอมาบอกเล่า
แนะนำต่อเลยครับอีกสักมื้อ...

รายละเอียดของร้านการเดินทางสามารถ > คลิกอ่านจาก Review Part แรกได้เลยครับ < 

จากนั้นเราก็ไปต่อกันครับ...

มื้อนี้มารอบดึกครับร้านปิดสามทุ่มน่าจะยังทันครับ :P... (ตอนถ่ายรอจังหวะรถโล่งๆครับ...)


เข้าร้านกันเลยก่อนจะปิดครัวดีกว่าครับ




ว้าวจุดเทียนแล้ว มีโต๊ะโรยกุหลาบด้วย บรรยากาศโรแมนติกมากครับ ใครมีมื้อพิเศษนี่ก็น่าสนใจมาจองได้เลยนะเนี่ย


เมนูแรกเลยครับหิวแล้วPartนี้จัดด่วนเลย [น้ำพริกกุ้งเสียบ] ราคา 120 บาท! โหราคานี้ได้ขนาดนี้เลย


มาเที่ยวใต้ห้ามพลาดน้ำพริกกุ้งเสียบ โดยน้ำพริกกุ้งเสียบนี้ก็เป็นสูตรเด็ดของทางร้าน ตำเองสดใหม่ทุกวัน รสชาติเข้มข้น


อีกทั้งยังให้ผักแนมน้ำพริกมาครบครับ ทั้งแตงกวา ถั่วฝักยาว ขมิ้นขาว ยอดมะกอก กระถิน มะเขือเปราะ สะตอ ไข่ชะอม
และผักพื้นเมืองภาคใต้อย่าง ยอดมะม่วงหิมพานต์ และ ถั่วงอกหัวโต จานนี้เหมาะกับคนรักสุขภาพมากๆครับ


เมนูถัดมามาเป็นหม้อเลยครับ [กุ้งอบกอบัว] ราคา 250 บาท จานนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้านนะครับ โดยนำกุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่
ไปทอดในน้ำมันร้อนๆพร้อมกับพริกไทยดำ แล้วจัดใส่ถ้วยเพื่อนำไปอบกับซอสพริกไทยดำ กระเทียมสับ และเม็ดบัว จนสุกหอม


สำหรับกุ้งแชบ๊วยนี่อร่อยมากๆ เนื้อแน่น ทอดมาได้พอดี ทานคู่กับซอสพริกไทยดำ รสชาติเผ็ดร้อน หอมอร่อยมากๆครับ


และของโปรดครับอดใจไม่ได้จริงๆ [ปลากระพงทอดน้ำปลาและยำมะม่วง] ราคา 380 บาท ครับ


จานเด็ดที่ไม่อยากให้พลาด ปลากระพงทอดในน้ำมันร้อนๆจนเหลืองกรอบ ราดด้วยน้ำปลาหอมหวาน


แต่ที่เด็ดของจานนี้อยู่ที่น้ำยำมะม่วง ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ เพราะน้ำยำมะม่วงของร้านกอบัวเป็นน้ำยำมะม่วงสีขาว 
ขาวจริงๆครับตอนแรกนึกว่านมข้นหวานด้วยซ้ำแต่ไม่ใช่ครับ เจ้าของร้านบอกว่าเป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นเองและภูมิใจนำเสนอมากๆ 


ซึ่งตัวน้ำยำนี้ รสชาติกลมกล่อมครับ ไม่เปรี้ยวเกินไปแบบยำมะม่วงร้านอื่นที่บางทีเปรี้ยวจนผมทานไม่ได้ ยิ่งนำมาราดลงบนตัวปลา 
ทานคู่กับน้ำยำมะม่วงสูตรพิเศษสีขาวนวลรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวมากๆเลยครับ


หลังจากซัดมะพร้าวน้ำหอมไปอีกลูก(ลืมถ่ายมา)ก็มีแนะนำแบบปั่นอีกครับก็จัดมาอีกสองแก้วเลย


หวานหอมสมคำแนะนำครับทานไงก็ไม่เบื่อเลยมะพร้าวที่นี่ มีเนื้อมาให้ด้วยเพลินยาวละทีนี้


ต่อของหวานปิดท้ายกันหน่อยครับกับ[ข้าวเหนียวมูนกะทิสด]ราคา 120 บาท ต่างชาติเห็นนี่ต้องชอบมากๆแน่ๆ 


เสิร์ฟพร้อมกระทิสดหอมหวานราดให้มั่วแล้วจัดเลยครับ เนื้อมะม่วงหวานหอมอร่อยมากๆ ราคานี้ถูกคุ้มค่าไปเลย ไหนบอกอิ่มกันแล้ว
แปบเดียวจ้วงกันซะหมดเกลี้ยงถ่ายไม่ทันกันเลยทีเดียว อยากรู้ต้องลองสั่งครับ
...
..
.

เพิ่งสังเกตก่อนกลับ...มีไฟดิสโก้ที่กระพริบตามจังหวะเพลงด้วยครับ


...
..
.

แอบสั่ง[ผักเหมียงผัดกุ้งเสียบ]กับข้าวเปล่ามาทานที่พักที่โรงแรมอีกตังหากครับ 55+ ขนาดอิ่มแล้วกะไว้กินตอนเช้า
ทีแรกกะชิมๆนิดๆ สุดท้ายก็หมดเกลี้ยงคืนนั้นอยู่ดี กร๊าก เฮ้อ นาทีนี้ก็ยังอยากกินอีกอยู่เลยครับ TTwTT


จบไปอีกมื้อสุดฟินไม่ผิดหวังเช่นเคยครับขนาดมาสองมื้อเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อนพี่น้องท่านใดได้ไปภูเก็ตหรืออยู่ภูเก็ตแล้ว
ยังไม่เคยได้ลองร้านกอบัวนี้ต้องลองให้ได้ครับ ไม่ผิดหวังแน่อน เช่นเคยครับสนใจสอบถามรายละเอียดลองติดต่อทางเพจของร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าเร็วๆนี้ครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับ











Create Date : 14 มิถุนายน 2559
Last Update : 14 มิถุนายน 2559 4:20:42 น.
Counter : 292 Pageviews.
3 comment
(Review) ร้านอาหารไทยพื้นเมืองภูเก็ตแท้ๆ บรรยากาศดี ราคาบ้านๆ อร่อยเริศ @ "ร้านกอบัว ภูเก็ต"
ชื่อร้าน : ร้านกอบัว ภูเก็ต (Korbua Phuket Restaurant)
รายการอาหาร : อาหารพื้นเมืองภูเก็ต , อาหารไทย
เวลาเปิดบริการ : 10.30 - 21.00 น. เปิดจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์)
ที่ตั้งร้าน : 5/25 ซอยกู้กู ถนนรัษฎานุสรณ์ ตำบลรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000, ภูเก็ต Thailand
พิกัด GPS : 7° 54' 26.41" N 98° 23' 33.83" E





สวัสดีครับพี่น้อง ชาว Bloggang

วันนี้ขอมาแนะนำร้านอาหารเด็ดๆ ร้านนึงที่จังหวัดภูเก็ตปักษ์ใต้บ้านเราแท้ๆครับ


ร้านที่จะแนะนำไปกันวันนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตครับหรือถ้ามุ่งหน้ามาจากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร
มาตามถนน เทพกระษัตรีเลยก็ราวๆ10กิโลครับมาถึงสี่แยกราชภัฎภูเก็ต เลี้ยวเข้าซอยกู้กู (ถนนรัษฎานุสรณ์) เลยครับ
(ภาพจาก GoogleMapsครับ)


ตรงเข้ามาเพียง 100 เมตรพอจะโค้งก็ชะลอได้เลยครับจะเจอ"ร้านกอบัว"อยู่ด้านขวามือครับ (พิกัดราวๆ 7.9443297,98.3449388)


จะเห็นเป็นอาคารหลังสีขาวนั่นครับ แสดงว่าไม่ผิดแน่นอนแล้วครับเลี้ยวเข้าไปได้เลย


มองผ่านๆ ถ้าไม่สังเกตป้ายนี่นึกว่าบ้านพักอาศัยแน่ๆครับ แต่เข้ามาแล้วก็ไปชมบรรยากาศกันเลยครับดูว่าดีอย่างที่เค้าว่ากันรึเปล่า


พูดถึงลาดจอดรถกันก่อนน่าจะจอดได้ราวๆ 15 คันครับแบบเต็มพื้นที่หน่อยก็โอเคครับจัดงานได้ระดับนึง


ร้านตกแต่งร้านสไตล์โคโลเนียล แบบชิโนโปรตุกีส ตามสไตล์ดั้งเดิมของภูเก็ต ร้านแบ่งเป็นสองโซนครับ




มีโซนระเบียงด้านนอกดูแล้วก็น่านั่งชิลล์ดีครับ ฝรั่งสายชิลล์ๆ คงชอบครับ



ตรงระเบียงรั้วสังเกตเห็นดอกอัญชันด้วยครับเห็นว่าปลูกเองนำมาประกอบอาหารเครื่องดื่มเองเลยครับ


มีช่อบัวเล็กๆหน้าร้านให้สมชื่อร้านด้วยครับรู้สึกว่าตั้งชื่อร้านตามลูกสาวคนเล็ก ดูมุ้งมิ้งเป็นกันเองดีตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าร้านเลยครับ


เข้ามาดูโซนหลักของร้านบ้างครับ บรรยากาศดีมากๆ ตกแต่งได้สวยงาม แวบแรกแรกผมคิดว่าต้องจ่ายหนักแน่ๆเลยมื้อนี้...


แต่ไหนๆก็มาตามคำล่ำลือแล้วต้องเชื่อมั่นครับ แต่ตอนนี้ที่แน่นอนคือบรรยากาศดีจริงๆ ครับ


ขออนุญาติเก็บภาพสำหรับรีวิวเรียบร้อยแล้วก็ขอส่องไปเรื่อยหน่อยครับ...


ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ ก็มาชูนิ้วโป้งกดไลค์การันตีไปแล้ว 


เมนูอาหารครับเป็นแผ่นพลาสติกแข็งสองหน้าครับมีทั้ง ไทย/Eng ราคาครบถ้วนครับเสียดายไม่มีรูปแต่มีก็คงยัดไว้สองหน้าไม่ไหวแน่ๆ


มี Scan QR Code Menu อาหารสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยครับ ! โอ้ว...


ส่องเรื่อยเปื่อย เจ้าเรือนนี้ทีแรกนึกว่านาฬิกา แต่น่าจะเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิและมาตรวัดฝนล่ะมั้งนะครับเดาเอาไม่ได้ถามเค้า55+

ขอซนส่องส่วนเค้าเตอร์อีกสักนิดครับ


ตู้แช่เบียร์ paulaner เป็นเบียร์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่ก่อตั้งมากว่า 3 ทศวรรษ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบาวาเรีย
มีคุณภาพตามตำหรับดั้งเดิมมาตลอด 
ที่ร้านมี 2 แบบให้เลือก รสดั้งเดิม alc. 4.9%เบาดื่มง่าย รสผลไม้ alc. 5.5% เข้มข้น ครับ


แบบเป็นชอตๆก็มีบริการครับ




เห็นว่าพี่เจ้าของร้านเป็นคนรักดอกไม้มากครับ ประดับร้านได้ดูใส่ใจ สบายตาดีเลยครับ




ภาพนี้สวยงามมากครับ แอบตั้งใจเก็บภาพมาเลยลืมถามชื่อภาพเลย...


ซนไปเรื่อยจนเครื่องดื่มมาสักพักจะละลายหมดละครับ...


มาเริ่มที่แก้วแรกนี้ก่อนเลยละกันครับ [น้ำแดงมะนาวโซดา] ราคา 55 บาทครับ ไม่ได้ชิมครับน่าจะสดชื่นอยู่


คลายร้อนกับแก้วนี้ครับน้ำเก็กฮวยสดชื่นๆ ไม่กี่ซู๊ดหมดไม่รู้เพราะอร่อยหรือกระหายกันแน่ครับฮ่าๆ


ต่ออีกแก้วด้วย[น้ำส้มคั้น]ครับ อร่อยจริงครับน่าจะคั้นสดๆ ผสมอย่างอื่นน้อยมากรสชาติดีมากหวานหอม ราคา 55 บาทครับ


มาที่เมนูอาหารกัน [ผักเหมียงผัดกุ้งเสียบ] ราคา  120 บาทครับ มาจานแรกนี่กลิ่นอื้อหือออ หอมมากๆ เกือบไม่ได้ถ่ายรูปละครับ


ใบเหมียง (หรือใบเหลียง) เป็นผักพื้นเมืองของภาคใต้ รสชาติหวานมัน นำมาผัดกับไข่ กุ้งเสียบ แล้วโรยด้วยหอมเจียว
ผักเหมียงออกมันๆทานคู่กับกุ้งเสียบกรุบกรอบ จานนี้รสชาติกลมกล่อมมากๆ ติดใจมากๆครับ ทานคำแรกปุ๊บขอเบิ้ลก่อนเลย


เมนูถัดมาครับ [หมูฮ้อง] ราคา 150 บาท หมูฮ้องเป็นอาหารพื้นเมืองของคนภูเก็ตเลยครับหาทานได้ทั่วเกาะเลยแต่เจ้านี้เด็ดกว่า

โดยนำหมูสามชั้นหั่นชิ้นใหญ่ไปเคี่ยวกับเครื่องพะโล้และพริกไทยดำจนหมูนุ่ม


รสชาติหวานเค็ม เนื่องจากใช้เวลาเคี่ยวนาน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าหมูชิ้นใหญ่จะเคี้ยวลำบาก เพราะทานง่ายมากๆ เนื้อนุ่มหอมหวาน
ทานคู่กับแกงส้มที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เข้ากันดีมากๆครับ


เมนูต่อไปคือ [หมูคั่วเกลือ]ราคา 120 บาทครับ หมูสามชั้นหั่นชิ้นพอดีคำ หมักด้วยเครื่องเทศสูตรพิเศษของทางร้าน และนำไปคั่วจนแห้ง


ได้ออกมาเป็นหมูคั่วเกลือรสชาติเค็มๆมันๆ กรอบนอกนุ่มใน ปกติถ้าทานในกทมนี่เจอแต่หนังเหนียวๆต้องแยกทิ้ง
แต่นี่
อร่อยเคี้ยวเพลินมากๆครับ


พระเอกมาละครับ [ขนมจีนแกงปู] ราคา 200 บาท แกงปูก้อนมาพร้อมขนมจีนและเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงชุดใหญ่เลย



ตัวแกงใช้เครื่องแกงใต้สูตรพิเศษ เคี่ยวจนได้ที่แล้วใส่เนื้อปูก้อนลงไป รสชาติเข้มข้น


อีกจานที่มาพร้อมกันเป็นขนมจีนและเครื่องเคียงสไตล์ปักษ์ใต้ มีทั้งถั่วงอกหัวโตที่หากินได้ที่ภาคใต้เท่านั้น ยำไชโป๊ว ไข่ต้ม
ปลาชิ้งชั้ง ผักกาดดอง สับปะรด พริกแห้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา และสะตอ 


ตักขนมจีนใส่จาน ราดด้วยแกงปู ทานพร้อมเครื่องเคียงก็อร่อยเด็ดหรือใครจะทานกับข้าวสวยก็ได้ อร่อยไม่แพ้กัน


เนื้อปูเป็นก้อนๆกินแล้วได้รสปูเต็มๆ เยอะมากๆ สดอร่อยนี่ขนาดทางร้านแจ้งก่อนแล้วว่าวันนี้เนื้อปูได้ชิ้นเล็กนะครับ ยังได้เยอะ
สะใจตักไงก็เจอคุ้มราคาสุดๆไปเลยจานนี้ลืมร้านชื่อดังที่แชร์ๆกันไปได้เลยทีเดียวเจอแบบนี้เข้าไป


เมนูถัดมาก็เด็ดไม่แพ้กันครับ [แกงส้มโชน] ราคา 180 บาท โชนเป็นพืชชนิดหนึ่งในตระกูลบอนนำมาแกงส้ม(หรือแกงเหลืองใส่ขมิ้นแบบคนใต้)


ใส่ปลากะพงขาวหั่นชิ้น น้ำแกงเข้มข้นมากๆ รสชาติจัดจ้านตามสไตล์แกงใต้ ทานคู่กับโชนที่มีความกรอบ ไม่มีเสี้ยน และอุ้มน้ำแกงไว้จนชุ่ม
ส่วนปลาที่ใส่มาชิ้นใหญ่มากๆ เนื้อแน่น สดไม่คาว ถ้าใครไม่ทานโชนก็สั่งอย่างอื่นได้นะครับ มีทั้งหน่อไม้ ยอดมะพร้าว และสับปะรดครับ


ปิดด้วยมะพร้าวน้ำหอมอร่อยสดชื่นมากๆครับ เสิร์ฟพร้อมช้อนแคะเนื้อเลย หวานอร่อยนิ่มกำลังดีเลยครับ ลูกละ 40 บาทครับ




จบไปอีกมื้อสุดฟินแน่นพุงอิ่มเอมสุดๆ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาดี ตอนแรกนึกว่าต้องจ่ายหนักซะแล้วดูจากบรรยากาศการตกแต่งทั้งหลาย
นี่หารๆกันแล้วยังถูกกว่าเที่ยวจุดอื่นในเมืองเยอะมากครับ ฟินสุดๆ ชาวภูเก็ตหรือขาจรจากกทม.แบบผมหรือใครได้ไปภูเก็ตต้องแวะลองให้ได้ครับ
ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ รับประกันได้เลยบริการก็ดีมากกกก กันเองสุดๆอีก ถ้าไงสนใจลองติดต่อสอบถามทางเพจของทางร้านดูนะครับ

ก่อนกลับกทม.ผมต้องมีมาแวะอีก 1 มื้อแน่นอนครับ...!!!
(*Update อัพอีกมื้อละครับ ท่านใดสนใจตามไปอ่านได้เลยครับ
http://goo.gl/tmRtnL <*)

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและ Comment ครับผม
เจอกันเร็วๆนี้ครับ




Create Date : 13 มิถุนายน 2559
Last Update : 14 มิถุนายน 2559 4:25:48 น.
Counter : 1061 Pageviews.
2 comment
(Review) ร้านทะเลทิพ รังสิต คลอง4 ร้านซีฟู้ดเด็ดดวงที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
ชื่อร้าน : ร้านทะเลทิพ คลอง 4 ธัญบุรี
รายการอาหาร : อาหารทะเล , อาหารไทย , อาหารจีน , อาหารทะเล
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 12.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 130/13 หมู่ 1 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทมุธานี 12150, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 13° 59' 23.19"N 100° 41' 5.46"E






สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอพาเพื่อนๆพี่น้องไปพบกับร้านอาหารเปิดใหม่แต่มีการวางแพลน...
ก่อนเปิดได้อลังการงานสร้างดีมากๆร้านหนึ่งครับ...
อาหารก็สดสะอาดมาจากแหล่งโดยตรง ราคาก็สมราคาไม่แพงซะด้วย... 
ไปลุยกันเลยดีกว่าครับ....



ร้านที่จะพาไปรอบนี้พวกผมเดินทางตาม Google Map ให้วิ่งกลับรถก่อนถึงDreamWorldก่อน1สะพาน(สะพานหมู่บ้านซื่อตรงรังสิต)
ข้ามมาแล้วเลี้ยวซ้ายตามทางลอดสะพานข้ามคลองทางเข้าDreamworldเป็นอันถูกต้องครับ ตามทางไปเรื่อยๆ เลย


พอสุดซอยทะลุมาออกถนนพระองค์เจ้าสาย คลอง 4 ก็เลี้ยวขวาไปประมาณ 1 กิโลครับ


แล้วสังเกตด้านขวาเห็นป้ายร้านก็เลี้ยวเข้าไปได้เลยครับ พิกัด 13.989775, 100.684850

ก่อนเข้าร้านขอเดินมาเก็บภาพสวนพื้นที่ก่อนถึงร้านเล่นๆ ก่อนครับ บรรยากาศดีมาก เห็นว่ามีปลูกบางอย่างไปใช้ในการทำอาหารเองซะด้วย




มองไกลๆ จะนึกว่าบ้านเดี่ยวสไตล์หรูหราหลังนึงครับ จริงแล้วคือร้านเป้าหมายของเราวันนี้เองครับ


ที่จอดรถก็รองรับได้พอสมควรครับ ร้านยังไม่แกรนโอเพนนิ่งครับ รู้สึกจะแกรนฯเดือนมิ.ย.นะครับจากที่ฟังมา ต้องมีพื้นที่จอดรถเพิ่มแน่ๆ


(มี Google streetview inside ของร้านด้วยครับ) Hi-so มากๆ




ป่ะลุยกันเลยดีกว่าครับ พี่แดดเป็นใจต่อรูปที่ได้แต่ไม่ค่อยเป็นใจต่อความร้อนเท่าไหร่ = =;;


แต่เห็นบันไดสวยงานก็อยากจะขออนุญาตขึ้นไปส่องๆ ชั้นสองเก็บภาพก่อนสักหน่อยครับ




บรรยากาศชั้นสองตกแต่งได้สวยงามไทยๆ ดีครับ


หรือจะมานั่งตรงระเบียงสักช่วงเย็นๆ ก็ดูจะชิลล์ดีไม่ใช่น้อยเลย

ลงอีกทางก็ถ้าซ้ายจะมีห้องน้ำสะอาดบริการ และแอบส่องห้องครัวได้ จัดร้านได้ ลงตัวสวยงามดีครับ


ส่วนโซนทางขวาของร้านมีทางเข้าไปเล็กๆน่ารักครับ


เป็นโซนสำหรับผู้ที่รักสัตว์เลี้ยงอยากมาทานชิลล์ๆ ครับทางร้านจัดไว้แยกให้เลย =A= โอ้ววว




กลับเข้าไปโซนชั้น1ดีกว่า บรรยากาศดีน่านั่งแอร์เย็นฉ่ำ ชื่นใจ เลย นั่งห้องนี้แหละ!


มีมุมความประทับใจของแขกหลากหลายท่านมาโชว์จุดนี้ด้วยครับ มีการรันตีความอร่อยจากหนังสือพิมพ์แนวหน้าด้วย(ถ่ายคลิปมาลืมถ่ายรูปTTwTT)


คุณ ชัย ราชวัตรก็มาครับ เพิ่งเปิดไม่นานยังการันตีมากมายขนาดนี้ต้องลองให้ได้ครับ


หลังจากสั่งอาหารกันไปแล้ว (ลืมถ่ายเมนูอีกละ) ได้รับคำเชิญจากพี่เจ้าของร้านใจดี ...


ให้ไปชมตอนประกอบอาหารถึงในครัวเลยครับ!... ครัวดูสะอาดมากๆ ไม่ใช่แค่เพราะเปิดใหม่ เห็นว่าก่อนเปิดร้านก็เทรนกันเป็นเดือนก่อนเปิดละ
เพิ่งเคยได้ยินเลยว่ามีร้านทำขนาดนั้นก่อนเปิดร้าน...


เห็นว่าเชฟคนไหนทำหน้าที่ไรก็ทำหน้าที่นั้นตลอดครับท่านไหนรับผิดชอบเรื่องทอดก็ทอดอย่างเดียวเลยด้วย




ส่องเชฟกำลังทอดปลาแรดบนกระทะทองเหลืองอย่างดี น้ำมันก็ดูใหม่สะอาดใสปิ๊งไม่น่าใช้ซ้ำเลยแน่ๆ


ส่องวัตถุดิบ...ไข่ปลาริวกิวครับ! เม็ดใหญ่ดีม๊ากกกกก กลืนน้ำลายเอื๊อกๆเลย


หม้อนี้น่าจะกำลังทำแกงส้มที่สั่งไปอยู่ครับเป็นเมนูแนะนำเลย


และเมนูแกงส้มขึ้นชื่อของที่นี่ใช้ความเปรี้ยวจากส้มจิ๊ดแทนมะนาวครับ! เค้าบอกหอมและเปรี้ยวอร่อยกว่ามะนาวกว่ามาก

ใช่แล้วครับคุณจะกิ๊ต...นี่คือสาหร่ายพวงองุ่นล้างน้ำแข็งให้กรอบ และลดความเค็ม ก่อนจะมาทำในเมนู... ส้มตำสาหร่ายพวงองุ่น!! หงุ่น หงุ่น หงุ่น



ทางนี้เชฟกำลังราดซอสบนปลาแรดทอด ของโปรดเลยครับ โอยยย อยากจะตักทานตรงนั้นเลย 55+


เดินไปโซนหลังครัวก็แยกเป็นโซนสำหรับแล่ปลาแยกกันออกจากห้องครัวด้วยครับ จะสะอาดไปไหน...
ทางร้านกำลังเอาปลากระพงขนาดบิ๊กเบิ้ม น่าจะ 4 กิโลฯ+ มาแล่อยู่ครับ


กลับไปที่โต๊ะดีกว่าอาหารมาเสิร์ฟแล้ววว ไปส่องแต่ละเมนูกันครับว่าสั่งไรมาบ้าง


เริ่มที่เมนูแรกครับสามัญประจำโต๊ะ [ข้าวผัดปู  ไซต์กลาง] ราคา 150 บาท ! ตอนแรกนึกว่าพี่ชายสั่งจานใหญ่มาซะอีกนี่กลางหรือนี่คุ้ม!
ทานได้ประมาณ 3-4 ท่านเลย เสิร์ฟพร้อม แตงกวา มะเขือเทศ ต้นหอมสวยงาม...


นำข้าวสวยมาผัดกับเนยจนร่วน ปรุงรสด้วยเกลือเพื่อกลิ่นหอมเฉพาะตัว แล้วใส่ปูม้าชิ้นใหญ่พร้อมไข่ปู สำหรับปูม้านี้ 
ทางร้านทะเลทิพซื้อปูเป็นมานึ่งแล้วแกะเนื้อเอง ไม่ได้ซื้อแบบสำเร็จรูปมาใช้ จึงได้ความสดหอมของปูและมีไข่ปูติดมาด้วย คุ้มมากๆครับ




และต่อไปก็เมนูแนะนำของที่นี่ [ต้มยำกุ้งก้ามกรามมะพร้าวอ่อน] ราคา 290 บาท 


เป็นต้มยำที่ใช้น้ำมะพร้าวเป็นน้ำซุป ! ...จึงได้กลิ่นหวานหอมจากมะพร้าวน้ำหอม 

สำหรับกุ้งใช้กุ้งก้ามกรามไซส์ใหญ่ ผ่าครึ่งเพื่อความสะดวกในการทาน และไม่ใส่เห็ดฟางแต่ใส่เห็ดออรินจิเพราะมีรสชาติอร่อยกว่า 


ชามนี้รสชาติเปรี้ยวหวาน หอมกลิ่นมะพร้าว และมีเนื้อมะพร้าวใส่มาด้วย ฟิน อร่อย แย่งกันแปบๆ หมดเกลี้ยง น้ำต้มยำก็อร่อยหอมน้ำมะพร้าวอีก


เมนูถัดมาคือ [แกงส้มไข่ปลาริวกิว] ราคา 350 บาทครับ รสชาติเปรี้ยวนำจากน้ำส้มจี๊ด ใช้ส้มจี๊ดแท้ๆจากภาคใต้

ไม่ใส่น้ำมะขาม ใส่น้ำตาลปี๊บ ให้ความหวานแทนน้ำตาลทรายขาวที่ทำลายสุขภาพกว่า และใส่หน่อไม้ดองหั่นบาง ไม่มีเสี้ยนมากวนใจ 

ส่วนไข่ปลาริวกิวก็ใส่มาเยอะมากๆ เม็ดใหญ่ ทานไข่ปลาพร้อมหน่อไม้และน้ำแกงส้ม เผ็ดร้อนถูกใจมากๆครับ พลาดไม่ได้เลย


ข้าวผัดแปบเดียวเกลี้ยง สั่งข้าวเปล่ามาก็ ถ้วยเล็กน่ารักดีครับ


ถัดมาเมนูที่เด็ดและดูเฮลท์ตี้มากๆ [ส้มตำสาหร่ายพวงองุ่น] ราคา 180 บาทครับ สาหร่ายพวงองุ่นแช่น้ำเย็นจัดจนได้รสชาติกรุบกรอบ 

ราดน้ำส้มตำรสชาติจัดจ้าน ได้เป็นส้มตำสาหร่ายพวงองุ่นที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หรือจะทานสาหร่ายพวงองุ่นกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดก็เข้ากันดี


กุ้งแห้งทางร้านก็คัดของดีๆมาเลยอร่อยมากๆ  จากผมที่ไม่ค่อยชอบสาหร่ายพวงองุ่นเท่าไหร่เจอเมนูเนี้เข้าไปจองซัดไปเยอะสุดเลย


เมนูถัดมา [ออส่วนนิ่ม] ราคา 220 บาทครับ เสิร์ฟมาบนเตาทองเหลืองหรูหราดูดีมากๆ พร้อมกับซอสพริกศรีราชาและจิ๊กโฉ่ว...


สำหรับเมนูนี้เป็นออส่วนหอยนางรมกับหอยเชลล์ หอยตัวใหญ่ ...รสชาตินุ่มเนียน รสสัมผัสตัวแป้งจะหนุบหนับ 


สามารถเลือกได้ว่าจะใส่หอยชนิดใดบ้าง มีให้เลือกทั้งหอยนางรม หอยเชลล์ และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ สุดๆไปเลยครับน้องสาวชอบมาก
เป็นออส่วนอร่อยกว่าที่เคยทานๆมาเลยครับ 


และเมนูนี้ของโปรดผมเลย [ปลาแรดทอดน้ำปลา] ราคา  280 บาท! โหเพิ่งเห็นราคาตอนหลัง คุ้มมากครับ


อาหารส่วนมากทางร้านเป็นคนรับตรงจากเรือเองและส่งให้โรงแรมชื่อดังหลากหลายที่ครับ มั่นใจเรื่องคุณภาพและความสดได้เลย


และเมนูนี้ปลาทั้งร้านจะคัดไซส์มาแล้วใช้ปลาแรดตัวขนาดหนึ่งกิโลไปกี่ครั้งก็ได้ไซส์นี้แน่นอนเลยครับไม่มีขึ้นลง สุดยอดไปเลย


บั้งเฉียงๆ ทอดในน้ำมันร้อนๆที่เปลี่ยนใหม่ทุกวัน จนปลาสุกเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานราดด้วยน้ำปลาที่ผสมด้วยสูตรเฉพาะ 
ได้รสชาติเค็มหวาน เนื้อปลาทานเปล่าๆก็อร่อย ทานกับน้ำปลาก็ได้รสชาติเข้มข้น


ถ้วยแบ่งสามสี่คนก็ได้ไข่ปลาริวกิวเยอะ สะใจอยู่ดี ฟินมากๆ


ต้มยำกุ้งก้ามกรามมะพร้าวอ่อน ทานพร้อมเห็ดออรินจิก็หนุบหนับอร่อย กุ้งก้ามกราม ก็ฟิน น้ำต้มยำก็หอมหวานมะพร้าว เปรี้ยวกำลังดี


แน่นพุงตึงก็ได้เวลาเติมเต็มสำหรับกระเพาะของหวานครับ...


เริ่มที่ [เฉาก๊วย]ราคา 40 บาท เป็นทรงหกเหลี่ยม ชิมไปนิดนึง หอมน้ำตาลทรายแดงมากๆครับ อร่อย โอเคเลย


เมนูนี้คือ [สาคูแคนตาลูป] ราคา 40 บาทเท่านั้นเช่นกันครับ 


สาคูเม็ดต้มจนนิ่ม แล้วใส่นมสดเย็นหอมหวานที่มีกลิ่นดอกมะลิจางๆ พร้อมกับแคนตาลูปเนื้อแน่นลูกกลมใหญ่ ฟินมากๆปิดท้าย


อิ่มฟินไปอีกมื้อใหญ่ครับ ได้รับความสนุก ความรู้ ข้อคิดต่างๆจากพี่ทิพเจ้าของร้านด้วยเยอะมากครับ...
ทุกเมนูของร้านนี้ไม่ใช้ผงชูรสเลยครับแล้วยังอร่อยหอม วัตถุดิบก็ของดี เกินราคามากๆ...
และทางร้านไม่จำหน่ายเหล้า ไวน์  แต่มีลูกค้ารีเควสเบียร์เลยเอามาลงบ้าง แต่ถ้าลูกค้าหิ้วเหล้ามาเอง ก็ได้ ไม่คิดค่าเปิดขวดครับ...
ยังไงท่านที่สนใจและอยู่ละแวกนั้นยังไม่เคยแวะ ลองติดต่อสอบถามทางเพจของร้านดูได้ครับ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับร้านนี้


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentด้วยครับ 
เจอกันโอกาสหน้าครับ...





Create Date : 01 พฤษภาคม 2559
Last Update : 2 พฤษภาคม 2559 22:34:39 น.
Counter : 2549 Pageviews.
3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  
akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



Group Blog
All Blog