(Review) ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์Homemade คุ้มค่า วัตถุดิบดี @"Kyu Taro"แยกลาดพร้าววังหิน
ชื่อร้าน : Kyutaro (คิวทาโร่)
รายการอาหาร : ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 12.00 - 24.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 1008 ม.14 ซอยโชคชัย4 ซอย84 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว 10230, กรุงเทพมหานคร ลาดพร้าว Thailand
พิกัด GPS : 3° 49' 26.33"N 100° 35' 33.10"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นแถวลาดพร้าววังหินร้านเด็ดร้านนึงครับ


มาถึงแยกโลตัสวังหินนะครับ


เลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยครับ ทางนี้จะไปโชคชัย4 ครับ


ขับตรงเข้าไปเลยนะครับ ขวามือจะเป็น Makro ครับ


ขับเข้ามาเพียง 100 เมตรจากถนนใหญ่ก็จะเจอกับร้าน Kyutaro ครับ


อยู่ถัดจากร้านลุงใหญ่มานะครับ
จอดรถหน้าร้านได้ 5-6 คัน หรือสามารถไปจอดฝั่งตรงข้าม ห้าง Makro วังหิน ก็ได้ครับ


หน้าร้านเป้าหมายของเราครับ >ร้าน KyuTaro<>พิกัดนี้เลยครับ




ร้านเปิดตั้งแต่ 12.00 - 00.00 ทุกวันครับ




เข้ามาข้างในกันดีกว่า ร้านไม่ใหญ่มากนะครับ มีประมาณ 5 โต๊ะครับ





ตกแต่งร้านได้แปลกดีครับ







มีให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนะครับ




สำหรับคอเบียร์โดยเฉพาะ


หรือท่านไหนชอบอุเมะชู ทางร้านก็มีแช่เย็นๆไว้เลยครับ




มาดูเมนูกันดีกว่า มีน่าสนใจหลายอย่างเลยครับ










ทุกรายการมีราคาบอกไว้หมดแล้วครับ สั่งอาหารไปบางส่วนแล้ว นั่งรอซักครู่ครับ


หลังจากสั่งอาหารไปแล้ว ก็มีออเดิร์ฟมาเสิร์ฟให้ครับ สำหรับวันนี้เป็น "ผักกวางตุ้งคลุกน้ำมันงา"
ตัวผักลวกมาได้สดกรอบ คลุกกับน้ำมันงามาหอมมากๆครับ
สำหรับออเดิร์ฟทางร้านก็จะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆนะครับ บางท่านมาทานก็อาจจะเจอเมนูอื่น แต่มีเสิร์ฟให้ทุกโต๊ะแน่นอนครับ


ชาเขียวเย็นมาเสิร์ฟแล้วครับ เหยือกนี้ราคา 39 บาทเท่านั้น
เนื่องจากว่าทางร้าน Kyutaro เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบโฮมเมดนะครับ อาหารทุกจานจะทำสดใหม่ ดังนั้นอาจจะต้องรอนิดนึง แต่ไม่นานครับ


อาหารจานแรกยกมาแล้ว ขอเริ่มด้วยเมนูเบาๆ "สลัดปูนิ่ม" ครับ


ตอนนี้มีโปรโมชั่นจาก 359 บาท เหลือเพียง 199 บาทเท่านั้นครับ


โดยจานนี้จะเป็นปูนิ่มทั้งตัวชุบแป้งทอดกรอบ แล้วนำมาวางบนผักสลัดนานาชนิดทั้ง ผักกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บีทรูท มะเขือเทศ
แล้วท๊อปปิ้งด้านบนด้วยสาหร่ายญี่ปุ่นและไข่กุ้งครับ

ส่วนน้ำสลัด จะเป็นน้ำซีซ่าร์สลัดสูตรพิเศษนะครับ เข้ากันได้ดีกับผักสดกรอบและปูนิ่มทอดครับ
น้ำสลัดอร่อยมากๆ ท่านใดถูกใจสามารถขอเพิ่มได้นะครับ


เมนูต่อมา เป็นด้งหรือข้าวหน้าต่างๆแบบญี่ปุ่นนะครับ "ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น"


ราคา 165 บาท เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะ และกิมจิครับ


โดยนำเนื้อสามชั้น หมักด้วยเครื่องเทศแล้วนำไปผัดกับซอสหวาน แล้วเสิร์ฟพร้อมกับไข่ออนเซ็นครับ


จานนี้รสชาติใช้ได้เลย เนื้อผัดมาได้หอมมากๆ ได้ทั้งกลิ่นกระเทียมและกลิ่นหวานๆจากซอสปรุง
เนื้อก็ให้มาชิ้นใหญ่ด้วยครับ เสียดายที่เหนียวไปนิดนึง แต่ทานคู่กับไข่ออนเซ็นแล้วก็เข้ากันดีครับ


เนื้อสามชั้นนำเข้าจากอเมริกานะครับ อร่อยฟินมากๆ


แล้วก็มาต่อกันที่ "ชาชูราเมง " ครับ ราเมงชามใหญ่ที่มีราคาเพียง 145 บาทเท่านั้น


นอกจากหน้าตาจะน่าทานแล้วเครื่องที่ให้มาก็ยังแน่นสมกับที่เป็นชาชูราเมง โดยให้หมูชาชูชิ้นใหญ่หนานุ่มมาถึง 5 ชิ้นด้วยกันครับ
ตัวน้ำซุปเป็นซุปมิโสะที่ทำจากมิโสะ ปลาแห้ง และเห็ดหอมครับ เส้นราเมงก็เหนียวนุ่มครับ


ชาชูนี่เด็ดมากๆ เพราะใช้เวลาเคี่ยวถึงเจ็ดชั่วโมง แล้วยังแช่ไว้ในน้ำซอสอีกหนึ่งวันเพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อหมู
นอกจากนี้ยังเลาะเอามันออก ให้มีแต่เนื้อๆ เพื่อรสความเลี่ยนด้วยครับ พิถีพิถันมากจริงๆ


ถ่ายรวมนิดหน่อยระหว่างรอเมนูถัดไปครับ


มาเสิร์ฟแล้วครับ "เทมปุระโรลมากิ" ราคา 250 บาท


เป็นมากิซูชิที่มีไส้ในเป็นกุ้งเทมปุระครับ นอกจากกุ้งแล้วก็เสริมรสชาติด้วยปูอัด ไข่หวาน และแตงกวาญี่ปุ่นครับ
ด้านนอกก็คลุกด้วยไข่กุ้งเพื่อเพิ่มความสนุกในการเคี้ยว จานนึงให้มาถึงแปดชิ้นครับ


อร่อยครับจานนี้ มากิก็ชิ้นใหญ่ กุ้งก็เนื้อแน่น แป้งที่โรยรอบๆก็อร่อยกรุบกรอบครับ


แน่นอนว่ามาทานอาหารญี่ปุ่น จะขาดซาชิมิไปก็คงไม่ได้ "ซาชิมิรวม" ชุดนี้ราคา 395 บาทครับ


โดยในชุดนี้จะประกอบ ปลาแซลมอนสด ปลาโอสด ปลาซาบะดอง ไข่หวาน ปูอัด และแตงกวาญี่ปุ่นครับ
โดยปลาซาบะ จะใช้ปลาซาบะนำเข้าจากนอร์เวย์นำมาดองเองด้วยกรรมวิธีพิเศษของทางร้าน
ซึ่งต้องขอบอกว่าประทับใจมากๆ เพราะปกติไม่ค่อยชอบทานปลาซาบะครับ แต่ของที่นี่ อร่อยไม่คาวเลย


ส่วนปลาแซลมอนสดนั้น ทางร้านจะใช้ปลาแซลมอนแทสมาเนียน ที่เนื้อแน่น และมันไม่ค่อยเยอะครับ สด อร่อย ตามมาตรฐานครับ


เมนูสุดท้าย ติดใจกุ้งเทมปุระจากเทมปุระโรลมากิ เลยขอสั่งจานนี้มาทานครับ "กุ้งเทมปุระ" 120 บาท

ซึ่งทางร้านใช้กุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่สุด นำมาชุบด้วยแป้งชุบสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเองครับ
ทอดจนกรอบเหลือง ในชุดจะมีกุ้งเทมปุระ 3 ตัว แครอทเทมปุระ หอมใหญ่เทมปุระ โซบะเทมปุระ และใบโอบะเทมปุระครับ


พอได้ลองทานจริงๆแล้ว เปลือกด้านนอกของตัวกุ้งนี่บางมากๆเลยครับ สมกับที่เป็นสูตรพิเศษไม่เหมือนร้านไหนๆ
กัดลงไปเลยได้รสชาติน้ำหวานของกุ้งเต็มๆคำเลย ประทับใจมากครับ






อิ่มแน่นพุงไปอีกมื้อกับอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด อาหารอร่อย ราคาไม่แพงสุดคุ้มค่ากับ
ร้าน Kyutaro ซอยโชคชัย4 แยกโลตัสวังหิน เปิดตั้งแต่ 12.00-00.00 ทุกวันครับ
ท่านใดสนใจอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามทางเพจของร้านได้เลยนะครับ

เจอกันมื้อหน้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและ Comment ครับผม









Create Date : 09 พฤษภาคม 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 20:21:52 น.
Counter : 398 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านอาหาร"เรือไม้" ชิลล์ สบาย อร่อย คุ้มค่า เหมาะกับแนวครอบครัวมาก ๆ @พัทยาใต้
ชื่อร้าน : เรือไม้ พัทยา (Ruemai Pattaya)
รายการอาหาร : อาหารไทย,อาหารจานเดียว,ก๋วยเตี๋ยว,ข้าวราดแกง,กาแฟ
เวลาเปิดบริการ : 07.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ใกล้โลตัส พัทยาใต้ ถนนสุขุมวิท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี, ชลบุรี Thailand
พิกัด GPS : 12° 54' 8.06"N 100° 53' 49.24"E




สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang
วันนี้ขอพาไปแนะนำร้านอาหารชื่อดังแถวย่านพัทยาใต้ครับ"ร้านเรือไม้"ร้านเก่าแก่ตั้งมายี่สิบปีได้แล้ว
และรุ่นลูกก็ได้มาปรับปรุงพัฒนาได้น่าสนใจมากๆเลยครับ


ร้าน"เรือไม้ตั้งอยู่แถวย่านพัทยาใต้เยื้องๆก่อนถึงMAKROสาขาพัทยาครับ พิกัด12.9019555,100.8880541
และยังเป็นรีสอร์ทชื่อ"เดอะ ธารา"ในพื้นที่เดียวกันด้วยครับ


แต่มื้อนี้ขอฝากท้องไว้กับร้านเรือไม้นี้ก่อนแน่นอนครับ หน้าร้านครับสวยงามน่าเข้ามากๆ


พื้นที่ร้านค่อนข้างใหญ่เลยครับ แต่ถ้าตั้งใจมาต้องดูพิกัดดีนิดนึงครับอาจเลยได้






เมนูแนะนำที่ตั้งอยู่โซนหน้าร้านครับ น่าสนใจเยอะมากๆ




บรรยากาศส่วนของหน้าร้านรวมๆดูน่าสนใจดีครับวินเทจๆไทยๆ




ประดับไปด้วยของสะสมรุ่นเจ้าของรุ่นแรกสะสมไว้มาน่าสนใจหลายอย่างครับ มีทั่วพื้นที่ร้านเลย


กลางร้านจะเป็นบ่อปลาครับเข้ามาปุ๊บฝนเทลงมาพอดีเลยเชียว




ส่วนอีกฝั่งจะเป็นพิ้นที่รีสอร์ทครับแนวไทยๆน่าสนใจครับเดี๋ยวทานเสร็จไปพักแน่ๆ






ของสะสมแปลกๆเยอะมากจริงๆครับ55+








รู้สึกว่าท่านรุ่นแรกชอบเรือไม้เป็นพิเศษครับจนเป็นที่มาของชื่อร้านเลย

เอาล่ะเดินชมนิดๆหน่อยเสร็จขอเปิดเมนูสั่งอาหารแล้วเดี๋ยวไปขอถ่ายรูปเก็บบรรยากาศต่อครับ


เมนูอาหารหลากหลายมากครับรูปเมนูเด่นสวยเลือกง่ายดีมากๆครับขอชมเลย



ต้ม ผัด แกง ทอด ครบ


ของหวานก็น่าสนใจมากๆครับ




แต่มื้อนี้ขอจัดเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อมีคนแนะนำมาก่อนครับ


เมนูข้าวก็มี น่าทานทั้งนั้น


สั่งเสร็จแล้วขอไปดูบรรยากาศเพิ่มอีกนิดครับ


พูดถึงเรื่องพนักงาน...เข้าร้านมาตอนแรกตกใจตรงพนักงานยืนเป็นระเบียบ..คอยเซอร์วิสดีมากๆ พร้อมรับแขกสุดๆ เทรนดีเว่อร์ครับ



โซนนี้เหมือนเป็นแบบตักราดข้าวได้ด้วยมั้งครับ เห็นลูกค้าประจำมายืนส่องๆกัน


มองเห็นครัวได้เลยดูสะอาดน่าทานเห็นแล้วหิวเลย


และถัดมาอีกนิด...


เป็นโซนร้านกาแฟครับสไตล์นี่โบราณนิดๆสบายๆชิลล์สุดๆ


เนื่องจากลูกค้าใช้บริการเต็มเลย(ถ่ายติดไปขออภัยด้วยครับ)แอบส่องภาพบรรยากาศผ่านกระจกนิดหน่อยครับ






เค้าเตอร์สั่งเครื่องดื่มก็ดูไทยๆโบราณกลางๆดีครับเห็นแล้วอยากสั่งสุดๆ


มีตู้ของหวานด้วยส่องซะหน่อย






บรรยากาศรวมๆในร้านลูกค้าส่วนมากจะเป็นแนวครอบครัวพาน้องๆมาทานทานเสร็จก็นั่งดูปลาให้อาหารปลากันครับ
(พยายามเก็บภาพมาแต่เด็กไม่กล้าเก็บผู้ใหญ่55+)


มาที่โต๊ะเราล๊ะเริ่มกันที่น้ำใบเตยเย็นๆชื่นใจกันก่อนเลยครับ ทางร้านทำเองเลยนะครับ ราคาเหยือกละ 50 บาทเท่านั้นครับ


ในช่วงสายๆถึงตอนบ่ายๆ ทางร้านเรือไม้จะให้บริการข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และขนมหวานเป็นหลักครับ ส่วนในช่วงเวลาเย็น 
จะให้บริการอาหารตามสั่ง อาหารทะเล และกับข้าวเป็นจานๆครับ เนื่องจากผมมาถึงก็ตอนเที่ยงพอดี เลยขอจัดก๋วยเตี๋ยวมาชุดใหญ่ครับ


เริ่มที่เมนูแนะนำชามแรกกันเลย "เส้นใหญ่เย็นตาโฟทะเล" 60 บาทครับ


น้ำซอสเย็นตาโฟนี่เป็นสูตรเด็ดของทางร้านเลย รสชาติกลมกล่อม เผ็ดนิดๆกำลังดีครับ 
เครื่องก๋วยเตี๋ยวก็ให้มาเยอะมาก มีทั้ง กุ้งสด ปลาหมึกสด หนังปลากรอบ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เลือด เกี๊ยวปลา และเกี๊ยวกรอบ คุ้มมากๆครับ



อีกหนึ่งเมนูแนะนำที่ตามกันมาคือ "ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ" ราคา 60 บาทครับ



มาเต็มจริงๆทั้งหมูชิ้น หมูสับ ตับหมู ลูกชิ้นหมู และเกี๊ยวกรอบครับ
ตัวน้ำต้มยำเค้ารสชาติจัดจ้านมาก เป็นต้มยำแบบโบราณที่ใส่ถั่วคั่วพริกคั่วครับ ซึ่งที่ร้านคั่วเอง สดใหม่ทุกวันครับ


อีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาดครับ ขอบอกว่าเด็ดมากๆ "บะหมี่ขาหมู" ราคา 60 บาทครับ




ตัวเส้นบะหมี่นี่เป็นเส้นบะหมี่แบบโบราณที่เรียกว่า บะหมี่ป๊อก ครับ เส้นเล็กๆ เหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันครับ
ตัวขาหมูนี่รสชาติดีมาก น้ำพะโล้จะเบาๆ ไม่มันไม่เลี่ยน เส้นบะหมี่ที่ชุ่มๆน้ำพะโล้นี่อร่อยกลมกล่อมมากๆ
ท่านใดชอบขาหมูแบบเนื้อหนัง หรือเนื้อล้วน สั่งได้เลยนะครับ


มาต่อกันที่อีกหนึ่งเมนูต้มยำครับ "ก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มยำ" ราคา 60 บาทครับ


ที่ใส่มาจะเป็นไก่ฉีกเนื้อนุ่มทานง่าย ต้มยำรสจัดจ้านเช่นเคยครับ


สั่งก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ก็มีเครื่องเคียงสำหรับทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวด้วยครับ ผมสั่งมาสามอย่าง ได้แก่ "ผักบุ้งแซ่บ" "ลูกชิ้นปลาแซ่บ" และ "กากหมูแซ่บ" ครับ
ถ้วยละ 30 บาทเท่านั้น


เริ่มที่ถ้วยแรกกันเลย "กากหมูแซ่บ" ที่นำกากหมูเจียวจนกรอบหอม มาปรุงโดยเติมน้ำปลา มะนาว และพริกป่นลงไป
ขอบอกว่าอร่อยมากๆ กากหมูกรอบๆ ทานกับน้ำยำแล้วจะตัดความมันของกากหมูออกไป ถ้วยนี้แย่งกันกินเลยครับ


มาต่อกันที่ "ลูกชิ้นปลาแซ่บ" ที่นำลูกชิ้นปลา เกี๊ยวปลา มายำรวมกันในแบบเดียวกับกากหมูแซ่บครับ


และ "ผักบุ้งแซ่บ" ที่นำผักบุ้งลวกมายำแซ่บแบบเดียวกับสองเมนูด้านบน แล้วโรยหน้าด้วยหมูสับลวกครับ


มาดูในส่วนของข้าวแกงกันบ้าง ทางร้านทำเองหมดทุกเมนูนะครับ
โดยเมนูยืนพื้นที่มีให้บริการทุกวันได้แก่ แกงเขียวหวาน พะแนง ไข่พะโล้ คั่วกลิ้ง แกงหมู และแกงเนื้อ วันนี้ผมทาน
"ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่" ราคา 45 บาทครับ จานนี้ถูกใจมากๆ เพราะแกงเขียวหวานรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกแกง เนื้อไก่ก็ให้มาชิ้นโต อร่อยมากๆครับ


มาดูเมนูน้ำกันบ้างครับ แก้วแรกคือ "น้ำลำไย" ราคาแก้วละ 30 บาทครับ


มีน้ำลำไยพร้อมเนื้อลำไยนะครับ หวานอร่อย ดื่มแล้วสดชื่นดีครับ


อีกแก้วคือ "นมเย็น" ครับ ราคา 30 บาทเท่ากัน


และ "โกโก้เย็น" ราคา 60 บาทครับ


โกโก้เย็นนี่มาจากร้านกาแฟที่เป็นอีกส่วนหนึ่งของร้านเรือไม้นะครับ อร่อยเข้มข้นมากๆ


อิ่มของคาวแล้ว มาต่อของหวานกันดีกว่าครับ โดยของหวานที่ทางร้านมีก็จะเป็นขนมหวานแบบไทยๆนะครับ
วันนี้ผมทาน "ฟักทองเชื่อม" ราคาชิ้นละ 30 บาทครับ


ฟักทองเชื่อมเนื้อเนียนนุ่ม ทานเดี่ยวๆอาจจะหวานเกินไป แต่ถ้าทานกับกะทิ จะอร่อยลงตัวมากๆครับ


นอกจากนี้ ยังมีขนมใส่ไส้ ให้บริการในราคาชิ้นละ 4 บาทเท่านั้น




มีทั้งไส้เผือก ไส้ฟักทอง และไส้กล้วย อย่าลืมสั่งมาทานนะครับ อร่อยมากๆ


"กล้วยเชื่อม" จานนี้ราคา 30 บาทเท่ากับฟักทองเชื่อมครับ


ปกติเคยทานแต่กล้วยเชื่อมสีเหลือง เพิ่งเคยทานสีแดงเป็นครั้งแรกครับ อร่อยมากๆ


และเมนูของหวานอย่างสุดท้าย "หวานเย็นกะทิสด" ที่ให้มาทั้ง แตงไทย เผือก และลอดช่องครับ
ตัวน้ำกะทิทางร้านเคี่ยวเองจากน้ำตาลมะพร้าว รับรองความหวานมันครับ


อิ่มท้องก็นั่งดูน้องๆให้อาหารปลากัน


แต่ส่วนมากก็มีผู้ใหญ่คอยคุมดูอยู่ครับ


เด็กๆนั่งสั่งก๋วยเตี๋ยว/ข้าวชามเดียวทานกันชิลล์ น่าจะมาประจำกันอยู่แล้วแน่ๆ








สรุปแล้วบรรยากาศดีกว่าที่คิดไว้มากๆครับ เมนูที่มีคนแนะนำมาก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ชิลล์มากครับร้านนี้แนวครอบครัวสุดๆ
แต่มาทานแบบจานเดียวก็ฟินอยู่ครับ ถ้าเพื่อนพี่น้องแถวนั้นยังไม่รู้จักหรือมาจาก กทม. จ.อื่นผ่านมา อย่าลืมแวะลองครับติดใจแน่นอน
แน่นพุงมากแล้วขอไปพักที่ห้องพักใน "เดอะ ธารา รีสอร์ท" แล้วเดี๋ยวมาต่อมื้อเย็นอีกมื้อครับ ครบเครื่องสุดๆร้านนี้
ถ้าเพื่อนคนไหนสนใจมาแล้วอยากสอบถามข้อมูลลองสอบถามไปที่เพจของร้านดูนะครับ

เจอกันอีกมื้อเร็วๆนี้ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับผม



Create Date : 12 เมษายน 2560
Last Update : 15 เมษายน 2560 20:00:09 น.
Counter : 2125 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ส้มตำสุดเด็ด "ตะบันตำ ตำถาด บันลือโลก" สำหรับชาวรังสิต แซ่บสะใจ @ Swan Lake Cuisine
ชื่อร้าน : Swan Lake Cuisine
รายการอาหาร : ร้านอาหารไทย อาหารซีฟู๊ด
ที่ตั้งร้าน : ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต ( 98/15 หมู่ 18 ถ.เชียงราก-ธรรมศาสตร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง), ปทุมธานี Thailand, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 14° 3' 53.75"N 100° 35' 50.97"E








สวัสดีครับ

วันนี้มีโอกาสได้แวะมาที่ร้าน Swan Lake Cuisine อีกรอบเนื่องจากได้ทราบมาว่า ทางร้านได้นำแฟรนไชส์ของร้านส้มตำชื่อดังในขณะนี้ "ตะบันตำ ตำถาดบันลือโลก" มาลงครับ


ร้านครัวสวอนเลค เพื่อนพี่น้องท่านใดหาไม่เจอ > จิ้มเลยครับ <


ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ มธ.ศูนย์รังสิตครับ ถ้ากลับรถแล้วพอผ่าน TU Dome Plaza แล้วก็เตรียมชะลอมองซ้ายไว้ได้เลยครับ


ลานจอดรถรองรับได้เยอะมากครับผมไปบ่ายๆ ลูกค้ากำลังชิลล์ๆไม่กี่โต๊ะพอดี


ทางเข้าร้านเช่นเคยครับ


ขอเก็บบรรยากาศสักหน่อยครับ ฝั่งนี้เป็นโซน Outdoor และ ห้องคาราโอเกะครับ


ร้านจะแบ่งเป็นโซนๆไปครับเลือกได้เลยอยากได้บรรยากาศแบบไหนครับ


โซนกลางน้ำก็ชิลล์ๆ ดี


ส่องน้องหงษ์น้องห่านเล่นน้ำชิลล์ๆ สบายๆ ได้เลย


เล่นน้ำกันหนุกหนาน (ตัวขวาสุดทำไรน๊ะ)



ออกมาทักทายก็มี


โซนห้องแอร์ครับ


ลูกค้ามาใช้บริการโซนห้องแอร์กันพอสมควรครับวันนี้ ...เราก็เช่นกัน


มีไวน์ให้บริการด้วยครับ ทานอาหารอร่อยๆพร้อมกับจิบไวน์เพลินๆได้เลยครับ
เดินชมร้านเพลินๆซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ เรามาอร่อยกันดีกว่าครับ

เมนูหลักเคยมาลุยไปแล้ว วันนี้ตั้งใจมาทาน "ตะบันตำ ตำถาด บันลือโลก" ซัดให้เต็มที่กันเลยดีกว่าครับ



จานแรกที่มาเสิร์ฟ เป็นเมนูแนะนำของทางร้านนะครับ ขาหมูสวอนซอส ราคา 260 บาทครับ



นำขาหมูไปตุ๋นกับเครื่องยาจีน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ชุบแป้งทอดจนกรอบหอม และเพิ่มรสสัมผัสด้วยเต้าหู้ญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม ชุบแป้งทอดจนกรอบนอกนุ่มใน



แล้วนำมาผัดกับซอสสูตรพิเศษที่ใช้ส่วนผสมจากเต้าซี่ ปลาหมึกแห้ง และหอยเชลล์ ใส่พริกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ
จานนี้อร่อยมากๆ ตัวขาหมูชิ้นใหญ่มากๆ เนื้อหนุบหนับ ตัดกับความนุ่มนิ่มของเต้าหู้ญี่ปุ่น ซอสรสชาติกลมกล่อม 



จานนี้เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถวทอดนะครับ ทานคู่กันแทนข้าวสวยได้เลย





สำหรับ ขาหมูสวอนซอส เป็นเมนูที่ได้ออกรายการ "The Dish เมนูทอง" ด้วยนะครับ ห้ามพลาดเลยจานนี้

เมนูต่อมา เป็นเมนูจากส้มตำชื่อดัง "ตะบันตำ ตำถาดบันลือโลก" ที่ทางร้าน Swan Lake Cuisine ซื้อแฟรนไชส์มาลงเพื่อความหลากหลายครับ



ส่วนเมนูนี้พอพนักงานยกมาเสิร์ฟต้องว้าวก่อนเลย...



จานนี้... เรียกจานได้ไหมนี่ "ตำอ่าง" ราคา 300 บาท ครับ ใหญ่เบิ้มสมชื่อตำอ่างจริงๆ





เป็นส้มตำที่เสิร์ฟพร้อม ปลาหมึกย่างทั้งตัว กุ้งย่างทีให้มาถึงสี่ตัว หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์สองตัว และปูม้าหนึ่งตัวครับ ถูกใจสำหรับคนที่ชอบทั้งส้มตำแซ่บๆและซีฟู๊ดอร่อยๆแน่นอน



ปูสดมากๆ



จานใหญ่มากจริงๆ ลองเทียบกันขนาดมือนะครับ





เมนูต่อมาอลังการไม่แพ้กัน "ตำถาดไทย" ราคา 220 บาท



มีทั้ง ไก่ทอด หมูยอ หมูแดดเดียว คอหมูย่าง  กุ้งย่าง จัดเต็ม



ปลาดุกฟูกรอบอร่อยมากๆ ถั่วฝักยาวสด แครอทชุบแป้งทอด ก็เข้ากันกับส้มตำดีมากๆครับเพลินมากชอบ



แน่นอนว่าถ้าเป็นตำถาดก็ต้องจัดเต็มเครื่องส้มตำ ซึ่งจัดมาทั้งเส้นหมี่กระเทียมเจียว ไข่ต้ม ขนมจีน แคบหมู และกะหล่ำปลีสด



ส่วนส้มตำสามารถสั่งได้นะครับ จะตำลาว ตำป่า ชอบเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อย รีเควสได้เลย วันนี้ผมขอตำไทยครับ
ต้องบอกเลยว่าส้มตำเขาทำได้อร่อยจริงๆ น้ำส้มตำนี่รสชาติจัดจ้านมากๆ เป็นน้ำส้มตำสูตรพิเศษที่ทางร้านปรุงขึ้นเองนะครับ ไม่มีเจ้าไหนทำเหมือนแน่นอน



เทียบให้ดูกับขนาดมือ ผมว่าไซส์นี้ทานกัน 4-5 คนกำลังพอดี หรือถ้ากลัวไม่อิ่มจะสั่งข้าวเหนียวหรือข้าวสวยเพิ่มก็ได้ครับ ทางร้านมีไว้บริการ
จานนี้ถ้าทานกัน 4 คน ตกคนละ 55 บาทเท่านั้น ได้ส้มตำจานใหญ่เครื่องจุใจขนาดนี้ คุ้มราคามากๆ



คั่นเมนูแซ่บๆด้วยของทานเล่นกันบ้าง ทานส้มตำแล้วก็ต้องมี "ไก่ทอด" จานนี้ราคา 80 บาทครับ



ไก่หมักเครื่องเทศจนได้ที่ ทอดจนสุกหอม รสชาติออกเค็มหวาน ทานกับส้มตำเผ็ดๆเข้ากันดีมากๆครับ



มาต่อกันที่เมนูส้มตำที่ได้ออกรายการครัวคุณต๋อยครับ "ตำกรอบสามรส" ราคา 160 บาท 



โดยนำ มะละกอ เผือก หัวปลี และแครอท ไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมน้ำส้มตำสูตรพิเศษของทางร้านครับ



เติมด้วยสับปะรด ไข่เค็ม กุ้งลวก ตำพอแหลก แล้วนำไปราดบนผักชุบแป้งทอด ผักกรอบๆที่ดูดน้ำส้มตำเข้าไปนี่อร่อยจริงๆครับ สับปะรดก็รสชาติหวานฉ่ำเข้ากับส้มตำได้เป็นอย่างดี



ตำจานสุดท้ายของวันนี้ เป็นตำที่ได้ออกรายการ The Dish เมนูทองครับ "ตำไหลบัวลงทะเล" ราคา 160 บาท



นำไหลบัวไปชุบแป้งทอดจนกรอบ แล้วผสมน้ำส้มตำสูตรพิเศษเช่นเคย คลุกเคล้ากับปูม้าสด กุ้งสด ปลาแซลมอนสด และหอยนางรมสด นำมาราดบนไหลบัวทอดกรอบ
อร่อยมากๆครับจานนี้ ไหลบัวกรอบมากๆ ซีฟู๊ดก็สดไม่มีกลิ่นคาวเลย



อาหารมาครบแล้ว ถ่ายรูปหมู่ซักนิด น่าทานทุกจานเลย



รวมซีฟู๊ดสดๆและไหลบัวทอดกรอบจาก "ตำไหลบัวลงทะเล" แซ่บแบบไร้กลิ่นคาว



ไก่ทอดก็อร่อยเข้มข้น



"ตำกรอบสามรส" ก็อร่อยไม่แพ้จานอื่นๆ กุ้งตัวใหญ่เนื้อเด้งดึ๋งมากๆ



เช็คบิลกัน โอ้วเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ ความอร่อยของอาหาร ขอบอกว่าไม่แพงเลยครับ สั่งไปขนาดนั้นคุ้มมากๆ



น้องห่านเดินมาส่งกลับบ้านด้วย!




เพื่อนพี่น้องท่านใดอยู่แถวนั้น ยังไม่ได้ลิ้มลองหรือเป็นขาประจำร้านนี้อยู่แล้วต้องไม่พลาดครับเด็ดจริงๆ
ไม่ต้องไปต่อคิวยาวๆแบบสาขาหลักด้วยแต่คอนเฟิร์มได้เลยว่ารสชาติความอร่อยนี่ของจริงเลย
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติ้มลองสอบถามไปทาง"PAGE FB ของร้าน"ดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและcommentครับ







Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2560 2:30:11 น.
Counter : 1421 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านน้องเนยซีฟู๊ด สาขา The Promenade ชั้น3 อร่อย สด โดนๆ ทั้งbuffet และ a la carte คุ้มราคา
ชื่อร้าน : น้องเนยซีฟู๊ด สาขา The Promenade
รายการอาหาร : อาหารซีฟู้ด , บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด699
เวลาเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เปิดทุกวัน
ที่ตั้งร้าน : เดอะ พรอมานาด ชั้น3 ห้อง3016 ถนนรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230, กรุงเทพมหานคร คันนายาว Thailand
พิกัด GPS : 13° 49' 36.00"N 100° 40' 28.21"E






 สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang



วันนี้ขอไปแนะนำร้านอาหารซีฟู้ดที่เคยไปทานมาแล้วติดใจหลายรอบเลยอย่างร้านน้องเนยซีฟู๊ดครับ


สาขาที่จะไปรอบนี้อยู่ที่ The Promenade ครับ 


ซึ่งเป็นห้างส่วนที่ต่อขยายจาก Fashion Island นั่นเองครับ




เคยมารอบที่แล้วน้ำพุยังเป็นส่วนoutdoorของห้างรอบนี้ รีโนเวตใหม่สวยงามตระการตาไปเลย


มีเก้าอี้รายล้อมน้ำพุให้ลุกค้ามานั่งพักผ่อนชมน้ำพุ แทบเต็มทุกที่นั่งเลย ท่าทางจะชิลล์กันมากหลับหลายท่านเลย
แต่คุณลุงท่านนี้จองที่นั่งอ่านไม่ลุกไปไหนเลย (อ่าวไม่ใช่หรอ?) นึกว่าอ่านซะหน้าดำคร่ำเครียด(ไม่พลิกหน้าด้วย)


ไปร้านเป้าหมายกันดีกว่าท้องร้องแล้วครับ จากจุดนี้ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสามได้เลย



ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามบอนชอนครับขึ้นมาแล้วเหลียวหลังมองไปก็เจอเลย

หน้าร้านครับเมื่อก่อนเคยตั้งอยู่ชั้น1ตอนนั้นย้ายขึ้นมาแล้ว มีไรใหม่ๆ ไปดูกันครับ


ตอนนี้ร้านน้องเนยซีฟู๊ดมีทั้งแบบอะลาคาร์ทและบุฟเฟ่ต์!ด้วยครับ ว้าววววว


ก่อนอื่นใดขอไปส่องเมนูหน้าร้านให้เพื่อนๆ เลือกก่อนไปซะหน่อยครับ


หน้าแรกมีประวัติความเป็นมาให้อ่านเพิ่มอรรถรสซะหน่อยก่อนครับ












โอย..แต่ละอย่างน่าทานม๊าก เลือกไม่ถูกเลยจะทานแบบไหนดี มีทั้งแบบปกติ บุฟเฟ่ต์และ อะลาคาร์ทแบบมินิดิชอีกต่างหากครับ






ไปลุยกันเลยดีกว่า บรรยากาศในร้านตกแต่งออกแนวทานริมหาด เรียบๆ ง่ายๆครับ


ทางแก๊งตัดสินใจทานแบบอะลาคาร์ทมินิดิชครับ เพื่อความหลากหลายและไม่กดดันจนเกินไป แปบเดียวจานแรกมาเสิร์ฟละครับ


"ข้าวผัดปู" แบบมินิดิชครับ น่าทานมากกกกก ปูนี่เน้นๆ มาให้เลย หอมกรุ่น ราคา 80 บาท ได้เนื้อปูสดๆเน้นๆบนห้างหรูขนาดนี้เกรดนี้...


และจานถัดมานี่คือ"ข้าวผัดเนื้อกั้ง " ครับ เนื้อมาเน้นๆ เช่นกัน ข้าวร่วน หอม ไข่เคลือบข้าว 


เนื้อกั้งก็มาเป็นชิ้นใหญ่ๆสดมาก ราคาก็ 80บาท เท่ากันครับ เปิดมาก็คุ้มแล้ว


"ข้าวผัดกระเทียม"ก็ได้กลิ่นกระเทียมชัดเจน ราคา 40 บาทครับ ทานคู่เมนูกับข้าวร้านนี้อร่อยเพลินแน่นอน


ว้าวๆ"หอยเชลล์อบเนย" ราคา 99 บาท หอยเชลล์ตัวใหญ่ มาพร้อมฝาเลยครับ โปะด้วยเนยกระเทียมรสเข้มข้น 


อบจนสุกหอม อร่อยมากๆ หอยสดไม่คาวเลย จานนี้ให้มาสี่ฝาใหญ่ๆด้วยกัน คุ้มค่าจริงๆครับ


จานปลากันบ้าง "ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว" ราคา 99 บาท เนื้อปลากะพงชิ้นพอดีคำ นึ่งซีอิ๊วสไตล์จีน หนึ่งจานมีสองชิ้น
น้ำซีอิ๊วรสชาติดีกลมกล่อม แต่น่าจะเข้มข้นกว่านี้หน่อยครับ


"กระทะลอยฟ้า" ราคา 99 บาท!! ชื่อแปลกนิดนึง แต่น่าทานมากๆ เมนูนี้คล้ายๆกับกระเพาะปลา แต่มีเครื่องเยอะกว่า 


ทั้งกระเพาะปลา สาหร่ายทะเล หน่อไม้ทะเล เยื่อไผ่ หูฉลาม กุ้ง เป่าฮื้อ ปลาหมึกกรอบ เห็ดหอม และผักกาดขาว 
ตุ๋นรวมกันในหม้อดิน ทานตอนร้อนๆอร่อยมากครับ ผมชอบมากๆไม่หวานไปออกแนวจีนๆ แทบจะยึดคนเดียวเลยหม้อนี้


จานต่อมาของโปรดเมนูชอบของร้านนี้(สาขาเซ็นทรัลพระรามสอง)เลย "ปูนิ่มทอดกระเทียม" ราคา 99 บาท!!โอ้โหวทำราคาไปได้


ปูนิ่มทอดมาจนสุกหอม นำมาผัดกับกระเทียมเจียวกรอบ จานนี้รสชาติเข้มข้น ออกเค็มๆมันๆ ทานกับข้าวผัดอร่อยมากๆครับ


มาถึงจานเบาๆกันบ้าง "สลัดกุ้ง" 99 บาท สลัดผักนานาชนิด ทั้งมะเขือเทศ แครอท กะหล่ำม่วง หอมใหญ่ แตงกวา และพริกหวาน 

ท็อปปิ้งด้วยกุ้งชุบแป้งทอดตัวโต เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดครีม 

รสชาติเบาๆครับจานนี้ ผักสดกรอบอร่อย กุ้งตัวใหญ่สะใจ ชอบครับจานนี้


จานปลามาอีกแล้วกับ "ปลาสามรส" ราคา 69 บาท เนื้อปลาหั่นมาชิ้นพอดีคำ ไม่มีก้าง ชุบแป้งทอดจนสุกเป็นสีเหลืองทอง 


ราดด้วยน้ำราดสามรส เปรี้ยว หวาน เผ็ด จานนี้รสจัดนิดนึงนะครับ แนะนำให้ทานตอนร้อนๆครับ เย็นแล้วเดี๋ยวจะเหนียว


มาต่อกันด้วยอาหารยอดฮิต "ปลาหมึกผัดไข่เค็ม" 99 บาท ปลาหมึกลวกมากรุบกรอบ ผัดกับเนื้อไข่แดงเค็มที่ใส่มาแบบไม่ยั้ง 


หมึกทุกชิ้นมีเนื้อไข่แดงเค็มเคลือบอยู่ รสชาติกลมกล่อม แต่ส่วนตัวผมคิดว่าปลาหมึกหั่นชิ้นใหญ่ไปหน่อย ถ้าชิ้นเล็กกว่านี้จะทานง่ายกว่าครับ


เมนูนี้แปลกดีครับ "กล้วยหอมซีฟู้ด" ราคา 69 บาท ตอนแรกนึกว่าเป็นของหวาน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะ 


จานนี้เป็น เนื้อปู เนื้อกุ้งคลุกเคล้ากับมายองเนส แห้ว และกล้วยหอม นำไปชุบแป้งทอดจนกรอบครับ ทานเปล่าๆก็อร่อย 
หรือจะทานกับบ๊วยเจี่ยก็เข้ากัน จานนี้ผมชอบมากๆ ครอบครัวไหนพาคุณหนูๆมาทาน อย่าลืมสั่งจานนี้นะครับ ถูกใจแน่ๆ


 "กุ้งอบวุ้นเส้น" 99 บาท วุ้นเส้นอบเหนียวนุ่ม ไม่ติดกันเป็นก้อน 


หอมกลิ่นขิงและน้ำมันงา กุ้งก็ให้มาตัวใหญ่ดีครับ


คั่นด้วยเครื่องดื่มซะหน่อย มีโปร 1 แถม 1 พอดี "น้ำเบอร์รี่"สดชื่นดีครับคุ้มค่าใช้ได้เลย 69 บาท

"หลนกุ้ง" ราคา 99 บาท หลนกุ้งรสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นเครื่องหลน 


ใส่กุ้งมาทั้งตัวเลย ให้มาตั้งสามตัวแหนะ เสิร์ฟพร้อมผักสด ผักกาดขาว แตงกวา ถั่วฝักยาว และข่า อร่อยมากครับ



"ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ" ราคา 99 บาท ปูนิ่มทอดกรอบผัดกับเครื่องพริกไทยดำรสจัดจ้าน 
จัดเต็มทั้งพริกไทยอ่อน หอมใหญ่ และพริกหวาน รสชาติกลมกล่อม หอมพริกไทยดำมากๆครับ


"ทอดมันกุ้ง" ราคา 89 บาทครับ เนื้อกุ้งเด้งดึ๋งเต็มๆคำ ทอดมาได้สุกกำลังดี ทานเปล่าๆก็อร่อย ทานกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยก็เข้ากันครับ


"ปลากระพงทอดน้ำปลา" ราคา 99 บาท! ปลากระพงหั่นชิ้นพอดีคำทอดจนเหลืองกรอบ ราดมาด้วยน้ำปลา 


เสียดายน้ำปลาที่ราดน้ำเป็นน้ำปลาไม่ได้ปรุงรสแบบร้านอื่นๆที่จะออกเค็มหวานครับ แต่ตัวเนื้อปลาสดกรอบดีครับ
ไม่งั้นเป็นเมนูโดนใจสำหรับผมแน่ๆ


ท้องตึงกันไปแบบสุขใจแน่นๆกันแล้วตีบิลมา อู้ว หารแล้วถูกกว่าแบบบุฟฯอีก ฟินไปเลย ของเค้าดีจริง
แต่ถ้าใครต้องการจัดหนักมั่นใจแบบบุฟเฟ่ต์ก็ต้องคุ้มค่าแน่นอนครับ รสชาติ ความสด ราคา บนห้างระดับนี้


เพื่อนพี่น้องคนไหนอยู่ใกล้แฟชั่น ใกล้สาขาThe Promenadeนี้ ต้องพาครอบครัวเพื่อนพี่น้องไปลองให้ได้ครับ
หรือคนเดียวSoloเข้าไปสั่ง มินิดิชมาสองสามจานกับเมนูข้าวก็คุ้มสุดๆละครับ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมลอง
สอบถามข้อมุลจากทางเพจของร้านดูนะครับผม

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและCommentครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับ






Create Date : 21 มกราคม 2560
Last Update : 23 มกราคม 2560 23:05:28 น.
Counter : 1185 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
(Review) ร้านอาหารเกาหลี แท้ๆ Buffetสุดคุ้มค่า "DooRae" @ ชั้น 2 BeeHive เมืองทองธานี
ชื่อร้าน : Doorae (ดูเร) Korean Restaurant
รายการอาหาร : ร้านอาหารเกาหลี Buffet ปิ้งย่าง
เวลาเปิดบริการ : เวลาเปิด-ปิด 10.00 - 22.00น.
ที่ตั้งร้าน : ศูนย์การค้าบีไฮฟ์ ชั้น 2 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี 11120, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 54' 39.41"N 100° 32' 22.48"E








  สวัสดีครับเพื่อนพี่น้องชาว Bloggang
รอบนี้ขอมาแนะนำร้านอาหารเกาหลีเด็ดๆอีกร้าน ย่านเมืองทองธานีครับ


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่คอมมูนิตี้มอลล์ BeeHive เมืองทองธานีครับ


ขึ้นมาชั้นสองเจอร้านใหญ่ๆนั่นไม่ผิดแน่นอน


ร้านอยู่ชั้นสองฝั่งริมหน้าห้างถ้าหันหน้าเข้าห้างก็ทางซ้ายครับ


บรรยากาศหน้าร้านครับ ที่ร้าน "Doorae" เป็นอาหารเกาหลีแท้ ไม่ฟิวชั่นไม่อะไรทั้งสิ้น แท้ถึงขนาดที่ว่า 
เวลามีศิลปินเกาหลีมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย Doorae จะเป็นผู้จัดอาหารเพื่อรับรองศิลปิน และบางครั้งศิลปินก็จะมาทานถึงที่ร้านเลยครับ


ขึ้นมาฝั่งข้างร้านก็ได้ร้านพื้นที่กว้างมากทั้งล็อคเลย


สำหรับปิ้งย่างของร้าน Doorae นั้น มีให้บริการทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และแบบอะลาคาร์ทนะครับ โดยบุฟเฟ่ต์จะมีราคาอยู่ที่ 349 บาท 
(ราคาเน็ทแล้วนะครับ ไม่มีบวกเพิ่มใดๆทั้งสิ้น) ซึ่งในราคานี้ จะสามารถทานหมู ไก่ และเครื่องเคียงได้ไม่อั้น 
แต่ไม่รวมเนื้อวัวนะครับ ถ้าจะทานเนื้อวัวต้องสั่งแยกเป็นจานๆเท่านั้น หรือทานใดไม่ทานบุฟเฟ่ต์ ก็ทานเป็นอะลาคาร์ท สั่งได้ทั้งหมู เนื้อและไก่ครับ



ส่องเมนูหน้าร้านซะหน่อย น่าทานหลายอย่างเลยครับ



มีการันตีความอร่อยที่ประตูทางเข้ากันเลย

เค้าเตอร์ต้อนรับลูกค้าครับ


บรรยากาศในร้านครับ จะเป็นแถวตอนลึกยาวเข้าไปแต่ไม่อึดอัดเลย


มีประวัติความเป็นมาของร้านให้อ่านชิลล์ ให้อินก่อนทาน


ส่องตูแช่ไอศครีมจากเกาหลีซะหน่อย มีที่ไม่เคยเห็นเยอะมากน่าลองสุดๆ


ลายเซ็นคนดังต่างๆที่เคยมาลิ้มลองความอร่อยครับ




เยอะเหมือนกันแหะ




ร้านมีจำนวนโต๊ะประมาณ 29 โต๊ะ สามารถรับลูกค้าได้กว่า 200 คนกันเลยทีเดียวครับ





เลือกที่นั่งไม่ถูกเลย ตอนแรกมาช่วงเที่ยงคนแน่นร้านแทบไม่มีโต๊ะว่างเลยครับ









รูปบรรยากาศโดยรวมของร้านครับ พื้นยังมีภาพวาดแนวเกาหลีให้อินอีกด้วย สวยงามๆ




ชามาเสิร์ฟละครับ มีทั้งร้อนและเย็นให้เลือกกัน


เครื่องเคียงเยอะมากตามสไตล์เกาหลีแท้ๆ


แต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์ น่าทานกว่าร้านทั่วไปมากเลย 


ส่วนมากเครื่องเคียงเกาหลีส่วนตัวไม่ค่อยทราบชื่อเลยครับ เมนูนี้น่าจะเป็นซุคินี่ชุบไข่ อร่อยมากๆ แย่งกันขอเติมไปหลาย


ส่วนอันนี้เป้นผักโขมปรุงรสด้วยอะไรไม่ทราบแต่กลิ่นกระเทียมแรงอยู่ ส่วนตัวก็ชอบเพลินๆ ดีครับ ไม่มีใครแย่ง55+



หัวไชเท้า ไว้สำหรับใส่ในผักพร้อมหมูแล้วห่อทานครับ

หอมแดงดอง สำหรับทานกับปิ้งย่างเช่นเดียวกันครับ หรือจะทานเป็นเครื่องเคียงก็ได้



ปลาข้าวสารทอดร้านนี้เด็ดมากครับ ท่านใดคอโซจูหรือเบียร์นี่ เพลินสุดๆ ขอเติมเรื่อยๆแน่ๆครับ เพลินมากกก


กิมจิผักกาดขาว ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวกิมจิเท่าไหร่แต่เพื่อนพ้องนี่ทานกันเพลินมากครับ


สลัดมันฝรั่งนี่ก็ของเด็ดครับ อร่อย มีแอปเปิ้ลด้วย กรุบกรอบมากๆ


อันนี้ไม่แน่ใจว่าข้าวต็อกหรืออะไรแต่ก็จัดจ้านดีครับ


กิมจิมะละกอครับ


ยำผักนี้ก็ต้องมีครับ


ถ่ายรวมๆให้ดูอีกที ย้ำอีกรอบว่าเครื่องเคียงทั้งหมดนี้เติมได้ไม่อั้นครับ และเครื่องเคียงบางตัวจะหมุนเวียนเปลี่ยนชนิดไปในแต่ละวันครับ


มีผักชุดมาให้ครับ สำหรับไว้ห่อทาน


น้ำจิ้มร้านนี้จัดเต็มครับ น้ำจิ้มเนื้อ ซ้ายหวาน ขวาเค็มเผ็ด มีน้ำจิ้มน้ำมันงาเกลือด้วยลืมถ่ายรูปมาครับ


ส่วนนี่ไว้ใช้กับการห่อทานแบบเกาหลีครับกระเทียม พริก เต้าเจี้ยวปรุงรส






เตาถ่านอย่างดีมาแล้วววว


เรามาดูที่เนื้อที่จะลงเตาเมนูแรกกันครับ


เนื้อมาเสิร์ฟแล้วก็เริ่มกันเลยดีกว่า ชิ้นแรกที่ขอให้ลงคือ เซ็งคาลบี้หรือซี่โครงเนื้อย่างครับ จานนี้สั่งแยกมา ราคา 590 บาท 
หนึ่งถาดจะให้ซี่โครงมาสองชิ้นยาวๆ โรยเกลือมาด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติครับ


สำหรับเนื้ออย่างที่สองที่ลงเตาต่อคือ เซ็งดึงชิมหรือเนื้อสันนอกย่างครับ จานนี้สั่งแยกมาเช่นกัน 550 บาท 


โดยเนื้อตัวนี้จะมาเป็นแผ่นใหญ่ๆเลยครับ ดูว้าว สะใจคุ้มค่ามาก

จานต่อมาคือ ซุปพุนบูลโกกิหรือเนื้อสไลด์บางหมักซอส จานนี้ 400 บาทครับ 


เป็นเนื้อชิ้นใหญ่ที่สไลด์แล้ว นำมาหมักกับซอสผลไม้หลายชนิดเลยครับ เป็นสูตรพิเศษของทางร้านเอง 


มาต่อกันที่เมนูทึ่อยู่ในบุฟเฟ่ต์กันบ้าง เทจีคาลบี้หรือซี่โครงหมูหมักซอส


สำหรับหมูจานนี้จะหมักด้วยซอสพริกแบบเกาหลีที่ทำจากพริกป่น ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่ม มีรสเผ็ดนิดๆครับ


ซึ่งจานนี้ถ้าสั่งเป็นแบบอะลาคาร์ท ก็จะได้ชิ้นที่เป็นส่วนซี่โครงมาด้วยสองชิ้นนะครับ 


เมนูต่อมาคือ ซัมเกฟไซลหรือหมูสามชั้นย่าง อันนี้จะเป็นเนื้อหมูแบบที่มีมันแทรกอยู่นะครับ 



ย่างออกมาแล้วอร่อยนุ่มลิ้นมากๆ แนะนำให้จิ้มกับน้ำจิ้มเกลือน้ำมันงา จะได้รสชาติอร่อยของหมูเต็มๆครับ




จานต่อมาเป็นเมนูปิ้งย่างจานสุดท้ายครับ ซุปพุนเทจีบูลโกกิหรือสันนอกหมูหมักซอส 


จานนี้จะหมักด้วยซอสผลไม้เช่นเดียวกับตัวซุปพุนบูลโกกินะครับ ปิ้งเสร็จแล้วก็จะได้เนื้อหมูที่หอมหวานจากซอสหมัก 
แต่จะได้รสสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อครับ



ทานปิ้งย่างอย่างเดียวอาจจะน้อยไป ลองสั่งเมนูอื่นๆของร้านมาลองบ้าง แน่นอนว่าร้านอาหารเกาหลีก็ต้องมีโสม 
วันนี้เลยสั่ง ซัมเกทังหรือซุปไก่ตุ๋นโสมครับ หม้อนี้ 420 บาท อาจจะดูเล็ก แต่ขอบอกเลยว่าคุ้มราคามากๆ 


เพราะร้าน Doorae นำไก่ทั้งตัวมายัดไส้ด้วยโสม ข้าวเหนียว พุทรา เกาลัด และเก๋ากี้ นำไปตุ๋นในน้ำซุป 
ซึ่งซุปนี้มีให้เลือกสองแบบนะครับ คือซุปเนื้อกับซุปปลา ท่านใดไม่ทานเนื้อก็รีเควสซุปปลาได้เลย 


ซึ่งในน้ำซุปนี้ก็มีส่วนผสมของโสมและเครื่องยาโบราณด้วย เสิร์ฟในหม้อร้อนสไตล์เกาหลี ตัวนี้ทานแล้วชุ่มชื่น 
ไก่ตุ๋นมากำลังดีเอาตะเกียบคีบเนื้อก็หลุดออกจากกระดูกง่ายดายครับ ข้าวเหนียวที่ยัดไส้มาก็หอมอร่อย หม้อนี้แนะนำให้สั่งเลยครับ



และแน่นอนว่าอาหารเกาหลีสุดฮิตอีกหนึ่งอย่างที่ไม่สั่งถือว่าพลาดมากๆคือ บีบิมบับหรือข้าวยำเกาหลีครับ 
จานนี้คือ ยุคเคบีบิมบับหรือขัาวยำเนื้อสด ราคา 330 บาทครับ 



เสิร์ฟพร้อมซอสโคชูจังสูตรพิเศษเข้มข้นอร่อยมากๆ

ข้าวยำเกาหลีก็ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด มีทั้งซุคินี่ ถั่วงอกหัวโต หัวไชเท้า ปวยเล้ง สายบัว แครอท และมะละกอครับ 
และวางด้านบนด้วยเนื้อสับและไข่ดิบครับ ตัวนี้จะจัดเสิร์ฟสองแบบ หนึ่งคือจัดเสิร์ฟแบบร้อน 


โดยทางร้านก็จะอุ่นหม้อข้าวยำมาให้ร้อน และให้เราคลุกเอง หรือจะขอให้พนักงานคลุกให้ก็ได้ครับ 


ส่วนแบบทึ่สองจะเป็นการจัดเสิร์ฟแบบเย็น ซึ่งแบบเย็นนี้ จะไม่อุ่นหม้อให้ร้อนนะครับ 


คลุกเนื้อสับกับไข่ให้เข้ากับข้าวไปเลย ถ้าเสิร์ฟแบบเย็นเนื้อก็จะยังดิบอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ร้าน Doorae ใช้เนื้อเกรดพิเศษสำหรับการเสิร์ฟแบบเย็น 
คือเป็นเนื้อที่ทานดิบๆได้เลยครับ



แน่นอนว่าอาหารเกาหลีไม่เน้นหน้าตาแต่เมนูนี้ยอมใจจริงๆ อร่อยมากพลาดไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะร้านนี้


และเมนูอาหารเมนูสุดท้ายที่สั่งคือ ตูเบกี้บูเดชิเกหรือซุปกิมจิใส่มาม่า แฮม ไส้กรอก วุ้นเส้น หม้อนี้ราคา 300 บาทครับ 

หม้อใหญ่มากๆ ซึ่งตัวนี้ก็จะเป็นซุปกิมจิสไตล์เกาหลีรสชาติออกเปรี้ยวเผ็ด



 เสิร์ฟพร้อมรามยอนหรือเส้นมาม่าเกาหลีที่จะออกเหนียวนุ่ม แฮม ไส้กรอก และผักนานาชนิด 
เป็นอาหารเกาหลีแนะนำอีกอย่างหนึ่งที่ฮิตในหมู่คนไทยครับ



เซ็งคาลบี้หรือซี่โครงเนื้อย่าง ลงเตาลุยกันแล้วววว


แปบเดียวพลิกด้านแล้วน่าทานสุดๆ


คุณพนักงานจัดการย่างและตัดให้เรียบร้อย รอบแรกขอลิ้มรสเนื้อเพียวๆก่อน เนื้อมีมันแทรกอยู่บ้าง แต่นุ่มอร่อยครับ 
เกลือที่โรยมาช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีมากๆ


ถึงคราวเซ็งดึงชิมออกโรงแล้ว 


 เวลาย่างก็จะย่างทั้งแผ่น และตัดแบ่งทีหลัง สำหรับเนื้อตัวนี้ออกเหนียวนุ่มครับ


ลองทานกับน้ำจิ้มเกลือน้ำมันงาสูตรพิเศษ ได้รสชาติและกลิ่นหอมของเนื้อเต็มๆครับ


พนักงานร้านนี้บริการดีสุดๆไปเลย ย่างเนื้อให้ตลอดเรานั่งทานได้สบายใจ ที่สำคัญคือ ถ้าเตาเริ่มไหม้ 
มีเศษดำๆติดตามช่องตะแกรง พนักงานจะเปลี่ยนตะแกรงให้ทันทีครับที่ทานวันนี้เปลี่ยนไปเกือบหกรอบได้ 


ลองทานแบบเกาหลีดูบ้าง โดยวางผักสดไว้ในมือนะครับ นำเนื้อไปจิ้มน้ำจิ้มทั้งสองแบบโดยแบบแรกจะเป็นน้ำจิ้มหวาน 
แบบที่สองเป็นน้ำจิ้มเผ็ดครับ 


จิ้มเสร็จแล้วก็นำมาวางบนผัก แล้ววางเพิ่มด้วยเครื่องเคียงหัวไชเท้าฝานบาง และหอมแดงดอง เติมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ
ลงไปนิดนึงเพื่อเพิ่มรสชาติ ใส่พริกชี้ฟ้าและกระเทียมตามชอบ ห่อให้เข้ากันแล้วรับประทานได้เลยครับ


ปลาข้าวสารทอดนี่เท่าไหร่ก็ไม่พอจริงๆ เพลินมาก


ใบงาหรือใบโอบะหรือเกาหลีก็เรียกว่าใบกันนิปของโปรดเลยครับชอบมากๆ


ซุปพุนบูลโกกินี้หอมหวานมากๆ เนื้อนุ่ม ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยครับ


แน่นพุงก็แล้วแต่ก็อ๊ะ!!! ร้านDooRaeนี้มี บิงซูด้วย กระเพาะของหวานพร้อมทำงานทันใดครับ


บิงซูมะม่วง ราคาถ้วยละ 129 บาทครับ 


เสิร์ฟพร้อม
ซอสมะม่วงมาให้ด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติเข้าไปอีกเด็ดมาก


ราดไปเลยรออะไร 


ชิ้นมะม่วงสุกรสชาติหวานหอม เข้ากันดีกับบิงซูมากๆ เห็นว่าขายดีมากครับเมนูนี้ อร่อยจริงไรจริง


ส่วนบิงซูชาเขียวถั่วแดง ราคา 129 บาทเท่ากันครับ เสิร์ฟพร้อมนมข้นหวาน 

ได้ความหวานธรรมชาติถั่วแดง ราดนมข้นเพิ่มได้สำหรับท่านที่ชอบหวานไปได้อีกครับ



อร่อยเพลินมากครับ ชอบมากๆ ผงชาเขียวที่นำมาโรยนี่ก็ชาเขียวเข้มข้นมากๆสะใจเลย ลงตัวสุดๆ




จบไปอีกมื้อที่ฟินสุดไปเลยครับ กลับไปอีกแน่นอน ร้านนี้มีสาขาที่KoreaTownแถวอโศกด้วยนะครับ
แต่ถ้าอยากสะใจ บุฟเฟ่ต์คุ้มเกินราคาต้องสาขานี้เลยครับ อร่อยเนื้อดีไรดี บริการดีมากๆแถมไม่เรียกเก็บservice chargeอีกตังหาก
ถูกใจก็ทิปน้องเค้าเป็นแรงใจได้เลยครับ เพื่อนพี่น้องท่านใดยังไม่เคยลอง อาหารเกาหลีบุฟเฟ่ต์เนื้อดีจัดเต็มแท้ๆ
ต้องที่DooRaeสาขานี้เลยครับ เด็ดจริงๆ ชอบมาก ถ้าอยากทรายรายละเอียดเพิ่มเติมลองติดต่อสอบถามทางเพจของร้านดูนะครับ


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาและCommentครับ
เจอกันโอกาสหน้าครับผม




Create Date : 03 ธันวาคม 2559
Last Update : 21 มกราคม 2560 0:39:24 น.
Counter : 2111 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  
akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]







Group Blog
All Blog