(Review) ร้านอาหารเกาหลี แท้ๆ Buffetสุดคุ้มค่า "DooRae" @ ชั้น 2 BeeHive เมืองทองธานี
ชื่อร้าน : Doorae (ดูเร) Korean Restaurant
รายการอาหาร : ร้านอาหารเกาหลี Buffet ปิ้งย่าง
เวลาเปิดบริการ : เวลาเปิด-ปิด 10.00 - 22.00น.
ที่ตั้งร้าน : ศูนย์การค้าบีไฮฟ์ ชั้น 2 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี 11120, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 54' 39.41"N 100° 32' 22.48"E








  สวัสดีครับเพื่อนพี่น้องชาว Bloggang
รอบนี้ขอมาแนะนำร้านอาหารเกาหลีเด็ดๆอีกร้าน ย่านเมืองทองธานีครับ


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่คอมมูนิตี้มอลล์ BeeHive เมืองทองธานีครับ


ขึ้นมาชั้นสองเจอร้านใหญ่ๆนั่นไม่ผิดแน่นอน


ร้านอยู่ชั้นสองฝั่งริมหน้างถ้าหันหน้าเข้าห้างก็ทางซ้ายครับ


บรรยากาศหน้าร้านครับ ที่ร้าน "Doorae" เป็นอาหารเกาหลีแท้ ไม่ฟิวชั่นไม่อะไรทั้งสิ้น แท้ถึงขนาดที่ว่า 
เวลามีศิลปินเกาหลีมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย Doorae จะเป็นผู้จัดอาหารเพื่อรับรองศิลปิน และบางครั้งศิลปินก็จะมาทานถึงที่ร้านเลยครับ


ขึ้นมาฝั่งข้างร้านก็ได้ร้านพื้นที่กว้างมากทั้งล็อคเลย


สำหรับปิ้งย่างของร้าน Doorae นั้น มีให้บริการทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และแบบอะลาคาร์ทนะครับ โดยบุฟเฟ่ต์จะมีราคาอยู่ที่ 349 บาท 
(ราคาเน็ทแล้วนะครับ ไม่มีบวกเพิ่มใดๆทั้งสิ้น) ซึ่งในราคานี้ จะสามารถทานหมู ไก่ และเครื่องเคียงได้ไม่อั้น 
แต่ไม่รวมเนื้อวัวนะครับ ถ้าจะทานเนื้อวัวต้องสั่งแยกเป็นจานๆเท่านั้น หรือทานใดไม่ทานบุฟเฟ่ต์ ก็ทานเป็นอะลาคาร์ท สั่งได้ทั้งหมู เนื้อและไก่ครับ



ส่องเมนูหน้าร้านซะหน่อย น่าทานหลายอย่างเลยครับ



มีการรันตีความอร่อยที่ประตูทางเข้ากันเลย

เค้าเตอร์ต้อนรับลูกค้าครับ


บรรยากาศในร้านครับ จะเ)็นแถวตอนลึกยาวเข้าไปแต่ไม่อึดอัดเลย


มีประวัติความเป็นมาของร้านให้อ่านชิลล์ ให้อินก่อนทาน


ส่องตูแช่ไอศครีมจากเกาหลีซะหน่อย มีที่ไม่เคยเห็นเยอะมากน่าลองสุดๆ


ลายเซ็นคนดังต่างๆที่เคยมาลิ้มลองความอร่อยครับ




เยอะเหมือนกันแหะ




ร้านมีจำนวนโต้ะประมาณ 29 โต๊ะ สามารถรับลูกค้าได้กว่า 200 คนกันเลยทีเดียวครับ





เลือกที่นั่งไม่ถพูกเลย ตอนแรกมาช่วงเที่ยงคนแน่นร้านแทบไม่มีโต๊ะว่างเลยครับ









รูปบรรยากาศโดยรวมของร้านครับ พื้นยังมีภาพวาดแนวเกาหลีให้อินอีกด้วย สวยงามๆ




ชามาเสิร์ฟละครับ มีทั้งร้อนและเย็นให้เลือกกัน


เครื่องเคียงเยอะมากตามสไตล์เกาหลีแท้ๆ


แต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์ น่าทานกว่าร้านทั่วไปมากเลย 


ส่วนมากเครื่องเคียงเกาหลีส่วนตัวไม่ค่อยทราบชื่อเลยครับ เมนูนี้น่าจะเป็นซุคินี่ชุบไข่ อร่อยมากๆ แย่งกันขอเติมไปหลาย


ส่วนอันนี้เป้นผักโขมปรุงรสด้วยอะไรไม่ทราบแตจ่กลิ่นกระเทียมแรงอยู่ ส่วนตัวก็ชอบเพลินๆ ดีครับ ไม่มีใครแย่ง55+



หัวไชเท้า ไว้สำหรับใส่ในผักพร้อมหมูแล้วห่อทานครับ




ปลาข้าวสารทอดร้านนี้เด็ดมากครับ ท่านใดคอโซจูหรือเบียร์นี่ เพลินสุดๆ ขอเติมเรื่อยๆแน่ๆครับ เพลินมากกก


กิมจิผักกาดขาว ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวกิวจิเท่าไหร่แต่เพื่อนพ้องนี่ทานกันเพลินมากครับ


สลัดมันฝรั่งนี่ก็ของเด็ดครับ อร่อย มีแอปเปิ้ลด้วย


อันนี้ไม่แน่ใจว่าข้าวต็อกหรืออะไรแต่ก็จัดจ้านดีครับ


กิมจิมะละกอครับ


สลัดผักนี้ก็ต้องมีครับ




มีผักชุดมาให้ครับ สำหรับไว้ห่อทาน


น้ำจิ้มร้านนี้จัดเต็มครับ น้ำจิ้มเนื้อ ซ้ายหวาน ขวาเค็มเผ็ด มีน้ำจิ้มน้ำมันงาเกลือด้วยลืมถ่ายรูปมาครับ


ส่วนนี่ไว้ใช้กับการห่อทานแบบเกาหลีครับกระะเทียม พริก เต้าเจี้ยวปรุงรส






เตาถ่านอย่างดีมาแล้วววว


เรามาดูที่เนื้อที่จะลงเตาเมนูแรกกันครับ


เนื้อมาเสิร์ฟแล้วก็เริ่มกันเลยดีกว่า ชิ้นแรกที่ขอให้ลงคือ เซ็งคาลบี้หรือซี่โครงเนื้อย่างครับ จานนึ้สั่งแยกมา ราคา 590 บาท 
หนึ่งถาดจะให้ซี่โครงมาสองชิ้นยาวๆ โรยเกลือมาด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติ 


สำหรับเนื้ออย่างที่สองที่ลงเตาต่อคือ เซ็งดึงชิมหรือเนื้อสันนอกย่างครับ จานนี้สั่งแยกมาเช่นกัน 550 บาท 


โดยเนื้อตัวนี้จะมาเป็นแผ่นใหญ่ๆเลยครับ ดูว้าว สะใจคุ้มค่ามาก

จานต่อมาคือ ซุปพุนบูลโกกิหรือเนื้อสไลด์บางหมักซอส จานนี้ 400 บาทครับ 


เป็นเนื้อชิ้นใหญ่ที่สไลด์แล้ว นำมาหมักกับซอสผลไม้หลายชนิดเลยครับ เป็นสูตรพิเศษของทางร้านเอง 


มาต่อกันที่เมนูทึ่อยู่ในบุฟเฟ่ต์กันบ้าง เทจีคาลบี้หรือซี่โครงหมูหมักซอส


สำหรับหมูจานนี้จะหมักด้วยซอสพริกแบบเกาหลีที่ทำจากพริกป่น ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่ม มีรสเผ็ดนิดๆครับ


ซึ่งจานนี้ถ้าสั่งเป็นแบบอะลาคาร์ท ก็จะได้ชิ้นที่เป็นส่วนซี่โครงมาด้วยสองชิ้นนะครับ 


เมนูต่อมาคือ ซัมเกฟไซลหรือหมูสามชั้นย่าง อันนี้จะเป็นเนื้อหมูแบบที่มีมันแทรกอยู่นะครับ 



ย่างออกมาแล้วอร่อยนุ่มลิ้นมากๆ แนะนำให้จิ้มกับน้ำจิ้มเกลือน้ำมันงา จะได้รสชาติอร่อยของหมูเต็มๆครับ




จานต่อมาเป็นเมนูปิ้งย่างจานสุดท้ายครับ ซุปพุนเทจีบูลโกกิหรือสันนอกหมูหมักซอส 


จานนี้จะหมักด้วยซอสผลไม้เช่นเดียวกับตัวซุปพุนบูลโกกินะครับ ปิ้งเสร็จแล้วก็จะได้เนื้อหมูที่หอมหวานจากซอสหมัก 
แต่จะได้รสสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อครับ



ทานปิ้งย่างอย่างเดียวอาจจะน้อยไป ลองสั่งเมนูอื่นๆของร้านมาลองบ้าง แน่นอนว่าร้านอาหารเกาหลีก็ต้องมีโสม 
วันนี้เลยสั่ง ซัมเกทังหรือซุปไก่ตุ๋นโสมครับ หม้อนี้ 420 บาท อาจจะดูเล็ก แต่ขอบอกเลยว่าคุ้มราคามากๆ 


เพราะร้าน Doorae นำไก่ทั้งตัวมายัดไส้ด้วยโสม ข้าวเหนียว พุทรา เกาลัด และเก๋ากี้ นำไปตุ๋นในน้ำซุป 
ซึ่งซุปนี้มีให้เลือกสองแบบนะครับ คือซุปเนื้อกับซุปปลา ท่านใดไม่ทานเนื้อก็รีเควสซุปปลาได้เลย 

ซึ่งในน้ำซุปนี้ก็มีส่วนผสมของโสมและเครื่องยาโบราณด้วย เสิร์ฟในหม้อร้อนสไตล์เกาหลี ตัวนี้ทานแล้วชุ่มชื่น 
ไก่ตุ๋นมากำลังดีเอาตะเกียบคีบเนื้อก็หลุดออกจากกระดูกง่ายดายครับ ข้าวเหนียวที่ยัดไส้มาก็หอมอร่อย หม้อนี้แนะนำให้สั่งเลยครับ



และแน่นอนว่าอาหารเกาหลีสุดฮิตอีกหนึ่งอย่างที่ไม่สั่งถือว่าพลาดมากๆคือ บีบิมบับหรือข้าวยำเกาหลีครับ 
 ยุคเคบีบิมบับหรือขัาวยำเนื้อสด ราคา 330 บาทครับ 



เสิร์ฟพร้อมซอสโคชูจังสูตรพิเศษเข้มข้นอร่อยมากๆ

ข้าวยำเกาหลีก็ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด มีทั้งซุคินี่ ถั่วงอกหัวโต หัวไชเท้า ปวยเล้ง สายบัว แครอท และมะละกอครับ 
และวางด้านบนด้วยเนื้อสับและไข่ดิบครับ ตัวนี้จะจัดเสิร์ฟสองแบบ หนึ่งคือจัดเสิร์ฟแบบร้อน 


โดยทางร้านก็จะอุ่นหม้อข้าวยำมาให้ร้อน และให้เราคลุกเอง หรือจะขอให้พนักงานคลุกให้ก็ได้ครับ 

ส่วนแบบทึ่สองจะเป็นการจัดเสิร์ฟแบบเย็น ซึ่งแบบเย็นนี้ จะไม่อุ่นหม้อให้ร้อนนะครับ 


คลุกเนื้อสับกับไข่ให้เข้ากับข้าวไปเลย เนื้อก็จะยังดิบอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ร้าน Doorae ใช้เนื้อเกรดพิเศษสำหรับการเสิร์ฟแบบเย็น 
คือเป็นเนื้อที่ทานดิบๆได้เลยครับ



แน่นอนว่าอาหารเกาหลีไม่เน้นหน้าตาแต่เมนูนี้ยอมใจจริงๆ อร่อยมากพลาดไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะร้านนี้


และเมนูอาหารเมนูสุดท้ายที่สั่งคือ ตูเบกี้บูเดชิเกหรือซุปกิมจิใส่มาม่า แฮม ไส้กรอก วุ้นเส้น หม้อนี้ราคา 300 บาทครับ 

หม้อใหญ่มากๆ ซึ่งตัวนี้ก็จะเป็นซุปกิมจิสไตล์เกาหลีรสชาติออกเปรี้ยวเผ็ด



 เสิร์ฟพร้อมรามยอนหรือเส้นมาม่าเกาหลีที่จะออกเหนียวนุ่ม แฮม ไส้กรอก และผักนานาชนิด 
เป็นอาหารเกาหลีแนะนำอีกอย่างหนึ่งที่ฮิตในหมู่คนไทยครับ



เซ็งคาลบี้หรือซี่โครงเนื้อย่าง ลงเตาลุยกันแล้วววว


แปบเดียวพลิกด้านแล้วน่าทานสุดๆ


คุณพนักงานจัดการย่างและตัดให้เรียบร้อย รอบแรกขอลิ้มรสเนื้อเพียวๆก่อน เนื้อมีมันแทรกอยู่บ้าง แต่นุ่มอร่อยครับ 
เกลือที่โรยมาช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีมากๆ


ถึงคราวเซ็งดึงชิมออกโรงแล้ว 


 เวลาย่างก็จะย่างทั้งแผ่น และตัดแบ่งทีหลัง สำหรับเนื้อตัวนี้ออกเหนียวนุ่มครับ


ลองทานกับน้ำจิ้มเกลือน้ำมันงาสูตรพิเศษ ได้รสชาติและกลิ่นหอมของเนื้อเต็มๆครับ


พนักงานร้านนี้บริการดีสุดๆไปเลย 


ลองทานแบบเกาหลีดูบ้าง โดยวางผักสดไว้ในมือนะครับ นำเนื้อไปจิ้มน้ำจิ้มทั้งสองแบบโดยแบบแรกจะเป็นน้ำจิ้มหวาน 
แบบที่สองเป็นน้ำจิ้มเผ็ดครับ 


จิ้มเสร็จแล้วก็นำมาวางบนผัก แล้ววางเพิ่มด้วยเครื่องเคียงหัวไชเท้าฝานบาง และหอมแดงดอง เติมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ
ลงไปนิดนึงเพื่อเพิ่มรสชาติ ใส่พริกชี้ฟ้าและกระเทียมตามชอบ ห่อให้เข้ากันแล้วรับประทานได้เลยครับ


ปลาข้าวสารทอดนี่เท่าไหร่ก็ไม่พอจริงๆ เพลินมาก


ใบงาหรือใบโอบะหรือเกาหลีก็เรียกว่าใบกันนิของโปรดเลยครับชอบมากๆ


ซุปพุนบูลโกกินี้หอมหวานมากๆ เนื้อนุ่ม ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยครับ


แน่นพุงก็แล้วแต่ก็อ๊ะ!!! ร้านDooRaeนี้มี บิงซูด้วย กระเพาะของกวานพร้อมทำงานทันใดครับ


บิงซูมะม่วง และ บิงซูชาเขียวถั่วแดง ราคาถ้วยละ 129 บาทครับ 


เสิร์ฟพร้อม
ซอสมะม่วงมาให้ด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติเข้าไปอีกเด็ดมาก


ราดไปเลยรออะไร 


ชิ้นมะม่วงสุกรสชาติหวานหอม เข้ากันดีกับบิงซูมากๆ เห็นว่าขายดีมากครับเมนูนี้ อร่อยจริงไรจริง


ส่วนบิงซูชาเขียวถั่วแดง เสิร์ฟพร้อมยมข้นหวาน 

ได้ความหวานธรรมชาติถั่วแดง ราดนมข้นเพิ่มได้สำหรับท่านที่ชอบหวานไปได้อีกครับ



อร่อยเพลินมากครับ ชอบมากๆ ผงชาเขียวที่นำมาโรยนี่ก็ชาเขียวเข้มข้นมากๆสะใจเลย ลงตัวสุดๆ




จบไปอีกมื้อที่ฟินสุดไปเลยครับ กลับไปอีกแน่นอน ร้านนี้มีสาขาที่KoreaTownแถวอโศกด้วยนะครับ
แต่ถ้าอยากสะใจ บุฟเฟ่ต์คุ้มเกินราคาต้องสาขานี้เลยครับ อร่อยเนื้อดีไรดี บริการดีมากๆแถมไม่เรียกเก็บservice chargeอีกตังหาก
ถูกใจก็ทิปน้องเค้าเป็นแรงใจได้เลยครับ เพื่อนพี่น้องท่านใดยังไม่เคยลอง อาหารเกาหลีบุฟเฟ่ต์เนื้อดีจัดเต็มแท้ๆ
ต้องที่DooRaeสาขานี้เลยครับ เด็ดจริงๆ ชอบมาก ถ้าอยากทรายรายละเอียดเพิ่มเติมลองติดต่อสอบถามทางเพจของร้านดูนะครับ


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาและCommentครับ
เจอกันโอกาสหน้าครับผม




Create Date : 03 ธันวาคม 2559
Last Update : 3 ธันวาคม 2559 2:46:33 น.
Counter : 93 Pageviews.
2 comment
(Review) Nikko Cafe เอกมัย12 คาเฟ่ญี่ปุ่นเก๋ๆ Minimal Japanese Style
ชื่อร้าน : Nikko Cafe
รายการอาหาร : ร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น , นั่งดื่ม-ทาน ได้ทั้งวัน
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 30/18 Soi Ekkamai12 , Sukhumvit63 , Wattana , Klongton-nue Bangkok 10110, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 47.50"N 100° 35' 24.01"E






  สวัสดีครับพี่น้องชาว bloggang
C:UsersakuchanDesktopETC DESKTOP
ครั้งนี้ขอพาเพื่อนพี่น้องไปเจอกับร้านคาเฟ่ชิคๆ มินิมอล เจแปนนิส สไตล์ ย่านเอกมัยครับ 
เอ่ยชื่อร้านไปคิดว่าหลายๆคนน่าจะรู้จักแล้ว "Nikko Cafe" นั่นเองครับ
สำหรับ Nikko Cafe เป็นร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีบริการทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มครับ 
โดยอาหารก็จะเน้นเป็นอาหารฟิวชั่นที่คิดค้นสูตรขึ้นเองโดยคุณเจ้าของร้าน
มีเมนูแนะนำอยู่หลายเมนู วันนี้ที่ไปลองผมคัดเมนูเด็ดๆที่ห้ามพลาดมาให้ได้ชมกันครับ

การเดินทางมาที่ร้านนั้นเข้ามาในถนน ซอยสุขุมวิท63 ครับ


ตรงเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงแยก เอกมัย ซอย 12 เลี้ยวขวาเข้าไปได้เลย


เข้าซอยไปไม่ไกลสังเกตทางขวาก็เห็นร้านละครับ


หน้าร้านครับ "NIKKO CAFE" ร้านเด็ดที่มาแอบซ่อนตัวอยู่ในซอยเอกมัย 12 นี้


ขอส่องบรรยากาศรอบๆ ร้านก่อนนะครับ มีที่นั่ง เอาท์ดอร์ทั้งสองชั้นเลยชั้นล่างนี่ก็ดู  ชิลล์ๆ ไม่เบา


ห้องกระจกด้านขวานี่ก็มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ใช้อยู่เลยไม่กล้าเก็บภาพเต็มๆมา55+ แต่ดูแฮปปี้เม้ามอยชิลล์ยกแก๊งยาวๆกันดีครับ



เคาท์เตอร์โซนหลักของร้าน สั่งอาหารและเครื่องดื่มกันก่อนได้เลย แล้วไปเลือกที่นั่งได้ทั้งสองชั้นรอพนักงานจะไปเสิร์ฟได้เลยครับ


ขออนุญาตส่องซะหน่อย


ในตู้แช่เป็นSencha อย่างดีของทางร้าน สามรสชาติแช่ไว้ครับ น่าลอง


ส่วนบนตู้นี่เป็นป้ายเกียรติยศของรายการ The Dish เมนูทอง กับเมนู หมูสามวัน (3 Days Ago Ribs) พลาดไม่ได้แน่นอนเมนูนี้!


ขวดเก็บใบชาน่ารักๆ ยี่ห้อ Gryphon มีหลายกลิ่นให้เลือกเลย




เหล่าขนมตัวอย่างนี่น่าหม่ำมาก


ทำซะเหมือนเลย





นอกจากที่นั่งชั้น 1 แล้วก็มีข้างบนให้ชิลล์ๆกันอีกครับ 


ขึ้นไปส่องดูกันดีกว่า


ชั้นสอง โซนห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการเยอะมากครับ เป็นคาเฟ่ที่นั่งนั่งชิลล์ปั่นงาน คุยงานมากๆ เลย 



ชั้นสองอีกโซนก็น่านั่งชิลล์สุดๆ ไปเลยครับ


กลับมาที่โต๊ะดีกว่า เครื่องดื่มที่สั่งไว้มาเสิร์ฟแล้วครับ


เครื่องดื่มแก้วนี้คือ [Apple Mint  Soda] ราคา 100 บาทเท่านั้นครับ แก้วสูงลิ่ว



ให้แอปเปิ้ลเขียวและใบมิ้นต์ตกแต่งน่ารักๆ มา รสชาติดีมากครับคนให้เข้ากันอยู่สักพัก ก็ดื่ม ลงตัว สดชื่น คุ้มครับ


ส่วนแก้นี้คือ [Iced Caramel Macchiato] ราคา 125 บาทครับ


พี่สั่งมาไม่ได้ชิมครับ แต่น่าทานมากครับน่าจะเข้มข้นหวานหอมแน่ๆเลย

อาหารเมนูแรกมาเสิร์ฟละครับ [Teriyaki Chicken Salad] สลัดไก่เทริยากิ ราคา 180 บาท

สลัดผักที่รวมผักนานาชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ และฟิลเล่ย์ ราดด้วยน้ำสลัดงาแบบญี่ปุ่น 


และเพิ่มความหนักท้องด้วยไก่เทริยากิ เป็นสลัดที่รสชาติสดชื่นจากตัวผักและน้ำสลัด แต่ก็ได้ความเข้มข้นกลมกล่อมของไก่เทริยากิเสริมเข้ามา


และขอลอง [Cold Brew Sencha] ราคา 125 บาท ซะหน่อยครับมีโลโก้ร้านการันตีแบบนี้


ชาเขียวที่ได้จากการนำใบอ่อนที่เด็ดจากต้นชาใหม่ๆ ผ่านกระบวนการสกัดเย็นสีจะสวยกว่าปกติ รสเลมอนเปรี้ยวนิดๆหอมใบชามากครับ


และเมนูสุดน่าทานนี้คือ [Chicken Nanban Tartar Sauce] ราคา 170 บาทเท่านั้น


แซนวิชไก่ทอด ชิคเก้นนัมบันแซนวิช ขนมปังที่กริลล์มาจนได้กลิ่นหอมเนย วางด้วยไก่ทอดชิ้นโตกรอบนอกนุ่มใน 
แล้วตามด้วยทาทาร์สูตรพิเศษ


ตัวไก่ทอดรสชาติเข้มข้น เข้ากับรสเบาๆของทาทาร์ซอสได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับขนมปังนั้นอร่อยลงตัวเพลินมากแปบเดียวเกลี้ยงเลย


เนื่องจากคาเฟ่นี้ได้รับคำแนะนำว่าเครื่องดื่มเด็ดชาวเราก็จัดมาอีก [The Chocolate Frappe] ราคา 160 บาทครับ


จัดเต็มมาทั้งวิปครีม มีรสกรุบๆจาก Chocolate Chip ที่ปั่นลงไป โรงผงช็อคโกแลต รวมทั้งซอสภายในอีกเข้มข้นสุดๆไปเลย 
แต่ไม่หวานเกินไปอร่อยมากๆครับ


เครื่องดื่มที่เพื่อนสั่งมาอีกนี้คือ [The Coffee (Hot)] เสิร์ฟมาพร้อมมาร์ชเมลโล่เลย ราคา 130 บาทครับ


ไม่ได้ชิมครับแต่น่าจะอร่อยเข้มข้น อยู่ ใส่มาร์ชเมลโล่เข้าไปตอนทานหนุบหนับแน่ๆ


เมนูถัดมาคือ [Taco Rice] ราคา 200 บาทครับ มาเป็นเซตสีสันสวยน่าทาน

เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะที่ใส่หมูสับ มันฝรั่ง หอมใหญ่และเผือก เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่


ตอนแรกนึกว่าเป็นเบอร์เกอร์แบบที่ใช้ข้าวแทนขนมปังแต่ไม่ใช่ครับ เป็นทาโก้แบบที่ใช้ข้าวเป็นส่วนประกอบ


โดยชั้นล่างสุดจะเป็นข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ชั้นถัดมาเป็นหมูผัดเครื่องเทศสไตล์ทาโก้แบบเม็กซิกัน ชั้นถัดมาเป็นชีสขูด 
และชั้นบนสุดเป็นมะเขือเทศหั่นครับ


ส่วนวิธีการทาน จะทานแบบตักกินเลยก็ได้ หรือจะคลุกให้เข้ากันทั้งหมดเลยก็ได้ วันนี้เราคลุกให้เข้ากันเลยครับ 
ข้าวญี่ปุ่นหนึบหนับเข้ากันดีกับหมูผัดเครื่องเทศรสจัดจ้าน 


เติมความเข้มข้นด้วยชีส มะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่น บีบมะนาวเพื่อตัดความเลี่ยน ส่วนตัวคิดว่า ถ้ามีผักกาดแก้วเสริมเข้ามาน่าจะเข้ากันดีนะครับ เพิ่มสีสันให้กับอาหารด้วย 


ตัดมาที่แก้วนี้หน่อยครับ [Passionfruit Tea] ราคา 150 บาท ไม่ได้ชิมครับแต่น่าสนใจสำหรับคอแนวนี้ต้องลอง


และเมนูนี้เกือบถ่ายไม่ทันเลย[Spaghetti Pesto Bacon] ราคา 200 บาท สปาเกตตี้ลวกมาได้ดีเป็นอัลเดนเต้ 
ผัดกับซอสโหระพาสูตรพิเศษ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นโหระพา เข้ากันดีกับเบคอนอร่อยจนแย่งกันได้รูปมาชอตเดียวครับ55+


และเมนูที่ทำให้ตามมาถึงร้านวันนี้เลยครับ [3 Days ago Ribs] หรือในรายการ The Dish ที่ตั้งชื่อไว้ว่า "หมู3วัน"


เสิร์ฟพร้อมซัลซ่าสลัด ที่ปรุงมาได้รสชาติดีทานคู่กันนี่ลงตัวมาก


ซี่โครงหมูชิ้นใหญ่ที่นำไปหมักกับซอสสูตรพิเศษถึงสามวันเพื่อความนุ่ม แล้วนำมาย่างจนสุกหอม ตัวซี่โครงทำมาได้ดีมากๆ 


แค่ลงมีดเบาๆเนื้อก็ร่อนออกจากกระดูกแล้ว รสชาติชุ่มฉ่ำน้ำเนื้อ และซอสก็หอมหวานกลิ่นมิโสะชัดเจน คุ้มมากๆ 
จัดกลับบ้านไปอีกสองชุดเลยครับ



และมาที่เครื่องดื่มสุดชิคสุดเฮลท์ตี้ [Fresh Pressed Juice] แก้วละ 100 บาทเท่านั้น คั้นมาสดๆ เย็นชื่นใจ จัดมาลองกันสามเลย


ไล่จากซ้ายเลย สีส้มสวยประกอบไปด้วยน้ำแตงโม แครอท และแอปเปิ้ล ได้กลิ่นแครอทชัดเจน และความชุ่มฉ่ำของแตงโม


สีเหลืองแก้วนี้ประกอบไปด้วย สัปปะรด ฝรั่งและ ส้ม เปรี้ยวหวานกลมกล่อม อร่อยมากๆ ครับแก้วนี้ชอบสุดๆเลย


แก้วสีแดงนี้ บีทรูทเด่นเลย และยังมีสับปะรด รวมถึงเมล่อน เหมาะกับคนรักสุขภาพ ทั้งสามแก้วเลยครับและ
ยังเห็นว่าใช้น้ำแข็งเหล็กในการทำความเย็นทำให้ได้รสชาติผลไม้เต็มๆ กันเลย ต้องลองครับ


มาที่ของหวานกันบ้างครับร้านนี้ก็เด็ดไม่แพ้ใคร [Belgian Chocolate Raspberry Lava] ราคา 200 บาท


ปกติทางร้านจะเสิร์ฟเป็นไอติมวานิลลา แต่ก็สามารถเปลี่ยนรสชาติได้นะครับ เลยเลือกเป็นช็อกโกแลตมาครับ 


เบลเยี่ยมช็อกโกแลตไส้ราสเบอรี่ รสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตเข้ากันได้ดีกับความเปรี้ยวของซอสราสเบอรี่ อร่อยมากๆ


อันนี้ชอบเลยครับ [Melon Katsuo] เมล่อน ปลาแห้งคัตซึโอะ ราคา 135 บาท


เมล่อนกับปลาแห้งเองก็เข้ากันได้ดีมากๆ ได้ทั้งรสฉ่ำหวานของเมล่อน และความหอมของปลาแห้ง อร่อยสุดๆครับ 


มีนมข้นหวานมาสำหรับราดเป็นท็อปปิ้งด้วย าสำหรับท่านที่ต้องการความหวานกับเมนูนี้ อร่อยลงตัวแบบคิดไปได้จริงๆ


ใกล้จะอิ่มแบบฟินๆแล้ว ยังมีคนอยากลอง [The  Matcha (Cube)] ราคา 165 บาท มาอย่างหรู


เป็นชาเขียวเข้มข้น(มาก)และนมสูตรพิเศษแช่แข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จะดื่มต้องเทนมชาเขียวอุ่นร้อนราดลงไปในแก้ว
รอให้ขาเขียวที่แข็งทั้งหมดละลาย แล้วดื่มรับรสชาติความเข้มข้นหวานมันเต็มๆ สุดๆไปเลยครับ


และขอปิดท้ายอย่างอลังกับ [French Toast  with Ice Cream] ราคา 180 บาทเท่านั้น!


ขนมปังเฟร้นโทสชุบไข่ แล้วย่างในกระทะจนกรอบนอกนุ่มใน จัดตกแต่งพร้อมกับไอติมและสตรอเบอรี่ ตบท้ายด้วยน้ำตาลไอซิ่ง 


สำหรับไอติมผมเลือกไอติมคุกกี้แอนด์ครีมนะครับ รสชาติดีมากๆ ตัวขนมปังหอมกรุ่น ทานกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ลและไอติม
จานนี้ห้ามพลาด อร่อยสุดๆ ขนาดอิ่มกันแล้วยังพรึ่บเดียวหายเกลี้ยงครับ


จบกันไปอีกหนึ่งมื้อสุดฟินที่ครบทุกรสชาติ มีหลากหลายรูปแบบจริงๆ ทั้งจัดหนัก เฮลท์ตี้ ของหวานอร่อย
และเครื่องดื่มสุดฟินทั้งหลาย เหมาะกับสายชิลล์ หาที่นั่งทำงานสบายๆ เครื่องดื่มและ อาหารอร่อยคุ้มราคา
มีบันไดเป็นมุมเก๋ๆ ถ่ายอวดเพื่อนเช็คอินกันได้แบบชิคๆ
การเดินทางมาร้านนี้ก็ง่ายมากๆครับ ไม่ไกลจาก BTSเอกมัยเลย ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00-22.00น. นั่งชิลล์ได้ไม่จำกัดเวลา
หน้าร้านมีที่จอดไม่มากครับถ้าตั้งใจมาแล้วเวลาเลิกงานนี่แนะนำมาTAXI จะสบายใจกว่า
ถ้าไงลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่PageFBของทางร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมและcommentครับ










Create Date : 08 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2559 19:34:44 น.
Counter : 349 Pageviews.
0 comment
(Review) ร้านพลูเฮ้าส์ สัตหีบ ร้านอาหารแนะนำราคาคุ้มค่า สดสะอาด บรรยากาศดี chillสุดๆ



ชื่อร้าน : ร้านพลูเฮ้าส์ สัตหีบ Plu House Restaurant&Coffee
รายการอาหาร : อาหารทะเล , อาหารไทย , อาหารจีน
เวลาเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. เปิดทุกวัน
ที่ตั้งร้าน : 99/69 ม.6 ซอยสนามกอล์ฟพลูตาหลวง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180, ชลบุรี Thailand
พิกัด GPS : 12° 40' 58.13"N 100° 57' 2.44"E


สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้จะพาไปพบกับร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานแต่มีดีน่าลิ้มลองหลังจากไปแวะเที่ยวพัทยาเอย Siverlake เอยมาแล้ว
ถือว่าเป็นร้านดีร้านเด็ดของอำเภอสัตหีบได้สบายๆเลยครับ

จากจุดนี้คือสามแยกที่มุ่งหน้ามากจากถนนสุขุมวิท แยก กม.6 ครับ


ร้านที่จะไปกันอยู่ในซอยสนามกอล์ฟพลูตาหลวงครับ


ถ้าเลี้ยวเข้าซอยมาเห็นด้านขวาเป็นป้อมตำรวจภูธรพลูตาหลวงก็ถูกซอยแน่นอนครับตรงเข้าไปได้เลย


แล้วตรงเข้ามาตามทางราวๆ 2 กิโลเมตรได้ครับ


แล้วสังเกตด้านซ้ายจะพบกับหมู่บ้านพลูตาหลวงไพรเวทฮิลล์ก็เลี้ยวเข้าไปจอดได้เลยครับถึงร้านเป้าหมายแล้วครับ


หน้าร้านมีที่จอดรถรองรับได้เยอะมากอยู่ครับ



ร้านนี้ชื่อร้านว่า "พลูเฮ้าส์ (Plu House)" ครับถ้าขับรถผ่านไปไวๆ นึกว่าส่วนกลางสโมสรของหมู่บ้านซะอีกแต่ไม่ใช่ครับ เป็นร้านอาหารครับ



ก่อนเข้าไปดูในร้าน ขออนุญาตถ่ายบรรยากาศรอบๆร้านได้คำแนะนำมาว่าร้านนี้มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะ บรรยากาศดีมากๆครับ



จุดนี้มีศาลาเล็กๆชิคๆด้วยครับเจ้าของร้านคงชอบตกแต่งมากเลยครับ ออกมาทานข้าวทานกาแฟสบายๆได้เลยครับ



ชุดเก้าอี้ โต๊ะน้องวัวตลกดีครับชอบๆ


บรรยากาศดีมากๆเลยครับขนาดแดดร้อนๆยังอยากถ่ายรูปอีกหลายๆมุมเลย




ที่นั่งแบบoutdoorหน้าร้านก็น่านั่งชิลล์ดีมากๆครับ



มีแบ่งโซนเป็นส่วนของร้านขนมกาแฟด้วยครับ



บรรยากาศภายในร้านส่วนของร้านกาแฟครับเมื่อก่อนใช้ชื่อว่า "A lot of LOVE" แต่ตอนนี้รวมเป็นส่วนนึงของร้านอาหารพลูเฮ้าส์แล้วครับ




พนักงานกำลังทำเครื่องดื่มที่สั่งไปพอดีเลยครับส่องซะหน่อย



แล้วก็มาส่องส่วนโซนหลักของร้านหน่อยครับ


กว้างขวางมากๆ รองรับแขกได้หลายท่านครับ มากันเป็นครอบครัวใหญ่ก็ไม่ต้องกังวลใจเลย นั่งสบายๆไม่อึดอัดครับ




บรรยากาศดีมากเช่นกันครับร้านนี้เจ้าของดูแลตั้งใจตกแต่งได้สวยงามดีเลยครับ


พักเหนื่อยล๊ะกับเครื่องดื่มแรก"Blue Hawaii italian soda"ครับ ราคา 40 บาท แจ่มไปเลย


ถัดมาเลยครับของผมเอง"นมสดโอรีโอปั่น" แก้วสูงลิ่วแต่ราคาแค่ 60 บาทเท่านั้น คุ้มมากๆ อร่อยด้วย

และแก้วนี้น้องสั่งมา"Green Apple Yogurt  Smoothie" ราคา 60 บาท แก้วนี้ใช้แอปเปิ้ลเขียวนะครับ ซึ่งก็จะให้รสชาติเปรี้ยวสดชื่นมากกว่าครับ


ดื่มเสร็จก็สั่งอาหาร ระหว่างรอก็แอบไปเก็บบรรยากาศเพิ่มอีกครับวิวหน้าร้านจะมองเห็นเขาตะแบกเพลินตาสบายอารมณ์ดีครับ




ออกไปส่องอีกส่วนนึงของร้านดีกว่าครับ...


สระว่ายน้ำเหมือนเป็นจุดเด่นของร้านเลยครับ ลงไปเล่นได้นะครับติดต่อทางร้านได้เลยค่าบริการไม่แน่ใจครับ มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้บริการด้วยครับ


แต่จะมานั่งชิลล์ดื่มเครื่องดื่มก็สบายๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศไปด้วยก็เพลินมากครับ


สระว่ายน้ำน่าลงมากครับถ้าไม่ติดแดดแรงนี่จัดละครับ


มุมชิงช้าชิลล์ๆนี่ทั้งน่านั่งและ น่าถ่ายรูปกันมากครับ


จุดนี้ก็เหมือนเป็นฉากถ่ายรูปเก๋ๆซะด้วย ใส่ใจจริงๆ



กลับมาที่โต๊ะดีกว่าเมนูจานแรกมาเสิร์ฟแล้วครับ "ปลากะพงทอดราดยำสมุนไพร" ราคา 320 บาทครับ


ปลากระพงทั้งตัวแล่เนื้อออกมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ นำมาราดด้วยเครื่องสมุนไพร 
ประกอบไปด้วยมะนาวหั่นชิ้นเล็ก หอมแดง ตะไคร้ เม็ดมะม่วง ถั่วลิสง พริกขี้หนู กระเทียมฝาน ขิง 


ปลากระพงกรอบนอกนุ่มใน ทานกับเครื่องสมุนไพรรสชาติกลมกล่อม อร่อยมากๆครับ


และเมนูถัดมาก็คือ "กุ้งอบวุ้นเส้นหม้อดิน" ราคา 160 บาทครับ น่าทานจุง


เสิร์ฟมาในหม้อดินสวยงาม เปิดฝาออกมาได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุงโชยออกมา วุ้นเส้นเหนียวนุ่ม กุ้งตัวใหญ่ผ่าหลังให้เรียบร้อยแกะง่ายมากๆ


ส่วนเมนูที่แลดูร้อนแรงจัดจ้านคือ "ลาบเป็ดคั่ว" ราคา 120 บาท


เป็ดสับมาเป็นชิ้นๆ ปรุงเป็นลาบ โรยด้วยแคบหมูชิ้นเล็กๆ เนื้อเป็ดสับมาไม่แหลกมาก ยังได้รสสัมผัสเวลาเคี้ยว 


พร้อมกลิ่นข้าวคั่วหอมกรุ่น จานนี้รสชาติจัดจ้านมากๆครับ


และจัดจ้านกันต่อที่เมนู "ยำแซลม่อนวาซาบิ" ราคาแค่ 140 บาทเองครับ คุ้มค่าน่าทานสุดๆ


ปลาแซลม่อนปรุงสุก คลุกเคล้าเข้ากับน้ำยำที่มีรสและกลิ่นของวาซาบิชัดเจนแต่อยากให้มากกว่านี้อีกหน่อยสำหรับสายวาซาบิอย่างผม

เครื่องยำเองก็จัดเต็ม ทั้งตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู และคื่นช่าย จานนี้แปลกมากๆ ปกติจะได้ทานเป็นปลาแซลมอนดิบ 


แต่พอได้ลองทานแบบสุกก็อร่อยไปอีกแบบครับ น้ำยำเองได้ทั้งความเผ็ดแบบไทยๆจากพริกขี้หนู และความเผ็ดจี๊ดขึ้นจมูกของวาซาบิ อร่อยครับ


และก็มาถึงจานโปรดของผม "เห็ดหอมนึ่งหมูสับไข่เค็ม" ราคา 140 บาทครับ หอมกรุ่นมาแต่ไกลเลยจานนี้


นำเห็ดหอมวางเป็นฐาน โปะด้วยหมูสับผสมไข่เค็ม นึ่งจนสุกหอม รสชาติเค็มหวานลงตัวมากๆ


ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ช่วยเบรครสเผ็ดจากอาหารจานก่อนได้ดีมากๆครับ ชอบมากๆครับเลยจานนี้แทบจะครองคนเดียวไม่แบ่งใครเลย




ปลากระพงทอดสมุนไพรนี่คุ้มจริงๆครับราคานี้รสชาติและเครื่องเคียงจัดเต็มขนาดนี้ฟินไปยาวๆ


หลังจากพุงตึงสำราญไปแล้วได้ข่าวข้างบนกำลังสร้างห้องประชุมรองรับและวิวสวยขอขึ้นไปส่องซักหน่อยครับ


ว้าวบรรยากาศดีสุดๆ



ส่องไปทิศไหนก็บรรยากาศดีมากๆจริงๆครับร้านพลูเฮ้าส์นี้


กระเพาะของหวานยังว่างอยู่ลงมาจัด "บิงซูแตงโม" ไซส์ใหญ่ ราคา 139 บาทครับ ดูดีม๊ากๆ


สีสวยมากๆ แค่เห็นยังรู้สึกสดชื่นเลย นี่เสิร์ฟมาครึ่งลูกแตงโมเลยนะครับ


เนื้อแตงโมอร่อยมากๆ หวานฉ่ำ ทานกับน้ำแข็งรสนม เหมาะมากกับอากาศร้อนๆครับ


คุยเพลินๆชิลล์ๆ เริ่มค่ำไม่รู้ตัวเลยครับ


มีดนตรีสดมาบริการลูกค้าด้วยครับ 


ถ่ายคลิปมาไว้ด้วยครับสอบถามเป็นวงน้องใหม่มาเก็บประสบการณ์ที่ร้านครับ ทางร้านก็ใจดีมากเลย


ค่ำๆก็มีลูกค้ามาเล่นน้ำครับเป็นรุ่นใหญ่ไม่กล้าเก็บภาพมาครับ55+


มาเก็บภาพทักทายน้องที่นั่งน้องวัวคู่ก่อนจะกลับครับ หน้ากวนดีจังชอบ XD


ขนาดค่ำแล้วบรรยากาศยังดูดีอยู่เลยร้านนี้ ชอบจริงๆ




จบไปกับหนึ่งมื้อสุดฟิน สุดอร่อย เพลินเพลินกับรรยากาศดีดีที่คาดไม่ถึง กะจะไปที่อื่นต่อแต่เพลินจนลืมไปเลย
ถ้ามาตรงๆจาก กทม. ก็ขับรถแบบชิลล์ๆไม่เกิน 3 ชั่วโมงแล้วหรือไปเที่ยวก่อนแล้วมาจบร้านพลูเฮ้าส์นี้ก็จะเป็นทริปที่เพอเฟ็คไปอีกทริปได้เลย
เพื่อนพี่น้องที่อยู่ชลบุรียังไม่รู้จักร้านนี้ต้องมาลองให้ได้ครับ หรือผ่านแล้วตั้งใจแวะไปนี่ก็ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ราคาดี อร่อย บรรยากาศสุดชิลล์
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลของทางร้านเพิ่มเติมได้ที่ทางเพจของทางร้านนะครับ

ก่อนกลับกทม.ผมมาจัดอีกมื้อด้วยเดี่ยวจะเขียนเพิ่มอีกentryครับฝากติดตามด้วยนะครับผม
เจอกันเร็วๆนี้ครับ




Create Date : 02 กันยายน 2559
Last Update : 6 กันยายน 2559 21:23:56 น.
Counter : 786 Pageviews.
1 comment
(Review) ร้านซูชิสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา @ไข่หวาน บ้านซูชิ ศูนย์อาหารเมืองทอง ล็อคA07-A08
ชื่อร้าน : ไข่หวานบ้านซูซิ ( Kaiwan BanSushi )
รายการอาหาร : sushi&sashimi
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 17.00-23.00น.(หยุดวันอาทิตย์ที่2และ4 ของเดือน)
ที่ตั้งร้าน : ศูนย์อาหารเมืองทองธานี ล็อค A07-A08 ถ.ป๊อบปูล่า 4 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11120, นนทบุรี Thailand, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 54' 43.41"N 100° 33' 6.89"E



สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

วันนี้ขอมาแนะนำร้านซูชิคุณภาพเกินราคาไปมากและยังเคยรีวิวไปรอบหนึ่งแล้ว
แต่ติดใจแวะไปเรื่อยๆตอนนี้ร้านขยายล็อคเลยขอมาเขียนอีกรอบแนะนำเพื่อนพี่น้องไปลิ้มลองครับ

เนื่องจากลานจอดรถของศูนย์อาหารกำลังปรับปรุงครับ ขอเริ่มจากที่ศูนย์อาหารเมืองทองฯเลยละกันครับ อยู่ใกล้กับท่ารถตู้ฯเลยครับ

วันนั้นที่ไปฝนตกพอดีครับห้าโมงเพิ่งเปิดร้านพอดีเลยแต่ก็เริ่มมีคนมารอกันเยอะแล้ว...


มารอบนี้ร้านขยายเป็นสองล็อคแล้วครับจากและเขยิบมาจาก A10 เป็น A07-A08 ถ้าไปถึงที่แล้วหาไม่ยากครับร้านนี้คนมามุงๆ 
หยิบๆกันแทบจะตลอดเวลาเลย นี่ขนาดเพิ่งเปิดร้านเลย


ซูชิกำลังทยอยออกมาต้อนรับลูกค้าเรื่อยๆ เลยครับ เดี๋ยวเต็มพื้นที่แน่นอน....


ไม่ค่อยมีจังหวะแย่งเข้าไปส่องถ่ายเท่าไหร่ครับกระจัดกระจายนิดหน่อยนะครับรีวิวนี้ เมนูนี้คำละ 10 บาทเท่านั้นครับที่ร้านให้ชื่อเมนูนี้ง่ายๆ
ว่า "ปูอัดราดสลัด" ครับ =w= แต่ก็น่าทานน่าหยิบดูคุ้มค่าดีจัง

นี่ก็ 10 บาทครับเห็นเด็กๆ ชอบชี้ให้คุณแม่หยิบอยู่ครับ


ลูกค้ามีทุกเพศทุกวัยเลยครับ นักเรียน นักศึกษาก็มารอคิวหยิบทานกันเยอะ


ของไม่ดีจริง ไม่คุ้มค่าจริงนี่รุ่นเล็ก เจนใหม่สมัยนี้ไม่เลือกมาแน่ๆครับ


ที่ร้านมีพนักงานเยอะมากพร้อมให้บริการตลอดเวลา และคอยเติมของเรื่อยๆครับ


แอบส่องๆลูกค้าส่วนมากก็Take homeไปจำนวนมากฝากที่บ้านทานเอง คุ้มค่าไปกว่าบุฟเฟ่ต์ในราคาประหยัดกว่า คุณภาพดีอีกตังหาก

อ๊ะ!คุณหนู! ใช้มือหยิบไม่ได้นะครับ เดี๋ยวมือเลอะนะ ใช้ที่คีบดีกว่าครับ


ร้านนี้ไข่หวานทำอร่อยมากครับอร่อยกว่าบางร้านใหญ่ๆซะอีก ทั้งไข่หวานและไข่ปลาบินก็คำละ 15 บาท คุ้มค่ากันจริงๆ

น่าจะเป็นหน้าปลาซาบะครับ แต่คำละ15 บาทเท่านั้นยังไม่เคยลองเลย



"แคลิฟอเนียมากิ"ก็ 15 บาทเช่นกันครับ เพิ่งออกมาใหม่ๆ เลย


หาจังหวะถ่ายยากพอสมควรครับร้านนี้ แอบส่องๆ ลูกค้าท่านอื่นก็จัดเต็มกันทั้งนั้นครับ


เห็นป้ายละก็ลืมเลย.. ถ้าเป็นถาดที่เห็นก็มีสามราคาครับ 10.- / 15.- / 20.- แล้วก็มีเป็นอะลาคาร์ทซาชิมิ ปูอัด แซลมอน 
และไข่กุ้ง,ยำสาหร่ายแยกเฉพาะ ส่วนอันล่างนี่ยังไม่เคยลองแหะ...

เลื่อนลงมาก็เห็นป้ายการันตีครับว่าแซลมอนนำเข้าจากนอร์เวย์ มาครั้งแรกบอกตามตรงครับว่าไม่เชื่อแต่ พอได้ทานเชื่อละครับ ของดีกว่า
ร้านในห้างอีก เด็ดจริงๆ


ของชอบครับมาทีไรก็หยิบเพิ่งออกมาใหม่ๆน่าทานมาก


 "ซูชิปลาแซลมอนราดซอสไข่กุ้ง" ราคา 20 บาท มองแทบไม่เห็นข้าวเลยสะใจที่สุด




เมนูที่ผมชอบมากๆครับ"ซูชิหน้าท้องปลาแซลมอนเบิร์น"ครับ คำละ 20 บาท สุดยอดทั้งวัตถุดิบ ความอร่อย และราคาครับ มาไวไปไวมาก


ถ้าไม่เชื่อต้องลองครับ รอบที่แล้วมาก็ไม่มี


"แซลมอนโรล" สุดคุ้มค่าครับ 20 บาท



ส่วนนี่ก็อร่อยมากแนะนำครับ "ซูชิปลาแซลมอนเบิร์นราดซอส" คำละ 20 บาทเช่นกัน 


ลูกค้าก็มุงเรื่อยๆไม่ขาดสายครับ


คนซานิดๆก็ไม่รอละครับน้ำลายไหลละ ได้เวลาขอลุยลอตแรกกันบ้างครับ...


ลุย ๆ ๆ ๆ ๆ


"มากิเป๋าฮื้อ" เป๋าฮื้อหั่นเต๋า คลุกกับน้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม เคี้ยวหนุบหนับ อันนี้แนะนำครับ ถูกใจมากๆ


"ไข่หวานม้วนไส้ปูอัด" ไข่หวานนุ่มฟู ตรงกลางเป็นปูอัด ราดด้วยมายองเนสและโรยไข่กุ้งตบท้าย


"แคลิฟอเนียโรล" ชิ้นใหญ่จุใจจริงๆ ไส้ในมีทั้งไข่หวาน ปูอัด แตงกวา ให้มาครบครัน ข้าวน้อยมากๆครับ


"ซูชิท้องปลาแซลมอนเบิร์น" อันนี้เซอไพรซ์มากกกกกก อร่อยครับ
ท้องปลาแซลมอนหั่นชิ้นยาว เบิร์นจนสุกหอมน้ำมันออกมาเยอะทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น ทานกับข้าวซูชิช่วยตัดความเลี่ยนจากน้ำมันเนื้อปลาได้ดีมากๆครับ


"ซูชิปลาไหลย่าง" ปลาไหลชิ้นพอดีคำ เนื้อนุ่มไม่คาวครับ


"ซูชิปลาแซลมอนเบิร์น" ด้านบนเบิร์นจนสุกแต่ด้านล่างยังดิบอยู่ ราดด้วยซอสหวาน รสชาติกลมกล่อม ปลาแซลมอนให้มาชิ้นใหญ่สะใจมากๆครับ


"ซาชิมิปลาแซลมอน" หนึ่งจานให้มาหลายชิ้น ปลาสีสวยลายสวย สดไม่มีกลิ่นคาวเลยครับ


"มากิไข่ปลาบิน" ไข่ปลาบินนี่เม็ดจะใหญ่กว่าไข่กุ้งนะครับ รสชาติเค็มๆมันๆ ทานเข้าไปแล้วได้กลิ่นหอมของทะเลครับ
ส่วนซ้ายล่างเป็น "มากิเอ็นหอยเชลล์" ครับ เห็นตอนแรกนึกว่าแมงกระพรุนแต่ไม่ใช่นะครับ
เนื้อหนุบหนับกว่าแมงกระพรุนเยอะครับ หมักด้วยน้ำมันงา รสชาติเผ็ดนิดๆครับ

ลองส่องของลูกค้าท่านอื่น จัดกลับบ้านกันเต็มกล่องครับ

หรือถ้าจะทานที่ร้านเลยก็มีที่ให้นั่งทานสบายๆนะครับ บอกกับคนที่ร้านได้เลยว่าทานที่นี่ เค้าจะให้จานมาเลือกซูชิครับ มีตะเกียบกับถ้วยโชยุให้พร้อม


เพิ่งมาเสิร์ฟใหม่ๆเลยครับ "แคลิฟอเนียแซลมอน" ชิ้นละ 20 บาท คุ้มค่ามากๆ

...ลอตนี้ขอจัดของชอบมาเยอะๆหน่อย


...เกือบลืม"ไข่หวานแซนวิช" พระเอกเจ้าเก่ามาเลยรอบนี้



จัดมาเต็มจานเลย ของชอบหนักๆเน้นๆ ฟินสะใจกันไปครับ


"แซลมอนโรล" ส่วนตัวคิดว่าคุ้มค่ามากๆในราคา 20 บาท เพราะตัวมากิเองก็อร่อยอยู่แล้ว แล้วยังเพิ่มเนื้อปลาแซลมอนชิ้นหนามาด้านบนอีก
อลังการมากๆครับชิ้นนี้



ของชอบของหลายๆคน เมนูแนะนำประจำร้านเลยครับ "ไข่หวานแซนวิชไข่หวานม้วน ด้านในเป็นไส้ไข่กุ้งมายองเนส คุณหนูๆต้องชอบแน่ๆครับ


"ซูชิหน้าปลาแซลมอน" ปลาชิ้นใหญ่แทบมองไม่เห็นข้าวเลยครับ



"ซูชิท้องปลาแซลมอนเบิร์น" เต็มๆเน้นๆ ให้เห็นความมันของเนื้อปลา แต่ไม่เลี่ยนนะครับชิ้นนี้ รสชาติเข้มข้นครับ



ทานไปส่องไปก็เห็นลูกค้ามาไม่ขาดสายจริงๆครับ


ด้านในกำลังเบิร์นเนื้อปลากันถาดใหญ่ๆเลยครับ กลิ่นหอมโชยมาถึงหน้าร้านเลยครับ






ห่อกลับไปอีกสองเซตใหญ่ครับ ฟินยันที่บ้านเลย



ฟินๆกันไปสำหรับซูชิอร่อยๆคุณภาพดีราคาสุดจะคุ้มค่าอีกมื้อแถมยังห่อกลับไปให้ที่บ้านได้ฟินกันอีกในราคาที่ดีกว่าไปกินบุฟเฟ่ต์
ตามห้างอีกนะครับ คุณภาพวัตถุดิบก็เผลอๆดีกว่าหลายร้านด้วยซ้ำไปครับในราคาแค่นี้ ใครยังไม่เคยลองผ่านไปหรืออยู่แถวนั้นต้องไปลองให้ได้ครับ
เพื่อนพี่น้องที่สนใจหาร้านไม่เจอยังไงลองติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่เพจของทางร้านเค้าดูนะครับ 
(ก่อนร้านเปิดนะครับร้านเปิดละพี่เค้าไม่ว่างรับแน่ๆเลย)

เจอกันโอกาสหน้าครับ



Create Date : 29 กรกฎาคม 2559
Last Update : 30 กรกฎาคม 2559 2:07:08 น.
Counter : 591 Pageviews.
3 comment
(Review) สุดยอดร้านอาหาร "ทะเลทิพ" Seafood เปิดใหม่ ย่านรังสิต คลอง4 มากี่ครั้งก็ติดใจ
ชื่อร้าน : ร้านทะเลทิพ คลอง 4 ธัญบุรี
รายการอาหาร : อาหารไทย , อาหารจีน , อาหารทะเล
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 12.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 130/13 หมู่ 1 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทมุธานี 12150, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 13° 59' 23.19"N 100° 41' 5.46"E





สวัสดีครับพี่น้องชาว Bloggang

พักนี้ฝนตกสลับแดดแรงมากมายวัดดวงกันไปมากครับ
ขอกลับมาเขียน Review ร้านที่เพิ่งไปมาไม่นาน...เพิ่มเติมคือติดใจครับ
กับ... ร้านทะเลทิพ รังสิต คลอง4 ร้านซีฟู้ดเด็ดดวงที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ...
ไปแวะและสั่งเมนูที่ยังไม่ได้ลองทานเพิ่มเติมอีกครับ


รอบนี้มาค่ำเลยครับ ท่านที่ยังไม่เคยอ่านที่เคยรีวิวไปแล้วก็ ร้านตั้งอยู่ที่พิกัด 13.989775, 100.684850 เช่นเดิม..เพิ่มเติมคือป้ายปากซอยใหม่แหะ


ฝนก็ตกปรอยๆ แต่ไม่ใช่ปัญหาไปลุยให้แน่นพุงกันเลยดีกว่าครับ


ถ้าตอนกลางวันผ่านๆ นี่นึกว่าเรือนไทยโมเดิลสวยงามหลังนึงแต่กลางคืนเปิดไฟแล้ว โอเคเลยครับจากรอบที่แล้ว


เหมือนรอบที่แล้วลืมถ่ายเมนู รอบนี้ถ่ายเป็นไกด์ไลน์ให้เพื่อนๆ ซะหน่อยดีกว่าครับ






น่าทานทั้งนั้นเลยครับไม่ไหวแล้วสั่งเลยดีกว่า...


สั่งเสร็จก็ซนไปขอถ่ายรูปในครัวครับ แวะดูตู้ที่ทางร้านใช้เกลือวิทยาศาสตร์ผสมทิ้งไว้นานมากๆจนใสปิ๊งแล้วจึงนำไปใช้กับวัตถุดิบอีกทีครับ


ไปถึงเห็นออเหอร์โต๊ะผมพอดีครับแอบสปอยซะหน่อยเลย ครัวที่นี่ออเดอร์มาปุ๊บเชฟแต่ละท่านก็มีหน้าที่ทำแต่ละอย่างเป็นระบบมากๆ
บรรยากาศดูในคลิปที่แนบไว้ด้านบนได้ครับ


ทายถูกไหมครับ ทางเชฟกำลังเตรียมเมนู "หอยเชลล์อบชีส" นั่นน๊ะเองครับบบบ


แปบเดียว.. ก็มาโรยผงปาปริก้าปิดจ็อบ อูยยยอยากจะขอหยิบซ๊วบตรงนั้นเลย เพื่อมารยาทที่ดีเจอกันที่โต๊ะนะจ๊ะ TTwTT


กระทะทองเหลืองนี้ก็น่าจะกำลังทอดปลากดคังหั่นอยู่ครับ


กระทะใกล้ๆก็กำลังทอดเผือกหอมหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หอมมากๆครับครัวที่นี่ออดเดอร์มาปุ๊บเชฟแต่ละคนแยกย้ายกันทำหน้าที่เป๊ะๆ




แปบเดียวปลากดคังก็เหลือกรอบน่าทานสุดละครับฝีมือจริงๆแต่ละท่าน


ส่วนอันนี้คือกระบอกใส่สับปะรดเชื่อมครับดูน่าสนใจดีมากๆครับ ใช้ในเมนูแมงดาเผาที่สั่งไปครับ


คุณทิพเจ้าของร้านอยู่พอดีโชว์โขลกน้ำพริกสไตล์ออริจินัลโชว์ด้วยครับ

เนื่องจากร้านนี้เคยมาแล้วรูปบรรยากาศไม่ได้ถ่ายมากครับเนื่องจากลูกค้าเต็มเหือบทุกโต๊ะเลยแอบเกรงใจ และเน้นถ่ายคลิปซธมากกว่า
เลยขอวารปมาที่อาหารอย่างไวเลยนะครับ...


เมนูแรกจัดหนักเลยครับ "แมงดาเผา" ราคา 380 บาท แมงดาทะเลตัวใหญ่ จากแหล่งแมงดาทะเลที่ดีที่สุดในประเทศไทย 


นำไปนึ่งก่อนเพื่อให้ไข่ด้านในสุก แล้วนำไปเผาอีกครั้งเพื่อไล่น้ำในตัวแมงดาออกให้หมด จะทำให้ได้รสชาติที่ดีครับ

ตัวน้ำยำมะม่วงไม่ใช้น้ำมะนาวนะครับ แต่ใช้น้ำเชื่อมสับปะรด จึงได้รสชาติหวานกลมกล่อมจากสับปะรด ตักไข่แมงดา แล้วราด...
ตามด้วยน้ำยำมะม่วง ตัวไข่เป็นสีส้ม รสสัมผัสหนึบหนับ เพลินมากๆครับจานนี้ผมนี่กินได้เป็นชั่วโมงเลยคุ้มค่าโครตๆ หยุดไม่ได้...


ถัดมาก็คือ "หอยเชลล์อบชีส" เมนูใหม่จากทางร้านครับ ราคา 200 บาท! แมงดาก็ว่าคุ้มแล้ว...นี่ราคาลงถูกรึเปล่านิฝาละ40เองหรอ


ทางร้านนำหอยเชลล์ขนาดใหญ่พิเศษมาทำการปรุงรส โรยด้วยชีสที่นำเข้าเป็นพิเศษ แล้วอบจนสุก ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยผงปาปริก้า



เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ทานร้อนๆอร่อยมากครับ ชีสยืดๆหอมๆ หอยก็สดไม่คาว ราคานี้เบิ้ลก็เพลินครับ จุใจเลยทีเดียว


และเมนูนี้ก็คือ "หัวปลาต้มเผือก" มาถึงเมนูสไตล์จีนกันบ้าง หัวปลาต้มเผือกของร้านทะเลทิพ ใช้หัวปลากะพงไซส์ใหญ่ครับ 


นำไปทอดจนเหลืองกรอบ พักไว้ แล้วนำเผือกหอมหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ทอดจนกรอบเกรียม พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วเริ่มทำน้ำซุป 
โดยใช้ซุปสูตรเด็ด ใส่หัวปลาทอดกรอบกับเผือกหอมลงไป ตามด้วยเห็ดหอม ปรุงรสเล็กน้อย ก่อนตบท้ายด้วยใบหอมที่คั่วจนเกรียม 

เมื่อนำลงน้ำซุปแล้วจะช่วยส่งกลิ่นหอมมากขึ้น เมนูนี้รสชาติเค็มหวานกลมกล่อม ซดน้ำเปล่าๆว่าอร่อยแล้ว 
แต่ทางร้านแนะนำให้ลองผสมกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษด้วยครับ จะช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม ซึ่งผมลองแล้วก็เป็นดังว่าจริงๆครับ


และน่าท๊านน่าทาน "กรรเชียงปู" ราคา 250 บาทครับ กรรเชียงปูม้าสด ที่ทางร้านรับประกันความสดใหม่ นำไปนึ่งจนสุก 


ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด กรรเชียงสดมากจริงๆครับ เนื้อมาเป็นก้อนใหญ่ๆ สดหวาน แกะเปลือกง่ายครับ


เมนูนี้ คือ "ปลากดคังผัดพริกเกลือ" ครับ ทางร้านปลากดคังหั่นชิ้นพอดีคำ ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง แล้วนำมาผัดกับพริกขี้หนูที่ตำมาละเอียด 


จานนี้รสชาติเผ็ดร้อน เหมาะเป็นกับแกล้ม หรือทานกับข้าวผัดก็อร่อยนะครับ ปลากดคังเนื้อแน่นไม่คาวเลย พริกที่ผัดมาหอมๆ
ยิ่งส่งกลิ่นและทำให้รสชาติดีขึ้นด้วยครับ จานนี้ชมกันหลายคนเลยครับแต่ส่วนตัวทานนิดกลัวเผ็ดแต่อร่อยจริงๆครับยอม


"ข้าวผัดรวมทะเลไซส์กลาง" ราคา 180 บาท คราวที่แล้วได้ชิมข้าวผัดปู รอบนี้ขอลองเป็นข้าวผัดรวมทะเลบ้างครับ 


มาในจานไซส์กลางเหมือนเดิม ข้าวผัดได้หอมอร่อยตามมาตรฐาน กุ้ง ปลาหมึกมาเป็นชิ้นใหญ่  และยังมีเนื้อปูรวมไปถึงไข่ปูด้วยครับ 
คุ้มค่ามากๆจานนี้


ทีเด็ดครับ "ต้มยำเมรีขี้เมา" ชื่อแปลกมากๆสำหรับเมนูนี้ เป็นต้มยำปลาทับทิมครับ โดยนำปลาทับทิมหั่นชิ้นพอดีคำ ทอดจนกรอบหอม 


แล้วนำใส่ในน้ำต้มยำสูตรเด็ด เพิ่มเห็นออเรนจิเพื่อความอร่อย ต้มยำของร้านทะเลทิพรสชาติกลมกล่อมมากๆ เปรี้ยวเค็มเผ็ดครบรสครับ 


ชิ้นปลาทับทิมทานตอนกรอบๆก็อร่อย หรือปล่อยให้ปลาดูดน้ำต้มยำจนชุ่มก็ได้รสชาติไปอีกแบบครับ อร่อยมากชอบสุดๆเลยครับ






จบไปอีกมื้อครับกับซีฟู๊ดมื้อใหญ่ อาหารทะเลที่นี่เด็ดจัดเต็มเชฟก็เก่ง ทางร้านใส่ใจลูกค้ามากๆครับราคาก็คุ้มค่ามากๆ
ผมอยู่ไกลๆมากๆรอบนี้ตั้งใจมาทานอีกรอบเลยไม่มีผิดหวังสักนิดเดียวครับฟินมาก ใครอยู่แถวนั้นยังไม่ได้ไปลอง
หรือจะมุ่งหน้าไปร้านทะเลทิำตรงๆก็ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ยังไงลองติดต่อสอบถามข้อมูลทางเพจของร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณสำหรับผู้ที่เข้ามาอื่นและCommentครับ








Create Date : 12 กรกฎาคม 2559
Last Update : 12 กรกฎาคม 2559 4:31:59 น.
Counter : 841 Pageviews.
2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  
BlogGang Popular Award#12



akuchan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



Group Blog
All Blog