Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
22 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
MGT 3201 บทที่ 1 การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน

บทที่ 1

แนวความคิดในการพัฒนาตนเอง
ความหมายของการพัฒนาตนเอง
• เป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ความเฉลียวฉลาด สติปัญญาเพื่อให้มีความก้าวหน้าในชีวิตส่วนตัวและการงาน ให้ชีวิตมีความหมายและความพึงพอใจ อาจจะพัฒนาด้วยตนเอง หรือมีคนอื่นกระตุ้นจูงใจ ให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนา
ความหมายของการพัฒนาตนเอง(สรุป)
• การพัฒนาตนเองเป็นการปรับปรุงตนเองให้เข้าได้กับความเปลี่ยนแปลงทางสถานการณ์ สภาพแวดล้อม สังคมและการทำงาน
“คนที่ก้าวหน้ามักเกิดจากการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง”
การรู้จักตนเอง ความแตกต่างของคน
– พันธุกรรม (สูง ต่ำ ดำ ขาว)
– สภาพแวดล้อม (ค่านิยม ความเชื่อ การอบรมเลี้ยงดู การศึกษาจากโรงเรียน กลุ่มเพื่อน อิทธิพลทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ศาสนา กฎเกณฑ์ทางสังคม)

การพัฒนาตนเกิดจากการรู้จักตนเอง หมายถึง
• การเข้าใจตนเอง
• รู้จักอุปนิสัยของตนเอง
• มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
• ควบคุมความรู้สึกตนเอง
• หมั่นสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

เส้นทางอาชีพ
• วางแผนชีวิตของตัวเอง
• ตั้งเป้าหมาย ไปสู่จุดหมายสูงสุดที่ตนต้องการเป็น
แนวคิดและหลักการพัฒนาตนเอง
• ความจำเป็น 5 ด้านในการพัฒนาตนเอง
– ด้านความรู้ (Knowledge)
– ด้านวิธีทำ (Skill)
– ความสามารถด้านสติปัญญา (Emotional)
– ด้านทักษะสัมพันธ์กับผู้คน (Human Relationship)
– ด้านทัศนคติ (Attitude)
พัฒนาตนเองด้านความรู้
 ด้านความรู้ทั่วไป (สิ่งที่เป็นไปในโลกนี้)
 ความรู้ในสิ่งแวดล้อมของวงการ
 ความรู้ในหน้าที่การงาน
EX:
 การเข้าร่วมประชุมหรือเข้ารับการฝึกอบรม
 การร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
 การศึกษาต่อหรือเพิ่มเติมจากสถาบันการศึกษา
 การเป็นผู้แทนในการประชุมต่าง ๆ
 การจัดทำโครงการพิเศษ
 การปฏิบัติงานแทนหัวหน้างาน
 การค้นคว้าหรือวิจัย
 การศึกษาดูงาน

พัฒนาตนเองด้านวิธีทำ หรือทักษะ (Skill)
• ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ :รู้จักใช้โปรแกรมที่ต้องใช้งาน เช่น Word, Excel
• ทักษะด้านการศึกษา :วิจัย ค้นคว้าหาความรู้ และวิธีแก้ปัญหา
• ทักษะด้านภาษา :ภาษาอังกฤษ จีน เยอรมัน
ความสามารถด้านสติปัญญา(Emotional)
 การแก้ไขปัญหา : หาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล
 ความสามารถในการวิเคราะห์ : รู้วิธีแยกแยะสิ่งต่างๆ
 การวางแผนและการมอบหมายงาน : มองไปข้างหน้า ให้ผู้อื่นทำงานแทน
ด้านทักษะสัมพันธ์กับผู้คน (Human Relationship)
• ทักษะการสื่อสาร : สื่อสารแบบภาษาและภาษากาย
• รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา : รู้จักเห็นใจคนอื่น
• ความสามารถในการจูงใจ : เชิญชวนให้คนอื่นเห็นด้วยกับความคิดของตน
• สร้างเครือข่าย : สามารถรู้จักติดต่อกับคนทั้งในและ นอกองค์กร
ด้านทัศนคติ(Attitude)
 ความเชื่อมั่นในตัวเอง
 คิดด้านบวก
 ทำงานเชิงรุก (ทำงานโดยไม่ต้องมีคนบอก)
 ฟื้นตัวได้เร็ว (เข้มแข็งทางด้านอารมณ์)
 มีความยืดหยุ่น (มีจิตใจเปิดกว้าง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง)
 มีการมุ่งเน้น จริงจัง
 มีวิสัยทัศน์ (มองไปข้างหน้า)
ความรู้และทักษะในการทำงาน
– ทักษะทางด้านเทคนิคและวิชาชีพ : อาชีพที่เชี่ยวชาญ
– ทักษะด้านองค์กร : ทักษะการบริหาร 4 ด้าน Balanced scorecard
– ด้านการตลาดการและบริการลูกค้า
– ด้านการเงิน
– ด้านความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ
– ด้านการบริหารคน
– ทักษะส่วนตัว : ความสามารถในการใช้ทักษะเทคนิควิชาชีพ สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเพื่อให้การทำงานงานประสบความสำเร็จ
แนวคิดและหลักการพัฒนาตนเอง

• พัฒนาตนเองตามงานคุณภาพ 7 ประการ (Kanter,1989)
– ความสามารถในการปฏิบัติงาน
– ความสามารถในการแข่งขัน
– มีมาตรฐานด้านจริยธรรมสูง
– อ่อนน้อมถ่อมตน
– มุ่งเน้นกระบวนการ
– มีความสามารถทั้งด้านวิชาการและปฏิบัติการ
– “ความสามารถ”มีคุณค่าในด้านความพึงพอใจ มากกว่าตำแหน่ง

• ทักษะการประกอบการ 8 ประการ (Guirdham & tyler,1992)
– การจัดการตนเอง
– เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
– แสวงหาแหล่งความรู้
– วางแผนและตัดสินใจ
– รับรู้ สร้างสรรค์ ประเมินโอกาสและให้โอกาส
– สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้อื่น
– การเปลี่ยนแปลง
– ทักษะระหว่างบุคคล

การพัฒนาตนเอง 30 รายการ
• อนามัยดี
• มีใจสงบ
• มีใจเบิกบาน
• ตั้งจุดมุ่งหวังของชีวิต
• เป็นผู้มีความหวัง
• มีสมาธิ
• มีความกล้าหาญ
• มีเทคนิควิธีการทำงาน
• มีระเบียบ
• มีความไตร่ตรอง
• รู้จักสังเกต
• มีสติสัมปชัญญะ
• มองคนอื่นในแง่ดี
• ทำตนให้เป็นที่ต้องใจของผู้อื่น
• รู้จักกาลเทศะ

สำรวจตัวเอง และฝึกปฏิบัติทุกวัน
• สร้างความคิดด้านบวก
• ตั้งเป้าหมายที่แน่ชัด
• เชื่อในตนเองและคนอื่น
• กระทำอย่างไม่เห็นแก่ตัว
• แบ่งเวลาอย่างเหมาะสม
• ปล่อยเวลาให้เหตุการณ์คลี่คลายเอง
• ให้ “เวลานอก”แก่ตนเองบ้างเพื่อคิด
• พักผ่อน ผ่อนคลาย ทำสมาธิ
• ใช้การเห็นภาพเพื่อความคิดที่แน่วแน่
• สังเกตเรียนรู้จากเรื่องราวของโลก
• ทำงานร่วมมือกัน
• พิจารณาผลกระทบจากการพูด หรืการกระทำ
• คิดหน้าให้คิดหลัง คิดหลังให้คิดหน้า
• ทำสิ่งที่ คิดใคร่ครวญแล้วว่าถูกต้องที่สุด
• ลดการพึ่งยา พึ่งสิ่งกระตุ้นทั้งปวง
• เชื่อในอำนาจ การปกปักรักษาของความคิดด้านบวก
• ออกกำลังกายในแวดล้อมธรรมชาติ
• คิดใหญ่ให้คิดเล็ก คิดเล็กให้คิดใหญ่
• ธำรงรักษาท่าทีที่ยืดหยุ่นของเส้นทางการพัฒนาตนเอง
• ดัดแปลงแผน เพื่อรักษาความก้าวหน้า
• “คิด พูด ทำ” ในเรื่องที่เป็นจริง ให้ความเป็นธรรม และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อทุกฝ่าย


พฤติกรรม (Behavior)
• หมายถึง การกระทำ ของบุคคลในทุกลักษณะ ทั้งที่เป็นโดยธรรมชาติทางสรีระและที่จงใจกระทำ ซึ่งอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว และ เป็นการกระทำที่สังเกตได้โดยอาจใช้ประสาทสัมผัสธรรมดาหรือใช้เครื่องมือช่วยการสังเกต
องค์ประกอบของพฤติกรรม
1. มิติด้านความรู้สึก
• อารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์
• การจูงใจ
• ความเชื่อ ค่านิยม เจตคติ
2. มิติด้านพฤติกรรม
• ความหมายของพฤติกรรม
• ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรม
3. มิติด้านความคิด
• ความรู้สึก สัมผัส
• การรับรู้ เรียนรู้
• เชาว์ปัญญา
• การคิด

ประเภทของพฤติกรรม
1.พฤติกรรมภายนอก (overt behavior) เป็นพฤติกรรมที่สังเกตได้โดยชัดเจนแยกได้อีกเป็น 2 ชนิดคือ
• พฤติกรรมที่สังเกตได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วย เช่น การพูด การหัวเราะ การร้องไห้ การเคลื่อนไหวของร่างกาย หรือแม้แต่การเต้นของหัวใจ ซึ่งผู้อื่นสังเกตได้โดยอาศัยประสาทสัมผัส
• พฤติกรรมที่ต้องใช้เครื่องมือหรือการวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีหรือปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด การทำงานของกระเพาะอาหารและ ลำไส้ ซึ่งไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือประสาทสัมผัสเปล่า
2. พฤติกรรมภายในหรือ “ ความในใจ” (covert behavior) เป็นพฤติกรรมที่เจ้าตัวเท่า นั้นจึงจะรู้ดี ถ้าไม่บอกใคร ไม่แสดงออกก็ไม่มีใครรู้ได้ เช่น การจำ การรับรู้ การ เข้าใจ การได้กลิ่น การได้ยิน การฝัน การหิว การโกรธ ความคิด การตัดสินใจ จินตนาการ พฤติกรรมเหล่านี้ อาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกาย เช่น ขณะใช้ความคิดคลื่นสมองทำงานมาก หรือขณะโกรธปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดมีมาก ซึ่งวัดได้โดยเครื่องมือ แต่ก็ไม่มีใครรู้ละเอียดลงไปได้ว่าเขาคิดอะไร หรือ เขารู้สึกอย่างไร คนรู้ละเอียดคือเจ้าของพฤติกรรมนั้น

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะคือ

1. การปรับเปลี่ยนทางด้านของสรีระร่างกาย เช่น การปรับปรุงบุคลิกภาพ การแต่งกาย การพูด
2. การปรับเปลี่ยนทางด้านอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด ให้มีความสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น ปรับอารมณ์ความรู้สึก ให้สอดคล้องกับบุคคอื่น รู้จักการยอมรับผิด
3. การปรับเปลี่ยนทางด้านสติปัญญา เช่น การศึกษาค้นคว้าเพื่อให้มีความรู้ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ การมีความคิดเห็นคล้อยตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่
4. การปรับเปลี่ยนอุดมคติ หมายถึง การสามารถปรับเปลี่ยนหลักการ แนวทางบางส่วนบางตอนเพื่อให้เข้ากับสังคมส่วนใหญ่ได้ โดยพิจารณาจากความจำเป็น และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นประโยชน์แก่ตนเอง เพื่อสวัสดิภาพของตนเองและของกลุ่ม

ทัศนคติ (Attitude)
• ทัศนคติ คือแนวทางที่เราคิดรู้สึก หรือมีท่าทีที่จะกระทำต่อบางสิ่งบางอย่างในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เช่น ทัศนคติต่อร้านค้าปลีก ทัศนคติต่อผลิตภัณฑ์ หรือทัศนคติต่อรายการโทรทัศน์ เป็นต้น โดยทัศนคติจะแสดงให้เห็นถึงทิศทางความรู้สึกต่อสิ่งเหล่านี่ว่าเรามีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งอาจรู้สึกในทางบวกหรือทางลบ ชอบ หรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดี พอใจหรือไม่พอใจ เป็นต้น

ส่วนประกอบที่สำคัญ ที่ทำให้ทัศนคติแตกต่างกัน
1.ส่วนของความเข้าใจ คือ เป็นส่วนที่เป็นความเชื่อ ความคิดเห็น ความรู้ หรือข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่แต่ละคนนั้นมีอยู่ ซึ่งความชอบหรือไม่ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ส่วนหนึ่งย่อมเกิดมาจากความเข้าใจที่แต่ละคนมี
2.ส่วนของความรู้สึก คือส่วนของอารมณ์ความรู้สึกซึ่งเป็นทัศนคติส่วนบุคคล
3.ส่วนของพฤติกรรม คือส่วนของความตั้งใจที่จะปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับทัศนคติหรือความรู้สึกที่มีอยู่

ความคิดเชิงบวก
ความหมายความคิดเชิงบวก
• ความคิด/คิดที่จะทำในเชิงสร้างสรรค์
• คิดในทางที่ดี มีประโยชน์และหวังผลสำเร็จ
• การคิดแต่สิ่งดีๆมองโลกในแง่ดีและปฏิบัติดี
• การมองปัญหาที่เกิดขึ้นในทางสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความรู้สึกด้านดี
• มุมมองหรือการมองแบบมีเหตุมีผลทราบถึงเหตุที่ทำให้เป็นอย่างนั้น

ปัจจัยที่ส่งเสริมความคิดเชิงบวก สรุปเป็น 3 กลุ่มคือ
1. ทัศนคติ(Attitude) รู้สึกดีกับงานที่ทำ เพื่อนร่วมงาน องค์กร ลูกค้า คู่แข่ง(การร่วมมือภายใต้การแข่งขัน)
2. ความรู้ (Cognition) การคิดโดยใช้ความรู้เป็นพื้นฐาน ทำให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่า
3. ปัจจัยส่งเสริม(Motivation Factor) เป้าหมาย ความสำเร็จ สะท้อนกลับสิ่งที่ดี สิ่งแวดล้อม

ทัศนคติมีผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงาน

ทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน(Positive Attitude)

คุณลักษณะของนักคิดเชิงบวก...ความเชื่อ
• เชื่อว่าเราทำได้ เราก็ทำได้
• เชื่อมั่นต่อผู้อื่น
• เชื่อมั่นในการกระทำ ว่าจะก่อผลลัพธ์ที่ดี
• เชื่อมั่นว่า สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

คุณลักษณะของนักคิดเชิงบวก ความกระตือรือร้น...
o แรงปรารถนาในการทำงานอย่างแรงกล้า
o กระตุ้นพลังในตัวเองได้ด้วยตัวเอง
o ไล่ตามเป้าหมาย อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

คุณลักษณะของนักคิดเชิงบวก ความกล้าหาญ...
o เอาชนะความกลัวด้วยการลงมือทำทันที
o กล้าทำในสิ่งที่กลัว
o ความเต็มใจในการลองเสี่ยง
o แปลความล้มเหลวเป็นประสบการณ์

คุณลักษณะของนักคิดเชิงบวก มองโลกในแง่ดี...
• คาดหวังว่าจะเกิดสิ่งที่ดีแม้ตกอยู่ในความลำบาก
• คาดหวังว่าจะชนะงานที่ท้าทายไปได้
• คาดหวังว่าผู้คนที่เกี่ยวข้องเป็นคนดี
• คาดหวังว่าคิดดี ทำดี แล้วจะได้ดี

ปฏิบัติการด้านทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน

ทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน(Positive Attitude)
o คิด “คำคมประจำวัน” ไว้ที่โต๊ะทำงาน
o ใช้ภาษาของทัศนคติในทางบวก
o เต็มใจที่จะทำอะไร เพื่อผู้อื่นโดยไม่คาดหวังผลใด ๆ
o เป็นแบบอย่างที่ดีให้คนอื่นปฏิบัติตาม
o อย่าร่วมวง วิจารณ์ นินทาและต่อว่าผู้อื่น
o หาทางแก้ปัญหา มากกว่าบน และเลิกโอดครวญ

การบำรุงรักษาทัศนคติเชิงบวกให้มั่นคง
• อ่านเรื่องที่เป็นบวกทุกเช้า
• คิดเรื่องการคิดในทางบวกทุกเช้า
• พูดสิ่งที่เป็นบวกทุก ๆ เช้า
• เลือกการกระทำแบบทัศนคติในทางบวก
• ทดสอบทัศนคติโดยการ เอาชนะทัศนคติเชิงลบของคุณ




Create Date : 22 มิถุนายน 2552
Last Update : 19 กันยายน 2552 17:02:36 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Benjawan_B
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




วิทยากร, ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRM & HRD), การบริหารความเสี่ยงองค์กร, การจัดการมาตรฐานแรงงาน, กฎหมายแรงงาน,เขียนหนังสือและบทความ
New Comments
Friends' blogs
[Add Benjawan_B's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.