Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
12 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
HRM 2102 บทที่ 8 การได้มาซึ่งบุคลากรภาครัฐ

การสรรหาบุคลากรภาครัฐ•
บรรจุแต่งตั้งบุคคลให้สมกับงาน
• กำหนดค่าตอบแทนตามค่าของงาน ตีราคาตำแหน่งงานโดยถือหน้าที่และความรับผิดชอบของงานเป็นหลัก
• กำหนดตำแหน่งข้าราชการเป็น 3 ประเภท ตำแหน่งประเภททั่วไป/ วิชาชีพเฉพาะ/ บริหารระดับสูงหรือระดับกลาง
• กำหนดระดับตำแหน่ง 11 ระดับ
• กำหนดชื่อตำแหน่ง
• นักบริหาร ตามก.ม.ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เช่นปลัดกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี ผ.อ.กอง เลขานุการกรม
• เจ้าพนักงานปกครอง ชื่อตามกรมเจ้าสังกัด เช่น นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด

การดำเนินการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเพื่อบรรจุเข้ารับราชการที่ผ่านมา

1.นโยบายการสรรหาและคัดเลือก
แบบแนวดิ่ง (vertical entry)
• บรรจุบุคคล เริ่มจากระดับต่ำสุด ของแต่ละสายงาน
• เน้นการเติบโตภายใน เลื่อนตำแหน่งโดยแต่งตั้งบุคคากรภายในของตนเอง

2. ประเภทของการสรรหาบุคลากร
การสรรหาภายใน (Recruitment from inside)
– สอบเลื่อนขั้น (promotion)
การสรรหาภายนอก (Recruitment from outside)
– สอบแข่งขัน

การสรรหาข้าราชการ
• มีสัญชาติไทย
• อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
• เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
• ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
• ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ จิตฟั่นเฟื่อนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฏ ก.พ.
• ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
• ไม่เป็นผู้ที่บกพร่องในศีลธรรม จนเป็นที่รังเกียจของสังคม
• ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
• ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
• ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกเพราะการกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดละหุโทษ
• ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
• ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก ไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามกฏหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฏหมายอื่น
• ไม่เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ

การสอบแข่งขัน
– ภาคความรู้ความสารถทั่วไป(ภาค ก.)
– ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.)
– ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)
– ทดลองปฏิบัติราชการ
การสอบแข่งขันในแต่ละภาคจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 60% ขึ้นไป

บรรจุแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้นตามลำดับที่ ในบัญชีที่สอบแข่งขัน ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง จะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น
• ก.พ.จะเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเอง หรือจะมอบหมายให้องค์การ ส่วนราชการใดเป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้
• หลักสูตร วิธีการสอบ และวิธีดำเนินการ เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชีผู้สอบ การนำบัญชีรายชื่อผู้สอบได้ ให้เป็นไปตามที่ก.พ.กำหนด
• ผู้สอบได้ถ้าขาดคุณสมบัติทั่วไป และไม่ได้รับการยกเว้น จะบรรจุไม่ได้
• การคัดเลือกบรรจุบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ความชำนาญสูงในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน

4.กระแสใหม่ในการสรรหาและคัดเลือก แนวทางใหม่จากประเทศตะวันตก
ความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน คำนึงถึงประสบการณ์ในการทำงานมากกว่าระดับการศึกษา

•E-Recruitment
รวดเร็ว ประหยัด ลงทุนน้อย เข้าถึงประชาชนได้จำนวนมาก
– เข้า http://www. สมัครงานของภาครัฐ (www.usa.jobs.opm.gov หรือของสำนักงาน ก.พ.www.ocsc.go.th)
– ค้นหาตำแหน่งที่ต้องการของผู้สมัคร (ระบุตำแหน่ง โดยไม่คำนึงถึงสถานที่ หรือระบุสถานที่ก่อนว่าต้องการทำงานในจังหวัดใด)
– สร้างประวัติผู้สมัคร (Online Resume Builder) หรือส่งทาง E-mail

•ข้อดี E-Recruitment
– สามารถค้นหาข้อมูลและติดต่อกับผู้สมัครได้อย่างรวดเร็วและประหยัดโดยผ่านทางเครือข่ายระบบ Internet
– เข้าถึงประชาชนได้จำนวนมาก ทำให้ได้รับใบสมัครจำนวนมากเช่นกัน
• ข้อเสีย E-Recruitment
– ต้องกรอกข้อมูลของผู้สมัครให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถเข้าเยี่ยมชมได้
– อาจจะไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ หรือไม่มี Internet

•Walk-in recruitment
ลดระยะเวลาในการสรรหา กรณีที่ต้องการบุคลลากรอย่างเร่งด่วน และมีการแข่งขันสูงสามารถได้คนมาทำงานอย่างรวดเร็ว เน้นเรื่องการสัมภาษณ์ไม่มีการสอบข้อเขียน วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่จบใหม่
• วิธีการสรรหาโดยเปิดบูธ(booth) ตามโรงเรียน หรือสถานที่ที่น่าสนใจ ยื่นประวัติ/ สัมภาษณ์เบื้องต้น/ กรอกใบสมัครเมื่อได้รับคัดเลือกเท่านั้น เช่นตำแหน่ง บุคลากรของกองทัพ

ข้อเสีย Walk-in recruitment
• ผู้สมัครเข้าถึงได้ง่าย ต้องเตรียมการรองรับกับผู้สมัครจำนวนมาก
• ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการผู้มีประสบการณ์ เพราะต้องวัดในเรื่องทักษะ และความชำนาญ


การสรรหา Walk-in recruitment ภาครัฐของไทย
• ผู้ที่จบป.ตรี เกียรตินิยม ได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบภาคความรู้ความสารถทั่วไป(ภาค ก.)และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) เน้นแต่ในเรื่องการสัมภาษณ์เท่านั้น
• ผู้ที่จบป.ตรี/โท สอบผ่าน ภาค ก./ข. จะได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อไว้เพื่อรอเรียก

การสรรหาระบบเปิด (Open entry)
– ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา หากมีความสนใจ มีความรู้ ความสามารถในตำแหน่งก็สมัครได้ เช่น บริษัทนิสสัน มอเตอร์ (ญี่ปุ่น) เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ สำหรับตำแหน่งนักบริหารและวิศวกร
– เปิดโอกาสให้บุคคลภาคเอกชนเข้าทำงานในภาครัฐได้
ข้อเสียคือ วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อาจทำให้เกิดความขัดแย้งภายในองค์การ

การสรรหาระบบเปิด (Open entry) ของภาครัฐ (ก.พ.) หมายถึง การสรรหาข้าราชการที่เปิดกว้าง ทั้งจากภายในและภายนอกระบบราชการ ตามความจำเป็นและลักษณะงาน ทั้งในลักษณะการจ้างงานเพื่อเป็นข้าราชการ และในรูปแบบการจ้างงานพิเศษอื่นๆ โดยเน้นการสรรหาจากผู้ที่มีสมรรถนะความสามารถ ผลงาน และความพร้อมของคุณลักษณะเฉพาะบุคคล โดยมีกระบวนการอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงกับการพัฒนาขีดความสามารถให้เกิดความพร้อมล่วงหน้า

1.แนวคิดพื้นฐานของระบบเปิด
» การยึดหลักสมรรถนะ (Competency-based)
» การเป็นระบบที่เปิดกว้างทั่วไป
2.สาระสำคัญของระบบการสรรหาผู้บังคับบัญชา
– ผู้บริหารระดับสูงระดับ 8 /ผู้อำนวยการกอง /ผู้อำนวยการสำนัก
รูปแบบ ของระบบเปิด
» เปิดกว้างให้บุคคลภายนอกระบบราชการ สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้
» ระบบเปิดทั่วไปในระบบราชการ เปิดโอกาสให้บุคคลที่เป็นราชการก่อน

การสรรหาแนวราบ(Lateral entry)
– เน้นในเรื่องของทักษะ ความชำนาญงาน และประสบการณ์ของผู้สมัครเป็นหลัก
– ประสบการณ์มาก เงินเดือนสูง (มากกว่าตามแนวดิ่ง)

ข้อเสีย : เกิดอคติ ต่อต้านและไม่ยอมรับ เกิดความขัดแย้ง เสียขวัญกำลังใจ
สำหรับประเทศไทย ก.พ.จะใช้คัดเลือกในระดับ 6 ขึ้นไป ในตำแหน่งที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน หรือตำแหน่งที่มีการแข่งขันในตลาดแรงงานสูง

การสรรหาระบบทางด่วน (Fast Stream) หรือ “ระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (Fast Track)”

• High Performance and Potential System (HiPPS) เป็นระบบที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ข้าราชการผู้มีศักยภาพสูงได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยการหล่อหลอมข้าราชการที่มีศักยภาพตั้งแต่แรกบรรจุ ผสมผสานรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลาย เพื่อสร้างข้าราชการที่มีคุณภาพให้พร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำทั้งทางความคิดและการบริหารงานในอนาคต โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ริเริ่มนำระบบนี้มาทดลองใช้

วัตถุประสงค์ของ Fast Stream
 เพื่อดึงดูด รักษา และจูงใจคนเก่ง คนดี มีผลงาน
 เพื่อพัฒนาข้าราชการผู้มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
 เพื่อเตรียมผู้นำซึ่งมีคุณภาพ มากประสบการณ์ในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการเป็นนักบริหารระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ

หลักการของ Fast Stream
• การสรรหาและการประเมินที่เป็นระบบและเข้มข้น มีการแข่งขันสูง
• การแต่งตั้งที่เป็นธรรม ปราศจากการแทรกแซงโดยมิชอบ
• การพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
• สอดคล้องกับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐในภาพรวม
กลุ่มเป้าหมาย
• สำเร็จการศึกษาป.ตรีขึ้นไปโดยได้รับทุนจากรัฐบาล เช่น ทุนเล่าเรียนหลวง/ทุน ก.พ.
• ข้าราชการพลเรือนปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งใช้วุฒิระดับปริญญาที่ผ่านการประเมินและการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด
• ข้าราชการใหม่ที่ได้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ด้วยวิธีการสอบเข้มข้นพิเศษ และต้องมีคุณสมบัติตามที่ ก.พ.กำหนด


การสรรหา
 ผู้บังคับบัญชาระดับต้นและผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป (ผอ.หน่วยงาน)พิจารณาเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติตรง โดยความสมัครใจของผู้นั้นด้วย
 ผู้มีคุณสมบัติตรง สมัครด้วยตนเอง โดยความเห็นของผู้บังคับบัญชา ระดับผู้อำนวยการ

การพ้นจากตำแหน่งผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง
- ข้าราชการที่มีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ที่ก.พ. รวม 4 ครั้ง (4รอบการประเมินใน 2 ปี) อย่างต่อเนื่องให้พ้นจากตำแหน่งผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง และปรับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ให้ย้ายข้าราชการที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินติดต่อกัน 2 ครั้งไปอยู่ในตำแหน่งใหม่ภายใต้ผู้บังคับบัญชาใหม่

บทสรุป
1.ระบบ E-Recruitment
เป็นการสรรหาบุคลากรที่ทำผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์
 มีความรวดเร็วในการบริการ (timeliness)
 ผู้สมัครสามารถเข้าถึงได้ทุกคน (accessibility)
 ให้ข้อแก่ผู้สมัครได้อย่างถูกต้อง (accuracy)
 ผู้สมัครใช้บริการได้ง่าย (simplicity)
 ใช้บริการเวลาใดก็ได้ (continuity)

ข้อจำกัด :
 ความรู้เกี่ยวกับใช้คอมพิวเตอร์ของประชาชนคนไทยยังไม่แพร่หลาย
 แหล่งที่สามารถใช้บริการคอมพิวเตอร์ยังไม่กว้างขวาง ไม่ครอบคลุมทั่วพื้นที่
 สร้างความไม่เท่าเทียมกันในการสมัครเข้าทำงานระหว่างเขตเมือง กับเขตห่างไกลความเจริญ

2.ระบบ walk-in recruitment
 เน้นการสัมภาษณ์ ไม่มีสอบข้อเขียน
 ผู้สมัครที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสมากกว่า

3.ระบบ lateral entry สรรหาแบบแนวราบ
 รัฐได้คนที่มีสมรรถนะตามที่ต้องการ ในช่วงเวลาที่ต้องการ
 การสรรหาจากแหล่งภายนอก อาจทำให้คนในองค์การเกิดการต่อต้าน ไม่ยอมรับ เกิดความขัดแย้งภายในองค์การ เสียขวัญกำลังใจ

4. ระบบ Fast Stream และ Special Track
• พัฒนานักบริหารระดับสูง ระดับผู้นำ
• เปิดโอกาสให้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว เพื่อดึงดูด จูงใจ และรักษาคนเก่งคนดีไว้
• ลักษณะงานมีความยาก ท้าทาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีศักยภาพสูง โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และผ่านการประเมินคัดเลือก




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 19 กันยายน 2552 17:05:49 น. 1 comments
Counter : Pageviews.

 
Thanks ka


โดย: aM IP: 58.10.85.31 วันที่: 6 สิงหาคม 2553 เวลา:16:31:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Benjawan_B
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




วิทยากร, ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRM & HRD), การบริหารความเสี่ยงองค์กร, การจัดการมาตรฐานแรงงาน, กฎหมายแรงงาน,เขียนหนังสือและบทความ
New Comments
Friends' blogs
[Add Benjawan_B's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.