space
space
space
 
กรกฏาคม 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
6 กรกฏาคม 2559
space
space
space

กองทุนชราภาพประกันสังคม: ถึงเวลาปฏิรูป





กองทุนชราภาพประกันสังคม: ถึงเวลาปฏิรูป

วัตถุประสงค์

องทุนชราภาพประกันสังคมเป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดของประกันสังคมและเป็นกองทุนชราภาพขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลประชากรหลังวัยทำงาน โดยให้มีรายได้ที่มั่นคงส่วนหนึ่งเพื่อช่วยดูแลในวันสูงอายุ

เงินบำนาญที่ผู้เกษียณอายุได้นั้นมีส่วนที่มาจากทั้งตนเองออมส่วนที่นายจ้างออมให้ และส่วนที่รัฐบาลออมเพิ่มเติมให้นอกจากนี้กองทุนประกันสังคมยังมีโครงสร้างเป็นกองทุนรวม นำเงินของทุกคนทุกวัยมาบริหารร่วมกันทำให้มีความยืดหยุ่น เช่นหากเงินออมของบางกลุ่มไม่เพียงพอต่อเงินบำนาญเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำก็สามารถนำเงินออมจากกลุ่มที่ได้ผลตอบแทนสูงมาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกันได้

อย่างไรก็ตามเงินบำนาญจากประกันสังคมไม่สามารถทดแทนรายได้ที่ผู้ประกันตนเคยได้ในวัยทำงานได้ทั้งหมดหากท่านใดต้องการมีรายได้ในวัยสูงอายุที่เทียบเท่ากับในวัยทำงานก็ควรมีการออมเงินเพิ่มเติมในส่วนตัวด้วยแต่ก็ควรออมอย่างมีความรอบคอบเพราะการออมในบัญชีรายบุคคลผู้ออมจะต้องรับความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยด้วยตนเอง

วิธีการออมเงิน: กองทุนชราภาพ

ü ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม5%ของเงินเดือน นายจ้าง 5% และ รัฐบาล 2.5%รวม 12.5% โดยที่เงินเดือนในการคำนวณถูกกำหนดเพดานไว้ที่15,000 บาท

ü สมมุติให้ผู้ประกันตนมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า15,000บาท ในการวิเคราะห์ต่อไปนี้

ü ผู้ประกันตนส่งเงินเข้าประกันสังคมเดือนละ750บาท นายจ้างส่ง 750 บาท รัฐบาล 375 บาท รวม 1,875 บาท

ü จากเงินสมทบ12.5%,6% จะส่งเข้ากองทุนชราภาพคิดเป็น 900 บาทต่อเดือนจาก1,875 บาท

ü กล่าวคือผู้ประกันตนส่งเงินให้ประกันสังคมเพียงเดือนละ750บาท แต่ได้รับเงินออมเพื่อวัยชราภาพถึง 900 บาทรวมกับสิทธิประโยชน์อื่นๆอีก 6 กรณี

ü เมื่อผู้ประกันตนอายุครบ55ปี และออกจากการทำงาน

1. หากส่งเงินสมทบไม่ครบ15ปี จะได้รับเงินสมทบคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย

2. หากส่งเงินสมทบครบ15ปี จะได้รับบำนาญที่อัตรา 15% ของเงินเดือนที่ส่งเข้าประกันสังคม5 ปีสุดท้าย ไปตลอดชีวิต

3. หากส่งเงินสมทบเกิน15ปี จะได้เพิ่มอีกปีละ 1.5%

ตัวอย่างการคำนวณเงินบำนาญ

1. นายดำเข้าประกันสังคมตั้งแต่อายุ50ปี เมื่ออายุครบ 55 ปี ออกจากการทำงานจึงขอเข้ารับเงินสมทบชราภาพคืนพร้อมดอกเบี้ย

ความคุ้มค่า:ดอกเบี้ยเกิดจากผลตอบแทนจากการลงทุนของเงินที่ฝากไว้กับกองทุนชราภาพโดยเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ประมาณปีละ 4-5% สูงกว่าการออมเงินฝากธนาคารทั่วไป

2. นางแดงเริ่มเข้าระบบประกันสังคมตั้งแต่อายุ30ปี เมื่ออายุ 55 ปีและออกจากการทำงานจึงขอรับบำนาญประกันสังคม ทำให้นางแดงได้รับเงินบำนาญเดือนละ
15% +1.5%*(30 – 15)* 15,000 = 37.5% * 15,000 = 5,625 บาท

ความคุ่มค่า:นางแดงส่งเงินเข้ากองทุนชราภาพ 25 ปี เดือนละ 900บาท รวมทั้งสิ้น 25*12*900 = 270,000 บาทและได้รับบำนาญเดือนละ 5,625 บาท ซึ่งหากครบ 4 ปีจะรวมมูลค่าได้ 270,000 บาทกล่าวคือหากนางแดงมีอายุต่อไปจนถึง 59 ปีก็รับเงินที่ส่งเข้ากองทุนคืนจนครบทุกบาทและยังจะได้รับบำนาญทุกเดือนต่อไปตลอดชีวิต ฟรี!

3. นายมานะเข้าระบบประกันสังคมตั้งแต่อายุ30ปี ออกจากระบบเมื่ออายุ 35 ปีแล้วกลับเข้ามาใหม่เมื่ออายุ 50 ปี เมื่ออายุครบ 55 ปีจึงมีปีสะสม 5+5 = 10 ปีแต่นายมานะอยากได้รับความคุ้มครองเพื่อความมั่นคงตลอดชีวิต นายมานะคิดว่าหากทำงานต่ออีก5 ปีจนเมื่ออายุ 60 ปีนายมานะค่อยออกจากงานก็จะสามารถรับบำนาญรายเดือนได้ตลอดชีวิต

ความคุ้มค่า:นายมานะมีสองทางเลือก

1) ออกจากงานตั้งแต่อายุ55ปี นายมานะจะได้รับเงินที่ส่งมา 10 ปีคืนคิดเป็น900*12*10 = 108,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย

2) ทำงานต่อจนถึงอายุ60ปี นายมานะจะส่งเงินทั้งหมด 900*12*15 = 162,000 บาท แต่จะได้รับบำนาญ 15%*15,000 = 2,250 บาทต่อเดือนหากนายมานุอยู่ถึงอายุ 67 ปีก็จะรับบำนาญ 7 ปีรวมมูลค่าครบ 162,000 บาท หากอายุยืนกว่า 67ก็จะได้รับเงินบำนาญคุ้มครองต่อเนื่องตลอดชีวิต ฟรี!

แล้วประกันสังคมนำเงินจากไหนมาจ่ายบำนาญฟรี! ที่ผู้ประกันตนได้รับ

1. ผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว(Financial Capital Return)

เนื่องจากผู้ประกันตนออมเงินระยะยาวจึงทำให้กองทุนชราภาพสามารถหาผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวได้ผลตอบแทนสะสมในกองทุนช่วยนำมาจ่ายเงินบำนาญให้ผู้ประกันตนได้นานขึ้น

2. ผลตอบแทนจากทรัพยากรมนุษย์(HumanCapital Return)

กองทุนชราภาพเป็นกองทุนรวมซึ่งนำเงินทุกคนทุกวัยมารวมกันกองทุนจึงมีความยืดหยุ่นในการนำเงินที่ผู้ประกันตนวัยแรงงานสมทบเข้ามาไปจ่ายเป็นเงินบำนาญให้ผู้สูงอายุในวันเกษียณได้ซึ่งหากประชากรวัยแรงงานมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเหมือนในประเทศกำลังพัฒนาจะทำให้มาช่วยเลี้ยงดูประชากรสูงอายุได้เพียงพอ

แต่โลกเราเปลี่ยนไป!

ปัจจุบันระบบบำนาญไทยประสบปัญหาเช่นเดียวกับระบบบำนาญทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจาก

1. สภาพเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปดอกเบี้ยทั่วโลกลดลงส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำลงทำให้กองทุนชราภาพไม่สามารถทำตามเป้าหมายการลงทุนที่เคยกำหนดไว้ได้

2. โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

2.1. ผู้สูงอายุมีอายุยืนมากขึ้นเนื่องจากพัฒนาการของเทคโนโลยีการแพทย์และความเอาใจใส่ด้านสุขภาพของประชากร ทำให้คนอายุยืนและมีเวลาที่ได้รับบำนาญฟรี!นานขึ้น

2.2. ประชากรไทยมีลูกน้อยลงปัจจุบันผู้หญิงไทย 1 คนมีลูกเฉลี่ย 1.6คน ซึ่งจะทำให้ประชากรวัยแรงงานค่อยๆ ลดลงในระยะยาว

ของฟรี!ไม่มีในโลกหากคุณได้รับบำนาญมากกว่าเงินที่คุณออมก็แปลว่าจะต้องไปนำเงินจากกระปุกที่ลูกหลานคุณออมมาจ่ายแต่ด้วยประชากรวัยแรงงานที่ลดลง และประชากรวัยเกษียณอายุที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้วัยแรงงานไม่สามารถนำเงินเดือนของพวกเขาไปจ่ายบำนาญให้กับผู้เกษียณได้เพียงพอเหมือนสมัยก่อน

หากสมาชิกกองทุนบำนาญประกันสังคมไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาตั้งแต่ตอนนี้เงินสมทบที่ผู้ทำงานปัจจุบันส่งอยู่ก็จะถูกนำไปจ่ายให้ผู้สูงอายุเกินกว่าที่พวกเขารับไหวจนเมื่อถึงเวลาที่คนกลุ่มวัยแรงงานปัจจุบันเกษียณอายุ พวกเขาก็จะต้องถูกลดเงินบำนาญลงเนื่องจากกองทุนชราภาพขาดเงินสะสมที่เพียงพอ

แนวทางแก้ไขปัญหา

1. เนื่องจากสภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำลงกองทุนชราภาพจะมีเงินสะสมลดลง การจะทำให้เงินสะสมกลับมาในระดับที่เหมาะสมได้นั้นผู้ร่วมกองทุนก็จำเป็นต้องออมเงินมากขึ้น

2. เนื่องจากสัดส่วนประชากรวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุลดลงอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องมีมาตรการที่ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น

2.1. เพิ่มอายุเกษียณเนื่องจากประชากรมีอายุยืนขึ้นและมีสุขภาพพร้อมที่จะทำงานได้นานขึ้นนอกจากนี้ปัจจัยทางแรงงานยังต้องการแรงงานที่มีประสบการณ์สูง

2.2. เพิ่มประชากรวัยแรงงานด้วยมาตรการภาครัฐเช่น

2.2.1. เพิ่มจำนวนแรงงานไทยโดยสนับสนุนให้คนไทยมีบุตรมากขึ้นโดยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ

2.2.2. เพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติโดยสนับสนุนให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตามการเพิ่มประชากรวัยแรงงานเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องผลักดันโดยนโยบายระดับประเทศอยู่นอกเหนือขอบเขตที่กองทุนชราภาพประกันสังคมจะบริหารจัดการได้

อุปสรรคในการแก้ไขปัญหา

1. สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยให้คนออมเงินมากขึ้นการเพิ่มเงินออมภาคบังคับอาจทำให้ผู้มีรายได้น้อยและชนชั้นกลางขาดสภาพคล่องทางการเงินได้

2. แรงงานมีสภาพสังคมและความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของอายุที่เหมาะสมกับการทำงานบางกลุ่มอาจพร้อมทำงานต่อไปได้ถึงอายุ 60-65 ปีแต่ในทางกลับกันบางกลุ่มคิดว่าอายุเกษียณที่มากกว่า 55 ปีเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรม

ตัวอย่างการแก้ไขปัญหาในต่างประเทศ

1. เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยไม่มีอำนาจในการออมเงินรัฐบาลหลายๆประเทศได้ปฏิรูประบบบำนาญโดยเก็บเงินจากผู้มีรายได้สูงมากกว่าผู้มีรายได้น้อยแต่จ่ายสิทธิประโยชน์เงินบำนาญให้คนทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกันเป็นการกระจายรายได้วิธีหนึ่ง โดยบางประเทศ เช่น สหราชอาณาจัก กำหนดให้ระบบบำนาญเป็นส่วนหนึ่งของระบบภาษี

2. หลายๆประเทศได้กำหนดอายุเกษียนล่วงหน้าก่อนประกาศใช้5-10ปี เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนทางการเงินและการงานได้เหมาะสม

แนวทางสำหรับกองทุนชราภาพประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคมทราบถึงสภาพเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วแต่การแก้ไขปัญหาจะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ประกันตนนั่นคือผู้ออมเงินเพื่อบำนาญเข้าใจถึงปัญหาและพร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาเท่านั้นโดยแนวทางเริ่มต้นที่สามารถทำได้โดยส่งผลกระทบน้อย ได้แก่

1. ขยายเพดานเงินสมทบเพื่อเพิ่มจำนวนเงินออมจากผู้มีรายได้สูงซึ่งจะไม่ทำให้ผู้มีรายได้น้อยต้องออมเงินมากขึ้น โดยอาจนำร่องด้วยการปรับจาก 15,000บาทเป็น 20,000 บาทอย่างไรก็ตามเพดานเงินสมทบควรถูกปรับเป็นประจำทุกๆไม่เกิน 3 ปีตามสถานการณ์ค่าจ้างที่ปรับขึ้น

2. ประกาศเพิ่มอายุเกษียณโดยประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าก่อนบังคับใช้ ค่อยๆปรับจากปัจจุบันที่ 55ปี เป็น 60 ปีในระยะสั้นเพื่อให้ทันกับประเทศเพื่อนบ้านและในระยะยาว (50 ปีข้างหน้า) ก็ควรกำหนดแผนทยอยปรับให้ถึง65 ปีเพื่อให้ทันกับประเทศที่มีโครงสร้างประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทย

อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหากองทุนชราภาพได้100%ซึ่งหากเงินออมสะสมไม่เพียงพอต่อเงินบำนาญก็จำเป็นต้องลดเงินบำนาญหรืออาจต้องนำเงินภาษีมารับภาระแทน

ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงแนวทางอื่นๆด้วยซึ่งอาจส่งผลกระทบมากทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจำเป็นต้องมีการสอบถามความคิดเห็นจากผู้มีส่วนร่วมออมเงินทุกฝ่ายก่อนจะดำเนินการได้เช่น

1. การเพิ่มอัตราเงินสมทบ

2. การปรับสูตรเงินบำนาญเช่น จาก 5 ปี สุดท้ายเป็นตลอดอายุทำงาน

3. การใช้เพดานเงินสมทบและเพดานบำนาญที่แตกต่างกันเพื่อการกระจายรายได้

ปัญหาไม่ได้เกิดจากใครทำผิดแต่เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปคำถามที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์หลายท่านมองเห็นตรงกันถึงปัญหาที่จะเกิดในอีก30-40ปีข้างหน้า คุณจะช่วยกันแก้ไขปัญหาล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้หรือจะปล่อยให้ลูกหลานแบกรับวิกฤติเต็มๆ

อ่านแล้วอย่าลืมชันกันแชร์และแสดงความคิดเห็นนะครับความเข้าใจและความเห็นของทุกท่านจะเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ไขปัญหาเงินบำนาญของตัวท่านและลูกหลานของท่าน




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2559
0 comments
Last Update : 6 กรกฎาคม 2559 16:34:33 น.
Counter : 572 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

สมาชิกหมายเลข 3287023
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3287023's blog to your web]
space
space
space
space
space