Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
16 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
เมรุปราสาทพญานกหัสดีลิงค์ : วัดศรีคำชมภู สารภี เชียงใหม่

16 กุมภาพันธ์ 2554 : เมรุปราสาทพญานกหัสดีลิงค์ : วัดศรีคำชมภู สารภี เชียงใหม่


จากที่ได้ข้อมูลมาของวันที่ 14 ก.พ. (ที่ผ่านมา) มีการอาราธนาศพของพระครูสิทธิวรญาณ หรือ หลวงปู่ครูบาอ้าย สุรินฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีคำชมภู ขึ้นสู่เมรุปราสาทนกหัสดีลิงค์ ที่วัดศรีคำชมภู ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ได้ข้อมูลมาแบบนี้ เป็นอะไรที่ไม่ได้อยู่ในกำหนดการ
แต่ก็ตั้งเป้าไว้หลังจากที่เคยถ่ายภาพนกหัสดีลิงค์มาจาก 2 วัดแล้ว
คือ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ ชมได้จาก link นี้
และอีก 1 วัด คือ วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ชมได้จาก link นี้

ได้บอกกับตัวเองว่าหากทราบกำหนดการที่จะมีการจัดสร้างนกหัสดีลิงค์อีกครั้ง ตั้งใจจะตามไปบันทึกภาพมาให้ชมกัน

ครั้งนี้มาทราบเอาวันที่เกือบจะสุดท้ายของงานแล้ว
เมื่อวานนี้ (15 ก.พ.) พอว่างๆ ช่วงพักเที่ยงเลยตะลุยวิ่งหาวัด ซึ่งน่าจะอยู่แถวสารภี
หากันจนเจอ และโชคดีที่เส้นทางเข้าไปภายในวัด เคยได้ไปมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเข้าไปได้ครึ่งทาง
ครึ่งทางที่เหลือ เลยได้ถามชาวบ้านแถวนั้นอีก 2 ครั้ง

นำภาพมาให้ชมกันนิดหนึ่งก่อนครับ พอดีไป survey หาทางไปวัด
แล้วก็ได้แค่ติดกล้องคอมแพคไป เลยถ่ายภาพมาแบบดูแนวทางไว้ก่อน
และคงจะกลับไปถ่ายภาพช่วงเย็นๆ - หัวค่ำ กันอีกครั้งหนึ่ง

มาชมกันครับ กับเมรุปราสาทนกหัสดีลิงค์



เมื่อพระสงฆ์มรณภาพ โดยเฉพาะพระเกจิอาจารย์มีเชื้อสายรามัญ หรือมอญ รวมทั้งพระเกจิอาจารย์ทางภาคเหนือ จะจัดศพอย่างสมเกียรติ คือทำ ปราสาท ใส่โลงศพ วางบนบุษบก ทำเป็นเรือนยอด และตั้งบนหลัง นกหัสดีลิงค์ ทำแม่เรือวางปราสาทสำหรับลากไปสู่สุสาน

ในวันทำศพ จะมีผู้คนมาร่วมงานกันมากมาย เพราะถือว่า เป็นบุญกุศลอย่างสำคัญ




โครงสร้างของนกหัสดีลิงค์ทั้งหมด ยึดถือตามแบบโบราณ นับตั้งแต่สะพานเชื่อมไปยังปราสาท เพื่อใช้เคลื่อนย้ายโลงแก้ว ที่บรรจุสารีระ ทำด้วยไม้ไผ่แบบโบราณ โดยใช้วิธีการขัดสานเป็นรูปร่าง

ส่วนโครงสร้างทั้งหมด ทำจากโครงไม้ ตกแต่งด้วยกระดาษสี ทำลวดลายเป็นเกล็ด บริเวณส่วนหัวสามารถขยับเคลื่อนไหวไปมา ตากะพริบได้ บรรจุข้าวตอกไว้โปรย ในการทำพิธีเผาศพ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวล้านนา




นอกจากนั้น บริเวณงวงยังยืดหดได้ ส่วนตาทั้ง ๒ ข้างมีลักษณะกลม สีแดง ขนตายาว งอน และกะพริบได้ตลอดเวลา

ส่วนปีกขยับขึ้นลง เหมือนจังหวะการบินของนก บริเวณส่วนหางมีลักษณะเหมือนหางหงส์ ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยสวยงาม เมื่อได้พบเห็น

บริเวณส่วนยอดของปราสาท จะมียอดปราสาท ฉัตร ๙ ชั้น ซึ่งถือเป็นเครื่องประดับ ตามสมณศักดิ์ของพระเถระที่มรณภาพรูปนั้นๆ โดยเป็นไปตามความเชื่อโบราณของชาวล้านนา




โดย ๓ ชั้นแรก หมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ชั้นที่ ๕ หมายถึง พระเจ้า ๕ พระองค์ ได้แก่ พระกะกุสันโธ โกนาคะมะโน กัสสะโป โคตะโม อริยเมตเตยโย

ส่วนชั้นที่ ๗ หมายถึง พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ สังวิทา ปุกะยะปะ และ ชั้นที่ ๙ หมายถึง พระนวโลกุตรธรรม เจ้าเก้าประการ ได้แก่ มรรค ๔ ผล ๔ และ นิพพาน ๑

ทั้งนี้รอบปราสาททั้ง ๔ ทิศ จะมีเพดานที่ทำจากเสาไม้ไผ่สูง และขึงด้วยผ้าสังฆาฏิ (ผ้าพาดบ่า) ของครูบาผัด เปรียบแทนศีลของพระสงฆ์ ที่เรียกว่า "จตุปริสุทธศีล"

โดยเสาทั้ง ๔ ต้น เปรียบเป็นศีล ๔ ข้อ ได้แก่ ๑.ปาติโมกข์สังวร ๒.อินทรียสังวร ๓.อาชีวะปริสุทธศีล และ ๔.ปัจจัยสัจนิจศีล





สำหรับฟืนที่จะใช้ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพนั้น เลือกไม้มงคล ๗ ชนิด มาประกอบพิธี ตามหลักอภิธรรม ได้แก่ ๑.ไม้ดอกแก้ว ๒.ไม้ขนุน ๓.ไม้จำปา ๔.ไม้จำปี ๕.ไม้ตุ้มคำ (ไม้มงคลท้องถิ่น) ๖.ไม้จันทน์ และ ๗.ไม้กฤษณา ซึ่งไม้บางชนิดหายาก ในวันงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชาวล้านนาเชื่อว่า การร่วมงานศพพระสงฆ์เป็นสิริมงคล จะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ทั้งกายและใจ




“การจัดพิธีศพ ถือเป็นการแสงความกตัญญูต่อบุพการีที่อยู่ในฐานะครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ เป็นครั้งสุดท้าย จึงต้องการทำพิธีทุกอย่างให้ดีที่สุด ตามที่ลูกศิษย์จะสามารถดำเนินการให้ได้"



ตำนานล้านนา
นกหัสดีลิงค์ เป็นนกใหญ่ตัวโตเท่าช้าง เรียกชื่อตามเจ้าของภาษาว่า หัตถิลิงคะสะกุโณ เรียกตามภาษาของเราว่า นกหัสดีลิงค์

ตามประวัติศาสตร์ล้านนา ที่เล่าขานต่อกันมาว่า นกหัสดีลิงค์ เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความพิเศษ คือ มีเพศเพียงดั่งช้าง เป็นนกที่มีหัวเป็นช้าง มีหางเป็นหงส์ มีพละกำลังดั่งช้างเอราวัณ ๓-๕ เชือกรวมกัน ซึ่งเป็นสัตว์คู่บารมีของกษัตรา เจ้าเมืองผู้มีอำนาจบารมีสูง

ความเชื่อของชาวล้านนา แต่อดีตกาล นิยมสร้าง ปราสาทนกหัสดีลิงค์ เพื่อบรรจุศพของกษัตริย์เจ้านายฝ่ายเหนือ รวมถึงพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มรณภาพ เพื่อให้พิธีศพสง่างาม สมฐานะบารมี และเป็นการส่งดวงวิญญาณไปสู่ชาติสรวงสวรรค์ชั้นพรหมโลก เทวโลก

แต่ในปัจจุบัน ปราสาทนกหัสดีลิงค์ นิยมใช้ในพิธีศพของพระเถระชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น โดยรูปลักษณะของตัวนกหัสดีลิงค์นั้น มีรูปร่างโครงสร้างส่วนหัวและลำตัวทำจากโครงไม้ ตัดแต่งกระดาษเป็นลวดลาย ทำเป็นเกล็ด ส่วนหัวช้าง มีความพิเศษของการเคลื่อนไหวไปมาได้ โดยชิ้นส่วนคอและหัว ต้องเคลื่อนไหวหมุนไปมา ใบหูสามารถพับกระพือได้ ส่วนงวงทำจากผ้าเย็บเป็นทรงกระบอก เลียนแบบงวงช้าง มีเชือกร้อยอยู่ด้านในสำหรับดึง เคลื่อนไหวได้ ดวงตาต้องมีลักษณะกลมมน ขนตายาวสวย กะพริบได้ เหมือนมีชีวิตจริงๆ

ในอดีต เมื่อเจ้านายฝ่ายเหนือสิ้นชีพตักษัย การจัดประเพณีศพของเจ้านายสมัยนั้น จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และสมเกียรติ ด้วยการสร้างบุษบก สวมทับพระโกศ ตั้งบนหลังนกหัสดีลิงค์ ฉุดลากด้วยช้าง และให้ชาวบ้านชาวเมืองเดินตามขบวนแห่ไปยังสุสาน ปัจจุบันพิธีศพนี้ นำมาใช้กับพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วย

ทั้งนี้ มีพงศาวดารโยนก ตอนหนึ่ง จุลศักราช ๙๔๐ ปีขาล สัมฤทธิศก เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ความว่า "นางพระญาวิสุทธิเทวี ต๋นนั่งเมืองนครพิงค์ ถึงสวรรคต พระญาแสนหลวงจึงแต่งการพระศพ ทำเป๋นวิมานบุษบกตั้งอยู่บนหลังนกหัสดินทร์ตั๋วใหญ่ แล้วฉุดลากไปด้วยแฮงจ๊างคชสาร จาวบ้าน จาวเมืองเดินตวยก้น เจาะก๋ำแปงเมืองออกไปตางต่งวัดโลกโมฬี และทำก๋าร
ถวายพระเพลิง ณ ตี้นั้น เผาตึงฮูปนกหัสฯ และวิมานบุษบกนั้นตวย"

คัดลอกข้อความจากครั้งที่เคยลงให้ชมกันไปแล้วใน blog และเป็นข้อมูลจาก http://www.tumsrivichai.com



อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนตอนต้น
รีบไป survey และถ่ายภาพมาด้วยกล้อง Compat ไว้ก่อน
ยังตั้งใจจะไปถ่ายภาพ เก็บภาพที่ควรค่าแห่งการจัดเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกันต่อๆ ไปด้วยครับ

สำหรับเส้นทางไปวัดศรีคำชมภู
วันนี้ใช้เส้นทางซุปเปอร์ เชียงใหม่-ลำปาง
วิ่งมาถึงสี่แยกเสน่ห์ชายน้ำ ให้เลี้ยวซ้าย
ตรงไปประมาณ 2 กม.นิดๆ จะมีวัดเทพาราม อยู่ด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย
และตรงไปอีกกิโลเมตรกว่าจะพบวัดป่าบงหลวง
บริเวณด้านวัดป่าบงหลวงจะมีวงเวียนเล็กๆ ให้เลือกไปทางซ้าย เหมือนจะมีป้ายบอกเส้นทางไปสารภี
สังเกตจากตุงที่ปัก 2 ข้างทางจากบริเวณถนนเส้นทางตรงนี้ก็ได้ครับ
ตรงไปอีกประมาณ 800 เมตร จะเห็นโรงเรียนศรีคำชมภูอยู่ซ้ายมือ
ถัดจากโรงเรียนก็จะเป็นวัดศรีคำชมภูแล้วครับ

เขียนบอกเส้นทางไว้ เผื่อว่าเพื่อนๆ หรือท่านที่สนใจจะไปร่วมงานบุญในครั้งนี้ จะตามไปร่วมถ่ายภาพกันครับ

สำหรับงานพระราชทานเพลิงศพของพระครูสิทธิวรญาณ หรือ หลวงปู่ครูบาอ้าย สุรินฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีคำชมภู มีกำหนดไว้ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 15.00 น. ครับ


ขอบคุณทุกๆ ท่านที่แวะมาชมภาพถ่ายที่ blog ด้วยครับ


Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2554 15:30:45 น. 24 comments
Counter : Pageviews.

 
ตกแต่งได้สวยมากค่ะ......เสียดายไม่ได้ไปในช่วงนั้น ....เลยไม่ได้ไปร่วมพิธีเนอะ....

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆนะคะ...


โดย: auau_py วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:51:06 น.  

 
นี่จากคอมแพ็คหรือคะ สวยจังเลยค่ะ กระบี่อยู่ที่ใจจริง ๆ


โดย: i'm not superman วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:18:24 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายครับ .....

เพิ่งรู้จักนกหัสดีลิงค์จากที่นี่เป็นครั้งแรก ..... เป็นประเพณีที่น่าสนใจมากครับ ขอบคุณที่นำภาพและข้อมูลมาให้ชมกัน .....


โดย: NET-MANIA วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:27:25 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ชอบภาพที่ฉากหลังเป็นต้นไม้ครับ (ภาพที่ 3) แต่ถ้าดูจากทิศทางแสง ถ่ายช่วงเช้าๆ แสงเฉียงเข้าพอดีน่าจะสวยกว่าหรือเปล่า ปัญหาคือมันตื่นสายทุกวันนี่ซิ 555


โดย: kate IP: 118.172.38.122 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:54:12 น.  

 
มาชมด้วยค่ะ

ไม่เคยเห็น...




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:22:15 น.  

 
เคยเห็นที่วัดเจดีย์หลวงครั้งหนึ่ง สวยมาก ๆ
เลย
แล้วถ้าจะไปตามเส้นทางถนนเชียงใหม่-ลำพูน ไปยังไงเจ้าค่ะ


โดย: KeRiDa วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:39:17 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:12:53 น.  

 


ดี.มาชมด้วยคนค่ะ
เอาเม้นท์คุณแจ๊คมาฝากด้วย



D e s s e r t > > > 133 < < < S e a s o n

ตอบคุณ... ถปรร /เสียดายเมื่อคืนออนไม่ได้เลยไม่ได้ตอบกระทู้ในทันที ขอบคุณที่มีความสนใจในบล็อคนี้และเกาะติดสถานการณ์ครับ โชคดี


โดย: แจ็ค สแปร์โรว์ IP: 125.25.122.151 16 กุมภาพันธ์ 2554 16:13:05 น.





โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:45:23 น.  

 
เคยเห็นแล้วครั้งนึงที่ลำปาง
ก็ยังอึ้งอยู่ดีนะคะที่บ้านนี้
ต้องบอกว่าวัฒนธรรมบะเก่า
นี่น่าอนุรักษ์-เรียนรู้จริงๆ นะคะ


โดย: mutcha_nu วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:47:09 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

เป็นเมรุที่สร้างได้สวยงามมาก ๆ เลยครับ คุณถปรรก็ถ่ายภาพได้สวยเหมือนเดิมเลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:49:15 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณเบิร์ท...
อ้อมแอ้มเพิ่งกลับจากวัดป่าบ้านตาดมาค่ะ
ไปกราบนมัสการศพหลวงตามหาบัว
ฝนตกมา 2-3 วันแล้วอากาศหนาวค่ะ
แวะเอาบุญและแหนมเนืองมาฝากค่ะ


โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:04:29 น.  

 


เข้ามาเยี่ยมชมภาพค่ะ


โดย: jamaica วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:04:46 น.  

 
สวยงามทีเดียวค่ะ... ขอบคุณค่ะ^^


โดย: namfaseefoon วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:21:33 น.  

 
ขอบคุณนะค่ะสำหรับเส้นทางไปวัดศรีคำชมภู
อธิบายละเอียดดีจังเลย เด่วสาย ๆ จะแวะ
มาทักทายอีกรอบจ้า


โดย: KeRiDa วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:4:55:50 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่เบิร์ท


หลังๆมานกหัสดีลิงค์ถูกนำมาใช้ทำปราสาทเยอะขึ้นเลยนะครับ
ถ้าผมจำไม่ผิด
ช่างรุ่งสร้างขึ้นในงานพราราชทานเพลิงศพของเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง
แล้วก็เป็นที่จดจำของคนเลยครับ









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:26:14 น.  

 
เพิ่งเคยเห็นงานศพพระสงฆ์สายรามัญ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:43:28 น.  

 
วันนี้ไปงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่มา ขอชื่นชมว่าจัดงานได้ดีเลยทีเดียวค่ะ เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าทำไมไฟถึงไม่เข้าถึงเมรุปราสาทนกหัสดีลิงค์ตามที่กำหนดไว้ว่าจะให้ไฟจุดจากส่วนบนลงมา



โดย: ตะวันตะวา IP: 223.204.17.42 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:02:32 น.  

 
รักมาก คิดถึงมาก ตุ๊หม่อนเป็นคนใจดี พอเวลากลับไปเชียงใหม่ไปหาทีไรก็เอาของให้ตลอด ยิ้มตลอดเวลา ขนาดเจ็บ จนต้องเจาะคอก็ยังยิ้มได้ แต่พอมาถึงวันนี้กลับไม่มีโอกาศได้ไปเผาเพราะติดสอบ O-net แต่ก็ยังคงได้ไปงานสวดพระอภิธรรม ในคืนวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งที่บ้านเป็นเจ้าภาพร่วมกับ ศรัทธาวัดป่าบงหลวง สุึดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า รัก คิดถึง และอาลัยตลอดมาตั้งแต่วันละสังขาร จนถึงวันที่เป็นวาระสุดท้ายของร่างอันไร้วิญญาณ ขอส่งตุ๊หม่อนสู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้าด้วยเทอญ


โดย: โหลนตุ๊หม่อน IP: 183.89.99.169 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:19:33 น.  

 
เมื่อวานไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิง ได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของตุ๊ลุง ตอนจุด ไฟลูกหนู
แทนที่ ไฟลูกหนู จะวิ่งไปข้างหน้าแต่กลับวิ่งย้อนกลับ ตุ๊หลวงท่านบอกว่าเป็นความอ้ศจรรย์หรือความศักดิ์สิทธิ์ของตุ๊ลุง เป็น กันสะต้อน (คาถา หรือ ยันต์) ทำให้ญาติโยมที่มาร่วมงานต่างฮือฮาและยกมือไหว้ตุ๊ลุง หลังจากนั้นก็ได้ให้ผู้ทำปราสาท (สล่า) เป็นคนไปจุดเอง ตรงที่ไฟลูกหนูควรวิ่งไปตรงจุดนั้น ครับ


โดย: ละอ่อนเหนือกาด IP: 223.204.209.55 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:24:41 น.  

 
มีรูปวันพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 19 ก.พ. 54 มั้ยคะ


โดย: แพรวพลอย IP: 118.172.27.101 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:09:18 น.  

 
ทักทายสวัสดีกับคุณ แพรวพลอยครับ
มีรูปวันพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 19 ก.พ. 54 อยู่นะครับ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายเป็นภาพหลักๆ เก็บบรรยากาศซะมากกว่า และที่ตั้งใจจะไปถ่ายภาพการแสดงโขนหน้าไฟซะมากกว่าครับ ไว้ทำรูปเสร็จหมดแล้วจะมาส่ง link ไว้ที่ blog นี้ครับ


โดย: ถปรร วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:47:48 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ เพราะวันงาน ก็อยู่ในงานเหมือนกันค่ะ แต่ใส่ชุดปกติขาว ไม่ได้ถ่ายบรรยากาศไว้เลยค่ะ เสียดายมาก ยังไง ก็ขอบคุณล่วงหน้านะคะ


โดย: แพรวพลอย IP: 118.172.27.101 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:53:28 น.  

 
เป็นลูกหลานของตุ๊ปู่เหมือนกัน เห็นท่านตั้งแต่จำความได้ ขอบคุณนะคะที่ไปร่วมงานและถ่ายภาพสวย ๆ ให้ทุกคนได้ชมบารมีของตุ๊ปู่


โดย: ลูกหลานป่าบง IP: 203.158.160.5 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:40:15 น.  

 
มีรูปตอน เผาปราสาทมั้ยค่ะ


โดย: ปาล์ม IP: 192.168.0.198, 180.183.245.132 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:50:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ถปรร
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ถปรร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.