***---- In My Life, I love you more...----***
Group Blog
 
All Blogs
 

"มาหัวเราะกันเถิด" ในที่สุดก็หาหนังสือเล่มนี้จนเจอ T^T

เรื่องนี้เป็นหนังสือที่เรียกได้ว่า "หนังสือหนาๆ" เล่มแรกที่อ่าน นั่นคือไม่นับหนังสือแบบเรียน มานะมานี และนิทานอีสป.. ย้อนกลับไปในวัยเด็กแล้วไม่่น่าเชื่อว่าตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ เราอยู่แค่ป. 3 เท่านั้น ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรที่เด็กเก้าขวบจะอ่านหนังสือแบบนี้ แต่พอโตมา..ย้อนไปคิด เฮ้ย... เก้าขวบนี่มันอ่านเรื่องสั้นแปลแล้วเหรอ ลองให้เด็กป. 3 ส่วนมากอ่านหนังสือที่มีความหนามากกว่าห้าสิบหน้าขึ้นไปนี่ก็ไม่ง่ายนะ



หนังสือเล่มนี้มันก็เดินทางมากับย่ามของพ่อที่เอามาจากโรงเรียนนั่นแหละ สมัยนั้น..(แน่สิ นานมากแล้ว) เราไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีเครื่องเล่นวิดีโอ มีแต่ทีวี(ซึ่งอนุญาตให้ดูถึงแค่การ์ตูนหรรษาจบเท่านั้นล่ะ) ดังนั้น..หนังสือจึงเป็นความสุขไม่กี่อย่างของเรา คุณเธอเลยอ่านหนังสือแทบทุกเล่มที่มีในบ้าน และรอเวลาที่ได้ไปเที่ยวงานกระจาดหรือไปร้านเสมาทอง เพื่อจะได้มีหนังสือเล่มใหม่(งานกระจาดกับร้านเสมาทองนี่เป็นคำเฉพาะกลุ่มมากๆ 555 ไม่ใช่เด็กสุพรรณอาจจะไม่รู้จัก) อาจมันตั้งแต่นิตยสารเก่าๆ หนังสือเด็ก คู่มือการกำจัดยุงลายของกระทรวงสาธารณสุขที่แม่เอามา จนไปถึงคู่มือการเลี้ยยงลูก(ไม่รู้ว่าพ่อหรือแม่ซื้อมา .. แต่มันชื่อหนังสือ "เมื่อลูกท้าทายคุณ" เอ่อ... เราเป็นลูกชนิดนี้หรือฟะ)



มาเข้าเรื่องหนังสือเล่มนี้ คิดว่าอารมณ์ประมาณหนังสืออ่านนอกเวลาของกระทรวงศึกษาธิการนั่นแหละ ขนาดประมาณพ็อคเกตบุ็ค และหนาจนไม่อยากขนไปอ่านที่โรงเรียน(เพราะมันทำให้กระเป๋าหนักขึ้นมาก แขนเราเล็กนิดเดียวตอนนั้น) จำชื่อคนแปลไม่ได้แล้วจนมาเห็นเมื่อวาน ว่าเป็นท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา หนังสือนี้เป็นเรื่องสั้นของหลายๆประเทศในเอเชีย(จำได้ว่ามีของไทยสองเรื่องและยาวมาก) ...พอโลกกว้างขึ้นและโตขึ้น เราก็อ่านหนังสือมากมายซะจนลืมเรื่องนี้ไป



จนถึงซักสามปีก่อน..อยู่ๆก็คิดถึงหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมา เคยถามพ่อเหมือนกันว่าจำได้ไหมว่าหนังสืออยู่ที่ไหน ..จะเหลือเรอะ ย้ายบ้านก็สองรอบแล้ว อยู่ๆมาถามหาหนังสือที่เคยอ่านเมื่อสิบหกปีก่อนเนี่ยนะ



แต่เมื่อวาน..ลองพยายามหาในเน็ตอีกรอบ(คือหามาหลายรอบแล้วว่าที่ไหนพอจะมีขายบ้าง แต่ตามหาไม่เจอเลย) จนเจอเว็บหนึ่ง..เฮ้ยยยย มีขายด้วยๆ เหลือบไปเห็นราคาที่อยู่ที่ปก เอ่อ.. 28 บาท(หนังสือเล่มนี้เหมือนจะพิมพ์ปี 2531 โน่น) แต่ราคาในเว็บขาย 110 บาท.. เอาฟะ หายากมากกก และอยากได้มากกกก ก็เลยสั่งซื้อไป



สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ... ทำไมหนังสือดีๆแบบนี้จึงหายไป เราว่าเป็นหนังสือที่ดีมากในการเริ่มต้นอ่านหนังสือของเด็กไทย ซึ่งเคยรู้มาว่าเด็กไทยเดี๋ยวนี้อ่านหนังสือน้อยลงมาก อาจจะเพราะเทคโนโลยีหรืออะไรก็แล้วแต่ ..ผู้ใหญ่อย่างเราๆก็เหมือนกัน(ตัวเรายังนั่งดูซีรีย์ ละครใน YouTube เลย.. กว่าจะอ่านมงกุฎกุหลาบจบได้ก็หลายวัน ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่สามสี่วันก็อ่านจบแล้วมั้ง)



คุณรัฐบาลขา... แทนที่จะซื้อแทบเลตแจกเด็ก ลองหันไปดูสิ่งดีๆที่ควรจะให้เด็กเพื่อให้รักการอ่านดีกว่ามั้ยเอ่ย




 

Create Date : 15 กันยายน 2554    
Last Update : 15 กันยายน 2554 0:25:17 น.
Counter : 439 Pageviews.  

Liverpool FC manager Roy Hodgson happy to come away with point from Wigan ...ฮ่วยย!!

http://www.liverpoolecho.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2010/11/11/liverpool-fc-manager-roy-hodgson-happy-to-come-away-with-point-from-wigan-100252-27638465/

รอย ฮอดจ์สัน ยอมรับว่าฟอร์มอันเละเทะของลิเวอร์พูล ควรจะดีใจแล้วที่ได้หนึ่งแต้ม..

ฟอร์มของทีมเยือนแผ่วลงมากตั้งแต่ได้ลูกยิงนำของตอร์เรสซึ่งเป็นประตูที่ยิงนอกบ้านลูกแรกนับตั้งแต่ 21 มีนาคม

Hugo Rodallega ตีเสมอให้วีแกนนาทีที่ 52 และจากนั้นเป็นเจ้าถิ่นที่ทำเกมที่กว่า แม้ลูกยิงของสตีเวน เจอร์ราร์ด เกือบจะเป็นประตูหากไม่ชนคานซะก่อน(เกลียดคานจริงๆ)

"เราล้าจากเกมก่อน และจ่ายบอลเสียมาก"

"อย่างไรก็ตาม.. เราเริ่มต้นได้ดีและเล่นดีในช่วงท้ายเกม ซึ่งเราน่าจะพอใจกับหนึ่งคะแนน"

"ประตูที่ได้มา เป็นประตูที่เยี่ยมยอดจากนักเตะที่เยี่ยมยอด การผ่านที่เยี่ยมยอด เราครองบอลได้มากกว่าในตอนแรก แต่ในครึ่งหลัง เราปล่อยให้วีแกนครองบอลมากไป และตามตีเสมอในที่สุด แต่ช่วงท้ายเกมเรากลับมาเล่นดีอีกครั้ง และลูกของเจอร์ราร์ดเกือบจะเป็นประตู"

"ความผิดหวังกับการได้เพียงแต้มเดียวของวีแกนน้อยกว่าเรา"

---------------(ต่อจากนี้ปู่รอยก็พูดเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะต่ออีกนิดหน่อย ขี้เกียจแปลและ 555)---------------------------

แค่อ่านจบตรงนี้ก็มีเคืองแล้วฟ่ะ...
Bill Shankly เคยกล่าวว่า "Aim for the sky and you'll reach the ceiling. Aim for the ceiling and you'll stay on the floor"
(หากคุณตั้งเป้าหมายไปที่ท้องฟ้า.. คุณก็จะไปถึงเพดาน หากคุณตั้งเป้าหมายไว้ที่เพดาน คุณก็จะยืนอยู่แค่พื้น)

ปู่รอยจ๋า... ถึงเวลาแล้วที่ลิเวอร์พูลต้องมองไปที่ท้องฟ้า ไม่ใช่มองแค่เพดาน!!


แถมอีกข่าว...
http://www.liverpoolecho.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2010/11/11/steven-gerrard-takes-blame-for-liverpool-fc-s-draw-with-wigan-100252-27638493/

Steven Gerrard takes blame for Liverpool FC’s draw with Wigan


คร่าวๆว่าเจอร์ราร์ดออกมารับคำตำหนิในผลเสมอ เพราะลูกที่ถูกตีเสมอนั้น เป็นความผิดพลาดของเขาส่วนหนึ่งในจังหวะที่จะจ่ายให้คอนเชสกี้ และเสียดายที่ลูกยิงของตัวเองไม่เป็นประตู


---------------------------------------------
โถ...คุณกัปตัน ไม่ต้องมาโชว์แมนอะไรนักหนา ทีกองหน้าโดนโจมตีว่ายิงไม่ได้ก็บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของทุกๆคน รวมถึงเขาด้วย..ในการยิงประตู พอโดนโจมตีเรื่องโดนตีเสมอ พี่กระโดดมารับความผิดเชียวนะ.. จะทำหล่อเกินไปและ




Free TextEditor




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2553 17:51:11 น.
Counter : 199 Pageviews.  

Liverpool FC fans give their reaction to Rafael Benitez's comments (POLL RESULTS)


ขออนุญาต http://www.thekop.in.th เอาข่าวมาลงนะคะ


 "ราฟาตอกกลับปู่เรื่อง คิง เคนนี่"


ราฟา เบนิเตซได้ออกมาตอกกลับรอย ฮอดจ์สันหลังจากที่เขาถูกกล่าวหาว่ามีการแบนเคนนี่ ดัลกลิชเกิดขึ้น




เบนิเตซกลับประเทศอังกฤษอีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีมอินเตอร์ มิลานนำลูกทีมพบกับสเปอร์ศึกแชมป์เปี้ยนลีกวีคนี้ และได้ถูกถามเกียวกับคอมเม้นต์ของฮอดจ์สันที่ว่าราฟาแบนเคนนี่ออกจากสนามซ้อมของสโมสรในช่วงเวลาที่เขาคุมทีมอยู่




กุนซือชาวสเปนออกมาตอบโต้อย่างค่อนข้างคลุมเครือและออกอาการโกรธต่อฮอดจ์สัน

"ผมคิดว่า มร.ฮอดจ์สัน เขาคงไม่ค่อยเข้าใจนะ" เบนิเตซฉุน

"ทุกๆ ข่าวมันแย่ยิ่งกว่าข่าวล่าสุด เขากำลังพูดถึงสิ่งที่เขานั้นไม่รู้เรื่องเลยและบางคนก็ไม่สามารถเห็นบาท หลวง on a mountain of sugar"
(คิดว่าประมาณว่าไม่เห็นอะไรที่มันชัดแจ้งสุดๆ)





"บางทีเขาไม่ได้อยู่ที่ลิเวอร์พูลเป็นเวลานาน เราได้ให้แฟนๆภาคภูมิใจอีกครั้ง เราต่อสู้เพื่อแฟนๆ,เพื่อสโมสรและเราสู้เพื่อนักเตะของเรา ดังนั้น บางทีเขาอาจจะไม่เข้าใจเรื่องนี้"

"ผมนำเคนนี่ ดัลกลิชกลับมามีบทบาทหนึ่งในสโมสรและคริสเตียน เพอร์สโลว์ให้เขาทำอีกบทบาทนึง ฮอดจ์สันไม่รู้แต่ผมจะอธิบายถึงสิ่งนี้ให้เขาฟัง"

"ดังนั้น แทนที่จะคุยกันถึง the flips or the flops เขาน่าจะมีสมาธิกับนักเตะของเขาและพยายามทำให้ดีที่สุด เขามีงานที่ดีที่จะทำ"

"พวกเขาได้เซ็นต์สัญญากับเก้านักเตะ ผมมีเงิน 10 ล้านปอนด์ให้ใช้ ผมออกจากทีมที่มีมูลค่าถึง 300 ล้านปอนด์ กับ 13 ชาติ"

"ดัง นั้น แทนที่จะจะพูดเกี่ยวกับ flips and flops เขาควรมีสมาธิในงานของเขา,พยายามทำให้ดีที่สุดและไม่พูดเกี่ยวกับระดับของนัก เตะของเขาหรือนักเตะใหม่"

"พยายามทำงานของคุณให้ดีที่สุดเพราะมันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสโมสรและจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแฟนๆ"




http://www.thekop.in.th/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=73120#1360991
==================================


จากข่าวนี้ Liverpool echo จึงทำโพลสำรวจความเห็นของ the kop 1,500 คน ปรากฎว่าเห็นด้วย 88%

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด ..


ทั้งที่ทีมเพิ่งชนะมาสองนัดติดเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปลายซีซั่นก่อน แต่ดูเหมือนว่าคะแนนนิยมของปู่รอยยังคงต่ำเตี้ยซะเหลือเกิน

เรื่องผลงานของทีมนั่นก็เป็นอย่างหนึ่งที่มันเละเทะอยู่แล้ว แต่คำสัมภาษณ์แต่ละครั้งของปู่รอยดูจะไม่ช่วยยกระดับความนิยมของตนเองเสียเลย

ดิฉันดูมาตั้งแต่ต้นๆ.. นัดที่แพ้ ปู่ก็บอกว่าเล่นดีแต่แพ้ นัดที่ชนะก็อวยซะเว่อร์ ประหนึ่งว่านี่แหละ...สุดยอด(ทั้งๆที่มาจากโชคช่วยก็มี) แถมบางนัด แค่เสมอก็พอใจเอาง่ายๆทั้งๆที่แฟนเสียดายกันจับใจ พอถูกกดดันมากเข้า ก็ไปโยนความผิดให้ราฟาเอล เบนิเตซซะอีกแน่ะ...

ปู่เอ๊ย... เป็นกุนซือมากี่ปีแล้วเนี่ย เรียนรู้เรื่องการใช้ปากให้เป็นประโยชน์หน่อยสิค้า... คำสัมภาษณ์ที่ฟังแล้วทำให้เชื่อมั่นในตัวปู่มากขึ้นน่ะ



เข้าใจปู่นะ...ว่ายังไม่มีผลงานอะไร นัดต่อไปจากนี้อาจจะดีเลิศขึ้นมาก็ได้ แต่..ปู่ต้องเข้าใจว่าราฟาเขาฝากผลงานไว้แล้ว แม้เขาจะมีนิสัยที่ดื้อรั้นอย่างร้ายกาจ ทำทีมได้ตกต่ำในปีหลังสุด แต่...เขาก็เคยคว้าสิ่งที่วิเศษสุดให้หงส์มาแล้ว และใครดีกับสโมสร แฟนหงส์ไม่เคยลืม..

ไอ้โพลที่เอคโค่ทำมานี่ก็เหมือนทำมาฆ่าปู่เลยนะเนี่ย.. ต่อไปคงต้องพูดให้ฉลาดกว่านี้แหละ ส่วนเรื่องผลงานก็ตั้องให้ดูดีกว่านี้นะปู่.. ปู่ก็โชคร้ายไปเหมือนกันที่สิบนัดแรกของปู่ง. เจอทีมหินๆตั้งหลายทีม

แต่ประเด็นก็คือ.. แม้กับทีมที่ฟอร์มธรรมดาอย่างโบลตัน ยังเกือบไม่ชนะเลย ไม่ต้องพูดถึงกับทีมหัวตารางหรอก เฮ้อ...






Free TextEditor




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 0:02:29 น.
Counter : 194 Pageviews.  

You'll Never Walk Alone แฟนหงส์คนไหนๆก็พูดกันจัง

หงส์แพ้ค่ะ... หมดแรงจะเขียนบล้อกใหม่ ใครๆก็พูดกันแต่ You'll Never Walk Alone เนอะ.. เลยเอากระทู้เก่าที่เคยเขียนมาลงซะเลย(สองปีแล้วมั้ง) เป็นกระทู้ที่พูดถึงคนร้องซะมากกว่านะ

You’ll Never Walk Alone เดิมเป็นเพลงประกอบละครเวทีเรื่อง Carousel ซึ่งจัดแสดงขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1945 ค่ะ ซึ่งฉากที่เพลงนี้ดังขึ้นเป็นฉากแรก เป็นฉากที่ตัวละครชื่อ Nettie ร้องเพื่อให้กำลังใจ Julie ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอที่สูญเสียสามีไป และอีกฉากที่ใช้เพลงนี้คือฉากสุดท้ายของละคร ซึ่งเป็นฉากพิธีสำเร็จการศึกษาของ Louise ลูกสาวของ Julie

ผลของฉากนี้เอง ทำให้ในยุคนั้น เพลงนี้ได้นิยมขับร้องในงานสำเร็จการศึกษาของสถาบันในอเมริกาหลายแห่ง..

เนื่องด้วยเนื้อหาและทำนองที่ไพเราะและให้กำลังใจ ความนิยมของเพลงนี้ในอเมริกา จึงเพิ่มสูงขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากหลายครอบครัวต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในสงคราม เนื้อหาของเพลงจึงซาบซึ้งต่อผู้ฟังในยุคนั้นมาก นักร้องหลายคนจึงนำเพลงนี้ไปขับร้อง เช่น Frank Sinatra, Judy Garland, Mario Lanza, Roy Hamilton, Doris Day (แต่ จขกท เกิดไม่ทันยุคนี้หรอกนะคะ ^_^)

สำหรับทางฝั่งอังกฤษ วงดนตรีที่นำบทเพลงนี้มาขับร้องวงแรก คือ Gerry and the Pacemakers ซึ่ง Gerry Marsden นักร้องนำของวง ชอบอารมณ์ของเพลงนี้มาก(ถึงแม้ตัวเขาจะไม่ชอบละคร Carousel ซักเท่าไหร่) จนเขาได้หยิบเอาเพลงนี้มาทำดนตรีใหม่ให้ช้าลง และเล่นสดในคอนเสิร์ตของวงที่ฮัมบูร์กในปี 1959 ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับในการแสดงเป็นอย่างดี ผู้คนที่ไปชมคอนเสิร์ตต่างร่วมร้องเพลงนี้จนจบด้วยความประทับใจ ตอนนั้นยังไม่มีการบันทึกเพลงนี้ลงแผ่นเสียงแต่อย่างใดค่ะ..

สำหรับวง Gerry and The Pacemakers นั้น.. เป็นวงที่มีผู้จัดการคนเดียวกับ The Beatles นั่นคือ Brian Epstein ; Single แรกของวงคือ “How Do You Do It?” ได้รับความนิยมสูงสุดจนขึ้นถึงชาร์ตอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักร ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเพลง “From me To you” Single ที่สามของ The Beatles ศิลปินร่วมค่ายนั่นเอง

Single ต่อมาของ Gerry and The Pacemakers แต่งโดย Mitch Murray ซึ่งเคยเป็นผู้แต่งเพลง “How Do You Do It?” นั่นเอง เพลงนี้ชื่อเพลง “I like It” และได้รับความนิยมอย่างมากจนขึ้นถึงอันดับหนึ่งเช่นกัน..

Murray ได้เตรียมเพลงที่สามไว้ให้ร้อง แต่ Gerry ปฏิเสธ... เขาต้องการนำเพลง “You’ll Never Walk Alone” มาร้อง.. เรื่องนี้ทำให้เขามีปัญหากับ Murray และโปรดิวเซอร์จนถูกบีบบังคับว่า Gerry จะต้องลำบากแน่ๆหากเพลงนี้ไม่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งของชาร์ต.. แต่เขาก็ยืนกรานจะทำเพลงนี้ให้ได้.. Gerry อัดเสียงเพลงนี้ด้วยเสียงร้องและดนตรีสดๆ ไม่มีการอัดทับ หากผิดต้องเริ่มกันใหม่ ทั้งวงอัดเพลงนี้จนสำเร็จในรอบที่สี่.. หลังจากฟังผลงาน Gerry เชื่อมั่นว่า เพลงนี้ของวงจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน

และการคาดเดาของ Gerry นั้นไม่พลาด.. เมื่อเพลงนี้สามารถขึ้นถึงอันดับหนึ่งของ UK Chart ในเดือนตุลาคม 1963 และครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องกันสี่สัปดาห์ ก่อนจะถูกแทนที่โดยเพลง “I Wanna Hold Your Hand” (อีกเพลงโปรดของ จขกท) ซึ่งขับร้องโดย The Beatles อีกเช่นกัน

ทั้ง The Beatles และ Gerry and The Pacemakers ต่างก็เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูล.. ซึ่งทั้งสองวงนี้ต่างเป็นต้นแบบแรกๆที่ทำให้ แนวดนตรีที่เรียกว่า “Mersey Sound” โด่งดังทั้งในฝั่งอเมริกาและยุโรป และ You’ll Never Walk Alone ก็เริ่มถูกร้องโดย The Kop ในเกมเหย้าทุกเกมที่ Anfield ซึ่งจุดนี้คงเป็นสิ่งคาดไม่ถึงของ Gerry Marsden ผู้ซึ่งเป็นแฟนของท๊อฟฟี่สีน้ำเงินตัวยง!

อย่างไรก็ตาม Gerry นั้นยังคงประทับใจที่ถึงแม้เพลง “You’ll Never Walk Alone” จะหล่นจาก Top Ten ของ UK Chart แต่แฟนบอลลิเวอร์พูลยังคงร้องเพลงนี้อยู่อย่างเหนียวแน่น และในที่สุดแล้ว เพลงนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในทุกๆเกมของลิเวอร์พูลไป

นี่คือ... Gerry and The Pacemakers ค่ะ...(เพื่อนแฟนปืนบอกว่า ไหน.. ไม่เห็นมีบอยกับพีชเลย ดิฉันล่ะขี้เกียจแก้มุขบางรักของมันจริงๆ.. Pacemakers ว้อย.. ไม่ใช่ Peacemakers เมืองไทย)





ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร มีหลายครั้งที่เพลงนี้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้สนาม Valley Parade ของสโมสร Bradford City เมื่อปี 1985 ทำให้มีแฟนบอลเสียชีวิต 56 คน Gerry, Paul McCartney และ Rolf Harris จึงได้ร่วมกันบันทึกเพลงนี้ใหม่อีกครั้งเพื่อทำแผ่นเสียงออกขายหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต.. Single นี้ก็ประสบความสำเร็จมากและขึ้นสู่อันดับหนึ่งอีกครั้ง ทำให้ Gerry Marsden เป็นนักร้องหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถมีเพลงเดียวกัน ขึ้นสู่อันดับหนึ่งได้สองครั้งในวาระที่ต่างกัน ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้รายได้จากการขายแผ่นเสียงมีมากพอที่จะบริจาคให้กับสภาเมืองของแบรดฟอร์ดเพื่อการบรรเทาอัคคีภัยด้วย


สี่ปีต่อมา ได้เกิดโศกนาฏกรรมที่ Hillsborough ขึ้น.. เมื่อปี 1989 ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลเสียชีวิต 96 คน ในตอนนั้นได้ตรงกับเกม European Cup รอบรองที่ A.C. Milan ทำการแข่งขันกับ Real Madrid ทันทีที่ทราบข่าว.. ผุ้ตัดสินในเกมนั้นได้เป่านกหวีดหยุดเกมเป็นเวลา 6 นาทีเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต หลังจากการเริ่มยืนสงบนิ่งได้ 20 วินาที แฟนบอลของมิลานได้เริ่มร้องเพลง “You’ll Never Walk Alone” เพื่ออุทิศให้ผู้เสียชีวิตครั้งนั้น...

และเพลงนี้ก็กระหึ่มจากแฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งน้ำตาในเกมชิงชนะเลิศเอฟเอคัฟกับเอฟเวอตันในปีนั้นเช่นกัน.. Gerry ซึ่งร่วมร้องนำด้วย กล่าวว่า นั่นเป็นการร้องเพลงที่โศกเศร้าและยากลำบากเหลือเกินในชีวิตของเขา


ถึงแม้ Gerry Mardens จะเป็นแฟนเอฟเวอตัน แต่เขากลับมีส่วนร่วมอย่างมากต่อสโมสรคู่แข่งอย่างลิเวอร์พูล ครั้งเกิดโศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโร่นั้น Gerry ได้นำเพลง “Ferry Cross The Mersey” ซึ่งเป็นเพลงที่เขาแต่งเองมาร้องใหม่.. และบริจาครายได้ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว(เรื่องราวของเพลง Ferry Cross The Mersey อ่านได้จาก Bloggang ของลุงลิฟ Liverpool Forever ค่ะ)


นอกจากนี้... Gerry ก็ยังนำเพลง “You’ll Never Walk Alone” ไปร้องในโอกาสสำคัญๆ เช่น วันที่ Bill Shankly อำลาสโมสร, นัดอำลาสนามของเอียน รัชที่แอนฟิลด์ในปี 1994, เกมยูฟ่า คัพระหว่างลิเวอร์พูลกับกลาสโกลว์เซลติกเมื่อปี 2003 (เป็นที่น่าจดจำเพราะทั้งสองสโมสรต่างก็ร้องเพลง You’ll Never Walk Alone ด้วยกันทั้งคู่)

แม้ในแง่ความโด่งดังแล้ว Gerry and The Pacemakers อาจไม่สู้ศิลปินกลุ่มชั้นนำอย่าง The Beatles แต่เพลงของพวกเขาก็ยังคงเป็นที่จดจำของแฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคน และนับได้ว่าเป็น Evertonian คนสำคัญที่เกิดมาเพื่อสโมสรลิเวอร์พูลโดยแท้... ไม่น่าเชื่อว่างานที่เกิดจากความตั้งใจที่สุดของแฟนท๊อฟฟี่คนหนึ่ง จะกลายเป็นบทเพลงที่เปิดทุกครั้งที่แอนฟิลด์ และเป็นเพลงที่สำคัญที่สุดของ The Kop

Gerry เชื่อว่าแม้สโมสรจะต้องย้ายบ้านใหม่ไปสแตนลีย์พาร์ค แต่กองเชียร์ The Kop ก็จะยังทำให้ที่นั่นเป็น"บ้าน"หลังใหม่ของบทเพลงนี้อยู่ เช่นเดียวกับ "Anfield" ในปัจจุบัน..

==============================
จบแล้วค่ะ...ตอนนี้หงส์แดงกำลังบาดเจ็บมากถึงมากที่สุด แต่เราจะไม่ให้ทีมต้องเดินเดียวดายค่ะ You'll Never Walk Alone




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2553    
Last Update : 18 ตุลาคม 2553 0:09:08 น.
Counter : 498 Pageviews.  

ฉลองเปิด Blog ด้วยการเป็นอิสระจากสองปลิง(ซะที)

นึกอยากจะเขียนบล้อกขึ้นมาก็เขียนเลย.. ทำยังไม่ค่อยเป็นด้วย
วันนี้...สถานการณ์ของลิเวอร์พูลก็ยังไม่ชัดเจนซะทีเดียว ล่าสุดนี้สองปลิงก็ยังดิ้นไม่เลิก จะขายหุ้นให้มิลบ้าง อะไรบ้าง.. แต่โชคดีที่พรีเมียร์ไม่เอาด้วย ดังนั้น..ความหวังที่จะได้ NESV มาเป็นเจ้าของใหม่ก็ยังคงมีต่อไป

ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจเหตุผลทางธุรกิจ... แต่นี่คือธุรกิจนี่ไม่ได้มีคำตอบอยู่ที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว

คนอเมริกาอาจมองเรื่องสโมสรฟุตบอลเป็นเรื่องของธุรกิจ.. แต่กับแฟนบอลนับแสน  ฟุตบอลเป็นเหมือนศาสนา มีความศรัทธา.. มีวิถีของสโมสร

ลิเวอร์พูลไม่ใช่เพียงบริษัท บริษัทหนึ่ง แต่เป็นจิตวิญญาณ เป็นสิ่งที่หล่อรวมหัวใจของหลายชีวิต ที่ไม่ได้ตอบด้วยกำไรหรือขาดทุน..

คนที่ฝากใจไว้กับสโมสร ไม่ใช่คนอาชีพใดอาชีพหนึ่ง.. ไม่ได้เป็นกลุ่มคนรวยหรือจน ความเป็นตายของสโมสรอาจจะส่งผลต่อแฟนหงส์คนขายของเก่าคนหนึ่งที่อ่านข่าวลิเวอร์พูลจากหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวานซืน หรือมหาเศรษฐีที่ถือตั๋วปีของสโมสร

มีเพียงไม่กี่เรื่องที่คนสองกลุ่มนี้รู้สึกไม่ต่างกัน..

ไม่ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร ลิเวอร์พูลจะถูกตัดแต้มหรือไม่ หรือได้เจ้าของใหม่เป็นใคร ดิฉันก็อยากให้เขาเหล่านั้นเข้าใจความสำคัญของสโมสรแห่งนี้.. เข้าใจผู้จัดการทีม นักเตะ แฟนบอล

ขอเพียงมีจุดนี้... เรื่องเงินก็เป็นเรื่องรองลงไป ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่อยากได้นักเตะเก่งๆมาร่วมทีมนะ แน่นอนว่าเม็ดเงินก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง แต่... ใจย่อมมาก่อน

ดิฉันไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมาย(ทั้งๆที่ทุกวันนี้ก็เอาขาข้างหนึ่งวางไว้ในตะรางตลอด) แต่ได้แต่หวังว่า ลิเวอร์พูลจะได้ความเป็นธรรมกลับมา

อ้อ...ลืมไป วันนี้คุณแบงค์ขอคุณนิหน่าแต่งงานในเสื้อหงส์ เอาฟะ อย่างน้อยก็มี The Kop 2 คนที่มีความสุขในตอนนี้ ^ ^




Free TextEditor




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2553    
Last Update : 15 ตุลาคม 2553 22:34:01 น.
Counter : 221 Pageviews.  


Abandoned Star
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แฟนหงส์แดง รักอลองโซ่ เชียร์ทีมชาติสเปน... งานอดิเรกดูบอล อ่านหนังสือ และนอน ZZzzz
Friends' blogs
[Add Abandoned Star's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.