จงให้ความสำคัญต่อสิ่งที่ถูกต้อง มากกว่าสิ่งที่ถูกใจ
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
2 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
เส้นทางชีวิต... กว่าจะถึง พันตำรวจเอก ตอนที่ ๒๔




อพ่อผมลาออกจากราชการ ทั้งๆ ที่ยังไม่ครบเกษียณ พ่อก็มาอยู่ที่บ้านที่บางลำพูที่ปลูกด้วยเงินสามพันบาทหลังนั้น

แล้วพ่อก็เอาผมออกจากเรียนประจำ ให้มาเป็นนักเรียนไปมา

ตอนนั้นผมขึ้นมัธยมสามแล้ว อายุสิบสาม ไปกลับโรงเรียยนเองได้โดยใช้รถรางสายสามเสนที่วิ่งผ่านโค้งบางลำพู ไปผ่านหน้าโรงเรียนพอดี

ตอนมาเป็นนักเรียนไปมานี่ พ่อให้สตางค์ไปโรงเรียนวันละสิบสตางค์แล้ว เพราะเห็นผมโตแล้วจะต้องกินจุ ความจริงผมกินก๋วยเตี๋ยวชามละสามสตางค์ชามเดียวก็อิ่มแล้ว ขอเจ๊กมันเติมน้ำหน่อยตอนก๋วยเตี๋ยวจะหมดชาม ซดน้ำปนเส้นที่เหลือเข้าไปก็พอดีอิ่ม กินขนมอีกสองสตางค์ก็สบาย ไอ้ที่เหลืออีกห้า ผมก็กะจะเอาไปฝากพ่อไว้ พ่อก็จะเติมให้อีกครึ่งหนึ่ง แล้วเก็บเข้าเซฟเอาไว้เป็นส่วนสัด ระยะนั้น เมื่อพ่อลาออกแล้วผมจึงได้มีเวลาอยู่กับพ่อมากกว่าเดิม

ผมกระโดดเกาะรถรางเก่งขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ต้องโดดเกาะรถ เพราะตอนที่รถลงสะพานโค้ง มันไม่มีธงให้หยุด ต้องวิ่งเลยไปอีกหลายเสาไฟฟ้า ผมขี้เกียจเดิน 

ออกจากตรอกโรงหนังบุศยพรรณก็เดินข้ามถนน พอรถรางลงสะพานมาก็โดดเกาะไปเลย ไม่เคยพลาด

ไอ้สตางค์ที่เหลืออีกห้าแทบทุกวันนี่แหละครับ ที่เป็นเหตุให้ผมเสียคน

กินข้าวกลางวันเสร็จแล้วก็ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกตั้งครึ่งชั่วโมง กว่าจะเข้าเรียนตอนบ่าย ไม่รู้จะไปไหนทำอะไร

เกิดมีคนหัวดีชักชวนกันไปวัด

ไอ้ทางไปวัดนั่นน่ะไม่ใช่ไปไหว้พระไหว้เจ้าอะไรหรอกครับ - - ไปเล่นหยอดหลุม

วัดที่ไปคือวัดราชาธิวาส ออกจากโรงเรียน เดินไป วิ่งไปด้วย ก็ไม่ถึงสอง-สามนาที เมื่อถึงก็ขุดหลุมเข้าที่ลานวัด แล้วก็เล่นหยอดหลุมกันทีละสตางค์

ผมเลยได้วิชาหยอดหลุมมาอีก จะเอาหยอดโปรย หรือหยอดลากหาง ก็ยังได้

เด็กๆเดี๋ยวนี้ ยังจะเล่นหยอดหลุมกันเป็นหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ทั้งหยอดหลุม ทั้งบ้อหุ้น แล้วก็โยนเส้น

เล่ามายังงี้ เด็กสมัยนี้รู้จักหรือเปล่าว่าเขาเล่นกันยังไงแล้วก็สตางค์แดงนั้น ผมว่าหลายคนไม่เคยเห็น ยิ่งครึ่งสตางค์ ยิ่งไม่ได้เห็นใหญ่

ไอ้เรื่องหยอดหลุมบ้อหุ้น โยนเส้นนี่เอง ที่บางวันผมไม่มีสตางค์เหลือไปฝากพ่อ พ่อก็ถาม เอ็งกินหมดหรือ ผมก็ต้องโกหกไปว่า เพื่อนมันยืมไปบ้างซื้อสมุดดินสอไปบ้าง

ทีนี้บางวัน มันดันเหลือกลับบ้านมาตั้งสิบกว่าสตางค์ จะทำยังไงดี เพราะดันเล่นเก่ง ได้มาเยอะแยะ ต้องหาที่ซ่อนตอนกลับมาถึงบ้าน

พอถึงบ้านก็ต้องตรงไปกราบเท้าของพ่อ ก่อนที่จะเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว

พ่อผมสอนลูกๆทุกคน เวลาจะไปโรงเรียน ต้องไปกราบพ่อที่เท้าก่อน และกลับมา ก็ต้องไปกราบก่อนเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว

ผมต้องเอาสตางค์ซ่อนไว้ในรองเท้าเวลามันเหลือมามากเกินไป เมื่อกราบพ่อแล้วไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ก็เอาซ่อนไว้ในกระเป๋าเรียนบ้าง ในตู้เสื้อผ้าบ้าง เอามาฝากพ่อทีละสอง-สามสตางต์ ไอ้ที่เหลิอซ่อนไว้นั้น เอาไว้แก้ไขตอนเสียหมดตูด

เรื่องไปต้องกราบกลับต้องกราบนี่ ผมปฏิบัติอยู่จนเป็นนักเรียนนายร้อย และจนเรียนจบ

พ่อเป็นบุคคลเดียวที่ผมก้มลงกราบที่เท้าในชีวิตผม

ผมขึ้นมัธยมสามได้ไม่กี่เดือนก็เกิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕

วันนั้นผมกำลังไปกินอาหารเช้าอยู่ที่บ้านคุณน้าที่บางขุนพรหม กินเสร็จพอดี จะออกมาขึ้นรถรางที่ผ่านหน้าบ้าน ผมก็เห็นทหารนั่งกันมาเต็มรถบรรทุก มีรถเกราะวิ่งนำหน้ามาทางสามเสน เลี้ยวเข้าไปในวังบางขุนพรหม สักครู่ ผมได้ยินเสียงปืนดังเป็นชุดๆ ทางข้างในวัง

วังนั้นผมรู้สึกว่า สมเด็จกรมพระนครสวรรค์ฯ เป็นเจ้าของวัง 

ผมเลยยังไม่ข้ามฟากไปขึ้นรถรางยืนดูอยู่หน้าบ้าน สักประเดี๋ยว ก็เห็นรถพวกนั้นกลับออกมามีคนถูกคุมตัวนั่งอยู่ตรงกลางรถ ออกมาด้วย แล้วก็เงียบ ไม่มีเสียงอะไร

ผมข้ามฟากโดดขึ้นรถรางไปโรงเรียน

ถึงโรงเรียนปรากฎว่า โรงเรียนไม่สอน ไล่นักเรียนกลับบ้าน

ครูบอกแต่เพียงว่า เกิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง พวกเจ้านายถูกจับกันหมดหลายคน พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้อยู่กรุงเทพ ไปอยู่หัวหิน

ผมไม่รู้เรื่องการบ้านการเมือง โรงเรียนหยุดก็ดี ผมก็กลับบ้าน จะชวนใครไปเล่นที่วัดราชาธิวาส ก็ไม่มีใครไป

ผมกลับไปที่บ้านบางลำภู ไปเล่าเหตุการณ์ที่ผมเห็นให้พ่อฟัง พ่อกำลังนั่งฟังวิทยุอยู่

ตอนนั้นมีสถานีวิทยุอยู่แห่งเดียว คือ เจ็ดพีเจศาลาแดง ผมจึงได้รู้ว่าเขาเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยึดอำนาจจากเจ้า มาอยู่ในมือของคนธรรมดา เรียกตัวเองว่า คณะราษฏร์ มีทั้งทหารและพลเรือน เป็นคณะบุคคลที่ทำการครั้งนี้

พ่อผมฟังวิทยุอยู่ครู่เดียวก็ปิดวิทยุ แล้วพ่อก็ด่าใครต่อใครที่วิทยุออกชื่อมานั้น พ่อใม่ชอบเหตุการณ์ครั้งนั้น ด่าพวกนั้นเสียแหลก





Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2560 1:24:25 น. 1 comments
Counter : 71 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 


โดย: ก้นกะลา วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:17:56:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ธารน้อย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




แสดงภาพคุณพ่อ
ส่วนตัว จขบ นี้ เคยทำงานส่งเสริมการขาย และโฆษณา / ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมสังคม มาตลอดชีวิต

ใช้ชีวิตอยู่ที่ Geneva, Switzerland นานถึง 8 ปีกับคุณพ่อ-คุณแม่ ตามที่ทางราชการเชิญให้ไปอยู่ที่นั่น และผ่านการสอบ Bacc. ฝรั่งเศส

แหยมไปเรียนสถาปัตย์ฯ ที่ Grenoble, ฝรั่งเศส ตามที่ชอบ แต่คุณพ่อให้กลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพ ฯ

ภาษาไทยอ่อนแอ เลยเข้าทำงานกับสายการบินฝรั่งเศสแทน ได้ท่องเที่ยวมาแล้วหลายประเทศ

เคยได้กระทบไหล่กับผู้นำระดับโลกมาแล้ว สมัยที่ทำงานกับองค์กรต่างประเทศที่เกี่ยวกับ U.N. ที่ New York City

เคยทำงานกับธนาคารใหญ่ของไทยมาด้วย (ไม่ทราบไป ๆ มา ๆ ได้ไง)

และเคยได้ลิ้มรสรับใช้ชาติที่กระทรวงคมนาคม สมัยที่นายเป็นรมว. ที่นั่น (ถูกนายตามตัวให้ไปทำงานหน้าห้องอยู่ 7 เดือน ตามอายุของรัฐบาลชวน 2)

ชีวิตมีหลากรส และโชคดีสุด ๆ ที่ได้นายดีทุกคน ได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ จากนายทุกคนมากมาย

มีลูก 2 คนที่ดีมาก ๆ ไม่ทำให้พ่อ-แม่ผิดหวัง แต่คนเราไม่มีอะไรเต็มร้อย ชีวิตคู่กลับเจอมือที่สามอย่างไม่เคยคิดมาก่อน

มีความสุขกับการเรียนรู้การใช้ชีวิตที่เป็นอิสระ มากว่า 15 ปี โดยไม่ต้องเกรงใจคนที่บ้านอีกต่อไป

กว่าจะรู้สึกตัวว่า มัวแต่ปลูกต้นไม้ในแปลงของคนอื่น ก็นานไปหน่อย

กำลังปลูกต้นไม้ในแปลงของตัวเอง เพื่อเก็บเกี่ยวดอกผล พร้อมแบ่งปันให้ผู้ที่เห็นคุณค่า

ตอนนี้มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น เลยไปค้นเอาบทประพันธ์ของคุณพ่อออกมาปัดฝุ่น แล้วทำ Blog ให้ผู้สนใจในงานเขียนเก่า ๆ ลองอ่านดู

ลองไปอ่านนะคะ แล้ว comment มาบ้าง

ขอบคุณมากค่ะ

ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่ ที่นิสัยดี ไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนค่ะ

E.Mail: tha.rinee@yahoo.com

ห้ามนำงานประพันธ์โดย พ.ต.อ. พุฒ บูรณสมภพ หรือ 4411 ไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
นาฬิกาและปฏิทิน ขอบคุณ คุณ konseo สำหรับนาฬืกานี้
New Comments
Friends' blogs
[Add ธารน้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.