Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
๖๖.๐..งิ้วรำง้าว..๐.




.๐..งิ้วรำง้าว..๐.
.๑.
สรรพสัตว์ส้องเสพกับฟุ้งซ่าน
เมื่อถึงกาลความแก่ย่อมเข้าใกล้
แม้นรังเกียจกีดกันหวังห่างไกล
สรรพสัตว์นั้นไซร้ยังวายวาง
.
ไยไม่ก้มหน้าเก็บเขี้ยวเล็บกร่อน
เชิงตะกอนอยู่ใกล้ใยยังกร่าง
ละเลงกรรมเล่นเกมทำกายกาง
ทั้งที่ก้างทิ่มก้นทุรนกาย
.
ยังคอยคิดเคียดแค้นจนแสนเข็ญ
ทุกข์ลำเค็ญครางครวญเอาหน้าขาย
ก้างแทงคอท่านควรขย้อนคาย
แต่คลับคล้ายหมายคืนเข้าแทงคอ
.
มิสร้างจิตในจิตเพื่อจิตจับ
แล้วไสขับขบคิดหากผิดจ่อ
หลงเหลิงแรงริษยาจนบ้าบอ
จนเกิดก่อใจกายอบายกุม
.
ใจดั่งแก้วใบเก่าที่กรังเกรอะ
ฝุ่นจับเขรอะจนคลักทุกขนขุม
ใสถูกมัวเคลือบหมดไปทุกมุม
จนสุดคุมสันดานต้านทานทน
.
มัวคุ่มแค้นแสนเข็ญกับใครเขา
หลงมัวเมาจนมึนและหมองหม่น
มีเห็บเหาหรือเฮ้ยจึงเคยตน
ต้องดั้นด้นสำแดงเต้นแร้งกา
...๒.
สำรากไส้ในท้องออกกองทิ้ง
จนไส้ติ่งผลุบโผล่ทำโก้หรา
ไม่ปวดตับหรือโถที่โกรธา
เจรจาจึงปานปีศาจแปลง
.
หน้าเป็นงิ้วรำง้าวมีเงี่ยงแง่
ถลนแลเหลือกตาน่าแขยง
เสียงว้ากเฟ้ยขู่ฟู่หัวหูแดง
ปากเสแสร้งสรรวจีใส่อาจม
.
ไม่มองเนื้อหนังกายให้ถึงแก่น
แต่ขืนแค่นคุ้ยเขี่ยไม่เคยข่ม
เป็นผู้พร่องมองเพ่งอย่างปูพรม
แล้วผายลมร้ายมาน่าสะพรึง
.
มองเห็นใครไม่มีเท่าเราดี
จึงพูดชี้ชวนเช่นข้าเป็นหนึ่ง
ละอองฟ่องฟูฝอยถ้อยรำพึง
ให้คนซึ้งสิ่งที่ฉันมีมัน
.
ว่าเป็นนู่น เป็นนี่ ดูดีกว่า
ยิ่งได้พวกเฮฮามาเสริมขวัญ
สำรากขากกากเน่าด้วยเมามัน
ตะบี้ตะบันพรรณนาภาษางู
.
“ง้างั่งงี้...งั่งงั้น...เหงืองั้นหง่า
เงงง้อยเง่ห์งานงาง้าเง็นหงู่
ง้างั้นงี่...หง่าเงง เงงง่องู้
แง้วเงงเง่นหง่างู..ไง้งังไง”
.
จำหาคนร่วมคุ้ยกับความคิด
หาหมู่มิตรร่วมเม๊าส์จนมอดไหม้
จุดพระเพลิงปากเผามันเข้าไป
แท้รุ่มร้อนหัวใจเกินจะทาน
.๓.
ไปยึดติดผิดอะไรของใครเขา
หรือทิ่มหน้าตาเอาเราจึงซ่าน
ทั้งโลกผิดจิตใครผู้เป็นพาล
ก็จิตเขาทรมานมิใช่ฤา
.
เพราะสังคมโสมมจมโสโครก
ใจเป็นโรคตะพึดติดยึดถือ
คนดีเด่นเห็นบ้างแหมครางฮือ
ต้องอือหืออะฮ้าในพาที
.
เจ้าจะเติมเจิมสีตามที่คิด
นิรมิตด้วยหมายหวังป้ายสี
ให้มันเปรอะเปื้อนใครผู้ไพรี
ตามแต่มีจินตนาของอารมณ์

ให้ภาพแปรแลเปลี่ยนตามที่เป็น
จากเจ้าเห็นในห้วงถูกห้อมห่ม
ของดวงจิตริษยาคอยอ้าอม
ที่ระงมงอกงามด้วยความชัง

ละเลงลายป้ายสีลงที่ไหน
มันก็ใจของเจ้าผู้เฝ้าขัง
ที่มันหมองหม่นหรือคือภวังค์
ในดวงจิตคิดชังจนเคยชิน
.
ยิ่งทาทับนับนานยิ่งดาลเดือด
มันมิเหือดแห้งหายมลายสิ้น
ยิ่งเจ้าหมายป้ายมากด้วยปากลิ้น
มันยิ่งเลอะเทอะจินต์เจ้าถือทา

ก็ใครเล่าเคล้าคลุกในทุกข์โศก
นอกจากผู้ชุ่มโชกด้วยมิจฉา
ดั่งเดินทางกลางในไพรพนา
หนามย่อมแทงบาทาผู้เดินทาง
.๔.
แล้วไยเล่าเฝ้าทู้อยู่กับเจ็บ
ให้มันเหน็บหนังเนื้อถูเถือร่าง
แค่ไม่เห็น แค่ไม่ดู แค่รู้วาง
ภาพก็จะเจือจางออกจากใจ
.
เจ้ายิ่งหมายป้ายสีลงที่ภาพ
ยิ่งซึมซาบเข้าสู่ประตูใหญ่
ประตูจิตริษยาชักพาไฟ
เผาบรรลัยวายป่วงในทรวงตน
.
ไฟในทรวงซึมซับกับความเกลียด
มันคอยเบียดเบียนทับจนสับสน
ปากเป็นแปรงป้ายปาดหมุนวาดวน
เพราะใจที่ทุกข์ทนทุเรศทุรัง
.
เมื่อมิอาจดับไฟในดวงจิต
จึงเจอฤทธิ์ร้อนแรงสำแดงดั่ง
เหมือนตกไปก้นบึ้งอบายภวังค์
ที่โถมถั่งทาสี..ให้..วจี..ลุย
.
จึ่งมองไปเบื้องหน้าด้วยหาเหตุ
จะขากก้อนเสลดเพื่อถ่มถุย
แล้วย่ำซ้ำโสมมเคยอมตุ่ย*
คลุกกับฝุ่นผงผุยด้วยลุกโพลง
.
จากโทสะจริตที่ผิดเพี้ยน
ทำลำบากพากเพียรหวังเตียนโล่ง
ยิ่งพาสบพบเหตุเจอเจตน์โยง
ให้กิเลสผสมโรงกับน้ำลาย
.
ยิ่งชิงชังคลั่งแค้นอย่างแสนเข็ญ
เช้ายันเย็น..ถ่มถุย..คุ้ยขยาย
แต่ผลกลับเลี้ยงเปรตอสุรกาย
ผู้โผล่ผลุบภูมิอบายมารอเลว
.๕.
เจ้ายิ่งถุยยิ่งถมยิ่งอมตุ่ย
จึงยิ่งลุยถุยถ่มอาจมเหลว
ยิ่งเพ่งมองยิ่งเห็นก็ยิ่งเฮ้ว
ผู้เลวเกวกลอกกลิ้งไม่ใช่กู
.
มีแต่,มึง,มึง,มึง,มึง,มึง,
ใครหนอดันทะลึ่งให้ไปรู้
โถ..เสือกแหกตาไปอ้าดู
เกาหำ..บอกฮู้..แต่ผู้เดียว
.
ลำบากปากเจ้าเอาล่ะซี
ถ่มที..เหม็นที..ทุกทีเที่ยว
อมน้ำลายปลิ้นปล้อนเป็นก้อนเชียว
จนเหม็นเปรี้ยวในปากต้องขากถุย
.
ลิ่วล้อหรือก็กระดี๋กระด๋า
ไสช้างขับม้ามาดุ๋ยดุ่ย
เสียมมีดลับง้าวให้เขาลุย
ร้องฮุยเล่ฮุย...เอ๊า...เฮ
.
แบ่งพวกสองพวกแยกข้าง
แบ่งสีดำกะด่างโพกหัวเด่
กัดกันชุลมุนชุลเก
ลมเพลมพัดเลยฟัดกัน
.
ก็สายรุ้งสลับลายยังหลายสี
สายฤดีสลับร่างแห่งรูปสรรค์
ย่อมเกิดก่อแต่กรรมในปางบรรพ์
ต่างเผ่าพันธุ์ในภพย่อมพึ่งมี
.
อย่าถือสาหาความในความเถิด
เจ้าจะเลิศในหลักของศักดิ์ศรี
เช่นสายรุ้งสวยงามเมื่อยามดี
อภัยก่อมิตรไมตรีฉะนี้แล
.
..พันคม..
.
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท...)



Create Date : 12 ธันวาคม 2559
Last Update : 12 ธันวาคม 2559 10:01:31 น. 6 comments
Counter : 264 Pageviews.

 
กลอนหวานเจี๊ยบปานน้ำผึ้ง อ่านแล้วเคลิบเคลิ้มถวิลหา 555
จึงเขียนเรื่องเรียงร้อยด้วยสระ
สอดใส่พยัญชนะกระหนุงกระหนิง
แทรกอารมณ์ขันอีกด้วย อ่านแล้วกระหนุงกระหนิงดีจริง
อย่างนี้สิอ่านแล้วอารมณ์ดี เอาอีก ๆ 555
-------------------------
ราชบุรี ก็มีตามนี้เลยค่ะ ถามอากู๋ผู้รอบรู้ อิอิ
ต้นไม้ >>โมกมัน
ดอกไม้ >> กัลปพฤกษ์
สัตว์น้ำ >> ปลายี่สก
ขอบคุณที่ไปเจิมบล็อกให้ด้วยนะคะ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 6 ธันวาคม 2559 เวลา:15:53:48 น.

วันนี้อ่านแล้ว คงอารมณ์บ่จอย..แน่ๆ..๕๕
ใครอ่านจบ ให้ยี่สิบ..วันนี้..
..
คนราชรี แต่ไม่รู้เรื่องเลย..ถือว่าเป็นคนไร้สาระจริงๆ
ว่าตัวเองก่อน..ก่อนที่ใครจะว่า..



โดย: พันคม วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:10:52 น.  

 
กลอนอบอุ่นจังค่ะ
ปล.เขาเพิ่งเอามวลสารจากอิฐทวาราวดี ฯลฯ รวม 9 อย่างจากที่โบราณในหล่มสักไปทำพระพิมพ์ค่ะ
อิฐที่เห็น เขาเล่าว่ามีคนเอาไปแล้วทิ้งไว้ในรถ เกิดแสงออกมาจ้ามากให้เห็นจนต้องเอามาคืนค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 ธันวาคม 2559 เวลา:22:15:45 น.

แสดงว่าไม่มีกรุพระ คือมีพระเก่าในที่พบเจอเลย
คนไทยผูกพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ


โดย: พันคม วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:14:09 น.  

 
อ่านกลอนแล้ว เคลิ้มเลยครับคุณพัน
พวกแข..ๆ ที่พวกเราเห็น ๆ แล้วมีความสุขดีครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 7 ธันวาคม 2559 เวลา:5:05:23 น.

แขๆ..ต้องขาวๆ..ยิ่งมีความสุขครับ


โดย: พันคม วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:16:07 น.  

 
"...ใจเจ้าของตักนี้ชั่วชีวา
ดั่งนภาให้เดือนลอยเคลื่อนไป..."
สมกับชื่อบทกลอน "ฟ้ามีเดือนเดียว" นะคะ
กลอนไพเราะอบอุ่นมากค่ะพี่พันคม
..................................
ดีใจที่พี่พันคมพักผ่อนได้หลายชั่วโมงขึ้นนะคะ
นอนหลับฝันดีอีกคืนค่ะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 7 ธันวาคม 2559 เวลา:23:20:05 น.

ความรักที่ดี ก็เหมือนท้องฟ้า
มีดวงจันทร์เพียงดวงเดียวเสมอ ไม่มีดวงที่สองเลย
..
ในขณะเดียวกัน ดวงจันทร์ก็ไม่เคย
ไปเลยในฟากฟ้าอื่น..เช่นกัน


โดย: พันคม วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:19:37 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่พัน ^^
กลอนวันนี้ดูไม่เศร้านะคะ
แต่อ่านจบก็เศร้าอยู่ินิดๆ
ภาษาไทยแต่งให้สนุกก็สนุก
แต่งให้เศร้าก็เศร้า
เหงาก็ได้ บทนี้มีกระหนุงกระหนิงด้วย
ดูกลอนเหงาๆ น่ารักเลย
ช่วงนี้ไม่ได้หัดเขียนกลอนเลย
ไม่ค่อยได้เข้าบล็อกด้วยค่ะพี่พัน
แต่อ่านที่เฟซตลอด
ขอบคุณสำหรับบทกลอนเพราะๆ ค่า
โดย: lovereason วันที่: 9 ธันวาคม 2559

บทกลอนอ่านผ่านก็เป็นรักที่สวยงาม
แต่คนเขียนเขียนด้วยอารมณ์ที่พลัดพราก
ในบทกลอนมันจึงซ่อนกลิ่นอายความเศร้าไว้ครับ


โดย: พันคม วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:23:53 น.  

 
ฮ่าๆๆๆๆ ใช่ๆๆๆ พี่ชายเขียน "โคลงขนม"
ปอมไหงเขียนเป็นกาพย์ขนมไปได้ ปล่อยห่านทั้งฝูงเลยนะนั่น
คราวนี้เป็นกลอนขนม (เรียกไม่ผิดแย้วววว )
อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ มีหนุนตักด้วย อยากหนุนเหมือนกันแต่ไม่มีใครยอมให้หนุน ทุกคนบอกเอ็งหัวโต หนักเกิน . . ไปไกลๆชิ้วๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ
ชอบท่อน
" จึงเขียนเรื่องเรียงร้อยด้วยสระ
สอดใส่พยัญชนะกระหนุงกระหนิง "
น่ารักฝุดๆ
โดย: กาปอมซ่า วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:19:01:05 น.

หนุนตักพี่นี้ก่อนจะนอนหลับ
ช่วยพี่นั้นนั่งนับดาวดาษดื่น
จะไขว่คว้าดวงที่พันให้ขวัญยืน
เพ-ลาเช้าเจ้าตื่นสดชื่นใจ
.
ขอจงหลับกับห้อมของอ้อมกอด
ชั่วกัปกาลนานตลอดอสงไขย
เชื่อเถิดว่าเวลาแม้คลาไคล
ตักยังอุ่นหนุนให้ดวงใจนอน
.
เจ้าจงหลับกับรักบนตักพี่
ในราตรีแห่งจันทร์จวบผันซ่อน
ปลายขอบหล้าฟ้าสาดภาสกร
ค่อยถึงตอนพี่สะกิดจากนิทรา
..
พี่พันกล่อน..นอน..แร๊ะ


โดย: พันคม วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:27:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พันคม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]






Friends' blogs
[Add พันคม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.