bloggang.com mainmenu search

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ดอกตูมของบัวหิมะ
บัวหิมะตามชะง่อนผา
บัวหิมะที่เก็บตอนที่ยังสดอยู่
บัวหิมะแบบตากแห้งและขายเป็นดอกสั่งซื้อได้ตาม อีเบย์

ฮุ้นปวยเอี๊ยง คือตัวละครในนวนิยายตัวหนึ่งของยอดนักเขียนที่มีนามว่าอึงเอ็ง ที่นักดูโทรทัศน์สมัยเมื่อซัก 20 กว่าปีมาแล้วต้องจำได้ ในฐานะที่เป็นละครที่เปิดโลกนวนิยายกำลังภายในให้ดูสมจริงสมจังมากว่าเดิม
       
        ก่อนหน้ากระบี่ไร้เทียมทานจะเข้ามานั้น มีละครจีนกำลังภายในเข้ามาอยู่แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของที่สร้างจากโกวเล้ง ไม่ว่าจะเป็น ฤทธิ์มีดสั้น หงส์ผงาดฟ้า เซียวจับอิดนึ้ง มังกรหยก 18 มนุษย์ทองคำ แต่ความไม่สมจริงบังเกิด เพราะ เทคนิคยังไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายทำ ฉากการต่อสู้ที่ใช้จังหวะสโลว์โมชั่น การสร้างฉากในโรงถ่ายอินดอร์
       
        กระบี่ไร้เทียมทานนั้นใช้ฉากเอาท์ดอร์เสียเยอะ และจังหวะการต่อสู้ เขาก็ใช้ฟาสต์โมชั่น ให้ดูเร็วยิ่งกว่าเดิมในการซัดกัน ยิ่งได้เจอพระเอกอย่างฉีเส้าเฉียนซึ่งหล่อเท่ห์ได้ใจในบทพระเอกเรื่องนี้ก็ยิ่งหยุดไม่อยู่ ผมจำได้ว่าเด็กๆ ใช้กระบี่ปลอมมาสู้กันมากก็เพราะเรื่องนี้ ส่วนอีกเรื่องที่มีผู้ผลิตทำดาบปลอมออกมาขายมากมายและเด็กก็ต้องซื้อกันไปฟันเล่นๆ ก็คือเรื่อง ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์
       
        เพราะอิทธิพลต่อคนดูสูงมากใครๆ ก็รีบกลับไปดูตอนนั้นมีรายการโทรทัศน์ไม่กี่เรื่องที่จะทำให้คนรีบกลับบ้านไปดูได้ที่แน่ๆ ก็คือ ฮุ้นปวยเอี๊ยงกับกระบี่ไร้เทียมทานเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ว่า เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่โจวเหวินฟะจะตายก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ว่า ของไทยเราก็มีดาวพระศุกร์ตอนถูกปล้ำที่ต้องเหมารถมาดูกันจนเป็นข่าว กับอีกทีก็โกโบริตายซึ่งฮิตเหลือเกิน
       
        กลับมาเข้าเรื่องว่า สิ่งหนึ่งที่ฮุ้นปวยเอี๊ยงและพรรคพวกนำมาให้คนไทยรู้จักก็คือ “ บัวหิมะ” เพราะพระเอกของเรา บาดเจ็บเสียจนชีพจรแทบขาดสะบั้นโดนพลังต๊กโกวบ้อเต็กอัดเสียยับ น้องโป่วเฮียงกุนซึ่งแสดงโดยหวีอันอันก็แอบรักชอบพระเอกเลยสะกดจิตให้คนที่ส่งบัวหิมะจากทิเบตมาถวายฮ่องเต้จีน เอาบัวที่ว่ายัดเข้าปากพระเอกเราแบบไม่ให้หนีไปไหน สุดท้ายฮุ้นปวยเอี๊ยงก็รอดชีวิตและหายจากอาการบาดเจ็บเพราะอิทฑิฤทธิ์ของบัวหิมะนั่นเอง
       
        ชื่อของบัวหิมะก็เป็นที่รู้จักกับคนไทยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
       
        แต่กระนั้นคนไทยจำนวนมากก็ยังคิดว่า บัวหิมะที่ดูคล้ายๆ กะหล่ำปลีนี้เป็นของเก๊และไม่มีจริงๆ ในโลก ในอีกหลายต่อหลายปีถัดมาเมื่อเกิดเหตุรถก๊าซระเบิดตรงทางลงทางด่วนตรงมักกะสันจนมีคนถูกไฟคลอกบาดเจ็บและเสียชีวิตมากมายนั้น

ก็มีคนเสนอครีมบัวหิมะให้กับคนไข้ใช้รักษาและฟื้นฟูสภาพไฟไหม้น้ำร้อนลวก ส่วนผสมตอนหลังที่เปิดเผยกันมาก็มีทั้ง ผงไข่มุก โสมป่า นิ่วในถุงน้ำดีวัว ชะมดเช็ด ว่านหางจระเข้ การบูร วาสลีน ครีมที่ว่าสามารถป้องกันแสงแดด ช่วยในการหมุนเวียนของเลือดในบริเวณที่ทา ทำให้สามารถคืนสภาพผิวได้เร็ว และ ไม่มีสารสเตียรอยด์

ครีมบัวหิมะตัวนี้มีประสิทธิภาพสูงอย่างมากจนกลายเป็นของฝากที่สำคัญยิ่ง ถ้าเผื่อใครจะไปเมืองจีนคงไม่แคล้วจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ บัวหิมะ” หรือ เบา ฟู่ หลิง แต่ว่ากันว่าของดีจริงก็ต้องไปซื้อที่ศูนย์อย่างเป็นทางการที่จีนเขา เอาที่ไกด์พาไปนั่นแหล่ะครับ ส่วนที่อื่นหลายคนบอกว่าไม่แน่ใจ
       
        หลังจากนั้นก็มีบัวหิมะอีกแบบซึ่งเป็นแบบที่สาม ที่คนไทยเองเพาะแจกกันอย่างมากมาย บัวหิมะที่ว่าเดิมเป็นของธิเบต แหล่งกำเหนิดเข้าใจว่ามาจากเทียนซาน ถูกเอามาเผยแพร่ในยุโรปฐานที่มันถูกมองว่าช่วยรักษามะเร็งได้ บัวหิมะแบบนี้ยุโรปเรียกว่า คีเฟอร์ ( Kefir) ลักษณะเป็นแผงสีขาวเหมือนเชื้อราเห็ดก้อนประเภทหนึ่งที่ต้องเลี้ยงในน้ำนม

 คุณสมบัติของก้อนที่ว่านี้เมื่อนำไปเลี้ยงกับนมก็สามารถทำให้นมนั้นเปลี่ยนเป็นนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์มากกว่า 4 ชนิด กลิ่นแรงกว่าโยเกิร์ต แต่รสชาติอ่อนกว่าโยเกิร์ต ว่ากันว่านมที่ให้คีเฟอร์กินซัก 24 ชั่วโมงนั้นมีจุลินทรีย์ดีๆ มากกว่าโยเกิร์ตปกติมากมาย
       
        หลายคนกิน หลายคนก็เอามาทา หลายคนกินตามที่ตำนานหลวงพ่อธิเบตบอกคือ กินช่วงท้องว่างก่อนนอนติดต่อกัน 20 วัน แล้วพัก 10 วันแล้วก็กินอีก 20 วันแบบนี้ไปเรื่อย ปรากฏว่าอ้วนท้วนมีน้ำมีนวลขึ้นมา ผิดไปจากที่ความเชื่อที่คนเชื่อ นั่นคือควรจะผอมแต่กลับสมบูรณ์ขึ้นเฉยเลย

คีเฟอร์นี่ในยุโรปขายกันรึ่มเลย นมเปรี้ยวจากคีเฟอร์ก็มีขายเป็นเครื่องดื่มกินกันเพียบ ผมเองเคยกินที่ปั่นเหมือนกับสมูธตี้บลูเบอร์รี่ การกินคีเฟอร์ของฝรั่งนั้นไม่เหมือนในเมืองไทยที่มีข้อห้ามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้ามซื้อขาย ห้ามกรองผ่านภาชนะที่เป็นโลหะ ที่เมืองนอกเขาใช้กับภาชนะโลหะทั้งนั้นเลย เว้นแต่ตอนเพาะเขาเพาะในโหลแก้ว
       
        กลับมาเข้าเรื่องของเราว่า บัวหิมะที่ฮุ้นปวยเอี๊ยงกินนั้นควรจะเป็นแบบไหน คำตอบก็คือ ควรจะเป็นแบบแรกที่ฝรั่งให้ชื่อไว้ว่า Saussurea involucrate ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ทั่วไปแถบเทือกเขาเทียนซาน คุนหลุนซานและหิมาลัย ซึ่งมีอากาศหนาวและอยู่บนที่สูงระดับ 4000-5000 เมตรเกือบตลอดทั้งปี

ว่ากันว่าในเทือกเขาแถบแสกนดิเนเวียก็ยังเจอพืชคล้ายๆ กันนะครับ แต่ลักษณะของดอกเล็กกว่าในจีนมากมายและกลิ่นก็ไม่หอมฟุ้งเท่า แต่ขนาดนั้นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันที่เจอกันแถบหิมาลัยนั้นก็ยังมีประวัติว่า ชาวธิเบตเคยส่งออกไปแลกเปลี่ยนสินค้ากับพวกโรมันในยุคอดีตมาแล้ว แต่ส่งไปเฉพาะรากแห้ง ไม่ใช่ส่งไปเป็นดอกหรือเป็นเม็ด
       
        เพราะประวัติดีและคุณสมบัติเหมาะกับคนเมืองหนาว นักวิจัยฝรั่งบางกลุ่มก็เลยพยายามวิจัยและเพาะเลี้ยงให้ได้เนื่องจากคุณลักษณะที่รักษาอาการไอ เจ็บคอ และ โรคข้อ แต่ฝรั่งทีทำรีเสิร์ชนั้นเพาะเลี้ยงเองยังไงก็ไม่สำเร็จนอกจากจะให้โตตามธรรมชาติ ยิ่งบัวหิมะในสายพันธุ์จีนอย่าง Involucrate ยิ่งแล้วใหญ่

เพราะต้นบัวหิมะนี่มีลักษณะที่เรียกว่า ขึ้นง่าย ตายยาก และโตช้าสุดๆ ที่ว่าขึ้นง่ายก็เพราะว่าตลอดพื้นที่คุนหลุนและเทียนซานไปจนเขาสูงๆในธิเบตนั้น บัวหิมะขึ้นทั่วไปหมด แต่เวลาขึ้นแล้วกว่าจะโตนี่และหล่ะครับที่รอกันรากงอกเลย คืออย่างน้อย 3 ปี ยังไม่นับว่าเมื่อไหร่มันจะบานเสียด้วย ยิ่งเมื่อคนพูดถึงบัวหิมะในแง่ที่ว่าสามารถรักษาอาการช้ำในหรือรักษาโรคในเชิงปาร์ฏิหารณ์ได้มากขึ้นๆ นั้น บัวหิมะก็จะถูกตามล่าจนแทบจะสูญพันธุ์มาแล้ว
       
        ในช่วงหลังๆ รัฐบาลจีนจึงเข้ามาควบคุม เพราะ บัวหิมะนั้นหายไปจากพื้นที่หนาวเย็นเหล่านี้ปีละราวๆ 5 ล้านดอก ร้อนถึงรัฐต้องเข้ามาจัดการ ซึ่งมีทั้งทำเป็นฤดูเก็บเกี่ยวโดยเฉพาะ และออกใบอนุญาติการเก็บให้ในจำนวนจำกัด รวมถึงการมาตั้งห้องแล็ปในแถบซินเกียงเพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์ของบัวหิมะ

ก่อนที่จะนำไปปลูกตามชะง่อนหินที่หนาวเย็นและอยู่บนที่สูงที่ว่า ว่ากันว่าเมื่อทำเช่นนั้น บัวหิมะก็ขึ้นเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คุณสมบัติของบัวหิมะที่ทำการเพาะจากเม็ดในห้องแล็บจะมีคุณสมบัติดีเท่ากับที่มันขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเปล่า

เพราะในตำราแพทย์จีนในสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ระบุเอาไว้ว่า บัวหิมะที่เป็นยอดบัวและมีคุณสมบัติที่ดีที่สุดต้องเจอที่ยอดเขาสูงที่สุดที่จะรับแสงแดดและท้าลมแรงความหนาวได้มากกว่าดอกอื่นๆ ส่วนบัวหิมะที่ขุดเจอตามเชิงเขานั้นจะมีคุณสมบัติที่ด้อยลงมา ซึ่งอีกไม่นานนี้ก็คงจะได้รับทราบกัน เพราะ เขาว่าบัวที่เพาะในแล็บกำลังจะเริ่มเอามาขายได้แล้ว
       
        ถามว่าอะไรคือสิ่งที่เจ๋งที่สุดของบัวหิมะ คำตอบก็คือ การทำให้เกิดความสมดุลย์ของหยินหยาง และการรักษารูมาตอยด์และโรคไขข้อใช้ได้ทั้งกินและทา คนจีนเชื่อว่าหยินและหยางในร่างกายของคนเป็นจุดเริ่มต้นของอาการป่วยทุกอย่างแม้กระทั่งมะเร็ง

ถ้าหยินหยางสมดุล ไม่พร่องและวิ่งไปได้ตามที่มันควรจะเป็น สุขภาพและความแข็งแรงจะปรากฏต่อคนๆ นั้น พละกำลังวังชาก็จะยิ่งมี ยิ่งได้รับการฝึกฝนเรื่องของการเดินพลังชี่ด้วยแล้ว มันก็จะยิ่งส่งเสริมให้มีพลานุภาพมากขึ้นๆ ซึ่งดอกบัวหิมะนี้เป็นคำตอบที่จะทำให้ลมปราณในร่างกายวิ่งได้คล่อง ทะลวงได้ในจุดที่ไม่เคยไปได้มาก่อน

ส่วนเรื่องไขข้อก็เยี่ยมเลย โดยเฉพาะคนชรา ได้กินบัวหิมะเข้าไป อุปสรรคแห่งความชรายิ่งหายก็ยิ่งถือว่าเป็นยอดของสมุนไพรเลยทีเดียว
       
        ในทางแพทย์จากเอกสารของการท่องเที่ยวยูนนานบอกว่า บัวหิมะนั้นสามารถใช้ได้ทั้งแบบเอามาผลิตเป็นยา แล้วก็เอามาดองเหล้ากินแก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย ล้างพิษในไต เพิ่มพลังทางเพศทำให้หนุ่มๆที่กินเดินตัวแข็งตลอดเวลา ถ้าฝ่ายหญิงกินก็แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติและหยุดเลือดเสียได้เสียด้วย โดยสรุปก็คือ ช่วยให้หยินและหยางสมดุลนั่นเอง
       
        แต่ว่ากันว่าคุณสมบัติเหล่านี้ทางแล็ปฝรั่งเขาเคยเอามาทดลองดูแล้วและได้ผลแล้วเหมือนกันว่า ถึงจะไม่ได้ทานบัวหิมะที่ว่านี้ แต่ถ้าทานเห็ดหลินจือ หรือ โสมคน ของเกาหลี หรือกระชายขาวของไทยก็จะได้ผลต่อร่างกายในเรื่องราวที่คล้ายๆกันนะครับ
       
        แต่ถ้าอยากกินจริงๆ เดี๋ยวนี้หัวหิมะที่ว่าสามารถสั่งซื้อได้ทาง อีเบย์แล้ว ในราคาราวๆ 30 ดอลล่าร์ต่อ 1 ดอกครับ

ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

สิริสวัสดิ์จันทรวารค่ะ

Create Date :15 ตุลาคม 2555 Last Update :15 ตุลาคม 2555 7:49:01 น. Counter : 1141 Pageviews. Comments :0