bloggang.com mainmenu search





สวัสดีค่ะทุกท่าน




เนื่องด้วยงบประมาณสำหรับการไปฉลองครบรอบ 2 ปียังคงเหลืออยู่แม้ว่าจะไปปราณบุรีมาแล้ว ตาม ลิงค์นี้ (คลิกเพื่ออ่าน) (อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนจากทริปต่างประเทศมาเป็นในประเทศ เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจไทย - ดูช่างเป็นคนดีอะไรเช่นนี้ ) ซึ่งตอนแรกก็วางแพลนว่าจะไปทะเลใต้ (เรากับคุณแฟนเป็นคนชอบทะเลทั้งคู่ค่ะ) ไม่กระบี่ก็ภูเก็ต แต่เมื่อโปรฯ น้องนกออกมา 888 บาท (net) ต่อขา (ก่อนที่จะหักหลังด้วยการออกโปร 555 บาทหลังจากที่เราจองไปแล้ว ) ก็เลยทำให้เบนเข็มไปที่จ.ตรังแทนค่ะ




สำหรับท่านใดที่ต้องการดูเรื่องการเดินทางกับน้องนกก็สามารถดูได้จากการเดินทางด้วยน้องนกไปตามลิงค์นี้ (คลิกเพื่ออ่าน)










สำหรับการรีวิวที่พัก จะขอแบ่งรีวิวออกเป็น 3 รีวิว (ถ้าทำได้นะคะ ไม่รู้ต้องแยกย่อยอีกมั้ย) ห้องที่เราพัก ห้องแบบอื่นๆ และส่วนบริการต่างๆ และอาหารเช้า (2 วัน) ค่ะ



ซึ่งการเลือกที่พักที่นี่เนื่องจากได้ราคาพิเศษนะคะ (อันเนื่องมาจากเพื่อนเราก็จะไปเซอร์เวย์ด้วย ทำให้ใช้สิทธิ์ของเพื่อนในการจองห้องราคาพิเศษค่ะ) ส่วนราคาเท่าไหร่ สามารถดูได้ที่ท้ายรีวิวค่ะ (ถ่ายใบเสร็จมาให้ดูกันเลยทีเดียว )


เราไปพักที่นี่สองคืนนะคะ โดยวันที่ไปถึงบินไปถึงแต่สายๆ ก็ตรงไปรับประทานอาหารเช้ากันที่เรือนไทยติ่มซำ (ซึ่งจะทำรีวิวทีหลัง) จากนั้นก็ว่าจะไปนวดกัน ปรากฏว่าร้านนวดที่พนักงานที่ร้านเรือนไทยฯ แนะนำนั้นปิดซะงั้น เลยเคว้งเลย


โทร.ไปถามโรงแรมก็บอกว่ายังเช็คอินไม่ได้ ต้อง 15.00 น.เป็นต้นไป เตร็ดเตร่ไปโน่นนี่อยู่พักหนึ่งก็ไม่ไหวแล้ว ไปโรงแรมเลยดีกว่า ไปถึงคุณแฟนก็จอดรถส่งตรงแถวน้ำพุรูปเจดีย์ด้านหน้าล็อบบี้นี่ ก่อนจะเอารถไปเก็บด้านล่างค่ะ

















ทางเดินเข้าสู่ล็อบบี้ค่ะ



















ณ กลางล็อบบี้ มีดิสเพลย์มะพร้าววางไว้กลางล็อบบี้ด้วยค่ะ (มะพร้าวของจริงนะคะ หุๆ)



จากรูปข้างบนนี่ ถ้าเลยดิสเพลย์มะพร้าวไป เดินเลยเข้าไปจะเป็นส่วนที่ถ้ามีกรุ๊ปมา บางทีเขาจะให้รับเวลคัมดริ๊งค์ตรงบริเวณนั้นนะคะ


















จากนั้นมองไปทางซ้ายจะเจอเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อค่ะ มีพนักงานเดินมาถามชื่อแล้วก็ไปถามให้ที่เคาน์เตอร์ค่ะ




















บริเวณที่นั่งบริเวณล็อบบี้ค่ะ (ภาพมัวมาก เพราะเพิ่งพ้นจากรถแอร์เย็นๆ มาเจออากาศครึ้มๆ ฝ้าขึ้นเลนส์เลยค่ะ ขออภัยด้วย)

























ติดๆ กับล็อบบี้ จะมีสระน้ำ (ที่ลงไปว่ายไม่ได้) อยู่ใกล้ๆ กันนะคะ

อ้อลืมบอกข้อมูลไป แต่เดิมรร.นี้เป็นอมารีค่ะ แต่ถูกอนันตราเทคเมื่อไม่กี่ปีมานี่เองนะคะ



























จากนั้นก็มีผ้าเย็นมาบริการ พร้อมกับบอกว่า ยัง check in ไม่ได้นะคะ (ตอนนั้นเที่ยงกว่าๆ เองค่ะ) แป่ว แต่เขาเอามาให้แค่สามผืน เพราะตอนแรกคุณแฟนเราเอารถไปจอดอยู่น่ะค่ะ ทว่าพอคุณแฟนมา เขาก็เอามาให้อีกผืนค่ะ

จากนั้นก็เลยไปเดินสำรวจก่อน ลงไปด้านล่างเพื่อจะไปดูสปาค่ะ ผ่าน Beauty Salon ด้วย ส่วนรูปนี้ก็เป็นที่ทำการของสปาค่ะ ตรงบริเวณนี้เป็นที่ติดต่อนะคะ มีสระบัวล้อมรอบ























เคาน์เตอร์ที่ติดต่อสำหรับสปาค่ะ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ที่เคาน์เตอร์




















บริเวณที่นั่งรอตรงสปาค่ะ บนโต๊ะก็คือจะเป็นกลิ่นที่ให้เลือก 4 กลิ่นนะคะ (ถ้าจำไม่ผิด)





ดูเหมือนจะเป็นของแขกที่เพิ่งเข้าไปค่ะ เพราะมีเครื่องดื่มวางอยู่ด้วย


















จากนั้นก็ขอเมนูสปามาดูนะคะ





















มีอธิบายความหมายของดอกบัวด้วย (เข้ากับการออกแบบสถานที่นะนี่)

มีโปรแกรม 3 วันด้วยนะคะ (เผื่อท่านใดจะสนใจค่ะ)



























ราคาคอร์สสปาก็ตามนี้ค่ะ ถูกสุดรู้สึกจะเป็นการเล็มผม หรือ สระ+ไดร์ (เอิ่ม..มารวมอยู่ในคอร์สสปาซะงั้น) 300 บาท ราคาที่เห็นนี่ยังมี ++ อีกนะคะ






















แต่ปรากฏว่าคิวเต็ม เหอๆ ต้องเป็นพรุ่งนี้ค่ะ (แต่พรุ่งนี้เรามีโปรแกรมแล้วน่ะนะ กินๆๆ)

หันหน้าเข้าเคาน์เตอร์ มองไปทางซ้าย ก็จะเป็นห้องสำหรับทำสปาค่ะ























จากนั้นก็เดินกลับมาที่ล็อบบี้ค่ะ ทางเดินร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ (แม้ว่าจะติดหาด) แล้วก็ที่นี่มีจักรยานให้ยืมปั่นเล่นด้วยนะคะ (แต่มีอยู่ไม่กี่คันเองค่ะ)

















รอต่อไป ยังไม่ได้ห้อง ไปสำรวจห้องน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกับล็อบบี้ดีกว่า

หันหน้าเข้าเคาน์เตอร์ของล็อบบี้ เดินไปทางเดินทางขวาน่ะนะคะ ห้องน้ำชั้นบนจะพื้นที่น้อยกว่าชั้นล่าง (ซึ่งเป็นห้องอาหารเช้า) ชั้นบนนี่จะมีแค่ 2 ห้องเองค่ะ




















ในห้องก็ค่อนข้างแคบเลยแหละค่ะ อย่างที่เห็นในรูปน่ะค่ะ















แล้วก็ที่อ่างล้างมือ จะมีเป็นผ้าให้เช็ดมือ ซึ่งเราชอบแบบนี้มากกว่าแบบกระดาษนะคะ เพราะไม่ทำลายต้นไม้ (ดูเป็นคนดีเนาะ )

แล้วก็มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ ป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ด้วย
























ออกมาแล้วก็ยังไม่ได้ห้อง (บ่ายโมงกว่าแล้วค่ะ) ก็เลยตัดสินใจ ขับรถไปเที่ยวที่ใกล้ๆ กันดีกว่า แต่แถวนั้นจะมีอะไรหว่า ก็เลยบอกว่า..เออ..ไปท่าเรือปากเม็งดูแล้วกันนะ เป็นอีกจุดที่สามารถขึ้นเรือไปเที่ยวทะเลตรังได้ค่ะ แต่ท่าเรือนี้ เวลาน้ำลดเรือจะเข้ามาที่ท่าได้ลำบากมาก

เดี๋ยวนี้ก็เลยมีน้อยเจ้าที่ยังใช้ท่าเรือนี้ค่ะ แต่จะไปอีกท่าเรือมากกว่า (แล้วจะรีวิวให้ดูนะคะ)

นี่คือสะพานของท่าเรือปากเม็งค่ะ



เรือที่สามารถใช้ในการล่องทะเลตรัง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรือประมงดัดแปลงค่ะ มีทั้งแบบชั้นเดียวและสองชั้นนะคะ

แต่สปีดโบ๊ทก็มีนะคะ เพียงแต่ไม่มากเท่าฝั่งกระบี่หรือภูเก็ตเท่านั้นเอง

















ตู้ไปรษณีย์ที่ท่าเรือค่ะ น่ารักดี สีสันสดใสเชียว
























แล้วก็เหลือบไปเห็นร้านขายของชำที่ใกล้ๆ ท่าเรือค่ะ แต่ขอบอกว่า..เอ่อ..ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าซื้อดีกว่าค่ะ (เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม)






















วิวที่ท่าเรือค่ะ นั่งชิลๆ ถ่ายรูปอะไรกันไปมา แล้วก็เลยเข้าไปซื้อของในร้านขายของชำ (หรือมินิมาร์ท) กันค่ะ

ซื้อไปดังนี้บาร์คาดี้ไลม์ 2 ขวด สปายคลาสสิค 2 ขวด ไฮเนเก้นกระป๋องยาว 2 เลย์ถุงใหญ่ 2 พริงเกิล 1 ทายสิคะว่าเท่าไหร่



















เฉลย...















500 บาทค่ะ




ที่จริงมันก็มีชาร์จบ้างน่ะนะคะ แต่เราไม่คาดคิดว่าร้านแบบนี้จะชาร์จประมาณนี้เลยไง ก็เลยเกิดอาการ culture shock เล็กน้อย ก็นั่งดริ๊งค์กันไปจนเกือบๆ บ่ายสามก็เดินทางกลับไปยังอนันตราค่ะ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีค่ะ)

















คราวนี้ก็ได้ห้องแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาเดินไปที่ห้องพักค่ะ



ระหว่างเดิน หันซ้ายไปตรงสระที่ใกล้ๆ กับล็อบบี้เมื่อกี๊ (ที่มีระฆังสามใบ) ปรากฏว่าข้างล่างเป็นห้องอะไรกันหนอ

เจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นห้องคิดส์คลับ กับห้องสำหรับยืมหนังมาดูค่ะ
























ทางเดินด้านหน้าห้อง สำหรับเชื่อมไปยังห้องต่างๆ ค่ะ

















จะเริ่มเข้าห้องแล้วนะคะ (เข้าเรื่องซะที) ชั้นที่เราเดินมาจากล็อบบี้จะเป็นชั้นสองค่ะ แต่เราเดินขึ้นไปอีกชั้น เป็นชั้น 3 ค่ะห้องที่เราได้คือ 317 ส่วนเพื่อนคือ 314 ค่ะ


โซนที่เราพักจะเป็น Ocean Front ค่ะ ช่วงที่เราไปนั่นเป็นโซนเดียวที่เปิด ส่วนนอกจากโซนนี้แล้วก็จะมีตึก Seaview ค่ะ ซึ่งก็จะมีเป็นการ์เด้นเทอร์เรซด้วย อันหมายถึงชั้นล่างค่ะ


ที่จดมานี่ การ์เด้นเทอเรซมีทั้งตัวตึกโอเชี่ยนฟรอนท์และซีวิวนะคะ





















สำหรับระบบไฟในห้อง จะมีการ์ดเสียบตรง key box ต่างหากอีกใบนะคะ

แล้วก็ปุ่มสำหรับห้ามรบกวนก็อยู่ตรงที่เดียวกันค่ะ






















เข้าไป เจ้าหน้าที่ก็บรรยาย อธิบาย จากนั้นก็ยื่นแฟ้มซึ่งมี register form ให้ค่ะ พร้อมกับกระเป๋าสีน้ำตาลเล็กๆ หนึ่งใบ


















เปิดออกมาก็จะเป็นแผนที่กับคีย์การ์ดของห้องพักค่ะ ตัวกระเป๋าและของที่อยู่ข้างในนี่ให้กลับเป็นที่ระลึกด้วยนะคะ





















หน้าตาของแผนที่และคีย์การ์ดค่ะ





















จากนั้นก็เริ่มเก็บภาพจากหน้าห้องมาก่อน ห้องพักแบบสว่างๆ ค่ะ






















ทีวีจอแบนนนนน ซึ่งจะฉายภาพโปรโมทอนันตราเวียนไปเรื่อยๆ เป็นการต้อนรับ













รีโมททีวีและเครื่องเล่น DVD ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในกล่องหนังสีน้ำตาลใกล้ๆ ทีวีค่ะ





















มีเจ้านี่ด้วย ตัวขวานี่เอาไว้เสียบเพื่อป้องกันยุงค่ะ ตัวซ้ายนี่เอาไว้ทากัน Sand Fly หรือไงนี่แหละค่ะ

มีคำเตือนให้ชาวต่างชาติด้วย




















มีส้มเป็นผลไม้เวลคัมไว้ให้ในห้องค่ะ แต่รสชาติ แบบว่า..เอิ่ม..ไว้กินเวลาหิวจัดๆ แหละพอได้ค่ะ

จะวางอยู่ใกล้ๆ ตรงที่นั่งตรงนี้นะคะ (อย่างนี้เรียกเดย์เบดหรือยังเนี่ย?)






















กำลังถ่ายรูปอยู่ เจ้าหน้าที่อีกคนก็เคาะประตูเดินเข้ามาค่ะ พร้อมกับ Welcome drink+dessert เป็นน้ำตะไคร้กับวุ้นกะทิค่ะ


























ที่นั่งเล่นอีกฝั่งหนึ่งค่ะ และโต๊ะที่ข้างหัวเตียง มีนาฬิกา (ตั้งปลุกได้) กระดาษสำหรับช็อตโน้ต












วิธีการตั้งนาฬิกาปลุกนะคะ






















ออกไปที่ระเบียงกันบ้าง ที่นั่งสำหรับชมวิวที่ระเบียงค่ะ (คลื่นอย่างแรง เหอๆ)






















มองไปทางซ้าย จะเจอที่ตากผ้า แล้วก็มีประตูเชื่อมไปที่ห้องอีกฝั่งด้วยค่ะ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นที่นั่งแบบนิ่มหน่อย (ซึ่งเวลาฝนตก ลมแรงๆ นี่เปียกถึงที่นั่งหมดเลยนะคะ)





ระหว่างระเบียงแต่ละห้อง เขาจะมีม่านกั้นด้วยค่ะ เพื่อความเป็นส่วนตัวของแต่ละห้อง





















นอกจากนั้นก็มีท่าเหมือนสำหรับเอาไว้ลงเรือสปีดโบ๊ทด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะสำหรับคนที่ซื้อแพ็คเก็จดำน้ำกับทางที่พักนะคะ

อยู่ใกล้ๆ กับห้อง Pool Suite เลยค่ะ

















มองไปทางขวาของระเบียง ก็จะเห็นสะพานข้ามไปทางหาดปากเม็งได้ค่ะ


















มองจากระเบียงเข้ามาในห้องนอน

จะเห็นว่า หุๆ ตัวห้องน้ำกับห้องนอนนี่ สามารถเปิดโล่งแบบไม่มีอะไรกั้นได้เลยนะคะ เร้าใจเป็นอันมาก



















กลับมาเก็บรายละเอียดในห้องอีกที ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กถูกพับเป็นรูปช้าง แถมทำตาให้ด้วยแหนะ



















เมื่อกี๊ตอนถ่ายเดย์เบด (?) ที่อยู่ใกล้ๆ ผลไม้ มีใครสังเกตเห็นมั้ยคะว่ามีเจ้านี่อยู่ด้วย มันคือสมุดสเก็ตภาพค่ะ (แต่วิวของฝั่งนี้ก็น่าสเก็ตภาพจริงๆ แหละนะคะ)

ส่วนอุปกรณ์สเก็ตภาพอื่นๆ ก็อยู่ตรงชั้นหนังหน้ากระจกนี้ค่ะ จะอยู่ชั้นบนสุด























ชั้นต่อมาเป็นแฟ้มแนะนำสิ่งต่างๆ ของอนันตราค่ะ



















นอกจากนั้นก็ยังมีกระเป๋าเอาไว้ให้จ่ายตลาด เย้ยยยย ไม่ช่ายยยย

กระเป๋าเอาไว้ใส่สิ่งของต่างๆ (เช่น ใส่ของไปสระว่ายน้ำ เป็นต้น) อันนี้ไม่ได้ให้เลยนะคะ ให้ใช้ชั่วคราวค่ะ



















คุณชายหันมามองเราที่ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูป ส่ายหัวหนึ่งครั้ง แล้วก็เริ่มเปิดน้ำในอ่างอาบน้ำแล้วค่ะ



















ก่อนจะไปสำรวจในห้องน้ำ ขอสำรวจมินิบาร์หน้าห้องน้ำก่อน

จากซ้ายไปขวา

ประกอบไปด้วยศีลข้อที่ห้า ถ้วยชากาแฟ ซองชาในซอกหลืบ (เห็นกันมะคะ?) ซองกาแฟใหญ่บิ๊ก กาสำหรับต้มกาแฟ กระติกน้ำแข็งและกาต้มน้ำร้อน

มีน้ำเปล่าฟรี และนมสำหรับเติมกาแฟหรือชา (ถ้าจะดื่มแบบอังกฤษ) ด้วยนะคะ






















ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของพริงเกิลกระป๋องเล็ก ที่เปิดขวด และตู้เย็นมินิ ซึ่งภายในตู้เย็นก็มีดังภาพค่ะ (ส่วนตัวขวดขาวๆ ฉลากส้มๆ นี่จำไม่ได้ว่าเป็นอะไรนะคะ แหะๆ)
























กาแฟที่นี่เป็นของ BONCAFE นะคะ ซองยังมีรูปพะยูนเลยค่ะ น่ารักดี

และกาสำหรับทำกาแฟค่ะ























ส่วนชาก็เจ้าเดิมนะคะ ตามมาตรฐาน
























ต่อไปก็มาดูตรงชั้นใกล้ๆ เซฟบ็อกซ์กันบ้าง


มีถุงลอนดรี้ ถุงใส่ไดร์เป่าผม (หรือเปล่าหว่า) เปิดลิ้นชักมาก็จะเจอผ้ากันลื่นค่ะ ส่วนตัวถุงซิปแบ็กพลาสติกนี่ น่าจะเอาไว้ให้ใช้เวลาออกทะเล (หรือเปล่าหว่า?)



























ในตู้เสื้อผ้านะคะ จะมีเสื้อคลุม รองเท้าแตะทั้งแบบผ้าและ..เหมือนๆ จะเป็นหนังเทียมน่ะนะคะ

ส่วนชั้นบนเป็นหมอนสำรอง 2 ใบค่ะ



























ตรงมุมตู้มีร่มให้สองคัน แล้วก้เสื่อโยคะค่ะ




















ไปสำรวจในห้องน้ำกันค่ะ

เมื่อกี๊ได้ดูอ่างแบบแว้บๆ ไปแล้วนะคะ มาดูอ่างล้างหน้ากันบ้าง มีน้ำเปล่าให้ฟรีอีก 2 ขวดค่ะ อยู่ใต้กระจก 3X อันนี้























ข้างๆ อ่างล้างหน้า จะมีที่วางสบู่ขิง และบอดี้มิลค์นะคะ (เออ..ตรู เวลาต้องใช้มาโคร ก็ลืมกดใช้ พอไม่ต้องใช้มาโคร ก็ลืมกดออก เวรจริงๆ )






















ที่มุมหนึ่ง ตรงใกล้ๆ ที่เสียบที่โกนหนวดไฟฟ้า ก็จะมีโถใส่สำลี (ทั้งแบบก้อนและแบบแผ่น) และคัตตอนบัดค่ะ
























ส่วนชั้นกระจกข้างๆ อ่างล้างหน้า ที่ชั้นบนจะมีหมวกคลุมอาบน้ำให้ (แต่มีแค่อันเดียวง่ะ ที่จริงควรให้ห้องละ 2 นะคะ ถ้าคนพักเป็นผู้หญิงทั้งคู่ มันก็รู้สึกแหม่งๆ นาเวลาใช้ด้วยกันเนี่ย) และ sanitary bag ค่ะ





















หันไปที่อ่างอาบน้ำซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับอ่างล่างหน้าค่ะ

ผ้าเช็ดตัวผืนที่เห็นนั่นใหญ่มากๆ เลยค่ะ เวลาเราพันตัวนี่ ยาวถึงตาตุ่มเลยนะคะ

นอกจากนั้นก็มีตัวครีมอาบน้ำกลิ่นส้ม เกลือสำหรับแช่อ่างอาบน้ำ แล้วก็ใยขัดผิวค่ะ























จากนั้นเดินต่อไปจากโซนของอ่างอาบน้ำ+อ่างล้างหน้า เข้าไปอีกส่วนหนึ่งนะคะ

หันไปทางขวาจะเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ มีสายชำระ กระดาษ และโทรศัพท์ครบถ้วนค่ะ





















ส่วนอีกฝั่ง (ซ้าย) จะเป็นตู้สำหรับฝักบัวค่ะ

ในส่วนนี้จะมีสบู่ แชมพูและคอนดิชันเนอร์ให้ ไม่มีครีมอาบน้ำนะคะ























ในนี้มีเครื่องชั่งน้ำหนักให้ค่ะ เป็นแบบใสเหมือนที่อมารีเกาะช้างหละค่ะ






















ออกมาเก็บรายละเอียดที่ตกหล่นข้างนอกอีกที

ข้างเตียงอีกฝั่ง (ที่ติดกับห้องน้ำ) ก็จะมีตุ๊กตาไม้รูปพะยูน (สัญลักษณ์ของที่นี่) ติดป้ายบอกไว้ตามรูปข้างล่างค่ะ

ส่วนชั้นล่างนี่เป็นหนังสือสำหรับกล่อมเกลาจิตใจค่ะ






















เมื่อกี๊ใครที่ดูรูปห้องพักคงจะเห็นว่ามีพัดลมให้ด้วยที่เพดานห้อง (ถามเจ้าหน้าที่ ความว่า ถ้าเป็นชาวต่างชาติ เขาจะไม่ค่อยเปิดแอร์เหมือนคนไทยค่ะ ใช้เปิดหน้าต่าง+พัดลมเอามากกว่า) ซึ่งสวิทช์สำหรับเปิดพัดลมจะซ่อนตัวอยู่หลังโคมไฟบนโต๊ะข้างเตียงค่ะ




















จากนั้นก็เตรียมห้องสำหรับรอบแรก เอ๊ย..ไม่ช่าย ลองถ่ายรูปแบบใช้ไฟของห้องดูค่ะ

กลางวันก็จริง แต่ปิดม่าน เปิดไฟแล้ว ก็เหมือนกลางคืนเลยนะคะ (เล่นเอาตอนเช้า หลับไม่อยากตื่นเลย แหะๆ)























ส่วนการ์ดที่อยู่ใกล้ๆ โคมไฟคือ Pillow Menu ค่ะ (แปลกดี เพิ่งเคยเห็นที่นี่ที่แรกนี่แหละ)






















นอนเล่นในห้องนอนพักใหญ่ๆ

จากนั้นก็ลงมาชั้นสองเพื่อไปล็อบบี้ค่ะ เพราะนัดพี่คนที่จะพาไปเซอร์เวย์ไว้

แอบส่องห้องอาหารที่ชั้นสอง จะเห็นว่าน้ำลดจนเห็นสันทรายแล้ว คนลงมาเดินเล่นกันใหญ่เลย





















ที่ล็อบบี้ ถ้าเอาแล็ปท็อปมาเอง มีไวร์เลสให้ใช้ฟรีนะคะ

หรือจะไปเล่นแล็ปท็อปของรร.ข้างๆ เคาน์เตอร์ก็ได้ (แต่มีแค่เครื่องเดียวค่ะ)




















ในส่วนของห้องพักแบบอื่นๆ ห้องประชุม ฯลฯ ขอไปทำอีกกระทู้นะคะ

ตัดฉับมาที่ตอนกลางคืน หลังไปหาอาหารทะเลแถวปากเม็งทานเรียบร้อยแล้ว เข้าห้องมาเลยแล้วกันนะคะ

ห้องก็ turn down เรียบร้อยแล้ว






















ก็มีถาดมาวางไว้ที่ปลายเตียง มีตุ๊กตาพะยูนไม้ตัวเดิมมาเตือนเรื่องผ้าเช็ดตัว รีโมทสำหรับทีวีและดีวีดี ถุงลอนดรี้และค่าใช้จ่ายสำหรับลอนดรี้

ส่วนอีกฝั่งก็มีจดหมาย กาละแม การ์ดเวลคัม และใบไม้เขียนโดยเมทค่ะ




















การ์ดรูปไข่บอกความหมายของกาละแม และใบไม้เขียนบอก มีบอกอากาศวันพรุ่งนี้ด้วย เป็นกิมมิคที่น่ารักดีค่ะ
























จดหมายจาก Hotel Director ค่ะ



















ตัวการ์ดที่เสียบมากับจดหมายค่ะ เขียนเป็นลายมือเลย

แต่พลาดที่..เขียนชื่อเพื่อนเราซะงั้น (ทั้งที่ตอน register เราก็ให้ข้อมูลไปแล้วนะ เหอๆ)




นอกจากนั้นก็จะมีรองเท้าแตะแบบผ้า ซึ่งก็ถูกนำมาวางไว้ข้างเตียงทั้งสองคู่ค่ะ ขณะที่รองเท้าแตะหนังยังอยู่ในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิมนะคะ





































ตัวรีโมทนะคะ ที่วงไว้คือ เอาไว้กดเปลี่ยนเป็นการดู DVD ค่ะ























จากนั้นก็ขอตัดฉับมาอีกคืนเลยนะคะ (อาหารเช้าขอยกยอดรวมกับที่จะรีวิวที่พักแบบอื่นๆ นะคะ)

ห้องที่เทิร์นดาวน์แล้วเช่นกัน

คราวนี้มีแต่ใบไม้ กาละแม แล้วก็เอกสารในซองจดหมายค่ะ มีสองอันคือ จดหมายอำลาอาลัย (คราวนี้เขียนชื่อถูกแล้ว) คราวนี้เป็นจากเจ้าหน้าที่อีกคน (แต่ไม่ยักกะมีลายเซ็นแฮะ)

แล้วก็ Folio แจ้งการใช้ห้องและค่าเสียหายค่ะ
















เอ่อ..ระบบบอกว่าตัวอักษรเกินแล้วอะค่า โพสต์รูปเพิ่มไม่ได้แล้ว (นับตัวอักษรที่รูปที่ลงด้วยใช่มั้ยเนี่ย)


สำหรับค่าห้องพิเศษพอสมควรนะคะ คือ ห้องละ 2900 บาทต่อคืนเท่านั้นเองค่ะ เนื่องจากเป็นวันธรรมดา แล้วก็เพื่อนใช้สิทธิพิเศษ (ของอาชีพ) ค่ะ แหะๆ


ถ้าตามที่เขาขายทั่วไปคือตัวห้องโอเชี่ยนฟรอนท์นี่ราคา 5860 บาท (net) โปรพัก 3 ฟรี 1 จ่าย 2 คืนค่ะ แต่ถ้าตามเว็บรับจองที่พักต่างๆ ที่เราเช็คพีเรียดเดียวกัน ถูกสุดคือสามพันกว่าๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ


สำหรับการสรุปของอนันตรา จะขอสรุปหลังทำรีวิวครบๆ ทั้งหมดแล้วนะคะ





















ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคะ

537714/4374/387







Create Date :05 พฤศจิกายน 2552 Last Update :5 พฤศจิกายน 2552 10:33:29 น. Counter : Pageviews. Comments :41