bloggang.com mainmenu search
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นเมืองที่ไปแล้วก็ไปอีกอยู่เรื่อย ๆ
เพราะอยุธยามีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและที่กิน
มากมายหลากหลายรูปแบบ
อีกทั้งยังเดินทางจากบ้านไปถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ทริปนี้เราเที่ยวแบบชิลล์ ๆ สบาย ๆ เพียงไม่กี่แห่ง
และได้ชิมอาหารอร่อย ๆ ที่นั่นด้วย

ตามเราไปกันเลยค่ะ





ที่พักของเราในครั้งนี้คือ
ลิม่าเพลส ไปพักที่นี่มาหลายหน
รีวิวเอาไว้หลายรอบแล้วค่ะ
ดูรีวิวเดิมที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ

คลิกที่นี่





สถานที่แห่งนี้คือ "ป้อมเพชร"
เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา
ณ จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำป่าสัก
กับแม่น้ำเจ้าพระยา





เป็นทำเลยุทธศาสตร์การรบทางน้ำที่สำคัญ





"เกาะเมืองอยุธยา"
โอบล้อมด้วยแม่น้ำ 3 สาย
คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา

ตรงนี้เองค่ะ
จุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาพบกับแม่น้ำป่าสัก




ในอดีตนั้นหากมองจากป้อมเพชร
จะเห็นเรือที่จะเข้ามาเทียบท่าที่เกาะเมืองกรุงศรีอยุธยา
พ่อค้าชาวต่างชาติทั้งหลาย
ล่องเรือสำเภาและจอดเรือขนถ่ายสินค้า
ที่บริเวณหน้าป้อมเพชรแห่งนี้เอง

ป้อมเพชร มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชม





หากมองแผนที่เกาะเมืองอยุธยา
จะเห็นจุดที่แม่น้ำป่าสักกับแม่น้ำเจ้าพระยา
มาบรรจบกัน




มีคิวรถตู้โดยสารสายโลตัส บิ๊กซี ป้อมเพชร
จอดอยู่ที่หน้ารั้วของป้อมแห่งนี้




เราไม่ได้สอบถามราคา เวลาให้บริการ
และข้อมูลอื่นๆ มาฝาก
หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม
โทรศัพท์สอบถามได้ตามหมายเลขที่ติดไว้ท้ายรถค่ะ




เป็นโอกาสอันดี
ช่วงที่เราไปอยุธยามีการจัดงาน
“ความสัมพันธ์อยุธยา-ศรีลังกา”
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ฯ
จัดขึ้นเมื่อ 2-4 สิงหาคม 2555
ณ ศาลากลางหลังเก่า กรุงเก่า

มรการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองที่หาชมได้ยาก
มีเอกลักษณ์เด่น คือ
ลีลาท่วงท่าโลดโผน ว่องไว
เราไปทันได้ชมการแสดงหุ่นสายแบบดั้งเดิมอีกด้วยค่ะ




ของที่ระลึก สินค้าจากศรีลังกา
ที่มีจำหน่ายในงาน
ที่โดดเด่น คือ ชาซีลอน




ที่สำคัญงานนี้ได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์
คู่บ้านคู่เมืองของศรีลังกา คือ “พระเขี้ยวแก้ว”
จากเมืองแคนดี้ (องค์จำลอง) ให้สักการะบูชา




และยังได้จัดแสดงขบวนแห่ “เอสาละ เปราเหรา”
ซึ่งเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียง และเป็นสัญลักษณ์ของศรีลังกา

โฆษกบอกว่าที่เห็นบนหลังช้างในขบวนแห่
คือพระเขี้ยวแก้ว





พาเที่ยวพอกรุบกริบแล้ว
ขอพาไปชิมอาหารอร่อย ๆ กันบ้าง

คราวนี้เราได้ไปลองชิมบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น
ร้านคุโรดะ (Kuroda) อยุธยา
สามคนพ่อแม่ลูกจ่ายไปในราคาคนละ 399 บาทสุทธิ
เด็กที่สู่งไม่เกินทางร้านกำหนด จ่ายในราคาเด็ก
ขอโทษทีไม่ได้ถามว่าราคาเท่าไหร่และส่วนสูงไม่เกินเท่าไหร่
สำหรับลูกชายเรา ทางร้านพาไปวัดส่วนสูง
ถ้าสูงเกินเส้นเหลือง ๆ ก็ต้องจ่ายราคาเต็ม

สามารถนั่งได้ 2 ชั่วโมง
ที่ตั้งของร้านอยู่ซอยตรงข้ามโรงแรมอยุธยาแกรนด์เลยค่ะ
ถ่ายจากหน้าร้านไปยังปากซอย
จะเห็นโรงแรมอยุธยาแกรนด์อยู่ฝั่งตรงข้ามปากซอยตามนี้ค่ะ

แผนที่โรงแรมอยุธยาแกรนด์
เครดิตแผนที่ : thai-tour.com




โดยรวมก็อร่อยคุ้มค่าดีค่ะ



อีกแห่งที่ไปชิม
ด้วยความที่อยากกินกุ้งเผาเอามาก ๆ
เราจึงได้ไปร้านกุ้งเพื่อนแพรว
อยู่ในตลาดกลางเพื่อเกษตรกรอยุธยา
ติดถนนสายเอเชีย

ร้านกุ้งเพื่อนแพรวจะสังเกตเห็นง่าย
เพราะอยู่ด้านหน้าตลาด ใกล้ที่จอดรถเลยค่ะ



ในจานเป็นกุ้งกิโลกรัมละ 600 บาท
ตัวโต ๆ เนื้อแน่ๆ
เผาครึ่ง ก.ก. แบ่งทำฉู่ฉี่กุ้งครึ่ง ก.ก.
เพิ่มค่าทำฉู่ฉี่ 50 บาท
พ่อช่วยแกะให้
ด้วยความอยากกินมาก เกาลัดน้ำลายไหลยืดเป็นทาง
เช็ดแทบไม่ทัน แม่เห็นแล้วก็ขำ





กุ้งเผา ห่อหมกปลาช่อน ปลาม้าทอดกระเทียม

ยังมีกุ้งเผา ขนาดกิโลกรัมละ 380 บาท
สั่งมาอีกครึ่งกิโลกรัม
เพราะความงก กลัวว่าจะไม่อิ่ม
แต่พอกุ้งเผาจานที่สองมา
ก็ไม่ไหวแล้ว อิ่ม

สรุปกุ้งจานที่สองเลยต้องห่อใส่ถุงแทน
แต่ก็หวานอร่อยค่ะ พอแกะถุงกิน
ลูกชายก็น้ำลายหยดอีกรอบ
สงสัยจะอยากกินมากๆ จริงๆ





อ่านรีวิวเพิ่มเติมร้านคุโรดะ
และกุ้งเพื่อนแพรว
ภาพเต็มๆ เน้น ๆ
คลิกที่นี่ค่ะ


สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่
อยู่ที่ทุ่งหันตรา
ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพัก
นั่นคือ "อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี"





คลิกอ่านรายละเอียด
โครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี
http://www.ayutthaya.go.th/chaloem_phrakiat_park/index.php


คลิกดูแผนที่
คลิกที่นี่


สถานที่แห่งนี้เป็นการน้อมรำลึก
ในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี
ถวายเป็นราชสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว




ด้านซ้ายเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดีนี้
ขุดเป็นหนองโสนเชื่อมต่อกับคลองธรรมชาติ
คือ คลองข้าวเม่า
รวบรวมสายพันธ์โสน 4 สายพันธ์
ปลูกบริเวณริมหนองในพื้นที่ 4 ไร่
ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมอาชีพจากโสน




นอกจากนั้นได้กำหนดพื้นที่รอบหนองโสน
ให้อำเภอ 16 อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นำเสนอภาพลักษณ์ของอำเภอ
ได้แก่ สัญลักษณ์และของดีของอำเภอ
และเรื่องราวที่แสดงถึงความรู้สึกหรือความประทับใจ
ของพี่น้องชาวอำเภอนั้นๆ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว




บางบาล ลาดบัวหลวง บางปะหัน วังน้อย




ตอนนี้ยังตกแต่งไม่เสร็จดี
แต่ก็อนุญาตให้ผู้สนใจเข้าไปชมได้แล้วค่ะ




ขอปิดท้ายด้วยแผนผัง
อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี
จากเว็บไซต์ของโครงการ
นับว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้
น่าสนใจมากมายทีเดียวค่ะ



Create Date :09 สิงหาคม 2555 Last Update :9 สิงหาคม 2555 12:30:56 น. Counter : 4661 Pageviews. Comments :6