bloggang.com mainmenu search
โดย ภัทรพรรณ ขุนทอง




ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความน่าสนใจที่ทำให้คนไทยยิ้มได้กับการประกวดนางงามทุกเวทีก็คือ ความสวยเด่นของใบหน้าและสรีระร่างกายที่ได้สัดส่วนของสาวงามผู้เข้าประกวดที่จะได้เห็นกันจะจะ ก็ในช่วงเดินโชว์ในชุดว่ายน้ำ !

ช่วงนี้ถือเป็นไฮไลต์ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอคอยทุกปี เพราะแค่ได้เห็นก็อดยิ้มชื่นชม ระคนความอิจฉาในเรือนร่างไม่ได้

นอกจากจะเป็นไฮไลต์ให้ผู้คนได้จับตาแล้ว การใส่ชุดว่ายน้ำยังถือเป็นหัวใจสำคัญของการประกวด โดยเฉพาะในเวทีระดับประเทศที่มีจุดประสงค์เฟ้นหาตัวแทนไปประกวดในเวทีระดับอินเตอร์ ซึ่งหากจะย้อนรอยเรื่องชุดว่ายน้ำที่ใช้ในเวทีใหญ่ของเมืองไทย เชื่อไหมว่า มีวิวัฒนาการที่หวือหวาและฮือฮาอย่างน่าจับตามอง

จากโบราณ...สู่สากล

ว่ากันว่าในอดีตของการประกวดนางสาวสยามที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 นั้น กว่าจะมาสวมชุดนุ่งสั้นที่เรียกว่า ชุดอาบน้ำโบราณ ได้ ก็ตอนสิบกว่าปีให้หลัง คือราวปี พ.ศ.2483 โดยจะตัดเย็บด้วยผ้าต่วน รูปทรงเป็นกระโปรงสั้น มีกางเกงอยู่ด้านใน

ประเสริฐ เจิมจุติธรรม ผู้เก็บข้อมูลนางงามของเมืองไทย ย้อนอดีตให้ฟังว่า

"จริงๆ การประกวดนางงามกับชุดว่ายน้ำ น่าจะเป็นของคู่กันมาตั้งนานแล้ว อย่างการประกวดนางงามจักรวาลครั้งแรก เขาก็ใส่ชุดว่ายน้ำกันแล้ว ส่วนของไทยมาเริ่มใส่ชุดว่ายน้ำเป็นครั้งแรกประมาณปี 2483 แต่ในชุดว่ายน้ำสมัยก่อนจะตัดด้วยผ้าต่วน ในแบบกระโปรง ข้างในตัดเป็นกางเกงขาสั้น เวลาที่ช่างภาพถ่ายภาพย้อนขึ้นไป ก็จะมองไม่เห็น ชุดว่ายน้ำในสมัยก่อนจึงไม่ได้โป๊อะไรมากมาย"

จากนั้นก็เริ่มมีวิวัฒนาการสั้นลงเรื่อยๆ และเริ่มเปลี่ยนเนื้อผ้าจากผ้าต่วนมาสู่ผ้าไหม สร้างสีสันสดใสมากขึ้นบนเวทีขาอ่อน

"ชุดว่ายน้ำแบบนี้สมัยก่อนเขาเรียกว่า ชุดอาบน้ำโบราณ ในปีที่ คุณอาภัสรา หงสกุล ได้เป็นนางสาวไทย พ.ศ.2507 ตอนนั้นก็ยังเป็นแบบนี้ แต่ตัดเย็บด้วยผ้าไหม และใส่รายละเอียดด้วยการปักลาย ปักเลื่อม เวลาใส่เดินบนเวทีจะสวยมาก"

ร้านที่บรรดาสาวงามนิยมไปตัดอย่างยิ่งในช่วงนั้นมีชื่อว่า ร้านกรแก้ว ถือว่าเป็นร้านเก๋ที่สุดร้านหนึ่งในยุค เป็นร้านที่นอกจากจะมีนางงามนิยมไปตัดชุดกันแล้ว ยังเป็นร้านยอดนิยมของไฮโซฯด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี ร้านดาวรุ่ง แถวราชเทวี ที่ได้รับการการันตีว่าตัดเย็บชุดอาบน้ำโบราณได้ดีเด่น

"พอในปี พ.ศ. 2511 ชุดว่ายน้ำก็มีความเปลี่ยนแปลงอีก โดยจากที่เคยตัดเย็บด้วยผ้าไหม ก็เปลี่ยนมาเป็นผ้ายืดไลคร่า โดยเป็นชุดว่ายน้ำของแคททาลีนา รูปแบบก็ยังเป็นกระโปรงอยู่ ถือว่ายังไม่โป๊ แล้วก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมาเรื่อยจนไม่มีกระโปรง แต่ก็ยังเป็นวันพีซอยู่"

จากเรียบง่ายสู่สีสัน

วันพีซในยุคแรกๆ เน้นว่าต้องเป็นแบบเดียว สีเดียวกัน จนกระทั่งในปี 2532 สีสันบนเวทีขาอ่อนก็เริ่มสดใส เพราะมีการใช้สีสันบนเวทีมากขึ้น ซึ่งพอเปลี่ยนจากชุดว่ายน้ำของแคททาลีนามาเป็นสตรีมไลน์ สีสันและรูปแบบยิ่งหวือหวา

อัจจิมากร วิศิษฎางกูร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์สตรีมไลน์ ชุดว่ายน้ำที่ให้การสนับสนุนการประกวดในเวทีนางสาวไทยประจำปี 2541-2542 และเวทีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สในปี 2543 จนถึงปัจจุบัน กล่าวว่า... สตรีมไลน์เป็นผู้สนับสนุนชุดว่ายน้ำมาได้ 7 ปีแล้ว โชคดีที่ทางกองประกวดให้โอกาสเรา ยิ่งช่วงหลังๆ กองประกวดค่อนข้างจะเปิดให้เราออกแบบหวือหวามากขึ้น จากเมื่อก่อนเป็นแค่วันพีซ เต็มตัว ปิดหมด ต้องใช้สีเดียวกัน ก็เริ่มมีหลากสีสันและหลายแบบมากขึ้น

...ความยากของการออกแบบชุดว่ายน้ำบนเวที คือ ทำอย่างไรให้ออกมาแล้วสามารถเปิดเผยสรีระของผู้เข้าประกวดโดยที่ไม่เปลือย ไม่โป๊ ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ต้องยอมรับว่าการประกวดนางงาม องค์ประกอบก็คือ คนคนนั้นก็ต้องมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ผิวพรรณ ชุดว่ายน้ำก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้มองเห็นเขาได้

"แต่สิ่งที่ค่อนข้างต้องระมัดระวังก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้ออกมาไม่โป๊และไม่เป็นที่โจมตี จะเห็นว่าทุกปีที่มีการประกวดนางงาม จะต้องมีประเด็นของชุดว่ายน้ำประจำเลย ก็ต้องระมัดระวังมากพอสมควร"



อัจจิมากรยังบอกอีกว่า ...หลังๆ กองประกวดมองในแง่การเป็นสากลมากขึ้น เพราะถ้าเขาเป็นคนขี้อาย บุคลิกเขาจะเปลี่ยนไป เพราะเวลาไปประกวดเมืองนอก คุณต้องสง่างามตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหนก็ตาม !

"ปีนี้ชุดว่ายน้ำที่ออกแบบมา มีสีสันมากกว่าทุกๆ ปี ดิฉันว่าชุดว่ายน้ำ ถ้าจะให้ดูสวย ต้องมีสีสันที่สดใส ซึ่งจะช่วยทำให้สีผิวของเขาดูใส เนียนขึ้น แทนที่จะใส่สีทึมๆ ทำให้ดูหมองคล้ำ ปีนี้มีอยู่ชุดหนึ่งตั้งใจทำผ่าหน้ายาวลงมาถึงเอวเลย แต่พอไปลองฟิตติ้งจริงๆ ผู้เข้าประกวดเราจะอกเยอะ ก็จะดูเปลือย ก็เลยแก้ไข เย็บขึ้นนิดหน่อย"

สรีระสาวไทยยุคใหม่

อกใหญ่ ตัวยาว สูงโย่ง

นอกจากความเปลี่ยนแปลงของสีสันและรูปแบบแล้ว ในส่วนของผู้เข้าประกวดเองก็มีสรีระที่เปลี่ยนแปลงไป

อัจจิมากรบอกว่า ปัจจุบันผู้เข้าประกวดมีความสูงมากกว่าแต่ก่อน แพตเทิร์นของชุดว่ายน้ำเราจึงต้องเปลี่ยนไป เพิ่มความยาวในช่วงลำตัวมากขึ้น ต้องทำไซซ์ใหม่หมด เพราะชุดวันพีซจะใส่สวยหรือไม่สวย ขึ้นกับความยาวของช่วงลำตัวที่เหมาะกับส่วนสูง ถ้าความยาวช่วงลำตัวไม่ได้ ใส่แล้วจะเกิดการรั้ง ดูแล้วไม่สง่างาม



...นางงามส่วนใหญ่ที่เจอ ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์สรีระไม่ได้มาตรฐาน คือบางคนอาจจะส่วนบนเล็ก สะโพกใหญ่ บางคนอาจจะส่วนบนใหญ่ สะโพกเล็ก บางทีใส่ไซซ์ที่เซตเอาไว้อาจจะไม่พอดี ก็ต้องปรับแก้ให้เข้ากับแต่ละคน

"เราต้องให้ความสำคัญกับชุดว่ายน้ำ เพราะจำเป็นมาก ถ้าไปประกวดในเวทีระดับโลก ถ้าผู้เข้าประกวดไม่เคยแม้แต่ใส่ชุดว่ายน้ำ และไม่ได้ฝึกความมั่นใจในการเดิน ยืน นั่งด้วยชุดว่ายน้ำ ต่อหน้าธารกำนัล พอถึงเวทีตรงนั้น เขาก็จะไม่มีความพร้อม"

มิสยูนิเวิร์สเวทีใหญ่...ที่ให้ความสำคัญชุดว่ายน้ำ

เป็นที่รู้กันว่า ในเวทีใหญ่อย่างมิสยูนิเวิร์สนั้น การใส่ชุดว่ายน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของการประกวด ซึ่งทางกองประกวดจะมีให้เลือก 3 ลักษณะคือ วันพีซ ทูพีซ และแทงก์ท็อป

ประเสริฐบอกว่า "การประกวดมิสยูนิเวิร์สนี่ส่วนใหญ่สาวงามจะนิยมใส่ทูพีซ และผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวไทยคนแรกที่ใส่ทูพีซประกวดในเวทีนางงามจักรวาลก็คือ อ้วน-วรินทร ผดุงวิถี มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สประจำปี 2544 ซึ่งอ้วนเหมือนกับเป็นต้นแบบให้กับนางงามในยุคหลังๆ เพราะเวลาไปยืนก็จะดูเป็นสากล ไม่มีอะไรผิดแปลกจากทั่วไป แล้วยุคนี้เขาก็ใส่ทูพีซหมดแล้ว"

ปีนี้บ้านเราได้เป็นเจ้าภาพการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สอีกครั้ง ก็มีไฮไลต์ทีเด็ดของชุดว่ายน้ำหวือหวา ฮือฮาเช่นกัน เพราะนี่เป็นหัวใจที่จะเป็นสีสันให้การประกวดประชันขาอ่อนดูมีเสน่ห์ และทำให้คนทั้งโลกจับจ้องได้นานอย่างไม่อยากละสายตา !
Create Date :25 ตุลาคม 2548 Last Update :25 ตุลาคม 2548 13:08:33 น. Counter : Pageviews. Comments :3