bloggang.com mainmenu search
15 เมษายน 2553 : ภาพบรรยากาศ วันสงกรานต์เชียงใหม่ 13 เมษายน 2553

ช่วงเช้าวันที่ 13 เมษายน ทุกๆ ปีของเชียงใหม่ ตอนเช้าๆ จะมีการทำบุญใส่บาตรที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ แล้วก็จะมีการประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้องในช่วงสายๆ ติดต่อกันไปเลย
ได้ออกไปถ่ายภาพบรรยากาศของงานสงกรานต์เชียงใหม่ในช่วงเช้าๆ และค่ำๆ มาให้ชมกันครับ









ผู้ว่าจังหวัดเชียงใหม่มาเป็นประธานในพิธีและร่วมใส่บาตรด้วย




และก็ร่วมกับผู้บริหารทั้งส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์กรต่างๆ มาร่วมกันใส่บาตรในวันสงกรานต์นี้ด้วย



























และกับอีกหนึ่งกิจกรรม พิธีเปิด งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ พร้อมด้วยขบวนแห่แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง








ป๋าเวณีรดน้ำดำหัว






ป๋าเวณีสรงน้ำพระพุทธรูป






ป๋าเวณีแห่ไม้ก๊ำ













ขบวน แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง


คัดลอกข้อความตำนานการประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้องมาจากชมรมลานนา 39
(ตั้งใจไปหาผลการประกวด แต่ได้ตำนานการประกวดมาแทน เลยขอคัดลอกมาไว้ด้วย)

ตำนานการประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง

ในอดีตเมื่อ ๕๐ ปีก่อนการใช้รถถีบและวัวล้อ ( เกวียน) เป็นพาหนะ เป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของคนเชียงใหม่ ซึ่งสมัยนั้นนิยมขี่รถถีบกันมากจนเชียงใหม่ได้ชื่อว่า “เมืองแห่งรถถีบ”
ทุกๆเช้าจะเห็นสาวเชียงใหม่ขี่รถถีบกางจ้อง พูดคุยกันเป็นคู่ตามกันเป็นขบวน สาวๆจะนุ่งซิ่นใส่เสื้อพื้นเมืองแขนกระบอก เกล้าผมและทัดดอกเอื้อง รถถีบยอดฮิตได้แก่ยี่ห้อราเล่ห์ สีเขียวหัวเป็ด มีระบบเกียร์ออโต้ เมื่อความเจริญเข้ามาการขี่รถถีบและใช้วัวล้อก็เริ่มหายไปและได้กลายมาเป็นรถยนต์และจักรยานยนต์ในที่สุด
งานลานนาไทยในอดีตเริ่มต้นจากการที่ ร.ต.อ.สมจิตร เธนศนิตย์ วิศกรบ่อน้ำมันฝางได้ปรารภกับคุณอุณห์ ชุติมา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่จุฬาฯ ได้เห็นคนเชียงใหม่นิยมแต่งกายแบบพื้นเมืองขี่รถถีบไปตลาด ทุกคนขี่รถถีบเก่งมาก การขี่รถถีบกางจ้องกลายเป็นวิถีชีวิตของคนเมืองที่มีความสามารถพิเศษที่ไม่ปรากฏในท้องถิ่นอื่นๆ เกรงว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปวัฒนธรรมการขี่รถถีบกางจ้องจะสูญหายไปจากเชียงใหม่ จากคำปรารภดังกล่าวทำให้คุณอุณห์ ชุติมา จึงได้ปรึกษาหารือกับพวกพ้องเพื่อนฝูงและได้พิจารณาเห็นว่า ในงานประเพณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศท่องเที่ยวกันมาก จึงน่าจะจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนเมืองในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้ชม ดังนั้นสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่และศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่จึงร่วมมือกันจัดงาน “ลานนาไทยในอดีต” ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยจัดที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ในวันที่ ๑๒-๑๓ เมษายน โดยมีกิจกรรมหลายอย่างเช่น กาดมั่ว ประกวดของกินพื้นเมือง ประกวดแม่ค้าคนงาม ประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ประเพณีแห่ลูกแก้ว ประเพณีรดน้ำปี๋ใหม่ การแสดงจ้อยซอ การตีกลองสะบัดชัย ด้านการละเล่นพื้นบ้าน ม้าจ๊กคอก โยนบ่ากอง ไม้โก๋งเก๋ง บ่าป้าเจิ้ม นิทรรศการภาพถ่ายเชียงใหม่ในอดีต เป็นต้น
การประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้องเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อก่อนมีการสมัครสาวงามเข้าประกวด ๘๐ คน ผู้เข้าประกวดจะนุ่งซิ่น เสื้อพื้นเมืองแขนกระบอก ทัดดอกเอื้อง ขี่รถถีบกางจ้อง เริ่มต้นขบวนที่ประตูเชียงใหม่เคลื่อนขบวนไปตามถนนวัวลายเข้าสู่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ขี่รถถีบในลานเอนกประสงค์อีกหนึ่งรอบ แล้วสาวงามก็เข้าแถวตามหมายเลข กรรมการตัดสินจะเดินพิจารณาให้คะแนน จากนั้นผู้เข้าประกวดจะต้องเดินประกวดบนเวทีประกวดในศูนย์วัฒนธรรม สุดท้ายจะได้สาวงามที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศอีก ๔ ตำแหน่ง
รางวัลที่สาวงามจะได้รับก็คือถ้วยรางวัลและรถถีบอีกหนึ่งคัน โดยมีสโมสรไลอ้อนนครพิงศ์เป็นผู้สนับสนุนรางวัล บริษัทนิยมพานิช จำกัดเป็นผู้ให้ยืมรถถีบที่ใช้ในการประกวด ๘๐ คัน

ขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูล
คุณอินสม ปัญญาโสภา คุณอุณห์ ชุติมา คุณแสงเทียน มหวรรณ
ประคอง นิ่มมงคลศิลป์ / ค้นคว้าและเรียบเรียง






















ช่วงประกวดตัดสินตำแหน่ง ไม่ได้อยู่ถ่ายภาพรีบกลับออกมาจากบริเวณงานซะก่อน แต่ได้ไปหาข่าวผลการตัดสิน ได้มาดังนี้
น.ส.สรวงสุดา ชัยชนะ หมายเลข 38 สาวงามจากอำเภอแม่สรวย ได้ครองตำแหน่งแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ในปีนี้ไปครอง พร้อมสายสะพาย และรางวัลเงินสด 1 หมื่นบาท
รองอันดับ 1 แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง น.ส.เจนจิรา รุ่งแหยม
รองอันดับ 2 น.ส.ณัฐธิดา ทองเกษม
รองอันดับ 3 น.ส.ศศิวมล สุดสวาท
รองอันดับ 4 น.ส.พิมพ์จิตรา บุญยิ่ง




ช่วงบ่ายได้ออกไปบริเวณหน้าวัดพระสิงห์ เพื่อร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปประจำวัดต่างๆ
ได้พกกล้องคอมแพคไปแทนกล้องตัวใหญ่ เพราะยังกลัวจะโดนสาดน้ำเปียกทั้งคนทั้งกล้อง 555
(คนน่ะไม่รอดเรื่องเปียกน้ำอยู่แล้ว แต่กล้องคอมแพคใส่ถุงพลาสติกหุ้มกันน้ำไป)



















ช่วงสรงน้ำพระพุทธรูปองค์อื่นๆ ไม่ได้อยู่ถ่ายภาพ เพราะตามไปถ่ายภาพภายในวัดพระสิงห์


ตามไปถ่ายภาพมุมโปรฯ ที่ถ่ายภาพได้รับรางวัลจากการประกวดภาพในมุมมองนี้เป็นส่วนใหญ่ เลยแอบเอา compact ไปเสียบตรงช่องว่างและถ่ายภาพมากับเค้าบ้าง




ช่วงเตรียมที่จะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงจากรถบุษบก
เพื่อที่เตรียมนำมาให้ชาวเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวได้สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ เพื่อเป็นศิริมงคล





นกกิงกะหล่า จากผู้รำฟ้อน 2 คนนี้ รำนกกิงกะหล่าได้สวยมากๆ ทั้งแขน-ลำตัว-ขา เคลื่อนไหวเป็นท่าทางที่สวยงาม
อยู่ถ่ายภาพกับนกกิงกะหล่าหลายภาพทีเดียว ไว้แยก blog ให้ชมกันอีกที




อยู่ถ่ายภาพภายในวัดเป็นเวลานาน พอออกไปถ่ายภาพขบวนแห่อีกครั้ง
เหมือนใกล้จะจบขบวนแห่ซะแล้ว







หลายๆ ขบวน ที่ผู้ร่วมเดินในขบวนแห่ ได้สร้างสีสันความสนุกสนานกับขบวนแห่ และให้กับผู้ชม 2 ข้างทางด้วย

ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย งานนี้สนุกสนานกันได้ทุกๆ คน























2 สาวในขบวนรถคันสุดท้ายปิดงาน เชื่อว่าเปียกปอนมาตลอดทางทีเดียว
และใครที่ไม่เคยได้มาเดินในขบวนแห่ ก็คงไม่รู้ซึ้งถึงความเหน็บหนาวยามที่เจอลมเย็นพัดผ่าน
บางคนเปียกแล้วเปียกอีก เรียกว่าไม่ได้หยุดหายใจ
ที่ถ่ายภาพ 2 สาวในขบวนรถคันสุดท้ายมาให้ชม ถึงจะถ่ายภาพมาได้มุมไม่ดีนัก ภาพไม่ชัดอีกด้วย
อยากบอกว่าเธอมาถึงเส้นชัยแล้ว เครื่องสำอางที่อาจจะตกแต่งมาตั้งแต่ขึ้นรถ และมาจนถึงเส้นชัยสุดทางแล้ว เครื่องสำอางถึงจะหายหมดไปแล้ว แต่ก็ยังเห็นความสดใส ความสวย-น่ารักอยู่





และมาปิดท้ายของงานสงกรานต์วันที่ 13 เมษายน 2553 ที่ได้ถ่ายภาพมา
ที่วัดพระสิงห์มีการประกวดฟ้อนเล็บรอบตัดสิน เลยตั้งใจตามไปถ่ายภาพมาให้ชมกัน
ก่อนการแข่งขันมีหนูน้อยมารำฟ้อนให้ชมกันก่อน ทั้ง 3 คนรำฟ้อนได้สวยงาม และน่ารักมากมาย






การประกวดฟ้อนเล็บ เริ่มจากชุดฟ้อนเล็บวัดปันเสา




ภาพถ่ายการประกวดฟ้อนเล็บ น่าจะได้แยกไว้ให้ชมกันใหม่อีก 1 blog
เลือกรูปถ่ายมาประกอบใน blog นี้ไว้นิดหน่อยก่อน


ต่อด้วยชุดฟ้อนเล็บจากวัดท่าเดื่อ





และอีก 1 ทีมชุดฟ้อนเล็บ (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้ ตอนแรกก็ว่าจำได้แล้วเชียว และยังเข้าใจว่าถ่ายภาพผู้ถือป้ายมาด้วย มาดูรูปแล้วไม่มีรูปนั้นซะนี่)






ผลการประกวดฟ้อนเล็บ
ทีมสุดท้ายที่รำฟ้อนเล็บได้ตำแหน่งที่ 3



วัดท่าเดื่อ ได้ตำแหน่งที่ 2


และก็คงเหลือทีมเดียว คือ ทีมจากวัดปันเสา ได้ตำแหน่งที่ 1

ได้แต่ยืนยิ้มกับรางวัลชนะที่ 1 ไปก่อน การรับรางวัลจะมีในวันที่ 15 เมษายน (วันนี้) และจะได้รำฟ้อนเล็บบนเวที พร้อมกับรับรางวัล
ถ้าไม่พลาดอะไร คงจะได้ตามไปถ่ายภาพอีกครั้งหนึ่งด้วย


และ็ก็ขอจบกับภาพบรรยากาศของสงกรานต์เชียงใหม่ ประจำวันที่ 13 เมษายน ที่ได้เก็บภาพมาให้ชมกัน


ขอขอบคุณผู้เป็นแบบถ่ายภาพทุกๆ คนด้วยนะครับ

และขอบคุณทุกๆ ท่านที่ได้แวะมาชมภาพถ่ายใน blog นี้ด้วยครับ
Create Date :15 เมษายน 2553 Last Update :19 เมษายน 2553 19:00:00 น. Counter : Pageviews. Comments :25