bloggang.com mainmenu search












เราแต่ละคนต่างมีภูเขา(ต้องปีนข้าม)
แม้บางคนจะมองมันว่าเป็นเพียงลูกเนินน้อยก็ตาม
- George Sheehan -
นายแพทย์และนักปรัชญาการวิ่ง
(Running Philosopher)




ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่าน สองดือนแรก ฉันอยู่บนเครื่อง elliptical วันละครึ่งชั่วโมงก่อนลงมาคูลดาวน์ด้วยการยกเวทไม่เกิน 3 กิโล

ฉัน(ยัง)ไม่มีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บหรือปวดกล้ามเนื้อแต่อย่างใด นอกจากเอาชนะความขี้เกียจก่อนออกบ้านและอดทนกับการโยกตัวบนเครื่องออกกำลังกายที่ตั้งโจทย์ไว้ เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยทุกวัน วันละกว่าชั่วโมงและอิดออดที่จะวิ่ง...

แต่หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เด็ก ๆ ปิดเทอม ก็ชวนไปวิ่งด้วยกัน ลูกสาวตัวอ้วนวิ่งบนลู่วิ่งได้วันละ 4 กิโลเมตร วิ่งแบบไม่หยุดด้วยสปีดที่ 8

แต่ฉันนั้น วิ่ง ๆ เดิน ๆ ให้ไปถึงหลักชัยที่ 4 กิโลเมตรเช่นกัน บางวันก็วิ่งสูตรฮิต ( HIIT)เหมือนเดิม คือเดินที่สปีด 4 และวิ่งสปีด 10 สลับกันทุกหนึ่งนาทีเพื่อหายใจทางปากขณะเดินช้า เหนื่อยมาก ๆ หลังจากนี้ก็จะเดินช้า เดินเร็วสลับกันไปแต่ให้เข้าเส้นที่ 4 กิโลเมตรตามกำลัง

บางทีการวิ่ง ๆ เดิน ๆ นี่ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ เช่นกัน อย่างแรกก็ต้องรู้สภาพตัวเอง ฝืนไม่ได้ก็อย่าฝืน เจ็บแล้วไม่คุ้มเลย เหมือนกับการขับรถบนถนนคดโค้งและแคบบนดอย ฉันขับ 40-60 กม./ชม. มันน่ารำคาญตามากสำหรับรถที่ขับตาม ฉันเปิดไฟให้แซงเสมอ ใครรีบก็ไปก่อน บางทีรถหกคันตามหลังมาแซงหน้าไปหมด เหลือฉันกับรถพ่วงข้างหน้าที่พ่วงรถซะยาวและสูงใหญ่เต็มถนน รู้สึกกดดันอย่างยิ่ง ความกล้าที่จะแซงหรือขอทางไปก่อนไม่มีนอกจากขับตามเพราะกลัวอย่างเดียว จนรถใหญ่เขารำคาญ โผล่หัวออกมาและโบกมือให้ว่า ไป๊))) อย่ามาตามก้นแบบนี้ ไปได้แล้ววว นั่นแหละฉันถึงจำต้องไป

เรื่องเหล่านี้คงเกี่ยวพันไปถึงเรื่องการงานและชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน บางเรื่องเราช้า อืดอาดยืดยาด ทั้งที่เป้าหมายก็เหมือนคนอื่น ใครรีบก็ไปก่อน เราไม่รีบ เราคนเดินช้า เดินอ้อม ๆ เหมือนจะไปไม่ถึงที่หมายสักที บางทีก็ต้องขอหลบเข้าข้างทางบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้เสียดายเวลามากนักแม้จะมีเวลาเหลือไม่มาก ข้างทางยังมีอะไรให้มองอยู่ แม้จะขัดแย้งในประเด็นหลักคือการตัดสินใจที่ดีด้วย

บางคนบอกว่า วิ่ง ๆ เดิน ๆ เร็วกว่า วิ่ง วิ่ง วิ่ง เสียอีก
ฉันไม่รู้หรอกว่ามันจริงหรือเปล่า
หากไม่ชอบวิ่ง ก็หาเวลาเดิน
หรือไม่ก็หาเวลาเดินทางบ้างก็น่าจะดี :)





บันทึกบนลู่วิ่ง
21 มีนาคม 2013




::
::






enough
::
วิ่ง 8 กิโลท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอึดอัดแต่ไม่ร้อนสาหัส เราไม่ได้คุยกันหรอก ต่างคนต่างวิ่ง วิ่งข้าง ๆ กันตามปกติ เราไม่มีเรื่องคุย นี่ก็เรื่องปกติอีกเช่นกัน ไม่มีเรื่องเครียดคั่งค้างในใจ งานจบก็จบ รู้สึกดีที่ออกมาวิ่ง ...

#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง

21032016







::
::


หลังจากวิ่งมาราธอนที่เขาค้อมาแล้ว ฉันพักฟื้นร่างกายหนึ่งอาทิตย์เต็ม ซ่อมแซมร่างกายด้วยการกินและนอน พักผ่อนด้วยการอ่านหนังสือที่อยากอ่าน ซื้อหนังสือมาเรียงไว้ รอการอ่านของฉันอย่างเงียบ ๆ

โชคดีมากที่ฉันไม่มีอาการบาดเจ็บใด ๆ เลย ไม่ปสดหน้าขาอย่างที่คิดว่าจะปวด ไม่เจ็บตามข้อต่าง ๆ ของร่างกาย แต่เพลียเมื่อเข้าวันที่สามหลังจากวิ่งเท่านั้น ตอนนี้สดชื่น และนึกอยากลงสนามอีกครั้ง

ช่วงหลังแทบไม่มีเวลาดู 'วันนี้ในอดีต' ที่เฟซบุ๊กคอยมากระตุ้นความทรงจำว่าเราทำอะไรในวันนี้เมื่อปีที่แล้วหรือหลายปีที่แล้ว

วันนี้ั่มีเวลาอ่าน เลยย้อนคิดกลับไปว่า ฉันเริ่มมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายตั้งแต่ปี 2553 ในฟิตเนส ส่วนใหญ่จะเป็นการยกดัมเบลล์ไม่กี่กิโล เดินบนลู่วิ่งวันละ 20 นาที บนสปีดที่ 4-5 ไม่เร็วมาก และค่อย ๆ ขยับมาเป็นเดินสปีด 6 กว่าจะวิ่งบนลู่วิ่งบนสปีดที่ 8 ได้ก็อีกสองสามปีหลังจากนั้น ฉันเขียนบันทึกทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่า มันสำคัญสำหรับวันนี้เมื่อย้อนกลับไปดู ฉันมาไกลกว่าที่ตัวเองคิดไว้

นั ก วิ่ ง คื อ ใ ค ร

ในความหมายของฉันคือนักกรีฑาที่มีความสามารถในด้านความเร็ว สถิติ ไต้ฝุ่น ใครที่เป็นนักวิ่งได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา เพราะเขาต้องมีปอดที่แข็งแรงและมึวินัยในการฝึกซ้อมอย่างสูง ไม่ต่างกับนักกีฬาอื่น ๆ ใครจะคิดว่า คนธรรมดาอย่างเรา ๆ จะวิ่งได้ มีแต่มาราธอนเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกมีส่วนร่วมกับคำว่านักวิ่ง คิดไม่ถึงว่า คนวิ่งไม่เก่งและวิ่งช้า จะสามารถฝึกซ้อมและวิ่งระยะไกลกับเขาได้ ยิ่งกว่านั้น การออกกำลังกายด้วยการวิ่งยังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฉันไปโดยปริยาย





'เข้าปีที่สี่ขอการวิ่งระยะไกลแล้ว'
ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
21 มีนาคม 2017










Create Date :21 มีนาคม 2560 Last Update :21 มีนาคม 2560 13:45:19 น. Counter : 90 Pageviews. Comments :3